เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2584-2586/2565 ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายราเกซ สักเสนา ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด มหาชน หรือ บีบีซี ฉายาพ่อมดการเงินในความผิด ต่อพ.ร.บ.หลักทรัพย์เเละตลาดหลักทรัพย์

ภายหลังการกระทำความผิด จำเลยกับพวกดังกล่าวได้ชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายบางส่วน คงเหลือเงินที่ยังไม่ได้คืนผู้เสียหาย 353,363,966 บาท เหตุเกิดที่แขวงสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน แขวงวังทองหลาง เขตบางกะปิ กทม., ต.ท้ายน้ำ อ.โพทะเล จ.พิจิตร, ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี และต.ศาลาลำดวน อ.เมือง จ.สระแก้ว เกี่ยวพันกัน จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลย ในคดีอาญาของศาลอาญาหลายสำนวน ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 3, 4, 307, 308, 311, 315 และ334 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ91 ให้จำเลยร่วมกันคืนเงินโดยใช้เงินจำนวน 722,136,005.03 จำนวนเงิน 1,427,195,799.92 บาท และจำนวนเงิน 353,363,966 แก่ผู้เสียหาย และนับโทษ ศาลฎีกา จำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาอื่น ของศาลอาญา

ต่อมา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 2535 สั่งจำคุกรวม 67 กระทง เป็นจำคุก 335 ปี และปรับ 33,500,000 บาท เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุก 20 ปี และปรับ 33,500,000 บาท

จากนั้น โจทก์แถลงในรายงาน ฉบับวันที่ 18 มิ.ย.2565 ว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.984/2553 ของศาลอาญา โอนมาเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3799/2553 ของศาลชั้นต้น ส่วนคดีหมายเลขดำอื่น ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากประเทศแคนาดาไม่อนุญาตให้ดำเนินคดี และคดีหมายเลข ดำที่ 3622/2553และ 3799/2553 ของศาลชั้นต้น ได้รวมพิจารณาเข้ากับสำนวนคดีนี้แล้ว จึงไม่อาจนับโทษต่อในคดีดังกล่าวได้ คำขอในส่วนนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

สำหรับคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าว พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องระบุว่า เมื่อระหว่างปี 2537-2539 จำเลยซึ่งเป็นที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บีบีซี กับพวกให้การช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บีบีซี ได้กระทำผิดร่วมกันโดยทุจริตใช้บัตรการอนุมัติให้สินเชื่อเกินบัญชีเกินกว่า 30 ล้านบาท กับเอกชนกว่า 10 แห่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน