ลวงเหยื่อโอนสูญ6.9ล.‘ตร.ไซเบอร์’ลุยค้น2จุด
ปลื้มพันนายจับ8พันคดี
ตำรวจไซเบอร์จับ 3 ผู้ต้องหา ‘จีน-ไต้หวัน’ โทร.ลวงโอนเงิน เหยื่อสูญ 6.9 ล้านเข้าแจ้งบช.สอท.ผ่านระบบออนไลน์สืบจนขอหมายค้นคอนโดฯ ย่านอโศกและสุทธิสาร เช็กมือถือเจอแอพแบงก์ไว้โอนเงินบัญชีม้าอื้อ ผบ.ไซเบอร์ปลื้มผลงานยับยั้งอาชญากรรมออนไลน์ กำลัง 1,134 นาย จับ 8 พันคดี รวบผู้ต้องหาประมาณ 9,000 คน
เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.มนเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4 พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน ผบก.ตอท. และ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีจับกุมผู้ต้องหาแก็งคอลเซ็นเตอร์
พล.ต.ท.กรไชยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ผู้เสียหายร้องทุกข์ผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ ถูกคนร้ายอ้างว่าเป็นตำรวจ และ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หลอกลวงข่มขู่ให้ผู้โอนเงินไปยังบัญชีที่คนร้ายเตรียมไว้ รวมเป็นเงินกว่า 6.9 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. ได้สืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ขออนุมัติศาลออกหมายค้นสถานที่ต้องสงสัยเชื่อว่าใช้ในการกระทำผิด 2 จุด
ผลการตรวจค้นจุดที่ 1 คอนโดฯ ย่านอโศก-รัชดา สามารถจับกุมนายหู เฉินปิง อายุ 32 ปี สัญชาติจีน-ไต้หวัน และนายนี่ ชวง ชุน อายุ 23 ปี สัญชาติจีน-ไต้หวัน ในข้อหา มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน พร้อมตรวจ ยึดของกลางกว่า 40 รายการ เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ด 33 เครื่อง, คอมพิวเตอร์แล็ปท็อป, แท็บเล็ต, หนังสือ เดินทาง, สมุดบัญชีธนาคาร พร้อมบัตรเอทีเอ็ม เป็นต้น
จากการตรวจสอบโทรศัพท์ของกลางพบว่า ติดตั้งแอพพลิเคชั่นของธนาคารซึ่งได้ลงทะเบียนผูกไว้กับบัญชีธนาคารของบุคคลอื่น (บัญชีม้า) กว่า 13 บัญชี โดยผู้ต้องหาให้การรับว่าบัญชีดังกล่าวมีไว้รับโอนเงินจากเหยื่อที่ถูกหลอกลวง นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบประวัติการเข้าถึงระบบบริหารการจัดการฐานข้อมูล ที่มีไว้เพื่อใช้สำหรับหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งภายในโปรแกรมพบหมายจับ หมายเรียก หมายคดีฟอกเงินของ ปปง. ปรากฏชื่อบุคคลอื่นในหมายจับ และข้อมูลทะเบียนราษฎร (ทร.14) ที่ถูกปลอมแปลงขึ้นมาจำนวนมาก รวมถึงพบว่ามีการปลอมแปลงเว็บไซต์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI อีกด้วย
จุดที่ 2 คอนโดฯ ย่านรัชดา-สุทธิสาร สามารถจับกุมนายจาง หยาง อายุ 29 ปี สัญชาติจีน ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามา และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด พร้อมตรวจยึดของกลางกว่า 12 รายการ เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ และสมุดบัญชีธนาคาร เป็นต้น
พล.ต.ท.กรไชยเปิดเผยอีกว่า จากการตรวจสอบจากฐานข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่าผู้ต้องหาดังกล่าวอยู่ใน ราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดว่า 2,162 วัน ไม่มีการแจ้งขออยู่ต่อแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังพบผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นหญิงไทยอีก 1 ราย เชื่อว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิด
สรุปตำรวจไซเบอร์ตรวจค้น 2 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ผู้ต้องสงสัย 1 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนี้พบว่ามีผู้เสียหายที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวหลอกลวงแล้วหลายราย มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 60 ล้านบาท
พล.ต.ท.กรไชยกล่าวด้วยว่า สำหรับการวางเป้าหมายของ สอท. คือ การทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และถือว่าเกินคาด ทางกองบัญชาการมีตำรวจ 1,134 นาย จับกุมคนร้ายได้ ประมาณ 9,000 คน แบ่งเป็นคดี 8,000 คดี สามารถยับยั้งอาชญากรรม อาทิ คอลเซ็นเตอร์ IPBBX ซึ่งจะทำให้ยุดยั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลงได้ โดยอาชญากรรมชนิดนี้จะคงอยู่กับคนไทยไปอีกนานตราบใดที่ยังมีเทคโนโลยี และการใช้โทรศัพท์มือถือ สำหรับในช่วงสองปี บช.สอท.ได้มุ่งมั่นในปณิธานที่วางไว้ คือทำให้ประชาชนอยู่ในโลกไซเบอร์ได้โดยไม่ตกเป็นเหยื่อ สิ่งสำคัญที่อยากเตือนคือขอให้ทุกคนมีสติในการรับโทรศัพท์ หรือกดลิงก์จากช่องทางต่างๆ ให้กู้เงินทิพย์ การลงทุนต่างๆ ในโลกไซเบอร์ ทั้งคริปโตฯ และแชร์ลูกโซ่ ไม่มีจริง มีคำที่ตนใช้เป็นประจำคือ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน และไม่กลัวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่โลภที่จะเห็นการกู้เงินฟรี ไม่มีดอกเบี้ย และไม่หลง หรือโรแมนซ์สแกม ที่มีกลุ่มผู้เสียหายสูงอายุ 40 ปีขึ้นไป ทางตำรวจพร้อมจะเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน หากมีปัญหาหรืออยากได้รับการช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่ 1441, 08-1866-3000 หรือ www.thaipoliceonline.com จะมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการประชาชนตลอดเวลา