ครอบครัวพท.ขึ้นเหนือหญิงอ้อร่วมสะบัดชัย
อุ๊งอิ๊งยังกั๊กชิงนายกฯ‘หน่อย’นั่งหัวหน้าทสท.ลั่นพร้อมแคนดิเดตผู้นำ

สภาส่งเอกสารบันทึกประชุม กรธ.ครั้งที่ 501 ให้ศาลรธน.แล้ว ‘วิษณุ’ เชื่อตัดสินเร็ว เพราะศาลได้รับพยานหลักฐานครบแล้ว ส่วนเรื่องเอกสารหลุด ไม่ถือว่าแปลกประหลาด ‘รมต.ตู่’ งดเจอสื่อ คาดต้องการเลี่ยงตอบปม 8 ปี ครอบครัวเพื่อไทยบุกเชียงใหม่ อ้อนคนเหนือขอแลนด์สไลด์ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ยังกั๊กแคนดิเดตนายกฯ ‘คุณหญิงอ้อ’ ควงลูกชาย-ลูกสาว โผล่ร่วมกิจกรรมสะบัดชัยวันนี้ ‘พิธา’ ฝันได้เข้าทำเนียบ ไทยสร้างไทยประชุมใหญ่ เลือก ‘คุณหญิงหน่อย’ นั่งหัวหน้าพรรค เจ้าตัวประกาศพร้อมชิงนายกฯ ชาติพัฒนาจัดประชุมใหญ่ 26 ก.ย. จัดทัพรับเลือกตั้ง

สภาส่งบันทึกกรธ.501 ถึงศาลแล้ว
จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณากรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่ และมีคำสั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดส่งสำเนาบันทึกการประชุม และรายงานการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ครั้งที่ 501 วันที่ 11 ก.ย.2561 ซึ่งมีวาระการประชุม รับรองบันทึกการประชุม ครั้งที่ 500 วันที่ 7 ก.ย.2561 ที่คณะอนุกรรมการพิจารณาตรวจบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมตรวจทานแล้ว โดยไม่มีการแก้ไข ภายในวันที่ 13 ก.ย.2565 และกำหนดนัดพิจารณาคดีครั้งต่อไปในวันที่ 14 ก.ย.2565

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่รัฐสภา นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เตรียมเอกสารไว้แล้ว เนื่องจากศาลได้ส่งหนังสือขอเอกสารมาทางอีเมล์เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 8 ก.ย. แต่เอกสารฉบับทางการมาถึงสำนักงานช่วงเวลา 18.00 น. วันเดียวกัน ซึ่งสำนักงานฯพร้อมส่งเอกสารที่ศาลรัฐธรรมนูญขอมาในวันที่ 9 ก.ย.

ผู้สื่อข่าวถามว่าเอกสารของสำนักงานถือว่าเป็นหลักฐานทางชั้นศาลได้หรือไม่ นางพรพิศกล่าวว่า เป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณา ยืนยันว่าทางสำนักงานมีเอกสารครบ เพราะเป็นแหล่งจัดเก็บเอกสารทางประวัติศาสตร์ของสถาบันนิติบัญญัติทั้งหมด ทุกอย่างจึงมีครบ

ไม่มีจนท.ชวเลข-‘มีชัย’สั่งเอง
รายงานข่าวเปิดเผยว่า การประชุมของ กรธ. ช่วงที่ทำความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากที่ทำรัฐธรรมนูญ 2560 แล้วเสร็จนั้น พบว่ามีเพียงการทำบันทึกการประชุมเท่านั้น ไม่มีรายงานการประชุมที่ใช้เจ้าหน้าที่ชวเลขดำเนินการบันทึกจดคำพูดทุกตัวอักษร เนื่องจากนาย มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรธ. ระบุไม่ต้องใช้เจ้าหน้าที่ชวเลข เพราะผ่านขั้นตอนการทำรัฐธรรมนูญแล้ว

ส่วนกรณีที่เป็นประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการประชุมกรธ. ครั้งที่ 500 ซึ่งนายมีชัยระบุในคำชี้แจงที่ส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า เป็นการจดรายงานที่ไม่ครบถ้วนและสรุปตามความเข้าใจของผู้จด อีกทั้งกรธ.ยังไม่ได้ตรวจรับรองรายงานการประชุมนั้น ปรากฏว่าในบันทึกการประชุมกรธ.ครั้งที่ 501 เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2561 มีคำยืนยันว่าผ่านการพิจารณาตรวจบันทึกการประชุมและรายงานการประชุม โดยคณะอนุกรรมการ ที่มีนายอภิชาต สุขัคคานนท์ อดีตกรธ. ในฐานะประธานอนุกรรมการ ซึ่งคณะดังกล่าวมีนาย สุพจน์ ไข่มุกด์ เป็นรองประธานกรธ. คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่อนุกรรมการตรวจบันทึกการประชุมด้วย

“หากบันทึกการประชุมของกรธ.ครั้งที่ 500 ทำไม่ถูกต้องตามที่นายมีชัยระบุในคำชี้แจงที่ให้ต่อศาลรัฐธรรมนูญ นายสุพจน์ที่ร่วมเป็นอนุกรรมการพิจารณาตรวจบันทึกการประชุม ต้องทักท้วงก่อนนำเสนอให้ที่ประชุมกรธ.พิจารณาแล้ว เนื่องจากในบันทึกการประชุมกรธ.ครั้งที่ 500 มีการจดบันทึกและรายงานการแสดงความคิดเห็นของนาย สุพจน์ไว้คู่กับนายมีชัยด้วย สำหรับบันทึกการประชุมนั้นเป็นเอกสารที่เผยแพร่ได้ในห้องสมุดรัฐสภา และอดีตกรธ.ทุกคนจะมีบันทึกการประชุมทุกนัดไว้คนละหนึ่งฉบับ” รายงานข่าวระบุ

‘บิ๊กตู่’ปิดหลักสูตรวปอ.
เวลา 14.00 น. ที่อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ถ.วิภาวดี รังสิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีปิดหลักสูตรของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 64 วิทยาลัยเสนาธิการทหาร รุ่นที่ 63 วิทยาลัยการทัพบก ชุดที่ 67 วิทยาลัยการทัพเรือ รุ่นที่ 54 และวิทยาลัยการทัพอากาศ รุ่นที่ 56 โดยมีพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.นเรนทร์ สิริภูบาล รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และตัวแทนเหล่าทัพร่วมพิธี ซึ่งนักศึกษาได้มอบช่อดอกไม้ พร้อมร้องเพลง “บ้านเกิดเมืองนอน” และ “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” เพื่อเป็นกำลังใจให้พล.อ.ประยุทธ์ด้วย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในพิธีปิดหลักสูตรวปอ. รุ่นที่ 64 ว่า ผลการศึกษาที่เสนอมา ตนได้อ่านรายละเอียดแล้ว เป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามดำเนินการมาตลอดอย่างต่อเนื่อง วันนี้ความมั่นคงไม่ใช่แค่การทหารอย่างเดียว แต่มีหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ฉะนั้นต้องบูรณาการความร่วมมือกันและกัน อีกทั้งความมั่นคง ไม่ใช่แค่ความสงบเรียบร้อย แต่ต้องดูไปถึงเรื่องความรักสามัคคีของคนในชาติไม่ว่าจะทำอะไรต้องนึกถึงความมั่นคงเสมอ เป็นสิ่งที่เรามุ่งหวังให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ต้องนำศักยภาพของเราไปแข่งกับประเทศอื่นให้ได้

งดเจอสื่อ-เลี่ยงตอบคดี 8 ปี
นอกจากนี้ ต้องแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ รัฐบาลทำฝ่ายเดียวคงไม่ได้ ภาคธุรกิจต้องช่วยขับเคลื่อนด้วย ทำอย่างไรให้นึกถึงผู้มีรายได้น้อย ถ้าเราคิดพยายาม แต่เราทำไม่ได้ มันอันตรายที่จะทำให้เกิดความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน หลักการสุดท้ายจุดมุ่งหมายเดียวกันคือเราไปด้วยกัน เราต้องคิดเผื่ออนาคต วันนี้ปัญหาเยอะเราต้องแก้ปัญหา และเดินหน้าเพื่ออนาคตเพื่อลูกหลานของเรา มีภาระอันยิ่งใหญ่ของพวกเราต้องดูแลประเทศชาติ และสถาบันกษัตริย์ต้องได้รับการพิทักษ์รักษาและปกป้อง

“ผมขอบคุณในบทเพลงที่ร้อง ผมซาบซึ้งใจทุกคนเปิดเพลงอะไรก็ตาม หรือพูดต้องออกมาจากใจ ไม่ว่าคำพูดหรือร้องเพลงใดก็ตาม ต้องออกมาจากใจ ด้วยใจเจตนาที่บริสุทธิ์ มุ่งหวังและคาดหวังทำให้สำเร็จ เพราะเป็นคำมั่นสัญญาระหว่างเรา ทุกอย่างคือ คำมั่นสัญญาที่ผมให้ไว้ในแผ่นดินนี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ผู้จัดงานได้แจ้งงดสื่อมวลชนเข้าติดตามทำข่าว ต่างจากเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานงานสรุปผลการศึกษาของนักศึกษาวปอ.รุ่น 64 ซึ่งผู้จัดงานอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าติดตามทำข่าวได้ และวันที่ 12 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกสภาองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) จะเป็นประธานการประชุมสภาทหารผ่านศึก โดยแจ้งงดสื่อมวลชนเข้าทำข่าว คาดว่าไม่ต้องการตอบคำถามใดๆ เกี่ยวกับการพิจารณาวาระนายกฯ วาระ 8 ปี ของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงเรื่องเอกสารคำชี้แจง 23 หน้าของพล.อ.ประยุทธ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญที่หลุดออกมา

‘วิษณุ’เชื่อศาลตัดสินเร็ว
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้เลขาธิการสภาจัดส่งสำเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมกรธ. ครั้งที่ 501 นั้น เมื่อเป็นประเด็นจึงเรียกมาดูอีกทีถูกต้องแล้ว และไม่ถือว่าแปลกประหลาดอะไร ส่วนการพิจารณาของศาลไม่มีกำหนดเวลา พิจารณาไปได้เรื่อยๆ แต่กรณีแบบนี้ดูท่าแล้วคงจะไม่พิจารณาไปเรื่อยๆ เห็นว่า 14 ก.ย.หมดเขตส่งเอกสาร อาจพิจารณาได้ตั้งแต่วันนั้นหรือวันรุ่งขึ้นเลย แต่พิจารณาจบหรือไม่ตนไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของรัฐบาลมีอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มี ศาลไม่ได้เรียกอะไรเพิ่มเติมจากรัฐบาล และรัฐบาลไม่มีอะไรจะชี้แจงแล้ว ต่อข้อถามว่าเอกสารหลุดมีผลกระทบอะไรกับรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เอกสารหลุดเกิดขึ้นได้ในทุกคดี และจริงๆ แล้วคือคำให้การที่ยื่นไป ไปผ่านคนตั้งเยอะ การหลุดออกมาไม่ได้แปลกประหลาดอะไร และเมื่อศาลรับคำร้องแล้วผู้ร้องจะยื่นคำร้องเพิ่มเติมไม่ได้แล้วเว้นแต่ศาลจะเรียก

ต่อข้อถามว่าได้คุยกับนายมีชัยเกี่ยวกับการบันทึกการประชุม กรธ.ที่มีการโต้แย้งว่ามีการรับรองบันทึกการประชุมครั้งที่ 500 แล้วหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตนไม่เคยคุยกับนายมีชัย แม้จะถูกมองว่าอยู่ก๊วนเดียวกัน ไม่เคยคุย ไม่เคยปรึกษาใดๆ ทั้งสิ้น ยืนยันได้ เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์สั่งการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ในช่วงที่หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มี ไม่ได้คุยอะไรกันเลย และพล.อ.ประยุทธ์คงไม่ได้เดือดร้อนอะไรที่จะไปติดต่อกับใคร

ย้ำ‘ป้อม’ปรับครม.ได้-แต่ไม่ง่าย
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตรสามารถปรับครม.ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ยืนยันว่าโดยทฤษฎีทำได้ แต่ในทางปฏิบัติถ้าจะทำก็มีหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ถ้าจะตอบว่าทำไม่ได้มันก็ผิดจึงต้องตอบว่าทำได้ แต่อย่าไปแสดงว่าทำได้ เดี๋ยวจะทำแล้วมันไม่ใช่ เพราะถ้าทำได้ง่ายๆ ที่ว่างมา 2 ตำแหน่งคงจะทำไปแล้ว ทำไมไม่ปรับแสดงว่ามันยาก มีความยุ่งยากอะไรอยู่ในทางปฏิบัติ ไม่อย่างนั้นเขาทำไปนานแล้ว

เมื่อถามว่าดูแล้วพล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ เพื่อจัดประชุมเอเปกในเดือนพ.ย.นี้ เสร็จแล้วยุบสภาหรือลาออกแบบไหนจะดีกว่ากัน นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าลาออกต้องหานายกฯ ใหม่ โดยสภาเลือกนายกฯใหม่ แต่ถ้ายุบสภาไม่ต้องหานายกฯ ใหม่ แต่ตนยังยืนยันว่าการยุบสภาจะทำให้เกิดความยุ่งยาก เมื่อกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งยังไม่ประกาศใช้ เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานประชุมเอเปก ภาพของประเทศไทยน่าจะดีกว่าใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่อยากชี้นำอะไร แต่เห็นว่าน่าจะภาคภูมิใจมากกว่า ต่างประเทศคงคิดว่าเดินทางมาประชุมต้องมาเจรจากับใคร

‘ท็อป’มั่นใจไร้อุบัติเหตุการเมือง
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า ระหว่างนี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวาระนายกฯ 8 ปี คิดว่าไม่น่าจะมีสถานการณ์ใดๆ รุนแรงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับครม. พล.อ.ประวิตรบอกเองว่าจะยังไม่ทำอะไร เชื่อว่าขณะนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ทุกคนกำลังรอดูจนถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติออกมา ดังนั้น ช่วงนี้จึงไม่คิดว่าจะมีอุบัติเหตุทางการเมือง

สำหรับพรรคชาติไทยพัฒนาเตรียมเปิดตัวผู้สมัครส.ส.เป็นระยะๆ และวันอังคารที่ 13 ก.ย. เวลา 13.00 น. จะเปิดตัวผู้สมัครเขต 3 ยโสธรอีก 1 คน คือ นายตรงสิทธิ์ ตั้งจตุรวิธ นักธุรกิจ การเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคตั้งเป้าอยู่ที่ 25 เก้าอี้ เพื่อเป็นพรรคที่สามารถยื่นเสนอกฎหมายได้ ทำงานได้ทุกมิติ โดยไม่ต้องพึ่งพาเสียงของพรรคอื่น ส่วนเรื่องแคนดิเดต นายกฯ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) พิจารณาแนวทางอีกครั้งหนึ่งเมื่อถึงเวลา

ปชป.ตรังเดือด-‘สมบูรณ์’โวยโพล
นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตส.ส.ตรัง ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลที่ล่าสุดนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแลภาคใต้ ระบุว่า นายกาญจน์ ตั้งปอง ได้รับเลือกเป็นว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 ตรัง ว่า นายเดชอิศม์ได้แจ้งให้ตนทราบแล้ว ตนเป็นนักกีฬารู้แพ้รู้ชนะ แต่ต้องเป็นการแข่งขันที่มีความยุติธรรม

ตนอยากให้พรรคชี้แจงรายละเอียดของการทำโพลครั้งนี้ว่าสถาบันไหนเป็นผู้ทำ เพราะสถาบันนั้นต้องเป็นผู้รับรองโพล ดังกล่าวว่าถูกต้องตามหลักวิชาการของการทำโพล เช่น แบบสำรวจนั้นได้ใช้หลักวิชาการในการออกแบบหรือไม่ มีความยุติธรรมและชี้นำต่อผู้ถูกสำรวจหรือไม่ เรื่องระยะเวลาในการทำโพล เพราะทราบจาก เฟซบุ๊กของบางคนว่าทำตั้งแต่วันที่ 22-24 ส.ค.2565 อีกส่วนแจ้งว่าทำโพลตั้งแต่วันที่ 24-28 ส.ค.2565 ถือว่าไม่ตรงกัน

รวมทั้งจำนวนของแบบสำรวจใช้จำนวนตัวอย่างเท่าไหร่ เพราะจากการให้สัมภาษณ์ของนายเดชอิศม์ ว่าทำแบบสำรวจ 3,000 ชุด และมาเพิ่มเติมอีก 3,300 ชุด รวมเป็น 6,300 ชุด จึงอยากทราบว่าทำไมต้องทำโพล 2 รอบ และในจำนวน 6,300 ชุด มีการกระจายตัวอย่างอย่างไร จากการสอบถามคนในพื้นที่แทบจะหาคนที่ถูกสอบถามน้อยมาก เพราะ 1 ตำบลต้องมีการกระจายแบบสำรวจประมาณ 250 ตัวอย่าง นอกจากนั้นในระหว่างทำการสำรวจ มีผู้ไปพบว่ามีการถ่ายเอกสารแบบสำรวจดังกล่าวเป็นพันๆ ชุด ซึ่งไม่มีหมายเลขกำกับ ไม่แน่ใจว่าเป็นแบบสำรวจเพื่อไปทำอะไร แต่ข้อความในเอกสารเหมือนกับใบสำรวจผู้สมัครเขต 4

“ผมจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งต่อผู้ใหญ่ของพรรค และกก.บห. เพื่อขอทราบรายละเอียด ผมมีหลักฐานจะนำไปมอบให้ด้วย เชื่อว่าพรรคมีหลักการ เพราะพรรคเป็นสถาบันการเมืองที่ซื่อสัตย์ สุจริต ในการที่จะคัดสรรคนมาเป็นผู้สมัคร ที่ต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ ด้วยความโปร่งใส เช่นเดียวกัน เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้ให้ความเชื่อมั่นต่อพรรค และเชื่อว่าพรรคต้องให้ความเป็นธรรมกับผมแน่นอน” นายสมบูรณ์กล่าว

แก้ปัญหา – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัว เพื่อไทย นำส.ส.ภาคเหนือรับฟังปัญหาเกษตรกรชาวสวนลำไย พร้อมขอเสียงประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ที่สหกรณ์การเกษตร อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ เมื่อ 9 ก.ย.

ครอบครัวพท.บุกเชียงใหม่
เมื่อเวลา 09.00 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมือง พื้นที่กทม. นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบาย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยส.ส.เชียงใหม่ ลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ พบปะตัวแทนเกษตรกรภาคเหนือ เริ่มที่สหกรณ์การเกษตร อ.สันป่าตอง โดยได้ พูดคุยกับชาวสวนลำไย เกษตรกรผู้ปลูก หอมหัวใหญ่ เพื่อรับฟังปัญหาและนำไปจัดทำเป็นนโยบาย จากนี้ชาวสวนขอให้พรรคเพื่อไทยช่วยสะท้อนไปยังรัฐบาลเร่งเยียวยาเกษตรกรด้วย

นพ.ชลน่านกล่าวว่า สิ่งที่รับฟังจากเกษตรกร พรรคเพื่อไทยพร้อมนำไปจัดทำนโยบายทันที ขณะนี้กำลังยกร่างพ.ร.บ.ลำไย และจะเร่งผลักดันให้เร็วที่สุด สำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นหากรัฐบาลอยู่ครบเทอมในเดือนมี.ค.2566 คาดจะเลือกตั้ง ประมาณพ.ค.2566 พรรคเพื่อไทยมั่นใจจะได้แลนด์สไลด์แน่นอน แต่ล่าสุดได้ยินว่าหลังประชุมเอเปกพ.ย.นี้จะยุบสภาจะทำให้การเลือกตั้งเร็วขึ้น ส่วนจ.เชียงใหม่มีทั้งหมด 11 เขต เราตั้งเป้าและปักธงมั่นใจจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนทั้ง 11 เขต โดยเฉพาะเขต 8 ที่เราสูญเสียไปเนื่องจากการเลือกตั้งซ่อม

ด้านน.ส.แพทองธารกล่าวว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยได้รับโอกาสเป็นรัฐบาลจะดูแลเกษตรกรทุกคนเป็นอย่างดี เพราะคือจิตวิญญาณของพวกเราที่มีมาอย่างยาวนานไม่ว่าจะเปลี่ยนมากี่พรรคก็ตาม หลังมาร่วมฟังปัญหาได้ไอเดียใหม่ๆ ที่จะเป็นคำตอบในการนำไปใช้ได้จริง ถึงวันเลือกตั้งเมื่อไรขอแลนด์สไลด์ เลือกทั้งคนและพรรค เพื่อให้เรามาแก้ไขปัญหาให้ทุกคน

จากนั้นคณะครอบครัวเพื่อไทยเดินทางมายังบริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) เพื่อเยี่ยมชมกระบวนแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับข้าวโพด ส่วนช่วงบ่ายพบปะพ่อค้าแม่ค้าย่านตลาดวโรรส

‘อุ๊งอิ๊ง’อ้ำอึ้งสานต่อจำนำข้าว
น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยจะจัดกิจกรรม “สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ” ในวันที่ 10 ก.ย. และอาจมีเซอร์ไพรส์ขอให้ประชาชนติดตาม เราทำงานอย่างหนักเพื่อคิดแต่ละนโยบายขึ้นมาในการนำปัญหาของประชาชนมาแก้ไข ซึ่งจะเริ่มทยอยเปิดนโยบายในช่วงการหาเสียง

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะสานต่อนโยบายจำนำข้าวหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องทบทวนรายละเอียดและต้องทำให้ดี แน่นอนกระบวนการที่มีปัญหาหรือมีอะไรบางอย่างต้องนำมาแก้ไขเพื่อตอบสนองประชาชนได้อย่างแท้จริง นโยบายจำนำข้าวเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร และจุดมุ่งหมายของพรรคเพื่อไทยคืออยากให้เกษตรกร ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ ดังนั้น นโยบายจำนำข้าวในเรื่องคอนเซ็ปต์ยังเป็นสิ่งที่ดี เมื่อถามว่าจากนี้จะต้องลงพื้นที่ ต้องใช้แรงเยอะขึ้น ต้องใช้ใจบันดาลแรงมากขึ้นหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า อะไรที่เรามีใจอยู่แล้วไม่ต้องทำมาก

ยังกั๊กเป็นแคนดิเดตนายกฯ
ต่อข้อถามว่าขณะนี้หลายพรรคเริ่มเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยควรชัดเจนได้เร็วขึ้นหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า อยากให้มีการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนก่อนจะมีความชัดเจนแน่นอน ผู้สื่อข่าว ถามว่าจะมีฟ้าลิขิตให้เป็นนายกฯ ได้หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า อยู่ที่พี่น้องประชาชน คนในพรรค และต้องดูเรื่องความเหมาะสม ต้องดูเมื่อการเลือกตั้งที่จะมาถึง ประเทศต้องไปต่อ ไม่ใช่จะมาดูว่าใครจะเป็นผู้นำ แต่ต้องเป็นพรรคที่เสนอนโยบายตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง พรรคจะเปิดแคนดิเดต นายกฯ เมื่อได้วันเลือกตั้ง แต่สุดท้ายแล้วก็อาจจะไม่แน่ ขอให้ประชาชนรอลุ้นต่อไป

เมื่อถามว่าจะเป็นชื่อน.ส.แพทองธารเลยหรือไม่ เนื่องจากผลโพลต้องการให้เป็น นายกฯ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า กราบขอบพระคุณที่ผลโพลออกมาดี ตนดีใจมาก และการทำงานทุกอย่างทั้งการลงพื้นที่ ตนมีพรรคเพื่อไทยสนับสนุน แต่เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรขอให้รอดู เนื่องจากโพลเปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อข้อถามว่าพร้อมเป็นตัวเลือกให้ประชาชนแล้วหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตนพร้อมไปเจอประชาชน พร้อมรับฟังปัญหา และพร้อมปรึกษากับพรรคในการหาแนวทางแก้ไขปัญหา ส่วนความพร้อมในการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ขอยังไม่ตอบตอนนี้

‘หญิงอ้อ’โผล่ร่วมกิจกรรม
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ในการจัดกิจกรรม “สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ” วันที่ 10 ก.ย.ของครอบครัวเพื่อไทย ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ จ.เชียงใหม่ ที่นำโดยน.ส.แพทองธาร นอกเหนือจากการเปิดตัว ผู้สมัครส.ส.พื้นที่ภาคเหนือของพรรคแล้ว

งานครั้งนี้คนในครอบครัวของน.ส. แพทองธาร ทั้งนายพานทองแท้ ชินวัตร พี่ชายน.ส.พินทองทา ชินวัตร พี่สาวและพี่เขย ที่สำคัญมารดาคือคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ภริยานายทักษิณ ชินวัตร จะมาร่วมกิจกรรมและให้กำลังใจน.ส.แพทองธารด้วย ซึ่งเป็นการร่วมกิจกรรมทางการเมืองครั้งแรกของคุณหญิงพจมาน หลังจากยุคพรรคไทยรักไทย (ทรท.)

‘พิธา’ฝันได้เข้าทำเนียบ
ที่อาคารอนาคตใหม่ กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค เปิดแคมเปญ “เลือกตั้งใหญ่ พรรคก้าวไกล” ภายใต้สโลแกน “ต้องก้าวไกล ให้ไทยก้าวหน้า” เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งปี 2566 พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. 23 เขต เปลี่ยนสีประจำพรรคใหม่เป็นสีส้มจี๊ด เพื่อความสดใส และหมายถึงวันใหม่ๆ ที่กำลังจะเจอกันในอนาคต และเปิดตัวน้องไข่ต้ม แมวส้มมาสคอตก้าวไกล

นายพิธากล่าวว่า การมีอยู่ของพรรคก้าวไกล ไม่ใช่การทำนโยบายระยะสั้น ไม่ได้อยู่แบบขอไปที แต่เข้ามาเพื่อทำให้ประเทศไทยดีขึ้น เป็นการทำงานโครงสร้างเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ทลายรัฐราชการรวมศูนย์ ให้คนไทยเท่าเทียมกัน และเท่าทันโลก เปลี่ยนรัฐบาลเปลี่ยนนายกฯ อย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องเปลี่ยนประเทศ เปลี่ยนทั้งระบบองคาพยพ จากนี้เราไม่สามารถทำนโยบายแบบปะผุได้ ถ้าจะทำให้ประเทศก้าวไกล ประเทศไทยก้าวหน้า ต้องมีพรรคก้าวไกลเท่านั้น

“เราได้พิสูจน์แล้วว่าก้าวไกลสามารถสร้างอนาคตใหม่ได้ และเหมือนที่สื่อบอกว่าคบเพลิงอยู่ในมือของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผมขอพูดกับทุกคนว่าเรามาไกลเกินกว่าจะแพ้ และผมก็ไม่ได้มาเล่นๆ เพื่อแพ้ด้วย ผมพร้อมเป็นนายกฯ ของทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจน อายุมากหรือน้อย ไม่ว่าท่านจะเลือกหรือไม่เลือกผม ผมพร้อมเป็นนายกฯ ที่ทันสมัย ทำให้คนไทยเท่าเทียมกัน ให้ประเทศไทยก้าวหน้าไปในอนาคต แล้วเจอกันที่ทำเนียบรัฐบาล” นายพิธากล่าว

เปิดตัว – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โบกมือให้สมาชิกพรรคหลังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ในการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ กทม. เมื่อวันที่ 9 ก.ย.

ทสท.เลือก‘เจ๊หน่อย’หน.-‘ศิธา’เลขาฯ
ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565 มีนายสอิสร์ โบราณ หัวหน้าพรรค พร้อมรองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรค นายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการอำนวยการและพัฒนา พร้อมกก.บห.และสมาชิกพรรค เข้าร่วมประชุม มีวาระเลือกหัวหน้าพรรค และกก.บห.ชุดใหม่

เวลา 10.00 น. หลังนายสอิสร์เปิดการประชุมและประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค มีการลงคะแนนด้วยเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์เลือกตั้ง กก.บห. 50 คน โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง และที่ประชุมได้เลือก คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค 11 คน ได้แก่ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี นายประวัฒน์ อุตตะโมช นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ พล.ท.อนุธัช บุนนาค นายอดุลย์ นิลเปรม นายไชยวัฒน์ หาญสมวงศ์ นายจิรเดช วรเพียรกุล นายนพดล มังกรชัย นายธนธัช ตัณฑสิทธิ์ และนางนาถยา แดงบุหงา

น.ต.ศิธา เป็นเลขาธิการพรรค และรองเลขาธิการพรรค 10 คน ได้แก่ นายประพนธ์ เนตรรังษี นายสมชาย เวสารัชตระกูล นางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา นายศักดิ์ณรงค์ ศิริพร ณ ราชสีมา นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส นายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ นายชัชวาล แพทยาไทย นายภัทร ภมรมนตรี นายกิติ วงษ์กุหลาบ ส่วน น.ส.สุวดี พันธุ์พานิช เหรัญญิกพรรค, นายธวัชชัย สุทธิบงกช นายทะเบียนสมาชิกพรรค, น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรค และ กก.บห.อีก 24 คน

ชู 4ปลดล็อก-เปลี่ยนประเทศ
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า 90 ปีประชาธิปไตย ประชาชนยังถูกบั่นทอนและคุกคามสิทธิเสรีภาพ ด้อยค่าประชาธิปไตย กระบวนการยุติธรรมถูกบิดเบือน การคอร์รัปชั่นมโหฬารไม่มียางอาย เพราะระบบตรวจสอบมาจากอำนาจนิยม ระบบราชการมุ่งรับใช้อำนาจนิยมกระทบถึงภาพรวมเศรษฐกิจ จึงประกาศปลดล็อกอุปสรรคที่ขัดขวางการพัฒนาประเทศ

เริ่มจากการปลดล็อกความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินมากว่า 16 ปี เลือกฝั่งหนึ่งก็ติดหล่ม เลือกอีกฝั่งก็ติดล็อก ประเทศไปต่อไม่ได้ ไทยสร้างไทยจะคืนอำนาจให้กับประชาชน สร้างรัฐธรรมนูญของประชาชนเพื่อประชาชน ผลักดันให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และต้องมีบทบัญญัติให้คนล้มล้างรัฐธรรมนูญเป็นกบฏ รับโทษทัณฑ์สูงสุด

ปลดล็อกที่สอง ปลกล็อกกฎหมายที่ เป็นอุปสรรคขัดขวางการทำมาหากินของประชาชน ปลดล็อกที่สาม เปลี่ยนรัฐราชการให้เป็นรัฐประชาชนให้สำเร็จ อำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ประชาชนในการดำรงชีวิตและการทำมาหากินง่ายขึ้น ปลดล็อกที่สี่คือ เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ไทยสร้างไทยจะดูแลคุณภาพชีวิตตั้งแต่เกิดจนแก่ด้วยการสร้าง 30 บาทสุขภาพถ้วนหน้า จำได้หรือไม่ว่าตนเคยทำ 30 บาทรักษาทุกโรคสำเร็จมาแล้ว วันนี้จะทำต่อไป ให้เรียนฟรีถึงปริญญาตรีก็จะไม่มีหนี้ กยศ. บำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาท ไทยสร้างไทยขออาสาเป็น กองหน้าเพื่อเปลี่ยนประเทศและสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้สำเร็จให้ได้

ปัดจับมือสอท.-พร้อมชิงนายกฯ
คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์ว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้าหากพรรคเสนอชื่อตนเป็นแคนดิเดตนายกฯ ก็พร้อม ส่วนกติกาที่พรรคเล็กอาจเสียเปรียบนั้น เหมือนการสอบไล่เราต้องแข่งกับตัวเอง มีหน้าที่ทำข้อสอบให้ดีที่สุด และประกาศไปแล้วว่าจะสู้ทุกกติกา พรรคจึงพร้อมและไม่กังวล ผู้สื่อข่าวถามถึงการรวมพรรค คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า วันนี้เราเดินหน้าพรรคไทยสร้างไทย แต่เราเป็นมิตรกับทุกคน พรรคการเมืองแม้จะต่างความคิดแต่ควรร่วมมือทำให้ประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะสามารถจับมือพล.อ. ประยุทธ์ หรือนายทักษิณ ชินวัตร ได้หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า วันนี้เราเสนอว่าเราเป็นทางเลือกใหม่ และมั่นใจว่าถ้าเลือกพรรคไทยสร้างไทยแล้วจะไม่กลับไปในวงจรอุบาทว์ ที่เลือกฝั่งหนึ่งก็ติดล็อก เลือกอีกฝั่งหนึ่งก็ติดหล่ม เรามาเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง วันนี้หมดเวลาทะเลาะกัน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าอาจจับมือกับพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธานพรรคนั้น ขอยืนยันว่ายังไม่มีการพูดอะไรกัน เป้าหมายของพรรคเราแตกต่างจากพรรคอื่น

เมื่อถามว่าพรรคเปิดกว้างพร้อมทำงานกับทุกขั้วใช่หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เราประกาศบนเวทีว่าเป็นพรรคประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจนิยม และเผด็จการทุกรูปแบบ

ชพน.ตั้งหน.ศก.-‘เทวัญ’ยังเป็นหน.
เวลา 17.00 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา(ชพน.) แถลง ผลการประชุมกรรมการบริหารพรรคว่า ที่ประชุมพรรคมีมติแต่งตั้งนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เป็นประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรคชาติพัฒนา และได้กำหนด วันประชุมใหญ่วิสามัญ วันที่ 26 ก.ย.ที่จ.นครราชสีมา มีวาระพิจารณา อาทิ การสรรหาและแต่งตั้งหัวหน้าสาขาพรรคชาติพัฒนา สาขานครราชสีมา แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพื่อเตรียมพร้อมหาผู้สมัครในการเลือกตั้งที่ใกล้จะมาถึงอีก 6 เดือน และพิจารณาตั้งกก.บห.ในตำแหน่งที่ว่างลง รวมถึงการรีแบรนด์พรรคให้มีความทันสมัยมากขึ้น ซึ่งต้องขอมติจากที่ประชุม

“การแต่งตั้งนายกอร์ปศักดิ์นั้น ผมเชื่อว่าทำงานด้านเศรษฐกิจร่วมกันของพรรคได้เลย เพราะมีประสบการณ์ อีกทั้งยังเคยเป็นอดีตส.ส.นครราชสีมาหลายสมัย ในที่ประชุมพรรครับรู้ว่าจะมีทีมเศรษฐกิจใหม่เข้ามาในพรรค ซึ่งความเคลื่อนไหวต่อจากนี้จะมุ่งสู่สนามเลือกตั้งจริงจัง จะเป็นการเปลี่ยนแปลง ทันสมัย และความแปลกใหม่ของพรรค โดยจะใช้ประเด็นเศรษฐกิจเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง” นายสุวัจน์ กล่าว

นายสุวัจน์กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหัวหน้าพรรคว่า นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ ส่วนนายกรณ์ จาติกวณิช ปัจจุบันได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคโดยสมบูรณ์แล้ว แต่จะดำรงตำแหน่งใดหรือไม่ต้องให้ที่ประชุมใหญ่วิสามัญวันที่ 26 ก.ย.นี้พิจารณาอีกครั้ง เชื่อว่าในวันดังกล่าวจะเห็นการปรับปรุงเพื่อเตรียมตัวสู่การเลือกตั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน