โจรย่องถอด-ขนเกลี้ยง เจ้าของช็อกเตรียมเปิด

ช็อก! โรงแรมหรูสมุยกลายเป็นโรงแรมร้างในพริบตา เจ้าของเผยลงทุนกว่า 400 ล้าน ตบแต่งเสร็จหมดแล้ว พร้อมเปิดให้บริการแต่เจอพิษโควิดจำต้องปิดทิ้งเอาไว้ พอจะมาเตรียมความพร้อม พบถูกแก๊งคนร้ายเข้ามายกเค้าเอาทรัพย์สินไปเกลี้ยงทั้งโคมไฟ อุปกรณ์สุขภัณฑ์ เครื่องทำน้ำอุ่น ปั๊มน้ำ และอื่นๆ เสียหายกว่า 70 ล้านบาท ครวญหมดกำลังสู้ต่อ ล่าสุดตร.ตามล่าจับได้แล้ว 6 ราย เร่งสอบขยายผล ตร.ล้อมคอก ประสานเจ้าของโรงแรมที่ยังปิดอยู่ เพื่อวางแนวทางป้องกัน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ก.ย. พ.ต.อ.ยุทธนา ศิริสมบัติ ผกก.สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.โคจร ลาน้ำเที่ยง สารวัตร (สอบสวน) พ.ต.ต.ภานุมาศ ชูเกื้อ สารวัตรสืบสวน นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดป้องกันปราบปรามและชุดสืบสวน ร่วมกับ ร.อ.อดุลย์ พรหมบุตร หัวหน้าชุดปฏิบัติการ กอ.รมน.ภาค 4 พื้นที่เกาะสมุย นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจสอบภายในเฉวง บลูลากูน เดอะทีค วิง ม.2 ต.บ่อผุด เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม หลังเกิดเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์สินในโรงแรมไปเป็นจำนวนมาก เสียหายหมดทั้งโรงแรมกว่า 70 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับคนร้ายได้แล้วจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวถูกเปิดเผยขึ้นหลังจากนางยมนา พูลสวัสดิ์ เจ้าของโรงแรม เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.บ่อผุด ว่าถูกแก๊งคนร้ายเข้ามายกเค้าเอาทรัพย์สินในโรงแรมและในห้องพักจำนวน 348 ห้องไปจนเกลี้ยงทั้งโคมไฟ อุปกรณ์สุขภัณฑ์ เครื่องทำน้ำอุ่น ปั๊มน้ำ และอื่นๆ ความเสียหายกว่า 70 ล้านบาท หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่าโรงแรมหรูที่เคยเห็นกลายเป็นโรงแรมร้างในชั่วพริบตา โดยคนร้ายเข้าไปงัดแงะลักทรัพย์สินภายในห้องพักที่มีอยู่ทั้งหมด 348 ห้อง ซึ่งตกแต่งเรียบร้อยเตรียมพร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่สายไฟ หลอดไฟ ปลั๊กไฟ โต๊ะ เก้าอี้ เตียงนอน ชักโครก เครื่องทำน้ำอุ่น ฝักบัว ผ้าม่าน เหล็กราวบันได ราวกันตก โครงหลังคา กระจก ประตูไม้ หน้าต่าง เครื่องปรับอากาศ ปั๊มน้ำ ลิฟต์

เจ้าหน้าที่สำรวจภายในตัวอาคารทั้งหมดพบว่าห้องพักทุกห้องถูกทำลายเพื่อเอาทรัพย์สินไป สายไฟถูกกองตามพื้น ฝ้าเพดานถูกทำลาย กระจกแตกกลาดเกลื่อน และยังพบหัวตัดแก๊ส ถังลม ถังแก๊ส เครื่องมือช่าง และอาหาร อยู่ในที่เกิดเหตุอีกด้วย คาดว่าเป็นของคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุ จึงเก็บรวบรวมหลักฐานหาร่องรอยของคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุพร้อมกับตรวจสอบภาพวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงย้อนหลัง เพื่อหาหลักฐานรถยนต์และบุคคลที่เข้าออกในพื้นที่ดังกล่าว เพราะเชื่อว่าต้องมีการทำงานเป็นขบวนการใหญ่และใช้เวลาก่อเหตุมาประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา

ขณะที่นางยมนา พูลสวัสดิ์ เจ้าของโรงแรมบอกว่า โรงแรมเพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปี 2563 โดยลงทุนไป 400 ล้านบาท ตกแต่งเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยพร้อมที่จะเปิดให้บริการ แต่มาติดช่วงโควิด-19 ระบาด จึงได้เลื่อนกำหนดเปิดออกไป คาดว่าคนร้ายเข้ามาก่อเหตุในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ช่วงแรกช่วงที่มีการก่อสร้าง ตกแต่งห้องพัก ก็จะเข้ามาดูบ้าง แต่เมื่อสร้างเสร็จก็ปิดล็อกห้องพักทุกห้องไว้ คิดไม่ถึงว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งใหญ่ที่สุดของเกาะสมุย คนร้ายอุกอาจมากที่ทำได้ขนาดนี้ ค่าเสียหายรวมกว่า 70 ล้านบาท

นางยมนาบอกอีกว่า คนร้ายที่เข้ามา ก่อเหตุน่าจะเป็นพรรคพวกกัน เมื่อรู้ว่าไม่มีคนเฝ้าสถานที่ก็เข้ามาลักทรัพย์สินกัน ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมายอย่างเต็มที่ อยากให้ดัดนิสัยคนพวกนี้ให้เข็ดหลาบ อยากให้เจ้าหน้าที่เข้มงวด เกาะสมุยยังต้องอาศัยการท่องเที่ยว ถ้านักลงทุนได้ข่าวแบบนี้แล้วใครจะกล้ามาลงทุน หลังจากนี้ก็คงจะไม่คิดซ่อมแซมแล้วเพราะไม่มีกำลังที่จะทำ คงต้องปล่อยให้กลุ่มทุนที่สนใจเข้ามาทำต่อ

แก๊งยกเค้า – ตำรวจสภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จับกุมแก๊งคนร้ายร่วมกันยกเค้าทรัพย์สินโรงแรมเฉวง บลูลากูน เดอะ ทีค วิง มูลค่า 400 ล้านบาท ที่ปล่อยร้างช่วงโควิดระบาด โดยขนไปหมดเกลี้ยงทั้ง 348 ห้อง เมื่อวันที่ 5 ก.ย.

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด และกอ.รมน.ภาค 4 พื้นที่เกาะสมุย เข้าจับกุมผู้ที่เข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ที่โรงแรมดังกล่าวได้ ผู้ต้องหา 6 คน พร้อมของกลางชุดแก๊สตัดโลหะ 1 ชุด สว่านไร้สาย 1 อัน ชะแลง 1 อัน ค้อน 1 อัน กระเป๋าพร้อมเครื่องมือช่าง 1 อัน และขยายผลค้นบ้านของนายอภิพัฒน์ จันทร์แจ่ม อายุ 35 ปี พื้นที่ซอยศาลเจ้า ม.1 ต.บ่อผุด เจ้าหน้าที่พบของกลางเป็นเหล็กขนาด 2 x 4 นิ้ว 60 ท่อน ชุดแก๊สตัดโลหะ 1 ชุด รถบรรทุก 6 ล้อ 1 คัน จึงได้ทำบันทึกตรวจยึดทรัพย์สิน พร้อมนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด ดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์และขยายผลต่อไปตามร้านรับซื้อของเก่าเพื่อติดตามทรัพย์สินและผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ยุทธนา ศิริสมบัติ ผกก.สภ.บ่อผุด กล่าวหลังเข้าตรวจสอบว่า หลังได้รับแจ้งเหตุก็ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน.ภาค 4 พื้นที่เกาะสมุย และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 6 คน พร้อมทรัพย์สินของกลางและยึดยานพาหนะที่ใช้ในการ ก่อเหตุ โดยแจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ” ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลกับผู้ร่วมกระทำความผิดที่คาดว่าน่าจะมีหลายคน ตรวจสอบพวกร้านรับซื้อต่างๆ และติดตามทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้ายกลับมา

สำหรับโรงแรมที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคล อยู่บริเวณชั้นใน มองจากภายนอกไม่เห็น เลยทำให้พบการกระทำความผิดช้าไป ขอฝากว่านักธุรกิจหรือนักลงทุนที่ยังเกิดผล กระทบยังไม่ได้มาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ให้มาแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทางสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุยว่ามีการลงทุนแต่ยังหยุดอยู่ เพื่อทางเจ้าหน้าที่จะได้ส่ง เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบหรือหามาตรการในการป้องกันทรัพย์สินไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นซ้ำอีก

ทางด้านนายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุยกล่าวว่า อยากให้ทางเจ้าหน้าที่เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดช่วงระหว่างที่ยังมีโควิด-19 อยู่ตอนที่ทุกอย่างเงียบไป ฉะนั้น ตอนนี้เราต้องมาสำรวจโรงแรมหรือสถานที่ที่ได้ทำการปิดไปว่ามีความเสียหายหรือมีเหตุลักขโมยเกิดขึ้นหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามยังไม่น่ากังวลในเรื่องของการลงทุน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ความมั่นคงต่างๆ ในพื้นที่ได้เร่งเรื่องการป้องกันเหตุตามสถานที่เปลี่ยว หรือสถานที่รกร้างที่ถูกปิดไป สำรวจไม่ให้มีการลักทรัพย์หรือลักขโมย ก็พบว่ามีโรงแรมหลายๆ แห่งได้กลับมาเปิดหรือเปิดใหม่ก็ไม่ได้พบเหตุการณ์แบบนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน