ไม่ปลื้มผลงานรักษาการนายก ปชป.มั่นใจการเมืองยังไม่ตัน พปชร.เย้ยพท.ตั้งเป้า250สส.

นิด้าโพลเผยผลสำรวจ ร้อยละ 41.46 ยังไม่พอใจผลงาน ‘บิ๊กป้อม’ ร้อยละ 63.80 หนุนใช้อำนาจรักษาการนายกฯ ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ จุรินทร์ชี้ไม่ว่าคดี 8 ปี ผลออกมาอย่างไร การเมืองไม่ถึงทางตัน ส.ว. วันชัยเชื่อ 5 แคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีพรรค เสียบแทนประยุทธ์ยาก มั่นใจพล.อ.ประวิตร เต็งหนึ่งนายกฯ คนนอก หมอชลน่านเชื่อยุบสภาหลังเอเปก โวยอ้างชื่อเพื่อไทยหาเสียงเหนือ-อีสาน ยันไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง ย้ำหลัง เลือกตั้งไม่จับมือพรรคหนุนเผด็จการ กั๊ก ร่วมงานภูมิใจไทย พลังประชารัฐไม่หวั่น เพื่อไทยตั้งเป้ากวาด 250 ส.ส. แค่พูดหาเสียง

พท.ยันไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง
วันที่ 11 ก.ย. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจับขั้วทางการเมืองหลังการเลือกตั้งว่า หากพูดถึงเรื่องจับขั้วถือว่าเร็วไปนิด แต่บนเวทีเมื่อ 10 ก.ย. ตนพูดชัดเจนในเรื่องของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งว่า พท.เราไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง ไม่มีพรรคที่ต้องมาจับมือกันก่อนการเลือกตั้ง ส่วนพรรคที่มาแอบอ้างเป็นพรรคพี่พรรคน้องในการหาเสียง ทำให้ประชาชนสับสน ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือหรือภาคอีสาน เราประกาศชัดว่า พท.ไม่มี เราบอกกับประชาชนว่าคือ พท.เท่านั้น ต้องเลือกให้ชนะ เพื่อป้องกันความสับสน นี่เป็นวิธีก่อนการเลือกตั้ง

รวมถึงพรรคที่ชัดเจนตอนเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาที่ไปสนับสนุนเผด็จการ เสมือนเป็นนั่งร้านให้กับระบอบประยุทธ์ ในการสืบทอดอำนาจ ส่วนหลังการเลือกตั้งจะมีทิศทางอย่างไรนั้น สิ่งที่เราพูดก่อนการเลือกตั้งก็สามารถสรุปได้ว่าเราจะร่วมกับพรรคใด

ขอบคุณพท. – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย รับมอบก้อน เชื้อเห็ดป่าจากตัวแทนช าว ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่มอบให้เพื่อขอบคุณพรรค เพื่อไทยที่สนับสนุน ที่ อบต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เมื่อ 11 ก.ย.

ย้ำไม่ร่วมพรรคนั่งร้านเผด็จการ
เมื่อถามว่าพรรคที่แอบอ้างว่าเป็นพรรคพี่พรรคน้องกับ พท.มีมากกว่า 1 พรรคหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขออนุญาตไม่พูดชื่อพรรคเขาเพราะมีความเสี่ยง แต่พฤติกรรมในพื้นที่ใครไปแอบอ้างแบบนั้น ซึ่งมีหลายพรรคทั้งพื้นที่อีสานที่มีความคาบเกี่ยวกัน จนเราต้องออกมาตรการว่าหากพ่ออยู่พรรคหนึ่ง ลูกอยู่พรรคหนึ่ง ต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร เราจะปล่อยให้เขาทำแบบนี้ไม่ได้ เรามีเงื่อนไขเรื่องนี้ หากใครมีพฤติกรรมเช่นนั้นก็เข้าเงื่อนไข แต่ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อพรรค ซึ่งก็มีมากกว่า 1 พรรค พรรคที่เราเห็นว่าไม่สามารถไปกับเราได้เลยในการทำงานคือ พรรคที่ไปสนับสนุนระบอบประยุทธ์ แล้วใช้โอกาสในการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง เรารับไม่ได้และยากที่จะคุยกัน

เมื่อถามว่าหากไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็อาจจะร่วมกันได้ หากทิศทางนโยบายหรือแนวคิดตรงกัน นพ.ชลน่านกล่าวว่า กรณีนี้ยังไม่เลวร้ายเท่าพรรคที่สนับสนุนเผด็จการ เพียงแต่เขาอยากได้คะแนนเขาก็มาแอบอ้างเรา ก็ถือว่าเป็นความผิดที่ไม่รุนแรง อาจคุยกันได้ แต่ต้องดูว่าเขามาแอบอ้างเรา มีส่วนทำลายเราหรือไม่ด้วย เพราะบางพรรคไปเปิดประเด็นทำให้เราเสียหาย เปิดช่องถึงขนาดต้องยุบ พท. ส่วนนี้ก็อาจต้องคุยกันเยอะ

กั๊กร่วมงานภูมิใจไทย
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้ามีโอกาสที่จะจับมือกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้หรือไม่ เพราะการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ภท.เคยร่วมรัฐบาล นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพฤติ การณ์พฤติกรรมของพรรคด้วย อนาคตหากเขาผ่านการเลือกตั้งมา ประชาชนให้ความไว้วางใจ แล้วประเด็นหรือแนวทางที่สามารถพูดคุยกันได้ในเรื่องวิธีการทำงาน ก็อาจต้องพิจารณาเป็นเฉพาะเรื่อง แต่หากมีความชัดเจนเรื่องสนับสนุนเผด็จการแล้วมีพฤติกรรมที่เรารับไม่ได้ ก็อาจจะเป็นเงื่อนไขที่ต้องพูดไว้ก่อน

แก้รธน.ใช้เสียงสว.ขัดหลักปชต.
นพ.ชลน่านยังกล่าวกรณีหลายพรรคเริ่มหันมาสนใจเรื่องปิดสวิตช์ ส.ว. ในช่วงก่อนมีการเลือกตั้ง มองเป็นการหาเสียงหรือไม่ว่า หากมองว่าส.ว.เป็นปัญหาสำหรับการเมืองไทย แม้แต่รัฐบาล ทำงานร่วมกันยังใช้เงื่อนไขนี้ ก็ถือว่าเป็นปัญหาจริงๆ ส่วนจะได้รับการตอบสนองจากประชาชนหรือไม่นั้นไม่แน่ใจ เพราะไม่ใช่ปิดสวิตช์ส.ว. ประเด็นเดียวแล้วจะได้คะแนนอย่างท่วมท้น พท.ชัดเจนในแง่ที่เราเป็นฝ่ายประชาธิปไตย และรณรงค์เพื่ออำนาจของประชาชน รวมถึงเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตลอดแม้จะไม่ประสบความสำเร็จ นโยบายต่อไปคือต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ให้ได้

เมื่อถามถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับที่ตกไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเดินหน้าต่อหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เราคงไม่คิดที่จะยื่นแก้ไขในสมัยประชุมที่ 2 ปีที่ 4 แล้ว เพราะฟังจาก ส.ว.พูดแล้วมันยาก ต้องอาศัยเสียง ส.ว. 84 เสียง วิธีการเขียนกฎหมายของเสียงข้างน้อยปกครองเสียงข้างมากลำบากมาก หากมี 600 เสียงเห็นชอบ แต่ 84 เสียงไม่ให้ผ่าน เป็นการขัดหลักการประชาธิปไตยโดยทั่วไป ฉะนั้นจะไปสู้ตรงนั้นค่อนข้างยาก คงไม่เสนอในสมัยประชุมต่อไป พรรคจึงผลักดันเป็นนโยบายที่จะเป็นฉันทามติของประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่ หากเห็นด้วยก็เลือก พท. เพื่อไปแก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

เชื่อยุบสภาหลังเอเปก
หัวหน้าพท. กล่าวกรณีรัฐบาลจะอยู่ครบเทอมในวันที่ 23 มี.ค.66 หรือไม่ว่า 80 เปอร์เซ็นต์ไม่ครบ ให้แค่ 20 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าผลการวินิจฉัยของศาลจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะพ้นหรือไม่พ้น มีโอกาสยุบสภาฯ สูงมากหลังเอเปก ตนเชื่อเช่นนั้น ฉะนั้นพวกเราจึงต้องเตรียมเลือกตั้ง และขอบคุณประชาชนที่บอกว่าพรรค พท. พร้อมที่สุดในการเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่ามีเบาะแสอะไรหรือไม่ที่ทำให้รู้สึกว่ายุบสภาหลังเอเปก นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้มีอำนาจ เราเชื่อว่าผู้มีอำนาจเขาจะตัดสินใจที่เป็นประโยชน์กับเขามากที่สุดคือการยุบสภา แต่ถ้าเขาอยู่ครบเทอมเขาไม่ได้ประโยชน์ เพราะยิ่งอยู่นานก็ยิ่งแย่ ศรัทธาประชาชนเสื่อมไปเรื่อยๆ หรือเพื่อเป็นการเปิดช่องให้มีอากาศหายใจ โดยจังหวะที่เขาสามารถได้ประโยชน์คือหลังเอเปก เขาสามารถจัดการ ส.ส.ในการย้ายพรรคได้ เพราะเมื่อยุบสภาจะมีโอกาสให้ส.ส.สังกัดพรรคได้ดีกว่าปล่อยให้ครบเทอม ซึ่งเป็นช่องทางที่เหมาะสมที่สุดในการจัดตัวของเขา และลดกระแสการคัดค้านจากประชาชน

โพลหนุนป้อมยุบสภา
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี” สำรวจระหว่าง 5-7 ก.ย. 2565 จากผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค รวม 1,312 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการทำงานของรองนายกรัฐมนตรี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา

เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีหากรักษาราชการแทนนายกฯ จะปรับครม. ร้อยละ 46.34 ระบุไม่เหมาะสมเลย ร้อยละ 21.57 เหมาะสมอย่างยิ่ง ร้อยละ 16.00 ค่อนข้างเหมาะสม ร้อยละ 12.58 ไม่ค่อยเหมาะสม และร้อยละ 3.51 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ความคิดเห็นต่อกรณีหากรักษาราชการแทนนายกฯ จะยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ ร้อยละ 63.80 ระบุเหมาะสมอย่างยิ่ง ร้อยละ 16.54 ค่อนข้างเหมาะสม ร้อยละ 13.95 ไม่เหมาะสมเลย ร้อยละ 4.80 ไม่ค่อยเหมาะสม และร้อยละ 0.91 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความพอใจต่อการทำงานของ พล.อ.ประวิตร ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ร้อยละ 41.46 ระบุไม่พอใจเลย ร้อยละ 22.87 ค่อนข้างพอใจ ร้อยละ 22.26 ไม่ค่อยพอใจ ร้อยละ 8.46 พอใจอย่างยิ่ง และร้อยละ 4.95 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

พปชร.ไม่หวั่นพท.ชู250สส.
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) และประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี หัวหน้าพรรค พท.กล่าวบนเวทีครอบครัวเพื่อไทยที่ จ.เชียงใหม่ ตั้งเป้ากวาดส.ส.ให้ได้ 250 คน ว่า ไม่ได้หวั่นไหวอะไร แล้วแต่ชาวบ้าน พปชร. 150 คน แล้วพรรคภูมิใจไทย (ภท.) อีก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งก็แล้วแต่เขาจะพูดไป

เมื่อถามว่า พปชร.ก็พร้อมสู้ในสนามเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายนิโรธ กล่าวว่า วันนี้ฝนยังไม่ตกเลย ไม่ต้องรีบกางร่ม พปชร.ไม่หวั่นไหวอยู่แล้ว พปชร.ทำงานให้ชาวบ้าน พรรคไม่เคยทำความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ที่มีกระแสโน่นนี่นั่น ตอนนี้ก็กำลังปรับเพื่อจะให้เหมือนอเมริกา เพราะพปชร.เป็นพรรคใหม่ มาจากคนเก่งๆ ทั้งหลายมาอยู่รวมกัน บางครั้งก็ต้องทำความเข้าใจกัน แข่งขันกันภายใน เป็นระบอบ ประชาธิปไตยของพปชร. มีสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งเมื่อทำความเข้าใจกันก็จะเป็นปึกแผ่นกัน พปชร.ก็จะยิ่งใหญ่

เมื่อถามว่าเลือกตั้งครั้งหน้า พปชร.ตั้งเป้าจะได้ส.ส.กี่คน นายนิโรธ กล่าวว่า ตนก็เป็นแค่ผู้แทนฯคนหนึ่ง แต่หัวหน้าตั้งเป้าไว้ 150 คน เราประเมินแล้วอยู่ในทางที่เป็นไปได้ เราไม่ได้ประเมินเพื่อพูดแล้วเหมือนหาเสียง แบบนี้ไม่ใช่

จุรินทร์เชื่อการเมืองไม่ถึงทางตัน
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวกรณีศาลรัฐธรรมนูญ กำลังจะวินิจฉัยเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ของ พลอ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เร็วๆ นี้ ว่า ไม่ว่าผลการวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร ตนเชื่อว่าการเมืองไทยจะไม่ถึงทางตัน ทุกอย่างมีทางไปตามรัฐธรรมนูญ สำหรับปชป. ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่พรรค การเมืองที่มีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ประเทศต่อไปตามอุดมการณ์ของพรรค แม้บางคนจะบอกว่าเชยแล้วกับคำว่าอุดมการณ์ แต่ตนยังเชื่อว่าอุดมการณ์ทันสมัยเสมอ และอุดมการณ์คือเครื่องหล่อเลี้ยงประเทศและประชาธิปไตยให้อยู่ได้มาถึงทุกวันนี้

“ประเทศมีบทเรียนพิสูจน์มาแล้วหลายครั้งหลายหนว่าพรรคที่ไม่มีอุดมการณ์ มุ่งใช้เงิน ทำเพื่อเงินหรือเพื่อคนคนเดียว สุดท้ายก็ไปไม่รอด ไม่ว่าในอดีต วันนี้ หรือแม้แต่วันข้างหน้า และทำประเทศพังมามากต่อมากแล้ว ซึ่งคนไทยที่ติดตามการเมืองต้องตระหนักและรู้เท่าทัน” นายจุรินทร์กล่าว

วันชัยชี้ป้อมเต็งนายกฯคนนอก
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊ก “นายกคนต่อไปกับบุญวาสนา” ระบุ ถามกันมาเยอะถ้าไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ หรือพล.อ. ประยุทธ์ มีอันเป็นไป จะทำอย่างไร ใครจะเป็นนายกฯ คนต่อไป คงต้องว่ากันตามรัฐธรรมนูญ ไม่เกี่ยวกับดวงดาวหรือโชคชะตาฟ้าลิขิต รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าต้องเลือกคนที่มีอยู่ในตะกร้าก่อน คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล 4 คนแรกดูแล้วคงเป็นไปไม่ได้เพราะบางคนไปแล้วไปเลย หรือบางคนที่มีอยู่ก็ยังไปไม่ถึง ส่วนนายอนุทินก็ชอบกัญชา ประเภทมีอารมณ์เคลิ้มๆ ขำๆ ตำแหน่งนายกฯ กับท่านในสถานการณ์แบบนี้ก็คงเป็นเรื่องเคลิ้มๆ ขำๆ ไปเท่านั้น ที่จะเป็นจริงคงยาก

สรุปคนที่มีอยู่ในตะกร้าตามบัญชีรายชื่อโหวตแล้วโหวตอีกก็คงไม่ได้ ในที่สุดก็ต้องเป็นคนนอกตะกร้านอกบัญชี ต้องใช้ 500 เสียงในรัฐสภาเป็นด่านแรก แล้วจะเป็นใคร ถ้าไม่ใช่พล.อ.ประวิตร เพราะมีเสียงพรรคร่วมอยู่ในมือถึง 270 เสียง บวกกับส.ว.อีกบางส่วนก็ได้เกิน 500 แล้ว เชื่อว่าเมื่อด่านแรกผ่าน ด่านที่ 2 การโหวตนายกฯ ก็ใช้เสียงเพียง 375 เสียง แค่นี้ก็ฝ่าด่านทะลุทะลวง มองดูแล้วทั้งปัจจัยภายในภายนอกไม่มีใครที่จะฝ่าด่านอรหันต์ 2 ด่านนี้ได้ นอกจากพล.อ.ประวิตร จะอยากเป็นหรือไม่อยากเป็น แต่รัฐธรรมนูญกำหนด ประกอบกับจังหวะ โอกาสและสถานการณ์มันเอื้ออำนวยให้เป็น

ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านด่าน 8 ปีไปได้ เรื่องนายกฯคนต่อไปก็คงไม่ต้องเอามาพูดกัน ตำแหน่งนายกฯ มันเป็นเรื่องของจังหวะ โอกาส สถานการณ์และบุญวาสนาชะตาชีวิต คนที่ไม่คิดจะเป็นก็ได้เป็น คนที่คิดอยากจะเป็นแต่ไม่ได้เป็นมีให้เห็นกันเยอะแยะ จังหวะ โอกาสและบุญวาสนาของแต่ละคนเป็นตัวกำหนดที่เรียกว่าฟ้าลิขิต

อดีตตุลาการแนะตีความ 8 ปี
อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรายหนึ่ง แสดงความคิดเห็นถึงแนวทางการตีความวาระดำรงตำแหน่งนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ตามหลักกฎหมายทั่วไป บทเฉพาะกาลถือเป็นข้อยกเว้นจากหลักเกณฑ์ทั่วไป กรณีมาตรา 264 ในรัฐธรรมนูญ 2560 ก็เช่นกัน เป็นข้อยกเว้นที่เขียนให้รัฐบาลที่อยู่ก่อนรัฐธรรมนูญบังคับใช้เป็นรัฐบาลโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ ก็เพื่อให้ไม่มีรอยแหว่ง ให้มีความต่อเนื่อง เดี๋ยวจะหาว่ารัฐบาลที่อยู่ก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้เป็นรัฐบาลเถื่อน แต่งตั้งใครไปก็เป็นโมฆะ ใช้เงินก็เป็นโมฆะ ดังนั้น จึงต้องมีข้อยกเว้นเป็นบทเฉพาะกาลดังกล่าวไว้เหมือนกับกฎหมายทุกฉบับ

เมื่อบทเฉพาะกาลถือเป็นข้อยกเว้น ก็มีหลักว่าข้อยกเว้นต้องตีความโดยเคร่งครัด ซึ่งมาตรา 264 ก็ตีความเฉพาะว่ารัฐบาลมีความต่อเนื่อง ตีความแค่เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง จะเอาเรื่องนี้ไปใช้ด้วยไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทีหลัง ทั้งนี้ รัฐบาลตามรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะใช้เงื่อนไขทุกอย่างตามรัฐธรรมนูญ ทั้งคุณสมบัตินายกฯ คุณสมบัติรัฐมนตรี ต้องเริ่มตั้งแต่วันที่มีการแต่งตั้งรัฐบาล วันที่ 9 มิ.ย.2562 ดังนั้น หากจะนับ 8 ปีก็ต้องนับตั้งแต่ปี 2562 ส่วนใครจะเป็นนายกฯ ก็ให้เป็นให้เบื่อไปเลย แต่กติกาเป็นอย่างนี้

ศาลรธน.ไม่ต้องฟังคนร่าง
และกรณีการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเอามาเทียบเคียงกับกรณีของ นายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.ไม่ได้ เพราะนายสิระสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ก็ต้องใช้คุณสมบัติที่เขียนไว้ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ดังนั้นจะไปเปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะเป็นคนละเรื่อง “เรื่องนี้จริงๆแล้วทุกคนรู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก เพียงแต่ตะแบง เพราะหลักกฎหมายทั่วไป บทเฉพาะกาลและข้อยกเว้นตามกฎหมายต้องตีความโดยเคร่งครัด หากใครลืมเอาปริญญานิติศาสตร์ไปคืนอาจารย์ได้ ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ยากเลย แต่สุดท้ายไม่ว่าจะตัดสินว่าอย่างไร ก็โดนด่าทั้ง 2 ฝ่าย หากบอกว่าอยู่ต่อก็ถูกด่า บอกว่าไปก็ถูกด่า”

ส่วนกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดส่งสำเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ครั้งที่ 501 เพื่อประกอบการพิจารณานั้น ไม่แน่ใจว่าเป็นการลีลาหรือไม่ เพราะการจะตัดสินอะไรคงไม่ต้องไปถามคนร่างกฎหมาย กฎหมายเขียนไว้ชัดแล้วก็ต้องตีความกันอยู่ตรงนี้ จะไปเถียงอะไรกันหรือไปเอาผู้เชี่ยวชาญมาแสดงความคิดเห็นเดี๋ยวก็พูดอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะความคิดเห็นของคนเราเปลี่ยนแปลงไปได้ จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปฟังความคิดเห็นคนร่างกฎหมาย คนเขียนกฎหมายไม่ได้เป็นคนใช้ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นคนใช้กฎหมายก็ต้องเป็นคนตีความเองว่าเขียนมาแบบนี้จะแปลความแบบไหนๆ ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไรเลย

สอท.ลุยกรุง-เปิดศูนย์ประสานงาน
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ในฐานะหัวหน้าทีมกรุงเทพฯ พร้อม นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ อดีตส.ส.กทม. พร้อมทีมงาน ร่วมกันเปิดศูนย์ประสานงานเขตบางกอกใหญ่ ภาษีเจริญ นายสุรนันทน์ กล่าวขอบคุณเสียงสะท้อนจากประชาชนผ่านผลวิจัยของสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ที่มอบความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้ สอท. ยืนยันพรรคจะทำงานอย่างหนักเพื่อรับใช้พี่น้องประชาชน และจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวังอย่างแน่นอน พรรคจะทำการเมืองโดยไม่ขัดแย้งกับใคร ทำการเมืองด้วยความคิดสร้างสรรค์และมีชุดความคิดใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาประเทศโดยยึดหลักประชาธิปไตยเป็นที่ตั้ง

“การตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อเป็นศูนย์ กลางระหว่างประชาชนและผู้ประสานงานของพรรค ที่จะพูดคุยกันเพื่อรับรู้และแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน และเป็นตัวกลางในการประสานงานในพื้นที่กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ในการแก้ไขปัญหาต่อไป” นายสุรนันทน์กล่าว

นายสุรนันทน์กล่าวถึงกองทุนสร้างอนาคตไทยว่า ความจำเป็นเร่งด่วนขณะนี้คือปัญหาปากท้อง ข้าวของแพง พลังงานราคาสูง ต้องมีการช่วยเหลือให้คนไทยทุกคนลุกขึ้นมาให้ได้ โดยการจัดสรรงบประมาณใหม่ให้เหมาะสม ให้ประชาชนได้รับประโยชน์ และสามารถมีเงินทุนสำรองในการใช้ชีวิต นอกจากนั้นยังมีระบบพักหนี้ 5 ปี ให้ธุรกิจของคนตัวเล็กที่มีปัญหาหนี้สิน ธุรกิจที่แข็งแรงต้องไม่เบียดเบียนธุรกิจขนาดเล็ก เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเดินหน้าไปได้อย่างเกื้อกูลกัน

ทสท.ขอบคุณคนอีสานชูหน่อย
นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) โพสต์เฟซบุ๊กขอบคุณพี่น้องชาวอีสาน หลังอีสานโพลเผยผลสำรวจคนอีสานอยากได้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เป็นนายกฯ เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ร้อยละ 23.49% ตลอดเวลาที่ได้มีโอกาสทำงานใกล้ชิดคุณหญิงสุดารัตน์ และร่วมลงพื้นที่กับท่านอย่างนับไม่ถ้วน ผมขอยืนยันว่าคุณหญิงสุดารัตน์เป็นผู้นำที่มีความรู้และเข้าใจปัญหาของพี่น้องประชาชนมากที่สุดคนหนึ่ง โดยเฉพาะปัญหาของพี่น้องชาวอีสาน เพราะนอกจากคุณหญิงสุดารัตน์เป็นลูกชาวอีสานแท้ๆ แล้ว ท่านยังเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเพื่อคนตัวเล็ก โดยเฉพาะปัญหาของพี่น้องชาวอีสานเสมอมา

ป้อมลุยแม่สอด
ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังวางกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการต่างจังหวัดทุกวันจันทร์ ตลอด ก.ย.2565 สำหรับจันทร์ที่ 12 ก.ย. พล.อ.ประวิตร มีกำหนดการลงพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยเวลา 10.00 น. ไปที่วิสาหกิจชุมชนศาสตร์พระราชาบ้านมั่นคงเมืองแม่สอด ต.แม่ปะ อ.แม่สอด เพื่อเปิดงานสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) มอบสิทธิมอบสุขในที่ดินทำกิน พร้อมมอบป้ายสัญลักษณ์แทนสิทธิในที่ดินให้แก่ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนฯ มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ให้ผู้ว่าฯตาก 5 แห่ง และมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกทำกินในชุมชน

จากนั้นเวลา 13.00 น. พล.อ.ประวิตร และคณะเดินทางไปยังหน่วยเฉพาะกิจกรม ทหารราบที่ 14 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนจ.ตากและแม่ฮ่องสอน ก่อนมอบนโยบาย เวลา 14.20 น. ไปที่อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอดตอนล่าง ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด รับฟังบรรยายสถานการณ์น้ำภาพรวม และในพื้นที่ จ.ตาก และพบปะพบประชาชน

คณะหลอมรวมนัดต่อ18ก.ย.
ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ คณะหลอมรวมประชาชน นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา แกนนำได้จัดกิจกรรม “หยุดอำนาจ 3 ป. เพื่อนับหนึ่งประเทศไทย” นายจุตพรกล่าวว่า กรณี 8 ปี ไม่จำเป็นต้องเข้าศาลรัฐธรรมนูญ เพราะวิญญูชนย่อมรู้ดีว่าตัวเองดำรงตำแหน่งนับตั้งแต่ 24 ส.ค.57 ไปครบหลังเที่ยงคืน 23 ส.ค 65 พล.อ.ประยุทธ์เป็นถึงนายกฯ เป็นคนแต่งตั้งนายมีชัยและกรธ. การพยายามอธิบายใดๆ ยิ่งจะสร้างความเสียหายให้ชาติบ้านเมือง

“พวกเราจะติดตามสถานการณ์เรื่องนี้อย่างใกล้ชิด นัดหมายกว้างๆในครั้งหน้าคือวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ย. แต่ถ้ามีสถานการณ์อื่นใดที่เป็นมาก่อนหน้านั้น หมายความว่าเกิดเหตุการณ์อื่นใดก่อน 18 ก.ย. ก็จะนัดเร็วขึ้น โดยจะใช้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดนัดแรกก่อน และอยากให้พี่น้องประชาชนติดตามสถาน การณ์อย่างใกล้ชิด คาดการณ์ว่าทุกเรื่องจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและเสร็จภายในวันที่ 14 ก.ย.นี้” นายจตุพรกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน