ยืดลดภาษีดีเซลอีก2ด. พยุงน้ำมันภาคขนส่ง
ครม.อนุมัติฉลุยขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เริ่ม 1 ต.ค. รวมทั้งเห็นชอบให้ลดค่าไฟฟ้ายาวไปจนถึงสิ้นปี สำหรับบ้านที่ใช้ไฟไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ได้ลด 92.04 สตางค์ต่อหน่วย ใช้ไม่เกิน 500 หน่วย ได้ลดแบบขั้นบันได 15-75 เปอร์เซ็นต์ ประเดิมงวดบิลค่าไฟเดือนก.ย. รัฐบาลใช้งบกลางกว่า 9 พันล้าน พร้อมขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาทออกไปอีก 2 เดือน ช่วยเหลือภาคขนส่ง
เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ครม.ว่า มีมติเห็นชอบปรับค่าแรงขั้นต่ำ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอตามมติของคณะกรรมการค่าจ้าง หรือไตรภาคี ประกอบด้วย นายจ้าง ลูกจ้าง และปลัดกระทรวง เริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค. โดยสัดส่วนการปรับขึ้นอยู่ที่ 5-8 เปอร์เซ็นต์ ภาพรวมปรับอยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ ช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ โควิดไม่ได้ปรับขึ้นค่าแรงเลย ปรับค่าแรง ขั้นต่ำล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2563 ผ่านมา 2 ปี จึงรวบยอดปรับขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ
นายสุชาติกล่าวว่า การขึ้นค่าแรงเป็นไปตามกลไก ส่วนการขึ้นดอกเบี้ย หรือราคาพลังงาน รัฐบาลได้แก้ปัญหาด้วยการลดค่าครองชีพ สาเหตุที่ขอให้ปรับค่าแรงขั้นต่ำในวันที่ 1 ต.ค.นี้ เพราะทราบกันดีอยู่แล้วว่าของขึ้นราคาไปรออยู่แล้ว ถ้าประกาศในวันที่ 1 ม.ค.2566 สินค้าก็จะขึ้นต่ออีกรอบ ดังนั้น ต้องขึ้นค่าแรงเลย เพื่อสกัดการขึ้นสินค้าที่รอล่วงหน้า โดยขอให้กองทุนประกันสังคมช่วยเหลือนายจ้างในส่วนนี้ 2-3 เดือน ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าการลดเงินสมทบที่ผ่านมา ทำให้มีผลกระทบต่อเงินชราภาพ จริงๆ แล้วไม่มี เพราะใช้มติ ครม.โยกเงินอีกกองมาเติมผลตอบแทนเงินชราภาพ ดังนั้น การลดเงินสมทบไม่มีผลกับประชาชนผู้ประกันตนตามมาตรา 33
“การขึ้นค่าแรงรอบนี้เป็นการขึ้นทั้งประเทศ 9 กลุ่ม โดยปรับขึ้นอันดับ 1 คือ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง จำนวน 354 บาท กรุงเทพฯ และปริมณฑล 353 บาท โดยสรุปปรับขึ้น 18 บาท ไม่ได้ขึ้น 1-2 บาทแบบเมื่อก่อน การปรับขึ้นต้องให้เห็นภาพ และสามารถชดเชยกับภาวะเงินเฟ้อได้” รมว.แรงงานกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาคการผลิตรับได้ใช่ หรือไม่ เพราะอาจกระทบถึงขั้นย้ายฐานการผลิต นายสุชาติกล่าวว่า โทรศัพท์คุยกับประธานคณะกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งรับได้ในส่วนนี้ แต่ขอเรื่องพลังงาน อัตราดอกเบี้ย ซึ่งจริงๆ แล้ว รัฐบาลได้ดูแลในส่วนของพลังงาน ทั้งการชดเชยและอุดหนุนต่างๆ เชื่อว่านายจ้างรับได้กับการขึ้นค่าแรง หากไม่ขึ้นค่าแรง ลูกจ้างต้องแบกภาวะเงินเฟ้อ หรือของที่แพงขึ้น ลูกจ้างจะอยู่ไม่ได้ นายจ้างก็ต้องหาลูกจ้างใหม่ ต้องสอนงานใหม่
ส่วนนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุมครม.ว่า ที่ประชุมรับทราบประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยกำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำทั่วประเทศอยู่ที่ 328-354 บาทต่อวัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้
สำหรับอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำแต่ละจังหวัดมีดังนี้ ค่าจ้าง 354 บาทต่อวัน 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ภูเก็ต และระยอง, ค่าจ้าง 353 บาทต่อวัน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร, ค่าจ้าง 345 บาทต่อวัน ฉะเชิงเทรา, ค่าจ้าง 343 บาทต่อวัน พระนครศรีอยุธยา, ค่าจ้าง 340 บาทต่อวัน 14 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ขอนแก่น เชียงใหม่ ตราด นครราชสีมา ปราจีนบุรี พังงา ลพบุรี สงขลา สระบุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี หนองคาย และอุบลราชธานี, ค่าจ้าง 338 บาทต่อวัน 6 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ จันทบุรี นครนายก มุกดาหาร สกลนคร และสมุทรสงคราม
ค่าจ้าง 335 บาทต่อวัน 19 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ชัยนาท นครพนม นครสวรรค์ บึงกาฬ บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พะเยา พัทลุง เพชรบุรี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย สระแก้ว สุรินทร์ อ่างทอง และอุตรดิตถ์, ค่าจ้าง 332 บาทต่อวัน 22 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย ตรัง ตาก นครศรีธรรมราช พิจิตร แพร่ มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน ระนอง ราชบุรี ลำปาง ลำพูน ศรีสะเกษ สตูล สิงห์บุรี สุโขทัย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ และอุทัยธานี และค่าจ้าง 328 บาทต่อวัน 5 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส น่าน ปัตตานี ยะลา และอุดรธานี
ส่วนนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า ครม.เห็นชอบขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท ออกไปอีก 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. ถึงวันที่ 20 พ.ย. และเห็นชอบให้ขยายเวลาจัดเก็บภาษีสรรพสามิตอัตราศูนย์สำหรับน้ำมันดีเซล (บี 0) และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ออกไปอีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. ถึง 15 มี.ค.2566 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน และภาคธุรกิจในช่วงที่ราคาเชื้อเพลิงต่างๆ ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
นายอนุชา ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต เป็นการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล และน้ำมันอื่นๆ ที่คล้ายกัน ประมาณ 5 บาทต่อลิตร ตามชนิดของน้ำมันดีเซล ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. ถึงวันที่ 20 พ.ย. เพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศ ไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทบต่อประชาชนที่ต้องรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น และเพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวกับสถานการณ์การปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดีเซล รวมทั้งลดภาระและบรรเทาความเดือดร้อนจากราคาสินค้าและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น คาดว่ารายได้ภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลง 10,000 ล้านบาทต่อเดือน จึงคาดว่าจะสูญเสียรายได้ 20,000 ล้านบาท
ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และรมว.พลังงาน กล่าวว่า ครม.เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร หรือเอฟที งวดใหม่ โดยลดค่าไฟฟ้าให้กับครัวเรือนที่ใช้ไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน 2 กลุ่ม ใช้เงินงบกลางประมาณ 9,000 ล้านบาท เป็นงบผูกพันปี 2565-2566 สำหรับมาตรการช่วยเหลือครั้งนี้ ประกอบด้วย กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า 92.04 สตางค์ต่อหน่วย เป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนก.ย.-ธ.ค. กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 301-500 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่าเอฟที เดือนก.ย.-ธ.ค. แบบขั้นบันได 15-75 เปอร์เซ็นต์
นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า การดำเนินมาตรการตามแนวทางช่วยเหลือนี้ เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ หรือ 89 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย หลังผ่านการเห็นชอบจากครม.แล้ว การเริ่มต้นลดค่าไฟฟ้าน่าจะเริ่มได้ทันในบิลค่า ไฟฟ้าเดือนก.ย.นี้ ส่วนในช่วงต่อไปหลังจากหมดมาตรการแล้ว ต้องมาดูกันต่อไปว่าจะทำอย่างไร เพราะตอนนี้ราคาพลังงาน โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติยังมีแนวโน้มสูง