นิพนธ์โชว์สปิริตทิ้งมท.2-สู้ข้อหา ป้อมไม่ปรับครม.โยนบิ๊กตู่ทำเอง อพช.จี้ทุกพรรคดันปิดสวตช์สว.
ศาลรธน.ถกด่วนพิเศษ 8 ก.ย. คดีวาระนายกฯ 8 ปี แจ้งคู่กรณีกำหนดวันฟังคำตัดสิน ‘นิพนธ์’ โชว์สปิริตลาออก รมช.มหาดไทย สู้คดีรถซ่อมบำรุงทาง ปชป.แห่ให้กำลังใจ กระทุ้งปรับครม. จุรินทร์เตรียมคุยประยุทธ์ ยันโควตาปชป.เหมือนเดิม ‘ป้อม’ โยน ‘ตู่’ ปรับเอง ถ้าได้อยู่ต่อ พรรคเล็กยันไม่ต่อรองขอเก้าอี้ รักษาการนายกฯ โชว์ฟิตต่อเนื่อง ลุยแก้น้ำ-ปาล์มที่กระบี่ อ้อนชาวบ้านหนุนรัฐบาลอยู่ต่อ ชัยวุฒิโต้กีดกันส.ส.ปชป.ไม่ให้ร่วมงาน กป.อพช.ร่อนจดหมายเปิดผนึก จี้ทุกพรรคดันร่างแก้ไข รธน. ปิดสวิตช์ส.ว. เสนอผ่าน 3 วาระรวด รัฐสภาพิจารณา 6-7 ก.ย.นี้
นิพนธ์ลาออกรมช.มท.
วันที่ 5 ก.ย. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถ.เลียบทางรถไฟ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เดินทางมาศาลกรณีป.ป.ช.ส่งฟ้องคดีไม่จ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ ของอบจ.สงขลา ตามนัด เมื่อมาถึงนายนิพนธ์แจ้งว่าเช้าวันนี้ ได้แจ้งขอลาออกจาก รมช.มหาดไทยต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมแจ้ง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้า ปชป. เนื่องจากเห็นว่าคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล จึงตั้งใจสู้คดี ไม่อยากให้มองว่านำตำแหน่งหน้าที่มาเกี่ยวข้องหรือกดดัน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ชื่นชมต่อการตัดสินใจและให้กำลังใจ

โชว์สปิริต – นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มหาดไทย พร้อมทนายความ เดินทางไปขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเป็นจำเลยในความผิดตาม ป.อาญา ม.157 โดยนายนิพนธ์ได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อต่อสู้คดี เมื่อวันที่ 5 ก.ย.
ก่อนหน้า นายนิพนธ์โพสต์เฟซบุ๊กระบุ ได้อธิบายมาตลอดทั้งถึงสาเหตุไม่อนุมัติจ่ายเงินให้ผู้ชนะการประมูลจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทาง เนื่องจากตรวจพบผู้เข้าประมูลและบริษัทคู่เทียบปลอมเอกสารและฮั้วประมูล และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ออกหมายจับผู้เข้าร่วมประมูลทุกราย วันนี้ตนพร้อมสู้คดีในศาล เพื่อพิสูจน์ว่าที่ทำเป็นการรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน มิใช่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ป.ป.ช.กล่าวหา หากย้อนเวลาได้ยืนยันไม่อนุมัติจ่ายเช่นเดิม เมื่อคดีได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณา ตนไม่ประสงค์จะใช้ตำแหน่งรัฐมนตรีและเวลาราชการเพื่อต่อสู้คดี จึงทำหนังสือกราบเรียนนายกฯ ขอลาออกจากตำแหน่ง รมช.มหาดไทย ตั้งแต่ 5 ก.ย. 2565 เป็นต้นไป
ชินวรณ์ชมสปิริต-สะกิดปรับครม.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. ให้สัมภาษณ์ว่า ขอชื่นชมในสปิริตของนายนิพนธ์ เป็นแบบอย่างของ ปชป. ที่ไม่ต้องรอให้กระบวนการถึงที่สุดก็แสดงสปิริตลาออก ส่วนขั้นตอนจะหาคนมาทดแทนตำแหน่งของนายนิพนธ์ เป็นเรื่องของพรรคที่ กก.บห.พรรคต้องพิจารณาหาผู้เหมาะสมมาเป็นแทน ปชป.มีหลักการเรื่องนี้ชัดเจนไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เมื่อถามว่า ปชป.จำเป็นต้องเสนอให้ปรับครม.หรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า การปรับครม.อยู่ที่ นายกฯ และผู้ใหญ่ของพรรคหาช่วงจังหวะโอกาสที่เหมาะสม เพราะรัฐมนตรีว่างลงไม่ได้มีแค่กรณีนายนิพนธ์ กรณีเดียว ยังมีกรณีอื่นด้วย เข้าใจว่าผู้ใหญ่ของพรรคและผู้มีอำนาจในการปรับครม.น่าจะคุยกัน
เมื่อถามว่าการปรับครม.เป็นเรื่องเร่งด่วนต้องรีบบอกนายกฯ หรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า ทุกตำแหน่งมีความสำคัญที่จะมีส่วนในการบริหารแผ่นดิน เข้าใจว่าคนที่ยังไม่เคยเป็นรัฐมนตรีก็หวังจะเป็นรัฐมนตรีเหมือนกัน อีกทั้งเงื่อนไขวันนี้ยังเป็นเงื่อนไขพิเศษ คิดว่าผู้มีอำนาจและผู้บริหารของพรรคจะได้คุยกัน เมื่อถามว่าตำแหน่งของนายนิพนธ์ถือเป็นโควตาภาคใต้หรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า เข้าใจว่าตอนนายนิพนธ์เป็นรัฐมนตรีสัดส่วนของภาคใต้ แต่การสรรหาคนมาแทนต้องดำเนินการตามข้อบังคับพรรค
แนะปรับหลังศาลรธน.ชี้ปม 8 ปี
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษก ปชป. กล่าวว่า พรรคยังไม่ได้พูดคุยถึงการปรับครม.ในสัดส่วนของนายนิพนธ์ กก.บห.พรรคยังไม่ได้พูดคุยกัน เพราะมีข้อบังคับพรรคระบุชัดเจนถึงการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และมีบุคลากรของพรรคที่มีความรู้ ความสามารถ เหมาะสม ต้องว่ากันไปตามข้อบังคับพรรค
นายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการ ปชป. กล่าวว่า ถือว่านายนิพนธ์ รักษามาตรฐานทางการเมืองของพรรค แสดงสปิริตลาออกเพื่อเปิดโอกาสให้ตรวจสอบข้อสงสัยได้อย่างเต็มที่ ขอให้กำลังใจนายนิพนธ์ ต่อสู้คดีในคราวนี้ เชื่อว่าเจตนาดีของนายนิพนธ์ จะเป็นเกราะป้องกันให้กลับมาทำงานให้กับประชาชนได้อีกครั้ง ส่วนการปรับครม.ที่ยังว่างอยู่ 4 ตำแหน่ง หลังนายนิพนธ์ลาออกนั้น ควรรอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณี นายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ ก่อน เพราะแม้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รักษาราชการแทนนายกฯ จะมีอำนาจเสมือน นายกฯ แต่ควรให้มีความชัดเจนก่อน หาก แต่งตั้งรัฐมนตรีช่วงนี้ฝ่ายค้านและนักร้อง ทั้งหลายอาจยื่นร้องเรียนได้
จุรินทร์เตรียมหารือตู่
ที่ประเทศมองโกเลีย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้า ปชป. ให้สัมภาษณ์กรณีนายนิพนธ์ ลาออก จากรมช.มหาดไทย ว่า ขอเป็นกำลังใจให้นายนิพนธ์ ถือเป็นรัฐมนตรีคนหนึ่งที่ทุ่มเท ทำงานหนัก ทำงานดี มีผลงานเป็นที่ยอมรับตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง
“การปรับครม. ตนต้องหารือกับพล.อ. ประยุทธ์ ก่อน แม้ต้องพักการปฏิบัติราชการ แต่ต้องถือว่ายังเป็นนายกฯ อยู่ และกระบวนการปรับครม.ก็เป็นอำนาจของคนที่เป็น นายกฯ เมื่อตนกลับประเทศไทยจะหารือเรื่องนี้ ส่วนในพรรคไม่มีปัญหา เพราะมีระเบียบขั้นตอนและกระบวนการดำเนินการอยู่แล้ว ถ้านายกฯ ส่งสัญญาณว่าจะปรับครม.หรือพร้อมปรับครม. พรรคก็ดำเนินการได้ ไม่มีปัญหา” นายจุรินทร์กล่าว
เมื่อถามว่าเป็นสัดส่วนของส.ส.ภาคใต้หรือภาคไหน นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคมีกติกาอยู่แล้ว ทุกคนทราบดี ตนไม่จำเป็นต้องพูดลึกลงไป เมื่อถึงเวลาก็ดำเนินการได้ เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ถึงการช่วงชิงตำแหน่งรัฐมนตรีกันในพรรค นายจุรินทร์กล่าวว่า นั่นคือวิถีประชาธิปไตย
ยันโควตาปชป.เหมือนเดิม
เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วน ปชป.จะไม่ปรับเปลี่ยน นายจุรินทร์กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ปชป.ยังทำหน้าที่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล สัดส่วนรัฐมนตรีของพรรค มีกระทรวงไหนบ้างก็ยังอยู่อย่างนั้น ไม่มีสัญญาณบอกว่าต้องเปลี่ยนไปจากนี้
เมื่อถามว่า 8 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาปมนายกฯ 8 ปี ถ้าเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองพรรคเตรียมตัวอย่างไร นาย จุรินทร์กล่าวว่า เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาล ออกมาอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองแล้วกฎหมายลูกไม่เสร็จ นายจุรินทร์กล่าวว่า อุบัติเหตุทางการเมืองถ้าหมายถึงต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง ถ้าออกฎหมายลูกยังไม่เสร็จก็อาจกระทบ แต่หากอุบัติเหตุไม่ได้เกี่ยวพันกับการเลือกตั้ง แต่เป็นเรื่องอื่นก็มีทางไปของมัน
ปชป.แห่ให้กำลังใจ
เวลา 16.00 น. ที่ทำการ ปชป. ภายหลังประชุม ส.ส.พรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.และรองหัวหน้าพรรค นำคณะส.ส. อดีตส.ส. พร้อมเจ้าหน้าที่พรรคทุกคนมอบดอกไม้ให้กำลังใจนายนิพนธ์ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น เป็นกันเอง
นายองอาจกล่าวว่า ขอเป็นตัวแทนชาว ปชป. ตั้งแต่ผู้อาวุโส จนถึงเจ้าหน้าที่พรรค วันนี้เราเข้าใจการตัดสินใจของนายนิพนธ์ และขอให้กำลังใจนายนิพนธ์ในการทำงานการเมืองอย่างมีคุณภาพ เพื่อพวกเราและเพื่อประชาชนชาวไทย เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองตลอดไป ขอให้กำลังใจต่อสู้เพื่อส่วนรวมต่อไป
ด้านนายนิพนธ์กล่าวขอบคุณทุกคนและขอบคุณทุกกำลังใจ
พรรคเล็กยันไม่ต่อรองเก้าอี้
ส่วนความเคลื่อนไหวกลุ่มพรรคเล็กหลังนายนิพนธ์ ลาออก นายพีรวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม กล่าวว่า กลุ่มพรรคเล็กตกลงกันแล้วว่าแล้วแต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รักษาราชการแทนนายกฯ และหัวหน้าพปชร. เราไม่ได้ซีเรียสเรื่องตำแหน่ง และไม่ได้ใส่ใจ ตอนนี้ขอตั้งใจทำงานก่อน
นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรค พลังท้องถิ่นไท กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ และไม่มีการตกลงกันแล้วแต่ผู้ใหญ่ในรัฐบาล ถ้าให้ทำก็ทำได้
นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย กล่าวว่า พรรคตนมีแค่ 2 เสียงไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขาและไม่ได้ไปตกลงอะไรด้วย ส่วนใครจะตกลงอะไรกันไว้หรือไม่นั้นตนไม่ทราบ
ทั้งนี้ หลังนายนิพนธ์ลาออก ส่งให้ผลให้เก้าอี้รัฐมนตรีใน ครม.ว่างลง 4 เก้าอี้ เป็นสัดส่วน พปชร. 2 เก้าอี้ คือ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และรมช.แรงงาน, พรรคภูมิใจไทย 1 เก้าอี้ คือรมช.ศึกษาธิการ และปชป. 1 เก้าอี้ คือรมช.มหาดไทย ทั้งนี้ การปรับครม.ที่ผ่านมา พรรคเล็กขอต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง ในกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง
ศาลรธน.นัด 8 ก.ย.นี้ถกคดี ‘8ปี’
แหล่งข่าวจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยว่า นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุมวาระพิเศษวันที่ 8 ก.ย.นี้ มีวาระเพื่อกำหนดแนวทางการพิจารณาคำร้องของพรรคฝ่ายค้าน ปมการนับวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ หลังได้คำชี้แจงของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธาน กรธ. และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขานุการ กรธ. เรียบร้อยแล้ว ซึ่งองค์คณะตุลาการจะปรึกษาหารือกันว่าจะมีแนวทางการพิจารณาอย่างไร ข้อมูลหลักฐานที่ได้มาเพียงพอต่อคำวินิจฉัยแล้วหรือไม่
โดยหลังจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประชุมและได้ข้อสรุปจะออกเป็นเอกสารข่าวแจ้งให้ทราบว่าจะมีการนัดคู่ความ ทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้องเพื่อฟังแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติวันใด ซึ่งเป็นไปตามระเบียบวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ โดยต้องทอดเวลาออกไปอีกอย่างน้อย 15 วัน เพื่อนัดลงมติวินิจฉัย
สำหรับการลาออกของนายนิพนธ์ บุญญามณี นั้นคาดว่าวันที่ 8 ก.ย. ตุลาการจะหยิบยกมาพิจารณาเพื่อหาข้อสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จำหน่ายคดี หรือดำเนินการต่อ เนื่องจากมีการนัดฟังคำแถลงด้วยวาจาในวันที่ 14 ก.ย.
นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภา เผยว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ได้ส่งคำร้องของฝ่ายค้านที่ให้สืบพยานเพิ่มไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา และศาลได้ตอบกลับมาแล้วว่าได้รับแล้ว
ชี้บันทึกกรธ.ชัดอย่าตะแบง
นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวว่า บันทึกความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ กรธ.ทำขึ้นเมื่อ พ.ค.2562 โดยเฉพาะคำนำที่ กรธ. เขียนไว้ ถือเป็นหลักฐานทาง เอกสารที่สำคัญว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรคสี่ หาคำตอบได้จากคำอธิบายประกอบรายมาตราของกรธ. โดยไม่ต้องตะแบงหรือแสวงหาเหตุผลมาอธิบายข้างๆ คูๆ เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย นักกฎหมายรู้กันดีว่าการใช้การตีความต้องยึดถือตามลายลักษณ์อักษร และความมุ่งหมายที่เป็นเหตุผลในการยกร่างเป็นสำคัญ
และรัฐธรรมนูญ 2560 เพิ่งใช้มาได้แค่เพียง 6 ปี สภาพการณ์บ้านเมืองไม่ได้เปลี่ยนแปลงจนทำให้การตีความมาตรา 158 วรรคสี่ ต้องเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ เพราะตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจปี 2557 กระทั่งมีรัฐธรรมนูญ 2560 บ้านเมืองเป็นอย่างไรปัจจุบันยังเป็นอย่างนั้น และบันทึกการประชุมครั้งที่ 500 วันที่ 7 ก.ย.2561 ระบุนายกฯ จะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีไม่ได้ โดยนับรวมการดำรงตำแหน่งนายกฯ ก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 บังคับใช้ด้วย
พท.-ปช.กระทุ้งตู่ลาออก
โฆษก ปช.กล่าวว่า เพื่อลดความขัดแย้งทางสังคม รักษาเกียรติยศของตัวพล.อ.ประยุทธ์ รักษารัฐธรรมนูญไว้ และไม่ให้เรื่องที่เกี่ยวข้องถูกยกขึ้นเป็นกรณีวิจารณ์ในวงการนิติศาสตร์อย่างไม่มีวันจบสิ้นเช่นเดียวกับกรณีถวายสัตย์ พล.อ.ประยุทธ์ ควรขอพ้นจากตำแหน่งนายกฯ และอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อระหว่างสรรหานายกฯ คนใหม่ แล้วค่อยกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งรมว.กลาโหม ก็คงจะไม่มีใครว่า
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ดูตัวอย่างจากนายนิพนธ์ ที่ประกาศลาออก เพื่อไปต่อสู้คดีในชั้นศาล จึงอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ พิจารณาแล้วตัดสินใจ ประเทศอยู่ได้เพราะไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ แต่พล.อ.ประยุทธ์อยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีอำนาจ ทั้งนี้ มั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปีโดยไม่มีข้ออ้างหรือเงื่อนไขใดๆ อีกทั้งพล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นคนที่ใช้อำนาจยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เอง จำเป็นต้องแสดงจิตสำนึกตัดสินใจได้เอง เปรียบเสมือนการเขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้าหรือไม่
ป้อมโชว์ฟิตอีก-ลุยกระบี่
เวลา 08.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รักษาราชการนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.กระบี่ ด้วยเครื่องบินกองทัพอากาศ บ.ล.18 (Superjet) 60206 ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติ ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ มีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และคณะทำงาน ร่วมลงพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมมอบหนังสือ ส.ป.ก.4-01 ติดตามสถานการณ์ปาล์มน้ำมัน ก่อนพบปะเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน และประชาชน ทั้งนี้ เป็นการลงพื้นที่ต่อเนื่อง หลังทำหน้าที่รักษาการนายกฯ โดยวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ลงพื้นที่จ.ฉะเชิงเทรา เป็นจังหวัดแรก
เวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร พร้อมคณะ ถึงที่ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ โดยมี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อาทิ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช และสมาชิกพรรคพปชร.ต้อนรับ
มีการแสดงมโนราห์ต้อนรับ โดยนางแขม เครือวัลย์ ศิษย์มโนราห์ฉลวยประดิษฐ์ศิลป์ อายุ 82 ปี ขับกลอนมโนราห์ ต้อนรับพร้อมอวยพรพล.อ.ประวิตร ให้ประสบความสำเร็จในการทำงานเพื่อบ้านเมือง จากนั้นพล.อ.ประวิตรเดินทักทายประชาชนที่มาต้อนรับ และมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ พล.อ.ประวิตร มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายประชาชนอย่างอารมณ์ดี

รับ‘ป้อม’ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกฯ พร้อมคณะเดินทางถึงสนามบินจ.กระบี่ โดยส.ส. พลังประชารัฐเชิญนางแขม เครือวัลย์ อายุ 82 ปี ครูมโนราห์มาร้องขับกลอนต้อนรับ ซึ่งพล.อ.ประวิตรยิ้มแย้มทักทาย ผู้ที่มาต้อนรับอย่างเป็นกันเอง เมื่อวันที่ 5 ก.ย.
ชาวสวนปาล์มชูป้ายเชียร์
เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมพนมเบญจา ศาลากลางจังหวัดกระบี่ พล.อ.ประวิตร เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ การคาดการณ์และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคใต้ จ.กระบี่ ช่วงกล่าวมอบนโยบายนอกจาก พล.อ.ประวิตร กำชับการแก้ปัญหาแล้ว ยังขอให้จังหวัดกระบี่บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันด้วย โดยหลังประชุม พล.อ.ประวิตรเยี่ยมชมนิทรรศการสินค้า พื้นบ้าน พร้อมอุดหนุนผลิตภัณฑ์สินค้าพื้นบ้าน และเซ็นชื่อบนเรือหัวโทงจำลองบ้านเกาะกลาง จ.กระบี่ ไว้เป็นที่ระลึก
จากนั้น พล.อ.ประวิตรพบปะกับเกษตรกรชาวสวนปาล์ม โดยมีตัวแทนชาวสวนปาล์ม ชูป้ายให้กำลังใจ อาทิ “ลุงป้อมสู้ สู้” และ “อสร.กระบี่รักลุงป้อม” พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า วันนี้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและปาล์มน้ำมัน ตั้งใจมาพบชาวสวนปาล์มเพื่อรับฟังความเดือดร้อนด้วยตัวเอง เม.ย.ที่ผ่านมาชาวสวนปาล์มภาคใต้หลายจังหวัดไปพบตนที่ทำเนียบ เมื่อผลงานดีก็มาขอบคุณตน
ใจบันดาลแรง-ช่วยปชช.อยู่ดีกินดี
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันที่ทำต่อเนื่องมา 8 ปี ห่วงชาวสวนปาล์มมาก รัฐบาลต้องแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีการผลักดันและส่งออกจนราคาปาล์มน้ำมันดีขึ้น ปี 64 ขยับมาเป็น 6 บาทกว่า คาดปีนี้ขึ้นเป็น 7 บาท 50 สตางค์ สร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 5 หมื่นล้าน เป็น 1.2 แสนล้าน ปีนี้จากราคาที่เพิ่มขึ้นน่าจะทะลุ 1.5 แสนล้าน เกษตรชาวสวนปาล์มจะมีรายได้ดีขึ้น ร่ำรวยกันทุกคนก็แบ่งตนบ้างแล้วกัน เราจะสร้างให้ปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจที่ยั่งยืนระดับโลก รัฐบาลจะดูแลเกษตรกรให้อยู่ดีกินดี มีเศรษฐกิจที่ดี ปาล์มราคาดีมีแต่รอยยิ้มกันทั่วทุกคน
“ขอบคุณทุกคน ผมอายุมากแล้ว แต่จะพยายามทำงานให้พี่น้องประชาชนโดยใช้ใจบันดาลแรง ไม่ใช่ใช้แรงบันดาลใจ เพื่อมีกำลังใจในการช่วยให้ประชาชนอยู่ดีกินดีและมีความสุขตลอดไป” พล.อ.ประวิตรกล่าว
ปรับครม.รอบิ๊กตู่ทำเอง
ที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการลงพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ว่า เป็นไปตามที่เป็นข่าว โดยจะลงพื้นที่ทุกวันจันทร์ ต่อเนื่องตลอดทั้งเดือน ก.ย.
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์กรณีนายนิพนธ์ ลาออกจากรมช.มหาดไทยเพื่อต่อสู้คดีรถซ่อมบำรุงทาง ว่า “เดี๋ยวดูก่อน ผมเป็นนายกฯ รักษาการ ไม่สามารถปรับ ครม.ได้ ต้องรอให้การตัดสินออกมาก่อน หากนายกฯ อยู่ต่อ นายกฯ ก็จะมาทำเอง” เมื่อถามว่าจะปรับในส่วนของ พปชร.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่ปรับๆ”
อ้อนหนุนรัฐบาล
เวลา 13.30 น. ที่โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร พื้นที่ดำเนินการส.ป.ก. จ.กระบี่ พล.อ.ประวิตรมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ส.ป.ก.4-01 ให้กับตัวแทนชาวบ้าน 10 ราย ที่บ้านหว่างคลองไทย ต.กระบี่น้อย อ.เมือง พร้อมตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ
พล.อ.ประวิตรกล่าวกับชาวบ้านว่า ขอถอดแมสก์ออกจะได้เห็นหน้าตนชัดๆ จะได้รู้จักกันไว้ วันนี้ได้เห็นความอยู่ดีกินดี ตนก็ดีใจ รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญในการแบ่งปันพื้นที่ทำกินให้ประชาชนทุกคน ถือเป็นนโยบายหลัก รัฐบาลชุดนี้ให้ความห่วงใยโดยเฉพาะพล.อ. ประยุทธ์ เห็นใจประชาชนทุกคน ให้มีที่ทำกิน เพื่อให้อยู่ดีกินดี มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง ถ้าไม่มีแรง ใช้ใจเรานี่แหละบันดาลแรง เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันทุกฝ่าย ทำให้ร่างกายแข็งแรงโดยใช้ใจร่วมมือกัน พร้อมฝากให้สนับสนุนรัฐบาลได้พัฒนาประเทศเพื่อความมั่นคงมั่งคั่ง ยั่งยืนตลอดไป
ช่วงหนึ่งมีชาวบ้านบอกให้สู้ๆ พล.อ. ประวิตรกล่าวตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “สู้ไม่ไหวแล้ว สู้ด้วยใจ อายุ 78 แล้ว” จากนั้นประชาชนร่วมถ่ายเซลฟี่กับพล.อ.ประวิตร อย่างเป็นกันเอง และย้ำว่า ที่ดินส.ป.ก.มีไว้ให้ประชาชนทุกคน ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนถือป้ายให้กำลังใจ “เลิฟลุงป้อม” “เรารักพล.อ.ประวิตร”
เวลา 14.00 น. ที่ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ พล.อ.ประวิตร ตรวจเยี่ยมโครงการระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบอ่างเก็บน้ำคลองแห้งจ.กระบี่ โดยกล่าวช่วงท้ายระหว่างพบประชาชนว่า “รัฐบาลจะยั่งยืนมั่นคงต่อไปได้ต้องอาศัยประชาชน หากประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รัฐบาลก็มั่นคงยั่งยืน จึงขอให้เลือกรัฐบาลที่ดีๆ ถ้าเลือกรัฐบาลดีเราก็มีที่อยู่ที่อาศัยที่ทำกินฝากทุกท่านไว้ด้วย”
โต้กีดกันส.ส.ปชป.ร่วมงาน
ที่โครงการระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบอ่างเก็บน้ำคลองแห้ง จ.กระบี่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส รองหัวหน้าพปชร. กล่าวถึงส.ส.ปชป. ถูก เจ้าหน้าที่กันไม่ให้เข้าห้องประชุมฟังบรรยายสรุปแก้ปัญหา ระหว่างการลงพื้นที่จ.กระบี่ของพล.อ.ประวิตรว่า ตนไม่ทราบเหตุการณ์ แต่โดยหลักการเวลาประชุมจะเชิญหัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนประชาชน ส.ส. ส.จ.หรือคนอื่นๆ ขึ้นอยู่กับทางจังหวัดประสาน เราไม่ได้กำหนดว่าใครจะเข้าได้หรือไม่ได้ ไม่ได้เกี่ยวกับทางคณะ
เชื่อว่ามีการเชิญส.ส.ในพื้นที่และไม่มีการปิดกั้น และไม่ใช่นโยบายของพล.อ. ประวิตร ในการกันไม่ให้ส.ส.เข้าร่วม หากมีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องให้เข้าร่วมอยู่แล้ว ทุกภาคส่วน กรณีนี้อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกัน
เมื่อถามถึงสื่อโซเชี่ยลเผยแพร่ภาพพล.อ.ประวิตร มีท่าทางเหมือนหลับ ขณะประชุมมอบนโยบายที่จ.กระบี่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ในห้องประชุม พล.อ.ประวิตร เป็นประธานนั่งรับฟังรายงาน มีการโต้ตอบตลอด อาจเป็นภาพบางช่วงที่กะพริบตา อย่าจับผิดกันมากเลยมันไม่ดี ท่านเป็นประธานการประชุมนั่งคุยตลอดเวลา ไม่ได้หลับ
กป.อพช.จี้ปิดสวิตช์ส.ว.
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) และเครือข่ายประชาชนคัดค้านรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค ให้แสดงจุดยืนสนับสนุนข้อเสนอให้ยกเลิกมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ 2560 หรือ การตัดอำนาจวุฒิสภาเลือกนายกฯ ซึ่งบรรจุในวาระการประชุมร่วมกันของทั้งสภา 6 ก.ย.นี้ และคาดจะมีการลงมติ 7 ก.ย. โดยให้ส.ส.จากทุกพรรคลงมติเห็นชอบในวาระดังกล่าว
จดหมายเปิดผนึกระบุ โอกาสที่จะคืนอำนาจให้ประชาชนมาถึงอีกครั้งหนึ่งแล้วในวันที่ 6 ก.ย. นี้ โอกาสสุดท้ายที่จะได้ใช้กลไกสร้างทางออกให้สังคมไทย ทำให้ประเทศนี้มีความเป็นประชาธิปไตยที่ยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น กป.อพช. และเครือข่ายจึงมีข้อเรียกร้องให้แสดงออกด้วยการ ‘เห็นชอบ’ ให้มีการแก้ไขมาตรา 272 เพียงมาตราเดียว เพื่อ ‘ลดอำนาจ’ ของส.ว.ในการเลือกนายกฯ โดยขอให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวคราวเดียว 3 วาระรวด เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ดำเนินไปด้วยความเป็นธรรม ไม่ถูกครอบงำจากคนบางกลุ่ม “หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหัวหน้าทุกพรรคและส.ส.ทุกคน จะยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตย แสดงจุดยืนอย่างเปิดเผยในการแก้ไขมาตรา 272 ในวันประชุมดังกล่าว หากมีพรรคใดหรือนักการเมืองคนใดที่ไม่เคารพและไม่ยืนเคียงข้างประชาชน เราจะบันทึกชื่อของท่านไว้บน ‘บัญชีหนังหมา’ และจะรณรงค์ร่วมกันทั้งประเทศไม่ให้เลือกพรรคและพวกท่านเป็น ผู้แทนของประชาชนไปตลอดชีวิต”
กป.อพช. และเครือข่าย ยังเผยว่า เวลา 10.00 น. วันที่ 6 ก.ย. จะเดินทางไปที่รัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อให้ที่ประชุมร่วมกันของสภายกเลิกมาตรา 272 ตามเจตนารมณ์ของภาคประชนต่อไป
สุทินยังหวังส.ว.ร่วมเห็นชอบ
ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพท. ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมมี 5 ฉบับ ได้แก่ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 272 เสนอโดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 64,151 คน, ร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 120 เสนอโดยนายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.ภูมิใจไทย กับคณะ ส่วนที่เสนอโดย พท.มี 3 ฉบับ 1.ร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 43 ของนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว กับคณะ 2.ร่างเพิ่มมาตรา 25 วรรคห้า แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 29 เพิ่มมาตรา 29/1 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 34 มาตรา 44 มาตรา 45 มาตรา 47 และมาตรา 48 ของนพ.ชลน่าน กับคณะ 3. ร่างแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 159 วรรคหนึ่ง และมาตรา 170 วรรคสอง ของนพ.ชลน่าน กับคณะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับที่มาของนายกฯ จากการเลือกโดย ส.ส.เท่านั้น ตลอดจนการตัดอำนาจ ส.ว.ในการร่วมเลือกนายกฯ ซึ่งสอดคล้องกับร่างฯที่เสนอโดยนายสมชัยและคณะ
ในวาระการพิจารณาทั้ง 5 ฉบับ จะเป็นการรวมพิจารณาและอภิปรายพร้อมกันทั้ง 5 ฉบับ และจะลงมติแยกกันทีละฉบับ เมื่อถามว่า ส.ว.จะเห็นชอบกับการตัดอำนาจ ส.ว.หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า พูดตามหลักมันยากจะให้เขาตัดอำนาจตัวเอง แต่เขาอาจคิดได้ว่าจวนจะหมดวาระไปแล้ว อีกประการคือมี ส.ว. ไม่น้อยที่เห็นควรตัดอำนาจข้อนี้ จากเหตุปัจจัยทั้งสถานการณ์และบริบทจึงจะมีความหวังมากขึ้น

เยี่ยมอาการ – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นำคณะผู้บริหารพรรค เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจนางประทุม นักทอง ระหว่างพักรักษาตัว หลังได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในสวนยางพารา หมู่ 2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เมื่อกลางเดือนส.ค.
สมชัยหวั่นส.ว.ไม่ร่วมประชุม
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรี รวมไทย ผู้ยื่นร่างแก้ไข ยกเลิกมาตรา 272 ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐสภานัดประชุม 6-7 ก.ย. เพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระแรก ว่า ตนเชื่อว่าส.ส. จะสนับสนุนการแก้ไขในประเด็นดังกล่าว แต่ส.ว.ยังประเมินได้ยาก เชื่อว่าส.ว.ต้องพิจารณาตามสัญญาณที่ผู้ใหญ่ส่งมา ส.ว.ต้องมีความกล้า คือโหวตรับ หรือไม่รับ ไม่ใช่งดออกเสียงหรือไม่มาประชุม เพื่อแสดงความรับผิดชอบ ปัญหาของส.ว.ตอนนี้ คือ ไม่มาประชุม ที่ผ่านมามีส.ว.มาประชุมเฉลี่ย 150 คน จากทั้งหมด 250 คน เมื่อไม่มาประชุมเสียงจะหายไป
ถกร่างแก้รธน.จบค่ำ 7 กย.
นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ลขานุการวิปวุฒิสภา) เผยหลังประชุม วิป 3 ฝ่าย ว่า การประชุมร่วมรัฐสภา 6 ก.ย. เริ่มพิจารณาร่างพ.ร.บ.เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า จากนั้นเลื่อนเรื่องด่วนที่ 9 ความตกลงพหุภาคีระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินแบบอัตโนมัติ ขึ้นมาพิจารณาก่อน จะให้เสร็จก่อนเวลา 12.00 น. จากนั้นพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 5 ฉบับ ซึ่งมติวิป 3 ฝ่ายให้เวลาผู้เสนอร่างรวมทั้ง 5 ฉบับ 2 ชั่วโมง ให้รัฐบาล ฝ่ายค้าน ส.ว.อภิปราย ฝ่ายละ 6 ชั่วโมง ประธาน 1 ชั่วโมง คาดวันแรกพิจารณาเลยเที่ยงคืน 7 ก.ย.เริ่มประชุม 09.00 น. คาดไม่เกิน 19.00 น. โหวตได้ การนับคะแนนจะเป็นแบบขานชื่อรายบุคคล โดยใช้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา ในจำนวนนั้นต้องมีส.ว. 1 ใน 3 เห็นชอบด้วย จึงคาดประชุมจะเสร็จสิ้นก่อนเวลา 22.00 น.
เมื่อถามว่าความกังวลองค์ประชุมในส่วน ส.ว. นายสมชาย กล่าวว่า เป็นความรับผิดชอบของส.ว.แต่ละคน ยังไม่เห็นกระรอกอย่าเพิ่งโก่งหน้าไม้ เพราะเชื่อว่า ส.ว.ก็มีเหตุผล และมีความรับผิดชอบ เมื่อถามว่าการโหวต ส.ว.รอสัญญาณจากผู้ใหญ่บางคนหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ไม่มีผู้ใหญ่ กำนัน อบต.อะไรทั้งนั้น เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ไม่มีใครสั่งใครได้ ไม่มีอะไรน่าห่วง เชื่อว่าการประชุมจะราบรื่น
อรรถวิชช์ยันยังอยู่พรรคกล้า
เวลา 10.30 น. ที่พรรคกล้า นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า แถลงหลังนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคกล้า ไปร่วมงานกับพรรคชาติพัฒนาว่า ตนกับ นายกรณ์รู้จักกันมานาน รู้จักกันดี นายกรณ์เป็นคนมุ่งมั่นอยากเห็นการเมืองที่ดีขึ้น และยังมุ่งมั่นทำสิ่งนั้นอยู่ นายกรณ์และพี่ๆ น้องๆ พรรคกล้ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่นายกรณ์เลือกทำอย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย คือลาออกจากพรรคและไปสมัครพรรคใหม่ โดยมีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกฯ และประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้า ตามไปด้วย
ส่วนตนยังสังกัดพรรคกล้า จะไป ข้องเกี่ยวไม่ได้ กฎหมายพรรคการเมืองระบุไว้ชัดเจน ตนก็ยังต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการพรรคกล้า เพื่อจัดประชุมใหญ่พรรคในเดือนนี้ให้แล้วเสร็จ ต้องเข้าใจว่ากฎหมายไม่ได้เปิดทางให้พรรคการเมืองควบรวม พรรคกล้ายังคงเป็นพรรคกล้า ยืนยันคุณกรณ์ไม่ใช่คนทิ้งเพื่อน และทุกการเปลี่ยนแปลงมีผลทั้งนั้น

ยกทัพ – นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย แถลงกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย ตอน “สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ” ในวันที่ 9-11 ก.ย. ที่จ.เชียงใหม่ โดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค เตรียมประกาศนโยบายด้านการเกษตร พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครภาคเหนือ ที่พรรคเพื่อไทย
อุ๊งอิ๊งนำทัพ-พท.ลุยเชียงใหม่
เวลา 10.30 น. ที่ทำการ พท. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย แถลงความพร้อมกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย ตอน “สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ” วันที่ 9-11 ก.ย.ที่จ.เชียงใหม่ ว่า จะเป็นครั้งแรกที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พท. จะไปปฏิบัติภารกิจทางการเมืองที่ จ.เชียงใหม่ บ้านเกิดของครอบครัวชินวัตร จึงจัดรูปแบบเนื้อหาและเวลาสำหรับแกนนำพรรคและครอบครัวเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ส.ส.และสมาชิกพรรคลงพื้นที่ วันที่ 9 ก.ย. แกนนำรับฟังปัญหาจากพี่น้องเกษตรกร ช่วงบ่ายพบปะนักธุรกิจสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี จากนั้นพบปะประชาชนบริเวณกาดหลวง
วันที่ 10 ก.ย. มีเวทีครอบครัวเพื่อไทย “สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ” ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ แกนนำขึ้นเวทีพูดคุยกับพี่น้องประชาชน นำโดย นพ.ชลน่าน น.ส.แพทองธาร นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน ส.ส. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาฯพรรค รวมถึงตน ไฮไลท์สำคัญคือการประกาศแนวนโยบายด้านการเกษตร โดยน.ส.แพทองธาร ภายใต้แนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” รวมทั้งจะมีขบวนกลองสะบัดชัย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือ ช่วงบ่าย คณะครอบครัวเพื่อไทยจะลงพื้นที่เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม พบปะนักธุรกิจและนักวิชาการศิลปะร่วมสมัย เย็นลงพื้นที่ตลาดสันกำแพง วันที่ 11 ก.ย. ช่วงเย็นครอบครัวเพื่อไทยลงพื้นที่ถนนคนเดินท่าแพ