เผาทิ้งจยย.ด้วย ตร.บุกจับทันที อ้างถูกตามฆ่า! สลดรับศพเหยื่อที่เขาพนม-กระบี่
เสี่ยร้านยางและล้อแม็กซ์หลอนยาบ้า ซิ่งบีเอ็มฯ ชนกระเด็นจยย.ซ้อน 3 นักเรียนชาย 1-หญิง 2 ชั้นม.6 ล้มคว่ำ แล้วลงมายิงซ้ำดับสยองทั้ง 3 คนข้างถนนที่เขาพนม จ.กระบี่ จากนั้นก็ลงมือเผามอเตอร์ไซค์วอด ตร.บุกล้อมจับได้ตอนรุ่งสาง รับสารภาพไม่รู้จักกลุ่มคนตาย ก่อนเกิดเหตุเสพยาไป 2 เม็ดและคิดว่ามีคนตามฆ่าจึงลงมือโหด แต่ปฏิเสธไม่รู้ใครเผารถ ด้านแม่มือปืนเผยลูกชายเคยต้องคดีฆ่าคนตายแต่ศาลยกฟ้อง อีกทั้งติดยาเสพติด เคยพาไปบำบัดแต่ยังเลิกไม่ได้ ครั้งนี้ไม่ขอประกันตัว ส่วนบรรยากาศงานศพเหยื่อทั้งสามเป็นไปอย่างเศร้าสลด ญาติร่ำไห้ระงม
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 6 ก.ย. ร.ต.อ.วีรวุฒิ พลเพชร รองสว.สอบสวน สภ.เขาพนม จ.กระบี่ รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต ริมถนนสายเขาพนม-ลำทับ หมู่ 2 ต.พรุเตียว อ.เขาพนม จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยพ.ต.อ.วิชยสัญห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.เขาพนม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยกู้ภัยร่วมใจเขาพนม
ที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตรวม 3 ราย อยู่ในพงหญ้าข้างถนน ทราบชื่อนายนนทภัทร อุดมศรี อายุ 18 ปี ถูกยิงเข้าที่ใบหน้า น.ส.ภัณธิรา ชูทอง อายุ 18 ปี ถูกยิงเข้าที่ด้านหลังด้านซ้าย และน.ส.ณัชนิชา พันเส้ง อายุ 18 ปี ถูกยิงเข้าที่ด้านหลังซ้าย โดยทั้ง 3 คน เรียนอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนระดับมัธยมแห่งหนึ่ง ในอ.เขาพนม ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน ทราบต่อมาเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ทะเบียน 1712 กระบี่ ขณะที่บนถนนพบชิ้นส่วนกันชนของรถด้านหน้า ซึ่งคล้ายของรถเก๋งตกอยู่จำนวนมาก และยังพบปลอกกระสุนปืนลูกซองตกอยู่ 1 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุ ผู้ตายทั้ง 3 คนออกจากบ้านของน.ส.ภัณธิรา ที่ต.พรุเตียว เพื่อไปนอนค้างคืนที่บ้านน.ส.ณัชนิชา ที่ต.เขาพนม ซึ่งขี่รถออกจากบ้านหลังเที่ยงคืน จากนั้นมีคนมาพบรถถูกไฟไหม้อยู่ริมถนนจึงลงไปดู และพบศพผู้เสียชีวิตรวม 3 รายดังกล่าว
จากการสอบพยานแวดล้อมที่เห็นเหตุการณ์และชาวบ้านข้างเคียงทราบว่า ขณะที่ผู้ตายทั้ง 3 คนขี่รถมาถึงที่เกิดเหตุ ได้ชนกับรถเก๋งสีดำ จากนั้นคนขับรถเก๋งลงไปยิงปืน 2 นัด แล้วขึ้นรถขับไปทาง อ.ทุ่งใหญ่

ฆ่า 3 ศพ – ตร. สภ.เขาพนม จ.กระบี่ ล่าจับนายธีรศักดิ์ บุญเรือง อายุ 43 ปี เสี่ย ร้านยางเสพยาจนหลอนขับเก๋งชน 3 นักเรียนชั้นม.6 ซ้อนจยย.แล้วลงไปยิงซ้ำ ทำให้นายนนทภัทร อุดมศรี น.ส.ภัณธิรา ชูทอง และน.ส.ณัชนิชา พันเส้ง เสียชีวิตที่ริมถนนสายเขาพนม-ทุ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 6 ก.ย.
ต่อมาเวลา 07.30 น. ตำรวจสภ.เขาพนม ร่วมกับทางตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.กระบี่ และชุดหน่วยสวาท ภ.จว.กระบี่ นำกำลังจำนวนกว่า 20 นายเข้าปิดล้อมที่บ้านหลังหนึ่ง ในม.9 ต.พรุเตียว ซึ่งเป็นร้านเปลี่ยนยางและล้อแม็กซ์รถยนต์ ริมถนนสายเขาพนม-ทุ่งใหญ่ หลังจากสืบทราบว่าคนก่อเหตุน่าจะเป็นเจ้าของร้านดังกล่าว
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบรถยนต์บีเอ็ม ดับเบิลยู สีดำ รุ่น 525 ไอ ทะเบียน 4กน4567 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในโรงจอดรถข้างร้าน สภาพด้านหน้าพังเสียหาย และที่กระจกหน้าฝั่งคนขับมีรอยแตกจากการกระแทก จึงเรียกเจ้าของร้าน ทราบชื่อนายธีรศักดิ์ บุญเรือง หรือเสี่ยต้อย อายุ 43 ปี แต่นาย ธีรศักดิ์ไม่ยอมเปิดประตู จนต้องให้พ่อแม่ของนายธีรศักดิ์มาช่วยเกลี้ยกล่อม ผ่านไปประมาณ 1 ช.ม. นายธีรศักดิ์จึงยอมเปิดประตูออกมาแง้มดู 1 ครั้ง ทางเจ้าหน้าที่ที่ปิดล้อมวิ่งเข้าไปเพื่อจับกุม ทางนายธีรศักดิ์วิ่งไปทางประตูด้านข้าง พร้อมปืนขนาด .357 ในมือ แต่เมื่อเห็นพ่อของตนยืนอยู่กับตำรวจ จึงโยนอาวุธปืนทันที และยอมให้จับกุมแต่โดยดี
จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นในห้องนอนพบปืนลูกซองยาว 1 กระบอก พร้อมปลอกกระสุนปืน .357 กระจายอยู่ตามพื้นในห้องและตามลานในร้าน ซึ่งถูกยิงไปตามผนังของร้านเป็นรูจำนวนมาก
จากการสอบถามนายธีรศักดิ์ เบื้องต้นให้การวกวน แต่ยอมรับว่าเสพยาบ้ามา 2 เม็ดเมื่อคืน จากนั้นขับรถคันดังกล่าวจากบ้านของภรรยาที่ต.เขาดิน มุ่งหน้ากลับบ้านมาเพียง คนเดียว มาถึงที่เกิดเหตุ รถเกิดไปชนกับรถจยย.ที่วิ่งสวนมา เมื่อเห็นว่ารถชนก็เลยจอด แล้วใช้ปืนลูกซองยิงใส่กลุ่มคนตายทั้ง 3 คนเสียชีวิต ซึ่งตนไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ถูกไฟไหม้นั้น เกิดจากไฟขณะชนกัน ตนไม่ได้เผา ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ไปสอบสวนโดยละเอียดต่อไป
ด้านนางประเสริฐ บุญเรือง อาย 69 ปี แม่ของผู้ต้องหา ยอมรับว่าลูกชายของตนมีพฤติกรรมเสพยามานานแล้ว แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ พาไปรักษาตามสถานบำบัดและร.พ.หลายแห่ง แต่ไม่ดีขึ้น และยังกลับมาเสพยาอีก ล่าสุดก่อนก่อเหตุสลดเมื่อคืน ตนเห็นลูกชายเอาปืนมาเที่ยวยิงขึ้นฟ้าหลายนัด ตนกลัวจะเกิดอันตราย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปจับกุม แต่เจ้าหน้าที่มาไม่ทันเนื่องจากติดภารกิจอื่น ก่อนมารู้อีกทีว่าลูกชายก่อเหตุยิงเด็กนักเรียนเสียชีวิต 3 ศพแล้ว ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน และตนจะเข้าไปขอโทษ และแสดงความเสียใจกับญาติผู้ตายด้วย ส่วนเรื่องการประกันตัวลูกชายนั้น ตนไม่ประกันตัว ปล่อยให้เป็นไปตามกรรม ไม่คิดว่าจะไปก่อเหตุฆ่าคนถึง 3 คน เมื่อหลายปีก่อนลูกชายเคยต้องโทษในคดีฆ่าคนตาย ในท้องที่อ.เหนือคลอง และศาลฎีกาตัดสินยกฟ้อง ไม่คิดว่าลูกจะมาก่อเหตุแบบนี้ ตนรู้สึกเสียใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะที่ภรรยาของนายธีรศักดิ์เปิดเผยว่า ตนทราบมาตลอดว่าสามีเสพยาบ้า ได้ห้ามมาตลอดแต่ก็ไม่ฟัง ก็แยกกันนอน แต่ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ไม่คิดว่าสามีจะก่อเหตุแบบนี้ เมื่อคืนทางสามีมาชวนตนกับลูกให้ไปนอนที่ร้านในต.พรุเตียว แต่สามีออกรถมาก่อน จึงไม่ได้ตามมา หากมาด้วยคงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เชื่อว่าที่ทำไปเพราะหลอนจากการเสพยาบ้า
ส่วนบรรยากาศวัดเขาพนม อ.เขาพนม สถานที่ตั้งศพของ น.ส.ณัฐนิชา พันเส้ง หรือน้องน้ำฝน หนึ่งในผู้เสียชีวิต บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศก ทางญาติอยู่ระหว่างจัดเตรียมอุปกรณ์ในพิธีบำเพ็ญกุศล
ด้านนายสุชาติ พันเส้ง อายุ 41 ปี พ่อของน้องน้ำฝนกล่าวว่า พฤติกรรมของคนร้ายโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ รู้สึกช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังคิดว่าลูกสาวนอนอยู่ที่บ้าน ไม่นึกว่าจะต้องมาสูญเสียลูกสาวเร็วขนาดนี้ ตนพอทราบพฤติกรรมของผู้ต้องหาว่ามีพฤติกรรมเสพยา และไม่คิดว่าจะเกิดกับลูกสาวตน มันเกินความเป็นคนแล้ว อยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ส่วนน.ส.ศรศรี ฟุ้งเฟื่อง อายุ 41 ปี แม่ของน้องน้ำฝน กล่าวทั้งน้ำตาว่า เสียใจมาก ไม่นึกว่าลูกสาวจะจากไปเร็วขนาดนี้ ลูกสาวเป็นเด็กร่าเริง นิสัยดี และเป็นตัวแทนนักกีฬาเปตองของโรงเรียน เพิ่งไปแข่งชนะที่ จ.ภูเก็ตเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา กำลังจะไปแข่งในระดับภาคที่จ.เชียงใหม่ในเดือนพ.ย.นี้ ส่วน ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุก็ไม่รู้จักกันมาก่อน อยากรู้ว่าทำไปเพราะอะไร ต้องการให้ประหารชีวิต
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดพรุเตียว ซึ่งเป็น 1 ในที่ตั้งศพ โดยที่วัดดังกล่าวเป็นที่ตั้งศพของ น.ส.ภัณธิรา ชูทอง อายุ 18 ปี บ้านอยู่ ต.พรุเตียว ซึ่งได้มีชาวบ้านที่ทราบข่าวทยอยเดินทางมาจำนวนมาก รวมทั้งเพื่อนๆ ของผู้ตายด้วย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าอย่างหนัก เพื่อนที่มาเห็นร่ำไห้กอดกัน ส่วนญาติๆ แม่ ก็ร้องไห้ตลอดเวลา
น.ส.อาภาพร อินทรวิจิตร อายุ 40 ปี แม่ของน้อง เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าจะมีคนมายิงน้องจนเสียชีวิตได้ ทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนเลย จึงอยากให้ทางตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ส่วนศพของนายนนทภัทร อุดมศรี อายุ 18 ปี บ้านอยู่ ต.หน้าเขา อ.เขาพนม ทางญาติได้นำศพไปตั้งที่วัดถ้ำโกบ ต.หน้าเขา
รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับเหตุการณ์ ดังกล่าวจากการสอบปากคำเบื้องต้นพบว่า นายธีรศักดิ์มีอาการหลอนยาคิดว่ามีคน ตามมาฆ่า จึงขับชนมอเตอร์ไซค์ที่ขับแซงมาจนล้มคว่ำแล้วตามลงไปยิงซ้ำจนเสียชีวิตทั้ง 3 คน โดยไม่รู้ว่าเป็นใครและไม่รู้จักกัน มาก่อน จากนั้นก็ลงมือเผารถมอเตอร์ไซค์ ทิ้ง แล้วขับกลับไปกบดานที่บ้าน จนกระทั่ง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมได้ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนโดยละเอียดต่อไป