ตร.ยังไม่เข้มจับ‘กฎใหม่’เน้นตักเตือน-ค่าปรับเดิม

ตร.ยืด 3 เดือน ก่อนขึ้นค่าปรับจราจร หลังกม.ใหม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 5 ก.ย. ช่วงนี้ยึดเกณฑ์เดิม ให้เวลาปรับตัว เตือนไม่คาดเบลต์-สวมกันน็อก โดนปรับ 2 พัน ซิ่ง-ฝ่าไฟแดง 4 พัน เมาขับมีจำคุก ครั้งต่อไปเพิ่มโทษ 4 ธ.ค. เคาะกติกาคาร์ซีต-นั่งท้ายกระบะรอเคาะอีกที

วันที่ 5 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.และรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) เปิดเผยว่า ตร. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยบังคับใช้กฎหมายจราจรฉบับใหม่ควบคู่กับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องโทษปรับที่กฎหมายใหม่เพิ่มอัตราโทษสูงขึ้น เพื่อบังคับใช้ให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้รถใช้ถนน บางความผิดมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 4,000 บาท แต่ในห้วง 3 เดือนแรก ตร.จะยังใช้เกณฑ์ค่าปรับใบสั่งจราจรตามกฎหมายเดิมไปพลางก่อน (ตามประกาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องเกณฑ์ค่าปรับตามที่เปรียบเทียบ พ.ศ.2563) เช่น ข้อหาขับรถเร็วเกินกำหนด ฝ่าฝืนสัญญาณ ไฟแดง แม้โทษสูงสุดตามกฎหมายใหม่จะปรับได้ถึง 4,000 บาท แต่ค่าปรับตามใบสั่งจะกำหนดไว้ที่ 500 บาท เพื่อให้เวลาประชาชนได้ปรับตัวและปฏิบัติตามกฎจราจรได้อย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ในระยะต่อไปจะปรับปรุงเกณฑ์ ค่าปรับตามใบสั่งให้สอดคล้องกับกฎหมายจราจรฉบับใหม่ และบางข้อหาที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ หรือปัจจัยเกิดความสูญเสียต่อผู้ขับขี่ เช่น ฝ่าฝืนเครื่องหมายทางม้าลาย ขับรถเร็วเกินกำหนด ฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ตร.จะพิจารณากำหนดอัตราโทษปรับเป็นขั้นบันได ตามจำนวนครั้งและประวัติการกระทำผิดด้วย เช่น ทำผิดครั้งที่ 1 โทษปรับตามใบสั่ง 500 บาท หากทำผิดข้อหาเดิมเป็นครั้งที่ 2 โทษปรับตามใบสั่งเป็น 1,000 บาท เป็นต้น

พล.ต.อ.ปรีชาเปิดเผยต่อว่า ใบสั่งทุกใบจะถูกกำกับโดยระบบฐานข้อมูลใบสั่งที่เรียกว่า PTM (Police Ticket Management) ซึ่งจะระบุจำนวนค่าปรับตามเกณฑ์ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้ในใบสั่งทุกใบ ดังนั้น ค่าปรับจึงเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

สำหรับเรื่องการเพิ่มโทษผู้กระทำผิดซ้ำข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ตร.ได้พิจารณาตามหลักกฎหมายแล้ว จะไม่นำประวัติการกระทำผิดที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 5 ก.ย.65 มาประกอบการพิจารณาเพิ่มโทษ แต่จะเริ่มบันทึกประวัติการทำผิดครั้งแรกตั้งแต่ 5 ก.ย.65 เป็นต้นไป ทั้งนี้เรื่องการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ได้สั่งการให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติตามมาตรฐาน SOP การตั้งจุดตรวจงานจราจร ตามที่ ตร. ได้กำหนดไว้แล้วอย่างเคร่งครัด

“ขอฝากประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่ และ ผู้ใช้ทาง ทำความเข้าใจกฎหมายจราจรฉบับใหม่ และร่วมกันปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุ และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับผู้ใช้ทางคนอื่นๆ” พล.ต.อ.ปรีชากล่าว

สามารถดูเกณฑ์ค่าปรับใบสั่งจราจรได้ที่ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/195/T_0009.PDF

สำหรับค่าปรับจราจรที่เพิ่มขึ้น ตามพ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2565 ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย.นี้ และจะเริ่มใช้ปรับจริงหลังช่วงผ่อนผัน 3 เดือน ประกอบด้วย เพิ่มอัตราโทษปรับที่เป็นปัจจัยต่อการเกิดอุบัติเหตุ เป็นปัจจัยเสี่ยงในการสูญเสียของ ผู้ขับขี่และผู้ใช้ทาง 1.ขับรถเร็วเกินกำหนด ปรับไม่เกิน 4,000 บาท โทษเดิม ปรับไม่เกิน 1,000 บาท 2.ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ปรับไม่เกิน 4,000 บาท โทษเดิม ปรับไม่เกิน 1,000 บาท 3.ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย ปรับไม่เกิน 4,000 บาท โทษเดิม ปรับไม่เกิน 1,000 บาท 4.ขับรถย้อนศร ปรับไม่เกิน 2,000 บาท โทษเดิม ปรับไม่เกิน 500 บาท 5.ไม่สวมหมวกนิรภัย ปรับไม่เกิน 2,000 บาท โทษเดิม ปรับไม่เกิน 500 บาท 6.ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ปรับไม่เกิน 2,000 บาท โทษเดิม ปรับไม่เกิน 500 บาท

เพิ่มโทษผู้ขับขี่ที่ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากอัตราโทษเดิม จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท

เพิ่มโทษเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งรถในทาง 1.รวมกลุ่มมั่วสุมในทาง หรือสถานที่สาธารณะใกล้ทาง ตั้งแต่ 5 คันขึ้นไป จะมีความผิดฐาน พยายามแข่งรถ หากมีพฤติกรรม ดังนี้ มีการนัดหมายเพื่อแข่งรถกันมาก่อน รถที่รวมกลุ่มมีการดัดแปลง /ปรับแต่งรถที่มีสภาพไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นว่าจะแข่งรถในทาง ต้องระวางโทษ 2 ใน 3 ของความผิดฐานแข่งรถในทาง (จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) 2.ผู้จัด และผู้โฆษณา ประกาศ ชักชวน ให้มีการแข่งรถ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3.ร้านแต่งรถ ที่ได้แต่งรถไปใช้แข่ง ต้องรับโทษในฐานะผู้สนับสนุน คือ ระวางโทษ 2 ใน 3 ของความผิดฐานแข่งรถในทาง

กรณีเมาแล้วขับ ทำผิดครั้งแรก จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ทำความผิดครั้งแรก จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับ 50,000-100,000 บาท ซึ่งศาลจะลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ ถูกพักใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือถูกเพิกถอน ใบอนุญาตขับขี่

การรัดเข็มขัดนิรภัย 1.รถที่ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยได้ ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง เช่น รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถตู้ 2.รถกระบะ ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยในที่นั่งตอนหน้า กรณีเป็นรถกระบะสองตอนผู้โดยสารตอนหลัง ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยด้วย หากฝ่าฝืนไม่รัดเข็มขัดดังกล่าวข้างต้นต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

การนั่งบริเวณแค็บ หรือนั่งท้ายกระบะ สามารถนั่งได้โดยไม่ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยแต่ต้องนั่งไม่เกินจำนวนที่กำหนดในลักษณะที่ปลอดภัย และผู้ขับขี่ต้องขับขี่ด้วยความเร็วตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติประกาศกำหนดซึ่งประกาศกำหนดอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 4 ธ.ค. 2565

ส่วนที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปีนั้น ยังไม่เริ่มบังคับใช้ในวันที่ 5 ก.ย. 2565 แต่จะบังคับใช้เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดทำประกาศและลงประกาศให้ประชาชนทราบในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

ที่บช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. กล่าวว่า ตามพ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2565 ผู้ที่นั่งในกระบะหรือหลังกระบะนั้น เบื้องต้นจะกำหนดรายละเอียด ให้นั่งภายในรถกระบะไม่เกิน 6 คน โดยห้ามนั่งริมกระบะ ส่วนที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กหรือคาร์ซีตนั้น ต้องรอผลการพิจารณากำหนดรายละเอียดลักษณะการใช้งานก่อน จึงขอให้ พี่น้องประชาชนรอฟังรายละเอียดดังกล่าวก่อน ไม่จำเป็นต้องรีบซื้อ ทั้งนี้กฎหมายมีกำหนด 3 ทางเลือก คือ 1.การจัดคาร์ซีตสำหรับเด็กไม่เกิน 6 ปี 2.ที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก หรือบูสเตอร์ซีต (Booster Seat) 3.วิธีการป้องกันอันตรายที่เกิดอุบัติเหตุสำหรับเด็ก จะมีการกำหนดรายละเอียด อาทิ จะมีผู้ใหญ่ดูแล หรือนั่งอยู่กับผู้ใหญ่รัดเฉพาะหน้าตัก และกรณีการนั่งชิดเฉพาะทางด้านซ้าย เพราะฉะนั้น ตรงนี้ขอให้พี่น้องประชาชนได้รอติดตามข้อมูลข่าวสารหรือประกาศของตำรวจ ทั้งนี้ คาดว่าผลการพิจารณาประกาศข้อกำหนดการรัดเข็มขัดหรือที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กภายในวันที่ 4 ธ.ค.นี้

พล.ต.ต.จิรสันต์ยังกล่าวถึงแนวทางการป้องกันกรณีรถไม่หยุดข้ามทางม้าลายนั้น ว่า อัตราโทษปรับไม่เกิน 4,000 บาท และใช้วิธีการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงต้องใช้อุปกรณ์เครื่องกล้องวงจรปิดการตรวจสอบกระทำผิดลักษณะดังกล่าวบนทางม้าลายกว่า 100 โดยประสานกับกทม. ซึ่งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ให้ความร่วมมือสนับสนุนอุปกรณ์ดังกล่าว โดยจะติดตั้งอุปกรณ์เร็วที่สุดในลักษณะทยอยทำจุดไหนเสร็จก่อนก็ดำเนินการส่งมอบทันทีต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน