ทส.ส่งเครื่องสูบยักษ์ ฝนเทบางเขนตามนัด เขื่อนต้องเร่งระบาย ป้อมตรวจท่วมมีนบุรี

‘ป้อม’ตรวจน้ำท่วมมีนบุรี-หนองจอก ‘ชัชชาติ’ประสาน ทร. ขอเครื่องผลักดันน้ำ หลังได้รับเครื่องสูบจากทส. ชี้ลาดกระบัง ยังหนัก ฝนกรุงมาเร็วกว่านัดหมาย เทใส่ดอนเมือง-บางเขนตั้งแต่บ่าย อุตุฯ คาดยังมีฝนต่อเนื่อง กอนช.เร่งระบายน้ำในเขื่อน รอรับมวลน้ำระลอกใหม่ เขื่อนเจ้าพระยา เริ่มแล้วปล่อยน้ำ 1,800 ลบ.ม./วินาที

อุตุฯคาดฝนยาวถึง 19 ก.ย.
วันที่ 13 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 13-19 ก.ย. โดยคาดหมายว่า ช่วงวันที่ 13-14 ก.ย. 65 ร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศกัมพูชา ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณ ที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 ก.ย. 65 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุม ทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเล อันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทย ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ตลอดช่วง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มในระยะนี้ ไว้ด้วย สำหรับในช่วงวันที่ 15-19 ก.ย. 65 ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยง การเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ปภ.ชี้ยังท่วมขัง 15 จว.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานอิทธิพลร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคกลางตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้เกิด ฝนตกหนัก ตั้งแต่วันที่ 4-13 ก.ย.มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 31 จังหวัด ปัจจุบันยังคงมี สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน ลำปาง หนองบัวลำภู ขอนแก่น กาฬสินธุ์ เลย ปทุมธานี สมุทรปราการ สระแก้ว ระยอง ชลบุรี และจันทบุรี รวม 29 อำเภอ 68 ตำบล 247 หมู่บ้าน ภาพรวมระดับน้ำลดลง

ขณะที่สถานการณ์มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก และปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก ลำน้ำสาขามีปริมาณมาก ส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ ล่าสุดวันนี้ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และปทุมธานี (อ.เมืองปทุมธานี อ.สามโคก) รวม 12 อำเภอ 112 ตำบล 606 หมู่บ้าน ภาพรวมระดับน้ำลดลง

สธ.สั่งรพ.จัดแผนเผชิญเหตุ
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการให้ความช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ว่า ในเรื่องดังกล่าวได้สั่งการไปแล้วทั้งหมดว่าให้ทุกหน่วยงานของทางราชการ โดยเฉพาะหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เช่นกระทรวงหมาดไทย เข้าไปช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า สั่งการให้ต้นสังกัดของสถานศึกษา แจ้งไปยังสถานศึกษาในสังกัดให้เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมก่อนที่น้ำจะมาถึง ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะทราบอยู่แล้วว่ามีโรงเรียนไหนบ้างเสี่ยงถูกน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้ทราบว่าน้ำมาอีกระลอกหนึ่งแล้ว สถานการณ์ของโรงเรียนอาจจะเปลี่ยน ได้มอบหมาย ให้นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ติดตามสำรวจโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ อีกครั้ง

ด้านนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ในช่วงเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา มีสถานพยาบาลในสังกัดสธ.ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 18 แห่ง เป็นร.พ. 3 แห่ง คือ ร.พ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ร.พ.แกลง จ.ระยอง และร.พ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ส่วนที่เหลืออีก 15 แห่ง เป็นรพ.สต. ภาพรวมสามารถเปิดให้บริการได้แล้ว 16 แห่ง ปิดให้บริการ 2 แห่ง ส่วนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมนั้นขณะนี้พายุหมาอ๊อนได้ผ่านไปแล้ว แต่จะมีพายุเข้ามาอีกลูก โดยภาคเหนือมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม 12 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด และ ภาคกลาง 4 จังหวัด อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์น้ำจะไม่รุนแรงเหมือนปี 2554 ซึ่งปีนั้นน้ำมาก เพราะเจอทั้งน้ำเขื่อน น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน แต่ปีนี้น้ำเขื่อน ยังไม่เต็มสามารถรองรับได้อีกจำนวนมาก เป็นหมื่นล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ จัดทำแผนบริหารความพร้อมต่อภาวะวิกฤต (BCP) เพื่อให้สถานพยาบาลสามารถให้บริการประชาชนต่อไปได้ เช่น หากได้รับผลกระทบจนต้องหยุดบริการที่สถานพยาบาล จะมีแผนดำเนินการต่ออย่างไร เปิดบริการจุดไหน จัดสรร บุคลากรอย่างไร จะดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยล้างไต หรือผู้ป่วยที่ต้องรับการคีโมอย่างไร ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีการวางแผน BCP ของตนเองไว้แล้ว

เร่งระบายผ่านเจ้าพระยา
ที่สำนักงานชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และคณะลงพื้นที่ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา โดยนายสุรสีห์กล่าวว่า หลังได้รับข้อมูลจากสำนักงานชลประทานที่ 12 พบว่าแนวโน้มระดับน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้น จากที่จะระบายน้ำลงท้ายเขื่อนเจ้าพระยาถึง 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.เป็นต้นไป อาจต้องปรับแผนให้เร็วขึ้นมาเป็นวันที่ 14 ก.ย. จึงขอฝากเตือนพี่น้องประชาชน ด้านท้ายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำที่ประสบปัญหาน้ำท่วม อาจทำให้เกิดผลกระทบ ได้บ้าง ที่ต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นเพราะมีความจำเป็น ในกรณีที่มีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเข้ามามากขึ้นจะแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนเป็นระยะ ทั้งนี้ เกณฑ์การระบายน้ำขณะนี้ ยังไม่ส่งผลกระทบในกรุงเทพฯ ในส่วนของกรุงเทพฯ เองที่ต้องเฝ้าระวังคือ ฝนที่ตกในพื้นที่ โดยจะบูรณาการทุกภาคส่วนในการช่วยระบายน้ำในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วย

สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ล่าสุด ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,883 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.70 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 13.87 เมตร/รทก. ซึ่งระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 2.47 เมตร และเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอยู่ที่ 1,799 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งส่งผลทำให้ที่สถานีวัดน้ำ C.3 บ้านบางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี มีปริมาณน้ำไหลผ่านจุดวัดอยู่ที่ 1,842 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำดังกล่าว ขอให้ประชาชน ที่อาศัยอยู่นพื้นที่ริมแม่น้ำนอกคันกั้นน้ำให้เฝ้า ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

มอบเครื่องสูบ – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. รับมอบเครื่องสูบน้ำ ขนาด 30 นิ้ว จำนวน 6 เครื่อง จากนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ สนับสนุนมาช่วยสูบน้ำแก้น้ำท่วม ที่สถานี สูบน้ำพระโขนง เมื่อวันที่ 13 ก.ย.

ส่งลงอ่าวไทยไม่ผ่านกทม.
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ประสานมายัง ทส. เพื่อขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ ว่า ได้สั่งการไปยังกรมทรัพยากรน้ำ โดยนัดหมายส่งมอบเครื่องสูบน้ำขนาด 30 นิ้ว 6 เครื่อง เบื้องต้นจัดส่งให้ก่อน 4 เครื่อง ที่สถานีสูบน้ำพระโขนงในเวลา 15.00 น. วันเดียวกันนี้ ซึ่งจะติดตั้งได้ทันที ส่วนอีกเครื่องหนึ่งจะมาส่งในวันที่ 19 ก.ย. ขณะที่ อีกหนึ่งเครื่องขณะนี้ติดตั้งอยู่ที่ศรีนครินทร์ บางนา คาดว่าจะเดินเครื่องได้ในวันนี้หรือพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 6 เครื่อง มาจากทุกสำนักงานในทุกภูมิภาค ซึ่งเครื่องสูบน้ำขนาด 30 นิ้วนี้ถือเป็นเครื่องขนาดใหญ่มาก มีกำลังสูบมาก หากเดินเครื่องเต็มที่จะทำให้น้ำลดลงได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งนี้ ต้องหารือกับ ผู้ว่าฯ กทม. จะสามารถพร่องน้ำได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากต้องระมัดระวังน้ำทะเลหนุนสูงด้วย

นายวราวุธกล่าวต่อว่า สถานการณ์น้ำท่วมกทม.ในขณะนี้มาจากน้ำฝน ต่างจากปี 2554 ที่เป็นน้ำมาจากภาคเหนือ ส่วนน้ำเหนือจะอยู่บริเวณจ.นครพระศรีอยุธยา อ่างทอง สุพรรณบุรี และปริมณฑล ซึ่งกำลังพยายามพร่องน้ำระบายลงสู่อ่าวไทย ไม่ให้เข้ากทม. ย้ำว่าน้ำใน กทม.ขณะนี้คือเป็นน้ำจากฝนที่ตกในกทม. โดยตรง

โคราชเตือนท้ายอ่าง-เขื่อน
ที่จ.นครราชสีมา โครงการชลประทานนครราชสีมา เร่งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อ.ชุมพวง โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ริมคลองธรรมชาติ บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำห้วยบง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากขณะนี้มีปริมาณน้ำในอ่างอยู่ที่ 14.82 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 102.26 ซึ่งเกินระดับความจุเก็บกัก ทำให้มีน้ำล้นประตูระบายน้ำลงไปตามคลองส่งน้ำชลประทาน

ขณะที่ปภ.นครราชสีมา ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ เพื่อเตรียม ความพร้อมป้องกันและลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขา ที่ราบลุ่มน้ำ ลำน้ำมูน ลำเชียงไกร และ ลำน้ำจักราช ให้ติดตามประกาศ การแจ้งเตือนจากทางภาครัฐอย่างใกล้ชิด ในช่วงระยะนี้ โดยเฉพาะอำเภอที่มีพื้นที่ติดลำน้ำมูน ได้แก่ อำเภอเฉลิมพระเกรียติ โนนสูง พิมาย ชุมพวง และ อำเภอเมืองยาง ซึ่งล่าสุดพบว่า มีปริมาณน้ำของลำน้ำมูนในพื้นที่อำเภอ พิมายได้ไหลไปสมทบกับปริมาณลำน้ำมาศ ในอ.ชุมพวง บริเวณพื้นที่ตำบลโบสถ์ อ.พิมาย ทำให้ปริมาณน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร พื้นที่ทางการเกษตรถูกน้ำท่วมเสียหายแล้ว กว่า 500 ไร่ และคาดว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นและขยายพื้นที่ออกไปมากขึ้นหลังในพื้นที่มีฝนตกลงมาติดต่อกันหลายวัน อีกทั้งเขื่อนพิมาย ยังคงเร่งเดินเครื่องผลักดันน้ำภายในเขื่อนออกลงสู่ลำน้ำมูน ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำมูนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

น้ำชีล้น – น้ำจากลำน้ำชีเอ่อเข้าท่วมพื้นที่บ้านกุดกว้าง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ขณะที่ชาวนาชาวไร่ต้องรีบเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อหนีน้ำ เมื่อวันที่ 13 ก.ย.

ขอนแก่นเร่งพร่องน้ำรับฝนใหม่
ที่จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมบ้านกุดกว้าง ต.เมืองเก่า อ.เมือง พบว่า หลังระดับน้ำจากแม่น้ำชีได้ไหลเอ่อเข้าท่วมพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 12 ก.ย. มีชาวบ้านบางส่วน ที่ทำนาได้เกี่ยวข้าวมาตากไว้บริเวณริมถนนในหมู่บ้าน เนื่องจากมวลน้ำมาไวหากไม่เกี่ยวจะทำให้ผลผลิตเสียหายทั้งหมด แต่ก็ยังถูกน้ำที่เอ่อขึ้นมาท่วม ขณะที่จุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำชี ตามเส้นทาง ถ.มิตรภาพ ช่วงรอยต่อ ต.เมืองเก่า และต.ท่าพระ อ.เมือง กรมทางหลวง ได้ปิดการจราจรและจุดกลับรถในจุดตัดดังกล่าว ทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย หลังระดับน้ำท่วมผิวการจราจร มีระดับความสูงกว่า 50 ซ.ม. ทั้งนี้มวลน้ำก้อนใหญ่ของแม่น้ำชีได้ไหลเข้าสู่พื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่นแล้ว และมวลน้ำบางส่วนได้ล้นพนังกั้นน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรบริเวณบ้านกุดกว้าง, บ้านสะอาด, บ้านดอนบม, บ้านโนนตุ่น ต.เมืองเก่า

ส่วนสถานการณ์น้ำเขื่อนอุบลรัตน์ มีปริมาตรน้ำคิดเป็นร้อยละ 56.52 ของความจุ เขื่อนที่ 2,431.30 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) โดยคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจ.ขอนแก่น มีแผนการระบายน้ำวันที่ 12 ก.ย. ที่ 24 ล้าน ลบ.ม. ทำให้น้ำในลำน้ำพองเพิ่มสูงขึ้น และเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านที่ทำการเพาะปลูกอยู่ในพื้นที่ ใกล้เคียงกับแม่น้ำพอง

สุรินทร์ประกาศภัยพิบัติ4อำเภอ
ที่จ.สุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ได้ประกาศเป็น พื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 4 อำเภอ ได้แก่ พนมดงรัก, ปราสาท, ชุมพลบุรี และท่าตูม พร้อมทั้งสั่งการให้ทุกอำเภอติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่และเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด

ดินสไลด์ – สภาพดินสไลด์บริเวณถนนบ้านกลาง-ไม้ ซางหนาม ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน หลังเกิดฝนตกหนัก ต่อเนื่อง ขณะที่ปภ. แม่ฮ่องสอนแจ้งเตือนทั้งจังหวัดระวังน้ำป่าและดินโคลนถล่ม เมื่อวันที่ 13 ก.ย.

ม่อนแจ่มเสี่ยงดินถล่ม
ที่จ.แม่ฮ่องสอน นายทนงศักดิ์ นิรากรณ์ ผู้อำนวยการส่วนอุทกวิทยาที่ 3 เปิดเผยว่า ห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัยน้ำหลาก-ดินถล่มแจ้งข้อมูลการเตือนภัย เตรียมพร้อม (สีเหลือง) ไปยังสำนักงานปภ.แม่ฮ่องสอน ว่า ได้ตรวจพบปริมาณน้ำฝนบ้านทุ่งมะส้าน ต.ห้วยผา อ.เมือง ปริมาณฝนสะสม 12 ชั่วโมง 113.0 มิลลิเมตร ปริมาณฝนสะสม 15 นาที 7.0 มิลลิเมตร ต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ ดังกล่าวได้ ขณะที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำปาย ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว โดยสถานีวัดระดับน้ำที่ บ้านท่าโป่งแดง ต.ผาบ่อง อ.เมือง วัดปริมาณแม่น้ำปาย สูงสุด 3.13 เมตร ซึ่งควร ต้องเฝ้าระวังต่อไปเนื่องจากฝนยังคงตกในพื้นที่ เหนือน้ำ ซึ่งอาจจะส่งผลให้น้ำในแม่น้ำปายเพิ่มปริมาณสูงขึ้นมากอีกได้

ที่จ.เชียงใหม่ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 (เชียงใหม่) ออกประเทศเตือนพื้นที่เสี่ยงของ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม ต.โป่งแยง และต.แม่แรม อ.แม่ริม หรือพื้นที่ดอยม่อนแจ่ม ระวังปัญหาอุทกภัยและดินโคลนถล่ม จากฝนตกหนัก และการปลูกสร้างอาคารที่พักที่ไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดการพลังทลายของหน้าดินได้ง่ายขึ้น

กิ่วลม-กิ่วคอหมาเร่งระบาย
ที่จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 4 อำเภอ 6 ตำบล 15 หมู่บ้าน ได้แก่ 1.อ.เกาะคา 2.อ.ห้างฉัตร 3.อ.เมืองลำปาง และ 4.อ.สบปราบ

นายพีรยุทธ์ เหมาะชัย ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ประกาศ แจ้งการระบายน้ำเขื่อนกิ่วลมและเขื่อนกิ่วคอหมาลงสู่แม่น้ำวัง และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำพื้นที่ลุ่มต่ำติดแม่น้ำวังฉบับที่ 13/2565 โดยวันนี้ เขื่อนกิ่วคอหมามีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน 6.90 ล้านลบ.ม./วัน มีน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นเป็น 160.375 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 94.53 ของความจุ ส่วนเขื่อนกิ่วลมมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน 12.043 ล้านลบ.ม./วัน มีน้ำในเขื่อน 80.740 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 76.01 ของความจุ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนจากการระบายน้ำและ ให้เขื่อนสามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะ เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มการพร่องน้ำออกจากเขื่อนลงสู่แม่น้ำวัง โดยพื้นที่ท้ายเขื่อน ทั้ง 2 จะมีปริมาณน้ำฝนที่ตกสมทบ จึงขอให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำวังและที่ทำการ เพาะปลูกบริเวณลุ่มต่ำริมตลิ่งแม่น้ำวังได้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

นิคมอยุธยายังไม่วิตก
ที่จ.พระนครศรีอยุธยา น.ส.สุบงกช แจ่มทวี ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในจังหวัดยังไม่ถึงขันวิกฤต ปีนี้น้ำมาเร็วเพราะปริมาณน้ำฝนจำนวนมาก ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม 5 แห่ง ประกอบด้วย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) 3 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค 3.นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมอุตสาหกรรมแฟคตอรี่ แลนด์วังน้อย ทั้ง 5 แห่ง มีโรงงานอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ 2,134 โรงงาน ยังไม่วิตกกังวล ส่วนใหญ่ ยังมีความเป็นห่วงพนักงานของโรงงานที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ของน้ำท่วม โดยกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 5 แห่ง นำบทเรียนจากมหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 มาปรับมาป้องกันตัวนิคมอุตสาหกรรม ให้แนวป้องกันน้ำท่วมมีความมั่นคงแข็งแรงมากกว่าปี 2554 ซึ่งถูกน้ำท่วมถึง 5 เมตร สร้างแนวป้องกันท่วมสูงเป็น 6 เมตรพร้อมกับเสริมความแข็งแรง ติดตั้งระบบสูบน้ำทั้งระบบ ส่วนโรงงานต่างๆ ที่อยู่ในนิคม เอง มีการปรับโครงสร้างทั้งภายในและนอกโรงงาน ให้มีการป้องน้ำท่วม ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และการระบายน้ำ ตรวจเช็กกันอยู่ตลอดเวลา

ฝนกรุงทำท่วม 20 จุด
วันเดียวกัน ศูนย์ควบคุมระบบป้องกัน น้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กทม. รายงานสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดฝนตกปานกลางถึงหนัก โดยปริมาณฝนรวมสูงสุดที่จุดวัดบึงมักกะสัน เขตราชเทวี 103 ม.ม. สำนักงานเขตพญาไท 86 ม.ม. ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมฯ เขตดินแดง 80 ม.ม. บ่อสูบศาลอาญารัชดา เขตจตุจักร 77.5 ม.ม. ประตูระบายน้ำคลองอรชร เขตปทุมวัน 69 ม.ม. คลองบัว เขตบางเขน 62.0 ม.ม. สถานีรัชดา-วิภาวดี เขตจตุจักร 61.5 ม.ม.

ส่งผลให้มีน้ำท่วม 20 จุด ดังนี้ 1.หน้าหมอชิตใหม่ ถ.กำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร 2.วังสวนผักกาด ถ.ศรีอยุธยา เขตราชเทวี 3.ซ.อินทามระ45 ถ.ประชาสุข เขตดินแดง 4.หน้ากรมปศุสัตว์ ถ.พญาไท เขตราชเทวี 5.ป้อมตำรวจ-กำแพงเพชร4 ถ.กำแพงเพชร 3 เขตจตุจักร 6.แยกบรรทัดทอง ถ.เพชรบุรี เขตราชเทวี 7.กำแพงเพชร2 -ถ.กำแพงเพชร3 ถ.กำแพงเพชร4 เขตจตุจักร 8.หน้าร.ร.สันติราษฎร์ ถ.ศรีอยุธยา เขตราชเทวี 9. แยกรัชโยธิน-ธ.กรุงเทพ ถ.รัชดาภิเษก เขตจตุจักร 10.หอนาฬิกา- ตลาดห้วยขวาง ถ.ประชาสงเคราะห์ เขตดินแดง

11.ใต้ทางด่วน-แยกโบสถ์แม่พระ ถ.ดินแดง เขตดินแดง 12.ประชาสงเคราะห์ 1-แยก องค์พระ ถ.ประชาสงเคราะห์ เขตดินแดง 13.แยกมิตรสัมพันธ์-อโศก ถ.เพชรบุรี เขตราชเทวี 14.วงเวียนบางเขน-มรภ.พระนคร ถ.แจ้งวัฒนะ เขตบางเขน 15.มรภ.พระนคร- วงเวียนบางเขน ถ.แจ้งวัฒนะ เขตบางเขน 16.แยกองค์พระ-หอนาฬิกา ถ.ประชาสงเคราะห์ เขตดินแดง 17.แยกสะพานควาย ถ.ประดิพัทธ์ เขตพญาไท 18.แยกบรรทัดทอง ถ.เพชรบุรี เขตราชเทวี 19.แยกศรีอุดมขาออก ถ.เฉลิมพระเกียรติร.9 เขตประเวศ และ 20. แยกศรีอุดมขาเข้า ถ.เฉลิมพระเกียรติร.9 เขตประเวศ

ส่วนระดับน้ำแนวคันกั้นน้ำด้านตะวันออกวันนี้ ที่ประตูระบายน้ำคลองสอง (สายใต้) (ระดับวิกฤต+1.80) ระดับ+1.67 ม.รทก. ระดับเตือนภัย ประตูระบายน้ำแสนแสบ (มีนบุรี) (ระดับวิกฤต+0.90) ระดับ+1.18 ม.รทก. ระดับวิกฤต และประตูระบายน้ำลาดกระบัง (ระดับวิกฤติ+0.60) ระดับ+0.74 ม.รทก. ระดับวิกฤต

ช่วงบ่ายถล่มอีก 30 เขต
ต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกัน สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม. โพสต์เฟซบุ๊ก แจ้งฝนตก ก่อนเวลา ที่คาดการณ์ว่าจะถล่มเวลา 16.00 น. โดยบริเวณที่ฝนตกสูงสุดคือเขตสวนหลวง 46.5 ม.ม. ทั้งนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบฝนปกคลุม 30 เขตทั่วกรุงเทพ ประกอบด้วย 1.เขตประเวศ 2.เขตพระโขนง 3.เขตบางนา 4.เขตสวนหลวง 5.เขตยานนาวา 6.เขตคลองเตย 7.เขตวัฒนา 8.เขตราชเทวี 9.เขตปทุมวัน 10.เขตพระนคร 11.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 12.เขตสัมพันธวงศ์ 13.เขตบางคอแหลม 14.เขตสาทร 15.เขตบางรัก 16.เขตลาดกระบัง 17.เขตหนองจอก 18.เขตสะพานสูง 19.เขตทุ่งครุ 20.เขตราษฎร์บูรณะ 21เขตบางขุนเทียน 22.เขตหลักสี่ 23.เขตจตุจักร 24.เขตลาดพร้าว 25.เขตบางกะปิ 26.เขตบึงกุ่ม 27.เขตคันนายาว 28.เขตวังทองหลาง 29.เขตห้วยขวาง และ 30.เขตดินแดง

ขณะที่บริเวณปริมณฑล พบฝนตกที่อ.ลำลูกกา เมืองปทุมธานี อ.บางน้ำเปรี้ยว อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อ.พระประแดง อ.พระสมุทรเจดีย์ อ.บางพลี อ.บางเสาธง อ.บางบ่อ เมืองสมุทรปราการ โดยปริมาณน้ำฝนได้เคลื่อนตัวทิศตะวันตกเฉียงใต้อย่างช้าๆ

น้ำยังสูง – ถนนภายในหมู่บ้านเคหะนคร 2 ลาดกระบังซอย 36 เขตลาดกระบัง กทม. น้ำยังท่วมขังสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน ขณะที่กทม.เร่งสูบน้ำออก พร้อมกับจัดรถรับส่ง ชาวบ้านเข้าออกซอย เมื่อวันที่ 13 ก.ย.

ชัชชาติชี้ลาดกระบังหนักจุดเดียว
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำหนักอยู่จุดเดียวคือ ลาดกระบัง ระดับน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ลดลงไปเกือบ 10 ซ.ม.แล้ว ปัจจุบันได้เปิดประตูระบายน้ำลาดกระบัง 1.30 เมตร และเปิด ประตูระบายน้ำกระทุ่มเสือปลาอีก 2 เมตร เพื่อผลักดันน้ำไปยังสถานีสูบน้ำพระโขนงให้มากขึ้น ขณะเดียวกันกรมชลประทานได้เร่งสูบน้ำออกสู่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต และติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่แม่น้ำบางปะกง เพื่อสูบน้ำจากคลองสำโรงด้วย หากพร่องน้ำส่วนนี้ได้ จะสามารถสูบน้ำจากคลองประเวศ ลงสู่คลองพระองค์เจ้าฯ ได้ ทั้งนี้อยู่ระหว่างประสานกับกองทัพเรือ ขอเรือผลักดันน้ำเพิ่มเพื่อนำมาดันน้ำในจุดที่ประชาชนร้องขอ ขณะนี้ได้ตั้งเรือผลักดันน้ำตลอดคลองประเวศ ขณะที่คลองลาดพร้าว น้ำลดต่ำกว่าจุดวิกฤต และคลองเปรมประชากร ระดับน้ำลดลงแล้ว 20 เซนติเมตร

นายชัชชาติ กล่าวถึงกรณีที่ฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่กรุงเทพฯเมื่อวานนี้ว่า มีน้ำท่วม 18 จุด ระบบเส้นเลือดฝอยที่ทำใช้ได้ ลงเร็ว จุดที่หนักคือ คลองที่น้ำล้น ส่วนซอยรามอินทรา 39 เป็นจุดที่โหดที่สุด ระดับน้ำลดลงแล้ว เย็นนี้คาดว่าสถานการณ์น่าจะคลี่คลาย ทั้งนี้การระบายน้ำผ่านเส้นเลือดใหญ่ยังไปได้ สุดท้ายต้องดูภาพรวม หากเส้นเลือดใหญ่ดี แต่เส้นเลือดฝอยไปไม่ถึง น้ำไปไม่ถึงอุโมงค์ระบายน้ำ ก็ไม่มีประโยชน์ ต้องทำ 2 ระบบไปด้วยกัน

‘ป้อม’ตรวจท่วมมีนบุรี-หนองจอก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 14 ก.ย. เวลา 14.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมน้ำท่วมเขตมีนบุรีและหนองจอก กทม. โดยจุดแรกจะเดินทางไปยังประตูระบายน้ำคลองแสนแสบ เขตมีนบุรี จากนั้น เดินทางต่อไปยังประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำหนองจอก เขตหนองจอก ติดตามการระบายน้ำในพื้นที่ และเดินทางไปยังวัดวิบูลย์ธรรมมาราม เขตหนองจอก เพื่อมอบถุงยังชีพให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กทม. เขตหนองจอก ต้อนรับและร่วมลงพื้นที่ด้วย

ที่ จ.นนทบุรี นายวิศิษฐ์ พุกอาสา อายุ 40 ปี ผู้ใหญ่บ้านน้อย หมู่ 2 ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด กล่าวว่า ที่หมู่บ้านมี 154 ครัวเรือน ทั้งหมดได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูงน้ำเอ่อไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน รวมทั้งผู้ประกอบ อาชีพทำสวน ปลูกพืชผักผลไม้เอาไว้ขาย อาทิ กล้วย พริก มะละกอ ฝรั่ง ทุเรียน รวมแล้วประมาณ 30-40 ไร่ น้ำไหลเข้าท่วมทั้งหมด ต้นไม้ในสวนแต่ละสวนเริ่มเหลืองยืนต้นตาย เพราะรากเน่า น้ำเข้าท่วมมานานเป็นเดือนแล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่มวลน้ำมีปริมาณปล่อยลงมา 1,500 ลบ.ม. ซึ่งขณะนี้น้ำยังไม่มีทีท่าว่าจะลดระดับลงไปเลย และฝากถึงคนขับเรือ ที่สัญจรไป-มาตามแม่น้ำ ขอให้ขับเรือกันช้าๆ เพราะคลื่นฟาดบ้านเรือนประชาชนได้รับความ เสียหาย ขอฝากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือเยียวยา สูบน้ำออก หรือลงมาสำรวจพื้นที่ว่าจะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาตรงไหนกันได้บ้าง อย่าปล่อยเดียวดาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน