‘สุชาติ’ชี้เป็นไปได้ยาก ป้อมไม่วิจารณ์หญิงอ้อ ครม.ถกเดือด-รุมยำภท.

‘ป้อม’ปัดวิจารณ์ ‘คุณหญิงอ้อ’ เปิดตัวหนุนเพื่อไทย ‘สันติ’ ชี้ไม่มีปัญหา เศรษฐกิจไทยย้ายกลับ พปชร. แต่หัวหน้าพรรคต้องรอกก.บห.พรรคพิจารณา สมศักดิ์ชี้ไม่มีข้อห้าม แต่ขอถามความเห็นส.ส.พรรค สุชาติเชื่อเป็นไปได้ยาก ‘ธรรมนัส’ โพสต์เหน็บเสนาบดี อย่าจุ้นปมย้ายซบรังเก่า ไล่เอาเวลาไปแก้ น้ำท่วมช่วยเหลือประชาชน ดีกว่าให้ความสำคัญนักการเมืองย้ายสังกัด ‘ไผ่ ลิกค์’ บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ ขอบคุณ ‘ป้อม’ ไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงชนภาคเหนือ ‘อนุทิน’ ทำบุญวันเกิด 56 ปี กล่าวติดตลก อวยพรตัวเองให้ได้เป็นนายกฯ ครม.ถกเดือด พรรคร่วมรัฐบาล รุมถล่ม ภท. หาเสียงไม่เก็บดอกเบี้ย ‘กยศ.’ รักษาการนายกฯ ต้องเรียกถกนอกรอบ

ป้อมไม่ตอบจับมือดีลหญิงอ้อ
เวลา 09.00 น. วันที่ 13 ก.ย. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมครม. เป็นครั้งที่ 3 ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ยังคงประชุม ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากกระทรวงกลาโหม โดยพล.อ.ประวิตรได้หารือกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรี ประมาณ 10 นาที ก่อนเข้าประชุมครม.

เวลา 12.30 น. หลังการประชุมครม. พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ที่ออกมาเปิดตัวสนับสนุน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และพรรคเพื่อไทย (พท.) พปชร.จะรับไมตรีคุณหญิงพจมานด้วยหรือไม่ว่า “ก็ไปถามคุณหญิงพจมานสิ”

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำการเมืองร่วมกันในอนาคต พล.อ.ประวิตรไม่ตอบคำถาม ได้แต่โบกมือและส่ายหน้า เมื่อถามว่า ที่โบกมือแสดงว่าจะไม่ร่วมใช่หรือไม่ เพราะมองกันว่า พล.อ.ประวิตรและคุณหญิงพจมานพูดคุยทางการเมืองกันได้ พล.อ.ประวิตรไม่ตอบก่อนเดินขึ้นรถออกไปทันที

สุชาติชี้พจมานแค่ให้กำลังใจลูก
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผอ.พปชร. ให้สัมภาษณ์กรณีคุณหญิงพจมาน มาเปิดตัวกับพท. นายสุชาติกล่าวว่า เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว เพราะต้องมาให้กำลังใจลูกสาว แต่ในทางการเมืองหากเป็นแคนดิเดตนายกฯ อาจต้องอาศัยข้อมูลจากเขา จากครอบครัว พ่อ คุณแม่ การให้กำลังใจจึงถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนตัวเชื่อว่าคุณหญิงพจมานมาเพียงให้ กำลังใจ ไม่คิดว่าจะลงเล่นการเมืองด้วยตนเอง ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน

เมื่อถามว่าหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์จะพานายทักษิณ ชินวัตรกลับบ้าน นายสุชาติกล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายไม่ได้ง่ายขนาดนั้นและถือเป็นเรื่องยาก เมื่ออยู่ประเทศไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมายของไทย ส่วนตัวไม่อยากเข้าไปก้าวล่วง ไม่อยากพูดถึง เพราะนายทักษิณเคยเป็นผู้นำประเทศ การเมืองเป็นเรื่องของการแข่งขันและอยู่ในโหมดช่วงใกล้เลือกตั้ง ต้องมีการงัดกลเม็ดเด็ดพรายออกมาเป็นเรื่องปกติทางการเมือง แต่ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเลือกผู้นำแบบไหน เลือกผู้นำแบบที่ใฝ่ฝัน ส่วนตัวไม่อยากพูดเพราะอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จึงชอบสไตล์การทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ ชอบความเด็ดขาด ชัดเจน การตัดสินใจ แก้ไขปัญหาประเทศในประเด็นต่างๆ ฉะนั้นการเป็นผู้นำประเทศเป็นเรื่องยาก

ธรรมนัสกลับพปชร.เรื่องยาก
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) จะกลับมาอยู่พปชร. นายสุชาติกล่าวว่า ยืนยันเรื่องนี้ยังไม่เคยพูดคุยกันในพรรค และส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นไปได้ยากที่ ร.อ.ธรรมนัสจะกลับมา แต่การเมืองเป็นเรื่องละเอียดอ่อนหากพูดอะไรออกไปจะไม่ส่งผลดี จึงขอมีข้อมูลที่ชัดเจนก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพปชร. กล่าวถึงกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัสจะนำส.ส.กลับมาร่วมกับ พปชร. ว่า สื่อฟังมาจากไหนตนยังไม่ทราบเลย ใครเขาจะยุบพรรคมารวม อยู่ทำพรรคขนาดนี้ เป็นหัวหน้าพรรคก็มีบทบาทของเขา

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่หาก พล.อ. ประยุทธ์ ไม่รอดปม 8 ปีแล้ว ร.อ.ธรรมนัสจะกลับมา นายชัยวุฒิกล่าวว่า มันไม่เกี่ยวกัน พปชร.คงดูความเหมาะสมในการพิจารณาใครมาอยู่ในพรรค แต่ตัวส.ส.ก็ย้ายพรรคกันได้อยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ เช่นพปชร.ตอนนี้มีคนมาสมัครเรื่อยๆ เพราะอยากอยู่พรรคใหญ่ที่พร้อมดูแลประชาชน พปชร.ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่ง

สันติชี้อยู่ที่มติกก.บห.
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพปชร. ให้สัมภาษณ์กระแสข่าว ศท.จะย้ายกลับมาพปชร. ว่า มีระเบียบและ กก.บห.พรรคที่ต้องพิจารณา แต่พปชร.ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามย้ำหากส.ส.ศท.กลับเข้ามา พปชร.ไม่มีปัญหา นายสันติกล่าวว่า ความจริง ส.ส.ศท.ก็เป็นส.ส.ของพรรคเราและออกไป หากเห็นว่าพรรคเราวันนี้เป็นพรรคที่ดี มีพลังช่วยเหลือประชาชนจะกลับมาก็คงไม่มีปัญหาอะไร ตนพูดเฉพาะในส่วนของส.ส.เท่านั้น

เมื่อถามว่า หาก ร.อ.ธรรมนัส จะกลับมาด้วยยินดีหรือไม่ นายสันติกล่าวว่า ต้องดูมติ กก.บห.พรรค แต่ในความเป็นจริงความเป็นพรรคการเมืองไม่ควรไปรังเกียจใคร แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับระเบียบและมติกก.บห.พรรคที่ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ ซึ่งยังอีกนาน ที่ พล.อ.ประวิตรพูดเมื่อวันที่ 12 ก.ย.เป็นการพูดตามปกติว่าส.ส.ทุกคนก็มีเกียรติ และยืนยันว่าที่ผ่านมายังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้

เมื่อถามว่าส่วนตัวได้พูดคุยกับร.อ.ธรรมนัส บ้างหรือยัง เลขาฯ พปชร.กล่าวว่า “ไม่มี ไม่ได้คุย ส่วนของผมก็ยังไม่ได้เปลี่ยนใจจากพลังประชารัฐ ไม่เคยคิดจะย้ายพรรค ต่อให้ร.อ.ธรรมนัส กลับเข้ามาก็ไม่ย้าย ส่วนที่มีข่าวว่าจะย้ายพรรคนั้นก็ไม่ทราบแต่ยืนยันว่าไม่มี”

สมศักดิ์ชี้ไม่มีข้อห้าม-รอคุยส.ส.
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัสจะนำ ส.ส.กลับมาอยู่ พปชร.ว่า เป็นกระแสข่าวจากสื่อมวลชน ใน พปชร.ยังไม่มีการพูดคุยอะไรกัน จึงยังให้ความเห็นอะไรไม่ได้ เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า มีทางเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยและ รับฟังจากสมาชิกพรรคว่าเขามีความคิดเห็นอย่างไร จึงขอเวลาอีกระยะ สัปดาห์นี้จะเป็นช่วงที่ส.ส.จะได้พบเจอกัน คงจะมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมมากขึ้นแต่ตอนนี้เราพูดอะไรไม่ได้

เมื่อถามว่าการที่พรรคขับส.ส.ออกจากพรรค แล้วรับกลับเข้ามาภายหลังเป็นไปได้หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่มีข้อห้ามอะไร เมื่อถามว่าคิดว่าในพรรคจะมีกระแสต่อต้านกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า วันนี้ยังไม่เห็นพูดอะไรกัน แต่วันหน้าตนไม่ทราบ เมื่อถามว่าเป็นเรื่องแปลกหรือไม่ที่พรรคหนึ่งจะไปร่วมกับพรรคหนึ่ง นายสมศักดิ์กล่าวว่า จะรวมกันเป็นแบบพรรคอัมโนได้หรือไม่ตนไม่แน่ใจ

เมื่อถามว่า กรณีหัวพรรค พปชร.ระบุจะเว้นการส่ง ส.ส.ในบางพื้นที่ให้พรรค ศท.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมายหรือไม่เรื่องการทำงานของพรรค การเมือง ควรดูเรื่องข้อกฎหมายด้วย

ศท.ขอบคุณป้อมไม่ส่งส.ส.ชน
นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการ ศท. ให้สัมภาษณ์รายการมุมการเมืองทาง ThaiPBS ถึงการร่วมลงพื้นที่จ.ตาก กับพล.อ.ประวิตร ว่า พื้นที่ ดังกล่าวเป็นของนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก ศท. และไปให้กำลังใจ พล.อ.ประวิตร ที่มาลงพื้นที่ อีกทั้งมีประเด็นเรื่องฝายวังบัวแตกทำให้พื้นที่รับน้ำกว่า 6 แสนตารางเมตร ได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนและเป็นปัญหาความเดือดร้อนที่ต้องนำเรียนให้ทราบเพื่อนำไปสู่การแก้ไข แต่ยืนยัน ร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้ลงพื้นที่ด้วย

เมื่อถามถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าที่ พล.อ.ประวิตร บอกว่าจะไม่ส่งผู้สมัครชนกับ ศท. นายไผ่กล่าวว่า ไม่มีข้อตกลงร่วมกันเป็นเรื่องในอนาคต ไม่สามารถนำมาพูดได้ แต่ขอบคุณพล.อ.ประวิตร ที่ยังมีเมตตาและเอ็นดูพวกเรา

กลับพปชร.-ปม8ปีเกี่ยวด้วย
ส่วนกระแสข่าวที่จะกลับมาร่วมงาน กับพปชร.นั้น เลขาฯ ศท. กล่าวว่า เรื่องนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ต้องดู ณ วันนั้น และต้องให้เกิดการพูดคุยกันจริงๆ ก่อน จะได้รู้ว่าควรทำอย่างไร แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุยกัน โดยไม่มีปัจจัยหรือเงื่อนไขอะไรประกอบการตัดสินใจที่จะกลับมาทำงานร่วมกันในนามพรรคเดียวกัน

“พรรคเศรษฐกิจไทยและพล.อ.ประวิตรทำงานร่วมกันได้อยู่แล้ว ไม่ใช่ปัญหา แต่การเมืองมีหลายองค์ประกอบ และต้องหารือตัดสินร่วมกันในพรรค ที่ผ่านมาอยู่กันมา 4 ปี ก็ทำงานกันได้ พล.อ.ประวิตร เป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก ดูแล ห่วงใยส.ส. เอาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาบอกก็ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว” นายไผ่กล่าว

เมื่อถามว่า ปัจจัยเรื่องวาระนายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งด้วยหรือไม่ นายไผ่กล่าวว่า ก็อาจเป็นส่วนหนึ่ง แต่ต้องดูทุกอย่างประกอบกัน

ธรรมนัสเหน็บรมต.ยุ่งย้ายพรรค
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้า ศท. โพสต์เฟซบุ๊กว่า “อังคารนี้มีการประชุมครม.ตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ มีเหล่าเสนาบดีหลายท่านต่างให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นทิศทางการเมืองของผม ต้องกราบขอบคุณพี่น้องสื่อหลายๆ สำนักที่มีความเป็นห่วงผมในประเด็นดังกล่าว

ส่วนตัวแล้วในช่วงนี้ เราไม่ควรให้ความสำคัญกับการย้ายสังกัดของนักการเมือง เพราะเวลานี้เป็นห้วงเวลาที่พี่น้องประชาชนกำลังหวาดผวากับอุทกภัยหรือน้ำท่วม ทั้งน้ำเหนือและน้ำจากฟ้า กำลังถล่มลงมาในหลายจังหวัด และพี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ผมว่าเราเอาเวลาไปคิดเรื่องการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนดีกว่าไหมครับ การเมืองต้องเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง”

ครม.ระอุ-กองทุนกยศ.
รายงานข่าวเผยว่า ในที่ประชุมครม.เรื่องที่ใช้เวลาหารือนานที่สุดคือ การแก้ไขปัญหายาเสพติด หลัง พล.อ.ประวิตรปรารภเห็นข่าวคนติดยาฆ่าคนหลายเหตุการณ์ จึงต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน มีรัฐมนตรีแสดงความคิดเห็นหลากหลาย ประเด็นสำคัญคือต้องมีผู้รับผิดชอบหลัก อีกเรื่องที่แสดงความเห็นกันมากคือ ร่างพ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือพ.ร.บ.กยศ. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาวาระ 2 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม หยิบยกขึ้นมาหารือว่า พ.ร.บ.นี้ไม่รู้จะเอาอย่างไรแน่ เวลาเข้าสภาก็ยุ่งเหยิง ถ้าไม่เก็บดอกเบี้ยแล้วกองทุน กยศ.จะบริหารจัดการอย่างไร ทุกคนจ้องแต่จะหาเสียง

นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ ระบุว่าที่ประชุมจะให้แต่ละพรรคฟรีโหวต ทำให้นายสมศักดิ์ท้วงว่า ฟรีโหวตไม่ได้ กระทบเสถียรภาพรัฐบาล เป็นกฎหมายสำคัญและไม่ควรเสนอในสภาช่วงนี้ จะเป็นการหาเสียง ถ้าจะทำให้เสนอเป็น พ.ร.ฎ. ถ้าเสนอไปเกรงว่าจะไม่มีเอกภาพ เป็นขี้ปากชาวบ้านและสื่อมวลชน

ภท.รูดซิป-ป้อมถกนอกรอบ
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ระบุ ตนเป็นประธานกมธ.ร่างพ.ร.บ. ตอนแรกพรรคร่วมรัฐบาลให้ความร่วมมือกันดี แต่พอตอนปลายรัฐบาลกลับจ้องจะนำกฎหมาย ไปหาเสียง ถ้าปล่อยเข้าสภาจะวุ่นวาย ดอกเบี้ยเป็นศูนย์ไม่ได้จะทำให้คนไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีทุนไปหมุนต่อ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ ระบุทำนองเดียวกันว่า ไม่ควรสร้างวัฒนธรรมเบี้ยวหนี้ให้ประชาชน

เป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่นำร่างกฎหมายนี้ไปหาเสียงจะไม่เก็บดอกเบี้ย กยศ. ไม่ได้แสดงความคิดเห็น ทำให้ พล.อ.ประวิตร ต้องพูดขึ้นว่า เรื่องนี้พรรคร่วมควรคุยกันหลังประชุม

หลังการประชุมครม. พล.อ.ประวิตรได้เรียกหัวหน้าพรรคและเลขาฯ พรรค เข้าหารือประเด็นดังกล่าวที่ห้องรับรอง ขณะที่นายอนุทิน มีคนมาอวยพรวันคล้ายวันเกิดที่ห้องทำงานตึกบัญชาการ 1 ทำให้ไม่ได้ร่วมหารือต่อ โดยพล.อ.ประวิตร ย้ำต่อที่ประชุม แต่ละพรรคไปหาเสียงพูดตัวเลขดอกเบี้ยคนละตัว จึงอยากให้กลับไปคุยกันให้ดีว่าจะใช้ดอกเบี้ยเท่าไร แล้วกลับมาคุยกันใหม่

วิษณุชี้ 8 ปีตัดสินได้ทุกทาง
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีใกล้วันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยปม 8 ปี การดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ส่วนตัวคิดว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ควรตีความอย่างไรว่า ขอให้รอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับมาตรา 264 เพราะยิ่งใกล้ตัดสินแล้วต้องรอคำสั่งศาล พูดอะไรตอนนี้มันก็ไม่เหมาะสมแล้ว

เมื่อถามว่าศาลต้องวินิจฉัยกำหนดการดำรงตำแหน่งนายกฯ ต้องเริ่มนับตั้งแต่ปีใด หรือบอกแค่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ผ่านหรือไม่ผ่านปม 8 ปี หลัง พท.ยื่นคำร้องให้ตัดสินเริ่มนับตั้งแต่ปี 2557 เท่านั้น นายวิษณุกล่าวว่า เราไม่ทราบ เป็นไปได้ทุกทาง อย่าไปเดา เมื่อถามว่าศาลสามารถวินิจฉัยออกมาได้หมดทุกด้าน นายวิษณุกล่าวว่า ศาลอาจบอกว่าพ้นหรือไม่พ้น หรืออาจบอกว่าไม่พ้นเพราะต้องเริ่มนับอย่างนั้นก็แล้วแต่ ตนไม่ทราบและตอบไม่ได้ ในครม.ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้ ส่วนศาลจะวินิจฉัยในวันที่ 14 ก.ย.หรือไม่ตนไม่ทราบและไม่มีใครรู้ได้ ตอบไม่ถูกเพราะมันเคยมีมาทุกรูปแบบในอดีต

อนุทินขอพรวันเกิด 56 ปี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงวันคล้ายวันเกิดครบ 56 ปี ในวันที่ 13 ก.ย.นี้ อยากให้บ้านเมืองเป็นอย่างไร ว่า อยากให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง สงบสุข ปราศจากความขัดแย้ง ประชาชนมีความสุขมากๆ เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ อวยพรวันเกิดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เดี๋ยวจะเขียนไลน์ไปบอก ไปขอพรท่าน

เมื่อถามว่าวันเกิดปีนี้มีใครอวยพรให้เป็นนายกฯ บ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวติดตลกว่า “อวยพรตัวเองมั้ง” ก่อนที่นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ จะแทรกขึ้นว่าเป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องเป็นนายกฯ เมื่อถามว่าจะเป็นในรอบหน้าเลยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ใจเย็นๆ ขอทำภารกิจและหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก่อน เพราะเวลาที่เราทำอะไรดีๆ ตั้งใจทำอะไรผลลัพธ์ก็ย่อมออกมาดีเสมอ ตนประคองชีวิตอย่างนี้มาโดยตลอด เมื่อถามว่าอยากได้ส.ส.สมัยหน้ากี่ที่นั่งเป็นของขวัญวันเกิด นายอนุทินกล่าวว่า ภท.ตั้งใจทำงานอย่างดีที่สุด ทำแต่สิ่งที่ดีๆ ให้บ้านเมืองและประชาชนมีความแข็งแรง มีความสุข อยู่ดีกินดี จะได้ส.ส.เท่าไรก็เท่านั้น

ทั้งนี้ เวลา 06.30 น. นายอนุทินพร้อมสมาชิกครอบครัวได้ทำบุญตักบาตรที่บ้านพัก จ.สมุทรปราการ บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย

สมคิดควงอุตตม-สนธิรัตน์ลุยภูเก็ต
ที่พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรค เผยว่า ในวันที่ 15 ก.ย.นี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค จะนำคณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคและประธานภาคใต้ นายสุพล ฟองงาม รองหัวหน้าพรรรคและประธานภาคอีสาน นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการพรรค นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรคและประธานฝ่ายนโยบาย ลงพื้นที่จ.ภูเก็ต เพื่อพบปะประชาชน นักธุรกิจอันดามัน และกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา “อันดามันรอด ประเทศไทยรุ่ง” เพื่อทำงานเชิงรุกในการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจในภาคใต้ พร้อมนำเสนอนโยบายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องประชาชน แลกเปลี่ยนและรับฟังปัญหา จากคนในพื้นที่ เพื่อให้พรรคสามารถจัดทำเป็นยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ตอบโจทย์ของแต่ละพื้นที่

นายนริศกล่าวว่า งานเสวนาจะมีผู้แทนองค์กรในพื้นที่อันดามัน อาทิ นพ.บัญชา ค้าของ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯภูเก็ต นายสมยศ ปาทาน ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ต รวมถึงนักธุรกิจในหลายจังหวัด อาทิ ภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ธานี กระบี่ เข้าร่วมหารือถึงปัญหาและหาทางออกเรื่องเศรษฐกิจภาคใต้ จากนั้นนายสมคิด พร้อมผู้บริหารพรรค จะลงพื้นที่พบปะประชาชนและกลุ่มธุรกิจย่านเมืองเก่าภูเก็ต ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในจังหวัด มีนายดอน ลิ้มนันทพิสิฐ ประธานชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต ต้อนรับ

เปิดตัว – น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วยผู้บริหารพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดตัว นายตรงสิทธิ์ ตั้งจตุรวิธ เป็นผู้สมัครส.ส.ยโสธร เขต 3 ที่ที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนา เมื่อวันที่ 13 ก.ย.

ชทพ.เปิดตัวชิงส.ส.ยโสธร
ที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค นาย วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค พร้อมผู้บริหารพรรค ร่วมเปิดตัวนายตรงสิทธิ์ ตั้งจตุรวิธ อดีตรองนายกอบจ.ยโสธร เป็นผู้สมัครส.ส.ยโสธร เขต 3

น.ส.กัญจนากล่าวว่า สมัยของนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นหัวหน้าพรรคชาติไทย พรรคมีส.ส.อีสาน เกือบทุกจังหวัด ปัจจุบันมีนายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด เป็นส.ส.อีสานเพียงคนเดียว ตนขอโอกาสเพื่อให้พรรคมี ผู้แทนอีสานมากกว่า 1 คน เมื่อถามกรณีหลายพรรคเปิดตัวคนรุ่นใหม่สู้เลือกตั้ง ชูเป็นทางเลือกออกจากขั้วขัดแย้ง น.ส.กัญจนากล่าวว่า พรรคพร้อมร่วมทำงานทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นใหญ่ บางครั้งคนรุ่นใหญ่อาจมีบทบาทนำ และบางครั้งคนรุ่นใหม่จะมีบทบาทนำ การทำงานการเมืองตนยืนยันไม่ร่วมเป็นขั้ว ขัดแย้ง และพร้อมก้าวข้ามความขัดแย้งเพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชน

ด้านนายวราวุธกล่าวว่า มั่นใจผู้สมัคร ส.ส.จะปักธงในพื้นที่อีสานได้ ขณะนี้ยังไม่กำหนดว่าจะส่งผู้สมัครส.ส.อีสานกี่เขต แต่พร้อมจะทำให้ดีที่สุด เมื่อถามถึงความคืบหน้าต่อการทำนโยบายพรรคโดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายวราวุธกล่าวว่า พรรคมีแนวทางทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดยยึดแนวทางสมัยนายบรรหาร ที่ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ยกร่าง การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะเป็น 1 ในนโยบายสำคัญของพรรคที่จะใช้หาเสียงเลือกตั้ง

ช่วยน้ำท่วม – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม.ของพรรค ร่วมกันแพ็กอาหารแห้งของใช้จำเป็นนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม เมื่อวันที่ 13 ก.ย.

อุ๊งอิ๊งควงทีมกทม.ช่วยผู้ประสบภัย
เวลา 11.30 น. ที่ทำการ พท. น.ส. แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัว เพื่อไทย ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กทม. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กทม. ร่วมด้วยแกนนำ ส.ส. ว่าที่ผู้สมัคร ทีมส.ก. พร้อมด้วยสมาชิกครอบครัวเพื่อไทย ร่วมกันบรรจุถุงยังชีพ “ครอบครัวเพื่อไทยร่วมใจช่วยน้ำท่วม” ของใช้จำเป็นสำหรับการอุปโภคบริโภค กว่า 1,000 ชุด พร้อมสุขาลอย เพื่อนำไปมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมขังผ่านตัวแทน ส.ส.กทม. ส.ก.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในเขตที่ประสบภัยน้ำท่วม

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมมาตลอด เป็นห่วงพี่น้องชาว กทม.และทั่วประเทศ พท.ขอส่งความห่วงใยไปถึงคนไทยทุกคน จึงขอเป็นส่วนเล็กๆ ที่ช่วยแบ่งเบาความทุกข์ มีอะไรที่พรรคพท.ทำได้ต่อจากนี้ก็พร้อมยินดีให้ความร่วมมือ

ด้านนางพวงเพ็ชรกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า หลังจากที่ทั้ง ส.ส. ส.ก.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพท. ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และสัมผัสความเดือดร้อนของประชาชน วันนี้จึงระดมกำลังสมาชิกและผู้บริหารพรรคช่วยกันบรรจุสิ่งของเพื่อนำไปส่งมอบให้กับประชาชนที่เดือดร้อน ในเขตพื้นที่ ซึ่งกำลังประสบอุทกภัยในกทม.

ปชป.ลุยหลักสี่-มอบถุงน้ำใจ
เวลา 18.00 น. ที่ศูนย์สุขภาพชุมชนร่วมพัฒนา ซอยวิภาวดีรังสิต 25 เขตหลักสี่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตหลักสี่ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ “ถุงน้ำใจ” ของมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในชุมชนร่วมพัฒนาและชุมชนหลังแฟลตร่วมพัฒนา เขตหลักสี่ ประมาณ 500 ครัวเรือน

นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนมอบหมาย ส.ส. อดีตส.ส.ของพรรคลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในจังหวัดที่ประสบอุทกภัย ประชาชนสามารถประสานงานมาได้ที่พรรค หรือมูลนิธิ หรือแจ้งความเดือดร้อนกับผู้แทนของพรรค ในกทม. ผ่าน ส.ก. อดีตส.ส. อดีต ส.ก. อดีต ส.ข. สาขาพรรค และตัวแทนพรรค

ศาลยกฟ้อง‘ทวี’ถูก‘สมคิด’ฟ้อง
เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษายกฟ้องคดีที่พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจ เป็นโจทก์ฟ้องพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน และพ.ต.ท.เบญจพล จันทวรรณ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เป็นจำเลยใน ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นพนักงานสอบสวน เจ้าพนักงานที่มีอำนาจสืบสวน กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะแกล้งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดต้องรับโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, มาตรา 157 และมาตรา 200 วรรคสอง

คดีนี้พล.ต.ท.สมคิดยื่นฟ้องสรุปว่า เมื่อพ.ศ.2552 พ.ต.อ.ทวี อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กับพวกรวม 3 คน ปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกันสอบสวนดำเนินคดีพล.ต.ท.สมคิด กับพวกรวม 5 คน เป็นผู้ต้องหา กล่าวหาว่าร่วมกันฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย โดยสอบสวนพ.ต.ท.สุวิชชัย หรือ อัคควุธ แก้วผลึก เป็นพยาน พร้อมอ้างแหวนทองวัตถุพยาน ของกลางเป็นพยานหลักฐานใหม่ เพื่อสอบสวนรื้อฟื้นดำเนินคดีพล.ต.ท.สมคิดกับพวก ทั้งที่ไม่มีพยานหลักฐานที่จะรับฟังได้ว่า ผู้ต้องหากับพวกร่วมกันกระทำความผิด

อีกทั้งในการสอบสวนพยานทั้งที่เป็นจำเลยหลบหนีหมายจับตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอุทธรณ์ (จังหวัดมีนบุรี) ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ในคดีร่วมกันฆ่านายฉัตรดำรงพรรณ ไชยเฉลิมภัค เชื้อพระวงศ์ลาว โดยมีพฤติการณ์ส่อว่าจูงใจ ต่อรองเพื่อให้พยานกลับคำให้การจากเดิมเป็นพยานบอกเล่าไม่เห็นเหตุการณ์ เปลี่ยนเป็นกลับคำให้การว่าเห็นเหตุการณ์ ขณะที่ผู้ต้องหากับพวกกระทำผิด พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องพล.ต.ท.สมคิดกับพวก เป็นจำเลย คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.119/2553 ข้อหาร่วมกันฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ ต่อมาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องพล.ต.ท.สมคิดกับพวกรวม 5 คน ทั้งสามศาล

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีถือว่ามีพยานหลักฐานใหม่และสำคัญในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงชักจูงหรือบังคับขู่เข็ญให้พยานเบิกความเท็จ อีกทั้งคำให้การของพ.ต.ท.สุวิชชัยไม่ได้ให้การพาดพิงถึงตัวโจทก์เลย สำหรับการสืบพยานก่อนฟ้องเป็นดุลพินิจของพนักงานอัยการและศาล การจัดให้มีการชี้ตัวผู้ต้องหาจะต้องกระทำให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ในคดีนี้ไม่มีการชี้ตัว จึงไม่ทำให้การสอบสวนต้องเสียไป จำเลยทั้งสามจึงได้ปฏิบัติการโดยชอบแล้ว พิพากษายกฟ้อง

ภายหลังอ่านคำพิพากษา พล.ต.ท.สมคิดกล่าวว่า เคารพในคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่คดียังไม่ถึงที่สุด จะขอใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คดีต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน