ราษฎรเดินแบบ กระทำผิดม.112

ศาลตัดสินจำคุกคดี 112 อีกราย โทษ 2 ปี ไม่รออาญา แต่งชุดไทยชุมนุมแคตวอล์ก ราษฎรเดินแบบ ศาลชี้มีเจตนาล้อเลียนสถาบัน ส่งตัวเข้าเรือนจำ รอศาลอุทธรณ์พิจารณาให้ประกันตัวหรือไม่ ขณะที่ศาลแขวงดอนเมืองสั่งจำคุก ‘เพนกวิน’ กับพวกรวม 4 คน คนละ 2 เดือน แต่ให้รออาญา 1 ปี คดีชุมนุมหน้าสน.บางเขน ให้กำลังใจ ‘อานนท์-ไมค์’ ส่วนอีก 3 คนโดนโทษปรับ

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ศาลเเขวงดอนเมือง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการ สํานักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 9 (แขวงดอนเมือง) ยื่นฟ้องนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ กับพวกรวม 7 คน ประกอบ ด้วยนายชาติชาย แกดำ, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล, นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ, น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก, น.ส.ศุกรียา วรรณานุวัฒน์ และนายภัทรพงศ์ น้อยผาง ในความผิดตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ร.บ. ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง และพ.ร.บ.จราจรทางบก จากกรณีร่วมกันชุมนุมหน้าสน.บางเขน เมื่อคืนวันที่ 7 ส.ค.2563 เพื่อให้กำลังใจนายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก และนายอานนท์ นำภา ที่ถูกจับกุมกรณีชุมนุมเยาวชนปลดแอก

ศาลพิพากษาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1-3 และที่ 6 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ ไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง ปรับคนละ 2,000 บาท, ฐานร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะกีดขวางทางเข้าออก หรือรบกวนการปฏิบัติงาน หรือการใช้บริการสถานที่ที่ทำการหน่วยงานของรัฐ จำคุกคนละ 3 เดือน และปรับคนละ 6,000 บาท, ฐานร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ กระทำการด้วยประการใดๆ ในลักษณะเป็นการกีดขวางการจราจร ปรับคนละ 300 บาท,

ฐานร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ ทำการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับคนละ 150 บาท และฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ เจ้าพนักงาน ปรับจำเลยทั้ง 7 คนละ 4,500 บาท แต่นำสืบของจำเลยทั้ง 7 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามทุกกระทง รวมจำคุกจำเลยที่ 1-3 เเละ 6 คนละ 2 เดือน ปรับคนละ 11,300 บาท แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1-3 เเละ 6 เคยรับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ข้อหาอื่นสำหรับจำเลยที่ 4, 5 เเละ 7 ให้ยก

ขณะเดียวกันศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว สมาชิกกลุ่มทะลุฟ้าทั้ง 7 คน ประกอบด้วย “ป่าน” กตัญญู หมื่นคำเรือง, “คิม” ทศมา สมจิตร์, “เจมส์” ศักดิ์สิทธิ์ เผือกผ่องศรี, “คาริม” จิตริน พลาก้านตง, “ทู” กฤษณะ มาตย์วิเศษ, “อาทิตย์” ทวี เที่ยงวิเศษ และชาติชาย ไพรลิน ในคดีสาดสีหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล จากนั้นเจ้าหน้าที่ปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง

ส่วนที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอ่าน คำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 2 ยื่นฟ้องน.ส.จตุพร หรือนิว แซ่อึง อายุ 23 ปี แนวร่วมบุรีรัมย์ปลดแอก ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท, มาตรา 112, ร่วมกันฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ร่วมกันฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ, ร่วมกันชุมนุมที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคระบาด, ร่วมกันชุมนุมก่อให้เกิดความไม่สะดวกในที่สาธารณะ, ร่วมกันไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขคำสั่งเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุม และร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่อง ขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต จากกรณี แต่งกายชุดไทยชุมนุมแคตวอล์กราษฎร ที่หน้าวัดพระศรีอุมาเทวี หรือวัดแขกสีลม เขตบางรัก กทม. เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2563 โดยจำเลยให้การปฏิเสธ

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจำเลย เปิดเผยว่าศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องพิพากษา ลงโทษจำคุก 3 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 2 ปี ปรับ 1,500 บาท โทษจำคุกไม่รอลงอาญา โดยศาลให้เหตุผลว่าการแสดงมีการเจตนาที่จะล้อเลียนสถาบันโดยตระเตรียมการไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ น.ส.จตุพร จำเลยสวมชุดไทยเดินทางมาฟังคำพิพากษา โดยมีเพื่อนมามอบดอกไม้ให้กำลังใจด้วย

ต่อมานายกฤษฎางค์เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หลังทนายความยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 300,000 บาท ขอประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ศาลพิจารณาแล้วเห็นควรส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้อง และนำตัวจำเลยไปควบคุมในเรือนจำจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งลงมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน