ป้อมเลิกเขิน-ขึ้นตึกไทย สภาวุ่น‘ปชป.-พท.’จับมือ สกัดร่างกฎหมายกัญชา ภท.ซัดเล่นเกมการเมือง กยศ.ฉลุย-ไม่คิดดอก

ศาล รธน.นัด 30 ก.ย. อ่าน คำวินิจฉัยคดีวาระนายกฯ 8 ปี ‘บิ๊กตู่’ ขอบคุณทุกกำลังใจ ยันเคารพคำตัดสิน ‘ชลน่าน’ มั่นใจหลักฐานมัดแน่น ‘บิ๊กป้อม’ ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าครั้งแรก หลังนั่งเป็นรักษาการนายกฯ สภาโหวตฉลุยร่างกฎหมาย กยศ. ผู้กู้ยืมเงินเรียน ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย มีผลย้อนหลังทุกราย ภูมิใจไทยแถลงขอบคุณสภา ยันไม่ได้หาเสียง สภาเดือดอีก ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย รุมสกัดร่างพ.ร.บ. กัญชา ให้รัฐบาล-สธ.ไปทบทวน นำกลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติด ให้ใช้ได้เพื่อการแพทย์เท่านั้น สุดท้ายเสียงส่วนใหญ่โหวตให้ถอนร่างออก ไปพิจารณาในสภาสมัยหน้า ภท.โวย 2 พรรคเล่นเกมการเมือง

ศาลรธน.นัดชี้วาระนายกฯ30ก.ย.
เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมวาระที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่

หลังจากได้รับเอกสารสำเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ครั้งที่ 501 วันที่ 11 ก.ย.2561 ซึ่งมีวาระการประชุมรับรองบันทึกการประชุม ครั้งที่ 500 วันที่ 7 ก.ย.2561 ที่คณะอนุกรรมการพิจารณาตรวจบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมตรวจทานแล้วโดยไม่มีการแก้ไข จากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้วเมื่อวันที่ 13 ก.ย.

ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันที่ 30 ก.ย. เวลา 15.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ

‘บิ๊กตู่’มอบหน.กม.ไปฟังแทน
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยกรณีศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันที่ 30 ก.ย. โดยก่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลต้องมีหนังสือไปถึงคู่ความคือผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ให้มาฟัง หากศาลมีหนังสือมาถึง พล.อ.ประยุทธ์ มอบอำนาจให้ พล.ต.วิระ โรจนวาศ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะทีมกฎหมายให้เป็นผู้ไปฟังแทน โดยพล.อ.ประยุทธ์ไม่จำเป็นต้องไปเอง

ส่วนที่มีข้อเสนอให้ กรธ.ส่งคำชี้แจงถึงศาลเพิ่มเติมนั้นทีมกฎหมายยังไม่ทราบ แต่เวลานี้ศาลไม่ได้ส่งคำถามอะไรมาเพิ่มเติมมีเพียงเอกสารจากฝ่ายผู้ร้องที่เป็นความเห็นของ นักวิชาการ 30-40 คน ที่ศาลส่งมาให้ผู้ถูกร้องรับทราบเท่านั้นโดยไม่ให้ชี้แจงอะไรเพิ่มดังนั้น คำชี้แจงของพล.อ.ประยุทธ์ถือว่าจบแล้ว

สำหรับรายละเอียดอื่นที่เพิ่มเติมเข้ามาในตอนหลังศาลก็รับไว้และแจ้งให้คู่ความทราบเท่านั้น และเท่าที่ทีมกฎหมายดูความเห็นจากนักวิชาการ มี 3 ทาง ในการพิจารณาตามที่เป็นข่าว คือ นับการดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2557 ปี 2560 หรือปี 2562 คงเป็นในทางใดทางหนึ่ง และศาลคงพิจารณาไปตามนี้

ขอบคุณกำลังใจ-เคารพศาล
เมื่อเวลา 14.59 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ รับทราบผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดนัดอ่านคำวินิจฉัยเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกฯ ในวันศุกร์ที่ 30 ก.ย. โดยเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และยืนยันว่าจะให้ความเคารพต่อผลการพิจารณาของศาล ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะเป็นเช่นใด

“พล.อ.ประยุทธ์ ขอขอบคุณกำลังใจจากประชาชนทุกคนที่มอบให้ และขณะนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่รมว.กลาโหม ในการสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ และในสถานการณ์ปัจจุบันได้ให้กองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงกลาโหม เร่งดูแล ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จากสถาน การณ์น้ำท่วมขังอย่างทันท่วงที ทั้งในกรุงเทพฯ และอีกหลายพื้นที่ของประเทศไทย พร้อมทั้งช่วยฟื้นฟู เยียวยา ผู้ที่ได้รับผล กระทบเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว” นายอนุชากล่าว

‘ชลน่าน’มั่นใจหลักฐานมัดแน่น
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า พรรค เพื่อไทยมั่นใจว่า พยานหลักฐานต่างๆ ที่ยื่นไปทั้งหมด มีหลักฐานเพียงพอว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องสิ้นสภาพการดำรงตำแหน่งนายกฯ ใน วันที่ 24 ส.ค.2565 หากพล.อ.ประยุทธ์ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ จริง ใครจะทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ หรือพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีนั้น ยังเป็นข้อถกเถียงทางกฎหมายอยู่ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 168 ระบุว่า หากนายกฯ พ้นตำแหน่ง ให้ครม.รวมถึงนายกฯ อยู่รักษาการต่อ จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ยกเว้น 4 กรณีที่ครม. ไม่สามารถทำหน้าที่รักษาการต่อได้คือ 1.ความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน 2.ความผิดในลักษณะต้องห้ามของตัวนายกฯ 3.ความผิดเกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริต 4.การฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งความผิดกรณีวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปีของนายกฯ ยังเป็นข้อถกเถียงทางกฎหมายที่ยังมีความเห็นแตกต่างว่าจะเข้าเงื่อนไขข้อยกเว้น 4 ข้อ ที่ห้ามพล.อ. ประยุทธ์ทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ต่อไปหรือไม่

อย่างไรก็ตาม คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคิดว่า ไม่มีผลต่อการพิจารณายุบสภา เพราะมีเหตุผลอื่นที่เป็นองค์ประกอบหลักมากกว่า อาทิ การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปกในเดือนพ.ย.นี้ การวางตัวบุคคลเตรียมพร้อมการ เลือกตั้ง และเสียงเรียกร้องของประชาชนให้ยุบสภาจะดังแค่ไหน ที่รัฐบาลต้องเอามาประกอบตัดสินใจเรื่องการยุบสภา

‘สมชาย’ระบุอยู่ครบ8ปีแล้ว
ที่ศาลปกครอง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า เวลานี้ประชาชนและสังคมออกมาให้ความเห็นเยอะ ซึ่งตนเห็นด้วยกับฝ่ายเสียงข้างมาก แต่หากถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ครบวาระ 8 ปีหรือยัง เราไม่รู้ เราได้แต่นับตัวเลข ซึ่งท่านอยู่มาครบ 8 ปีแล้ว แต่การที่เราวิจารณ์ไปก็ไม่ได้เป็นเด็ดขาดหรือเป็นข้อสรุป ต้องรอให้ศาลวินิจฉัย แต่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนต้องติดตาม

ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะอดีตนายกฯ คิดว่าการอยู่ในตำแหน่งนายกฯ มา 8 ปีนั้นพอหรือยัง นายสมชายกล่าวว่า ตนเป็นนายกฯ แป๊บเดียว เรื่องความพออยู่ที่แต่ละบุคคล ตนเป็น 3 เดือนก็พอแล้ว เพราะเขาให้เป็นแค่นั้น เมื่อถามถึงสถานการณ์หลังการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายสมชายกล่าวว่า ไม่ว่าจะออกมาทางใดความขัดแย้งก็ยังคงอยู่ อยากขอให้ทุกฝ่ายประคับประคองกันไป เพราะเวลานี้ประชาชนค่อนข้างลำบาก ตนก็เป็นประชาชนคนหนึ่งที่ติดตามข่าว อะไรที่ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อยก็อยากให้ช่วยๆ กัน

ชี้หลาน‘อุ๊งอิ๊ง’เป็นนายกฯได้
นายสมชายกล่าวกรณีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยว่า อุ๊งอิ๊งมีตำแหน่งเป็นเหมือนหัวหน้าครอบครัวใหญ่ อยากจะเข้ามาช่วยเหลือบ้านเมือง เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถที่จะช่วยเหลือบ้านเมืองได้ ส่วนจะพัฒนาไปอย่างไรก็แล้วแต่ประชาชนว่าจะให้โอกาสหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ คนต่อไปได้หรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ตนว่าเขาเป็นได้นะ แต่ทั้งหมดต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์กติกา ต้องผ่านคณะกรรมการบริหารพรรค ที่สำคัญที่สุดคือต้องผ่านเสียงของประชาชน ถ้าประชาชนสนับสนุนก็เป็นได้ แต่ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่แกนนำเสียทีเดียว แต่เป็นเหมือนหัวหน้าครอบครัวที่ไปรวบรวมคนที่มีความรู้ความสามารถ ให้มาร่วมกันทำงาน

เมื่อถามว่าการที่พรรคเพื่อไทยชูน.ส. แพทองธารเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จะนำไปสู่เป้าหมายพานายทักษิณและน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับบ้านได้หรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ต้องเป็นไปตามกติกา ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้กลับมา แต่สถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ต้องดูสถานการณ์ด้วย ตรงนี้พูดกันไม่ได้

‘เต้’เตรียมสกินเฮด-วิ่งรอบสภา
ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าไม่จำเป็นต้องไต่สวนเพิ่มเติม ถือว่าข้อมูลเหลือเพียงแค่ข้อกฎหมาย เอกสารหลักฐานมีครบถ้วนแล้ว รอเพียงคำตัดสินวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งสิ้นปีงบประมาณ 2565 พอดี เดิมทีตนเข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินวันนี้เลย จึงใส่รองเท้าผ้าใบมา และไปซื้อใบมีดโกนมาเตรียมตัดผมทรงสกินเฮด แต่วันนี้ยังไม่ได้ตัด เพียงแต่ใส่ผ้าใบมาเตรียมวิ่งรอบรัฐสภา 9 รอบ ซึ่งวันนี้ยังไม่ได้วิ่งเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ตัดสินว่าพล.อ.ประยุทธ์ ได้ไปต่อหยุดอยู่แค่นี้ ฉะนั้นก็รอลุ้นกันต่อไป

“แต่ผมคิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ น่าจะลาออกก่อน ดูจากโหงวเฮ้ง ชะตาราศีแล้ว ไม่น่าไปต่อได้ คิดว่าน่าจะลาออก ก่อนวันที่ 30 ก.ย. ถ้าท่านลาออกวันไหน ผมจะตัดผมทันที และจะมาวิ่ง ขอเชิญพี่น้องสื่อมวลชนในสภา ผู้แทนราษฎร ที่รู้สึกว่าตัวเองมีน้ำหนักที่เยอะขึ้น มาวิ่งกับผมได้ 9 รอบเดี๋ยวเจอกัน” นายมงคลกิตติ์กล่าว

‘บิ๊กป้อม’เลิกเขิน-ขึ้นตึกไทย
เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล และถือเป็นครั้งแรกในการปฏิบัติหน้าที่รักษาการแทนนายกฯ ที่พล.อ.ประวิตรเข้าปฏิบัติภารกิจที่ห้องสีงาช้าง บนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อบันทึกเทปการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการพลิกโฉมการศึกษา หรือ Transforming Education Summit : TES จัดโดยองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) โดยตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.2565 หลังทำหน้าที่รักษาการนายกฯ พล.อ. ประวิตรไม่เคยใช้ตึกไทยคู่ฟ้าในการปฏิบัติหน้าที่มาก่อนเลย

เวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2565 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 และเวลา 14.00 น. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วม เขตหนองจอก และเขตมีนบุรี กทม.

สภาฉลุยไม่เก็บดอกเบี้ยกยศ.
เมื่อเวลา 12.15 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เป็นประธานการประชุมพิจารณา ร่างพ.ร.บ.เงินกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ฉบับที่..พ.ศ….หรือพ.ร.บ.กยศ. วาระ 2 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว เป็นการลงมติในมาตรา 17 เรื่องการคิดดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ที่ค้างการพิจารณาจากการประชุมวันที่ 31 ส.ค. หลังที่ประชุมลงมติไม่เห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมากที่ให้คิดดอกเบี้ย 0.25% แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ว่า จะไม่ให้คิดดอกเบี้ย และเบี้ยปรับล่าช้า

ที่ประชุมวันนี้ เป็นการลงมติว่าจะเห็นด้วยกับเสียงข้างน้อยกลุ่มใด เนื่องจากมีการสงวนความเห็นไว้ 6 กลุ่ม แต่กลุ่มพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ (ปช.) และกลุ่มนายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา พรรคประชาชาติ ขอถอน ทำให้เหลือ 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ สงวนความเห็น ให้ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่ต้องชำระเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ได้รับไปตามสัญญากู้ยืมเงินคืนให้กองทุนโดยไม่มีดอกเบี้ย ซึ่งจะชำระเงินคืนกองทุนทั้งจำนวนหรือผ่อนชำระก็ได้ ทั้งนี้ ตามจำนวน ระยะเวลา และวิธีการที่กองทุนกำหนด

กลุ่มที่ 2 นายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมคณะ สงวนความเห็นให้ผู้กู้ยืมเงินจ่ายดอกเบี้ยไม่เกิน 1% กลุ่มที่ 3 นายจุมพล นิติธรางกูร คณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย และนายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุน กยศ. สงวนให้คงตามร่างเดิม คือ ให้เก็บดอกเบี้ย 2% และเก็บเบี้ยปรับล่าช้า 1% และกลุ่มที่ 4 น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) พร้อมคณะ สงวนความเห็นให้เก็บดอกเบี้ย 1% และเก็บเบี้ยปรับล่าช้า 1% ต่อปี แต่ให้เริ่มชำระเมื่อผู้กู้ยืมมีเงินได้พึงประเมินเพียงพอจะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภายในระยะเวลา 30 ปี

ในที่สุดที่ประชุมลงมติเห็นด้วยกับกลุ่มของนายอุบลศักดิ์ ด้วยคะแนน 218 ต่อ 109 งดออกเสียง 53 ไม่ออกเสียง 1 เสียง ที่ผู้กู้ยืมเงิน กยศ.ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย

มีผลย้อนหลังทุกราย
จากนั้นเวลา 14.40 น. หลังที่ประชุมพิจารณา ร่างพ.ร.บ.เงินกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ฉบับที่..พ.ศ….ในวาระ 2 เรียงตามมาตราครบทั้ง 27 มาตราแล้ว ได้ลงมติวาระ 3 เห็นด้วย 314 ไม่เห็นด้วย 3 งดออกเสียง 2 ไม่ลงมติ 2 และเห็นชอบกับข้อสังเกตตามที่กมธ.เสนอ

โดยก่อนหน้านี้ ที่ประชุมได้พิจารณามาตราที่ 18-27 และเห็นชอบตามที่กมธ.เสนอ ทุกมาตรา รวมถึง มาตรา 24 ซึ่งกมธ.แก้ไข เพื่อกำหนดเป็นบทเฉพาะกาล ให้มีผลย้อนหลังกับผู้กู้ยืมและคนค้ำประกันที่ได้ทำสัญญากู้ยืมก่อนหน้าที่ร่างกฎหมายจะบังคับใช้ ซึ่งมีเนื้อความที่เป็นสาระสำคัญว่า “เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระของผู้กู้ยืมเงินหรือผู้ค้ำประกันให้สามารถชำระเงินคืนกองทุนได้ ให้นำมาตรา 44 มาบังคับใช้กับผู้กู้ยืมเงินและ ผู้ค้ำประกันซึ่งทำสัญญาก่อนที่ร่างกฎหมายที่แก้ไขจะใช้บังคับใช้ โดยให้งดเว้นการเก็บดอกเบี้ย และคิดค่าปรับผิดนัดชำระ”

สำหรับมาตรา 24 นั้นมี กมธ.เสียงข้างน้อยเสนอคำแปรญัตติไว้ แต่ขอถอนออกไปทั้งหมด และได้อภิปรายสนับสนุน เนื่องจากมองว่าผู้กู้ยืมเงินที่มีกว่า 3.4 ล้านบัญชี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกดำเนินคดี นับล้านรายและถูกฟ้องดำเนินคดีอีกจำนวนมาก ควรได้รับสิทธิประโยชน์ตามการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยเช่นกัน

ภูมิใจไทยแถลงขอบคุณสภา
เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา ส.ส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำโดยนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง โฆษกพรรค แถลงว่า พรรคยืนยันจุดยืน 4 ข้อมาตลอด ว่าคนเป็นหนี้ต้องใช้หนี้ ดอกเบี้ยต้องเป็น 0% ต้องไม่คิดเบี้ยปรับ และต้องไม่มีผู้ค้ำประกัน โดยให้ผู้กู้เป็นผู้ค้ำประกันตัวเอง สุดท้ายต้องขอบคุณสภา ที่ช่วยกันสนับสนุนแนวทางดอกเบี้ย 0% และขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกพรรคที่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้

ส่วนที่หลายท่านแสดงความห่วงใย ว่าจะทำให้ผู้กู้เสียวินัยหรือไม่ หรือจะทำให้กยศ.ต้องล้มไปในอนาคตหรือไม่นั้น ขอยืนยันว่า กองทุนกยศ.มีมูลค่า 3-4 แสนล้านบาท หากผู้บริหารกยศ. บริหารจัดการกองทุนได้ดีจะทำให้กองทุนยืนหยัดต่อไปได้ ส่วนวินัยการเงิน การคลัง เชื่อว่า ผู้กู้ไม่มีใครตั้งใจจะเบี้ยวหนี้ เชื่อว่าเขาพร้อมจะชำระตามกำหนดเวลา

ก่อนหน้านี้ นายภราดรให้สัมภาษณ์ว่า ได้ยินข่าวมาว่าในที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 13 ก.ย.มีการหารือเรื่องดอกเบี้ยกยศ. และมีรัฐมนตรีบางพรรคแสดงความไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่ไม่ให้คิดดอกเบี้ย ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ยืนยันการสนับสนุนการเข้าถึงทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีกำแพงด้านทุนทรัพย์เป็นอุปสรรค ส่วนที่มีการ กล่าวหาพรรคภูมิใจไทยต้องการหาเสียงกับเรื่องนี้ เป็นคนละเรื่องกัน เราต้องการให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษามากกว่าคะแนนเสียง ครม.ควรมองว่ากฎหมายใด ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุดไม่ใช่หรือ

ค้านพรบ.กัญชา – นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง นำส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงมติพรรคไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ…. ที่เข้าสู่การพิจารณาของสภาวาระ 2 เนื่องจากร่างกฎหมายหละหลวม สนับสนุนการปลูกกัญชาทั่วไป ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่รัฐสภา

ปชป.ชงทบทวนพ.ร.บ.กัญชา
เมื่อเวลา 10.10 น. ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมส.ส.พรรค ได้แก่ น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ แถลงถึงมติพรรคประชาธิปัตย์ต่อร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ…. ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว และจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาวันที่ 14 ก.ย.ว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ประชุมพรรคได้หยิบยกร่างกฎหมายนี้อภิปรายอย่างกว้างขวาง ส.ส.ในพื้นที่แสดงความวิตกกังวลจากประกาศของสาธารณสุขที่ปลดล็อกกัญชาไม่เป็นยาเสพติด พรรคได้รับการประสานจากวงการแพทย์แสดงถึงความวิตกกังวลที่จะเกิดผลกระทบต่อสังคม เด็ก เยาวชน

แม้ที่ผ่านมาพรรคจะเห็นด้วยและรับหลักการร่างกฎหมายนี้ แต่หวังว่าจะมีมาตรการรับมือที่เข้มแข็งโดยให้กัญชาเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ แต่เมื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่กมธ.ทำมาแล้ว เห็นว่ายังหละหลวมอยู่มาก และภาพรวมพรรคเห็นว่าร่างกฎหมายยังมีลักษณะส่งเสริมสนับสนุนเรื่องการปลูกกัญชา อนุญาตให้บุคคลทั่วไปจดแจ้งปลูกกัญชาได้ ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์ทางการแพทย์ แต่อาจเป็นเรื่องการเสพเพื่อนันทนาการที่จะเกิด ผลกระทบต่อสังคมในระยะยาว

พรรคจึงมีมติ 1.ขอให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทบทวนประกาศกระทรวง โดยกลับไปกำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดประเภท 5 และ 2.ร่างกฎหมายมีความหละหลวม จึงขอให้กมธ.ถอนร่างออกไปจากสภา เพื่อนำกลับไปทบทวนใหม่ หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกลับไปให้กัญชาเป็นยาเสพติด โดยให้เหลือแต่เรื่องกัญชง ส่วนกัญชาให้ใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น

หวังพรรคที่หนุนฟังเสียงปชช.
เราคาดหวังพรรคที่สนับสนุนเรื่องนี้จะรับฟังเสียงประชาชน วงการแพทย์ วงการสาธารณสุข วงการการศึกษา พ่อแม่ผู้ปกครอง ขอย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องหลักการ ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง หวังว่าพรรคที่สนับสนุนจะเข้าใจประเด็นของสังคม

ผู้สื่อข่าวถามว่ามติของพรรคประชาธิปัตย์จะกระทบต่อพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นาย สาทิตย์กล่าวว่า เมื่อคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ของพรรคแจ้งท่าทีต่อวิปรัฐบาลให้ทราบแล้ว เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการร่วมรัฐบาล เพราะเป็นเรื่องของเหตุผลและเป็นเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม คาดหวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลที่ประกาศเป็นนโยบายจะเข้าใจและปรับท่าทีตามเหตุผลที่หลายฝ่ายกังวล หากไม่ถอนร่างดังกล่าวไปทบทวนจนถึงขั้นต้องลงมติ พรรคยืนยันว่าไม่เห็นด้วย

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย ที่เดินหน้านโยบายเรื่องนี้แล้วหรือไม่ นาย สาทิตย์กล่าวว่า ยังไม่มีการแจ้งแบบพรรคต่อพรรค เพราะถือเป็นกระบวนการในสภา จึงขอให้การแถลงข่าวครั้งนี้เป็นการแจ้งต่อสาธารณะ และวิปของพรรคจะไปแจ้งต่อวิปรัฐบาล

เพื่อไทยก็มีมติคว่ำกฎหมาย
เวลา 14.40 น. วันที่ 14 ก.ย. ที่รัฐสภา พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค แถลงว่า ร่างพ.ร.บ. กัญชา กัญชง ถูกนำเสนอต่อสภา ด้วยเหตุผลที่สำคัญ คือ นำกัญชง กัญชา มาใช้ทางการแพทย์ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเหตุผล ที่พรรคเพื่อไทยรับหลักการร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ปรากฏว่าในชั้นกมธ.มีการปรับแก้อย่างมาก ซึ่งไม่ตอบโจทย์ว่าจะควบคุมเรื่องที่หลายฝ่ายเป็นห่วงได้อย่างไร โดยเฉพาะการนำกัญชามาใช้ทางสันทนาการ

พรรคเพื่อไทยจึงมีมติว่าจะไม่ให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ในวาระ 2-3 และจะเป็นเรื่องดีหากมีการถอนร่างไปปรับปรุง สิ่งสำคัญอีกประการ คือต้องเข้าสู่กระบวนการทบทวนสถานะของกัญชาว่าจะเป็นอย่างไรในกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ซึ่งมีความจำเป็นต้องกลับมาอยู่ในกฎหมายยาเสพติดหรือไม่นั้นจะต้องไปดูในรายละเอียด

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเฝ้ามองประกาศกระทรวงสาธารณสุขในการปลดล็อกกัญชา ซึ่งเริ่มผิดไปจากหลักการและจุดยืนของพรรค บอกว่าจะควบคุมแต่ไม่ออกกฎหมายห้ามเสพ และยังส่งเสริมให้ปลูก เท่ากับส่งเสริมกัญชาสู่ครัวเรือน การควบคุมที่เราหวังไว้วันนี้จึงเป็นไปได้ยาก พรรคเพื่อไทยประมวลความเห็นทุกฝ่ายแล้วเห็นว่า ร่างกฎหมายที่จะเข้าสู่สภา เรารับไม่ได้ มีทางเดียวคือให้เจ้าของร่างถอนออกไป หรือถ้าไม่ถอนเราก็จะโหวตคว่ำร่างดังกล่าว

ลุยช่วย – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เข้าไปเยี่ยมเยียนประชาชนเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง ที่ประสบภัยน้ำท่วมขังมานานเกือบสัปดาห์ พร้อมกับมอบข้าวสารอาหารแห้ง เมื่อวันที่ 14 ก.ย.

กมธ.ลั่นไม่ถอนร่างจากสภา
ต่อมา นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษก กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ. … แถลงว่า ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค.2565 และสภามีมติรับหลักการวันที่ 8 มิ.ย.2565 ผลการลงมติปรากฏว่าเสียงข้างมากในสภา เห็นชอบมากกว่า 273 เสียง และเสียงข้างมากทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย เห็นชอบด้วยในการรับหลักการของกฎหมายฉบับนี้

ในวาระรับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้ มีเพียง 45 มาตรา ยังได้รับความเห็นชอบเกือบเป็นเอกฉันท์ แต่เมื่อมีการปรับปรุงแก้ไขจาก กมธ. ได้ปรับเพิ่มขึ้นเพื่อความรัดกุมเป็น 95 มาตรา ซึ่งล้วนแต่มีบทบัญญัติควบคุมสังคม เยาวชน สถานที่ขาย และวิธีการใช้เข้มข้นขึ้นไม่ได้หละหลวมตามที่เป็นห่วง และถ้าย้อนกลับไปวันที่ประชุมกมธ.นัดแรก พรรคประชา ธิปัตย์ที่บอกว่ากลัวกฎหมายจะไม่รอบคอบรัดกุม แต่ผู้แทนของพรรคประชา ธิปัตย์กลับเป็นผู้เสนอฟูลมูนปาร์ตี้ในเกาะแห่งหนึ่งเสียเอง

ยืนยันร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่มีการเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนทางการแพทย์ และกลุ่มทุนผูกขาด เราจึงสำรวจจนได้ออกมาว่าให้ปลูกได้ครอบครัวละไม่เกิน 15 ต้น ฉะนั้น เราเห็นว่าสิ่งท่านแถลงขัดแย้งกับสิ่งที่ท่านลงมติ และสิ่งที่เราเสนอวันนี้รัดกุมรอบคอบกว่าที่ท่านลงมติรับหลักการเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2565 อย่างชัดเจน เราไม่มีวันถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ออกจากสภา ตนรู้สึกผิดหวังอย่างมากในฐานะกมธ. ที่ทุกคนได้ทุ่มเท และรู้สึกว่าพรรคการเมืองเล่นการเมืองมากเกินไป เกินกว่าจะยึดถือประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง

สภาเดือด-สองซีกงัดข้อวุ่น
เวลา 15.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภา ผู้แทนราษฎร มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่) พ.ศ. .. ที่กมธ.วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระ 2

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ และนายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ขอหารือและเสนอให้กมธ.ถอนร่างกฎหมายนี้ออกไปก่อน เพื่อให้รัฐบาลนำร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ไปปรับปรุงหรือทบทวนอีกครั้ง

ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ. ชี้แจงยืนยันว่ากมธ. พิจารณาร่างกฎหมายดีที่สุด และได้กำหนดมาตรการป้องกันไว้แล้ว กมธ.ไม่ได้หละหลวมแม้แต่น้อย เรารับฟังเสียงจากทุกภาคส่วน จึงเป็นร่างกฎหมายที่สมบูรณ์ที่สุดและมีการอุดช่องโหว่ เป็นกฎหมายที่ดี จึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องถอนร่างออกไป

นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า วันนี้ดูเหมือนบรรยากาศในห้องประชุมเหมือนมีมวลสารอะไรบางอย่าง ไม่แน่ใจว่าเกิดการเล่นการเมืองหรือไม่ ถ้าจะชักเข้าชักออกร่างเช่นนี้ ในระหว่างนี้ตนขอเสนอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ปิดสุญญากาศก่อน ด้วยการยกเลิกประกาศของกระทรวง เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2565 ที่ประกาศปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด

จากนั้นนายสุชาติสั่งให้ที่ประชุมเดินหน้า เนื่องจากนายศุภชัย ในฐานะประธานกมธ. ยืนยันไม่ถอนร่างกฎหมาย ทำให้นายสาทิตย์เสนอญัตติว่า ขอให้ที่ประชุมลงมติถอนร่างออกไป ขณะเดียวกันนายภราดร ปริศนา นันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอญัตติขอให้ที่ประชุมเดินหน้าพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวต่อไป

ลงมติถอน-ถกใหม่สมัยหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีส.ส.ลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ทั้งสนับสนุนให้เดินหน้าต่อและสนับสนุนให้ถอนร่าง

โดยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ. กล่าวว่า ถ้านำร่างกฎหมายฉบับนี้ไปทบทวน เพื่อนำกลับมาพิจารณาใหม่ในการประชุมสภาสมัยหน้า เชื่อว่าแม้กฎหมายฉบับนี้จะได้รับความเห็นชอบ แต่จะถูกยุบสภาไปก่อนแน่ กฎหมายก็ตกไปอยู่ดี เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง ไม่ต้องกลัวว่าพรรคใดจะได้คะแนนเสียง เพราะทุกคนทำงานร่วมกัน เป็นเรื่องของประเทศ ขอให้เดินหน้าต่อ อะไรที่ไม่ดีก็ค่อยๆ แก้ไป

ขณะที่นายศุภชัยต่อรองที่ประชุมว่าขอให้นายสาทิตย์ถอนญัตติที่จะให้ถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ออกไปก่อน เพื่อให้ร่างกฎหมายได้พิจารณาเพียง 1 มาตรา จากนั้นให้ค้างไว้เพื่อนำกลับไปแก้ไขเนื้อหาในสิ่งที่สมาชิกแนะนำและเป็นห่วง แล้วค่อยนำกลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้งในต้นเดือนพ.ย. สมัยประชุมหน้า

นายสาทิตย์สอบถามว่าหากให้ตนถอนญัตติออกไป เพื่อให้ร่างกฎหมายฉบับนี้คาอยู่ในสภาไว้ก่อน โดยให้มีการผ่านชื่อร่าง แต่คาไว้ที่ คำปรารภจะสามารถดำเนินได้หรือไม่ เพราะเมื่อร่างกฎหมายเข้าสู่สภาแล้วจะนำกลับไปทบทวนได้หรือไม่ ซึ่งนายภราดรกล่าวยืนยันว่าทำได้ แต่นายสุทินแย้งว่าตามข้อบังคับการประชุมไม่อนุญาตให้ทำได้ เพราะเมื่อกฎหมายเข้าสู่สภาแล้ว ไม่สามารถนำกลับไปทบทวนใหม่ได้ ยืนยันจะต้องเดินหน้าญัตติ เพื่อ ให้ที่ประชุมได้พิจารณาถอนร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง หรือไม่

กระทั่งเวลา 17.40 น. ที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่มีมติให้ถอนร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุมสภา ด้วยคะแนน 198 ต่อ 136 งดออกเสียง 12 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง

ภท.ซัด2พรรคเล่นเกมการเมือง
รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า การที่ที่ประชุมสภา มีมติให้ถอนร่างพ.ร.บ. กัญชา กัญชง ออกไปจากวาระการประชุมทำให้ไม่ทันในการประชุมสภาสมัยประชุมนี้ ที่จะปิดสมัยประชุมในวันที่ 18 ก.ย. และเปิดสมัยประชุมอีกครั้งในวันที่ 1 พ.ย.2565-28 ก.พ.2566 ถือเป็นเกมการเมืองในสภาของนักการเมือง เพราะสังเกตได้ว่า ส.ส. พรรคการเมือง คิดถึงผลการเลือกตั้งในพื้นที่มากกว่าผลประโยชน์ประชาชน

ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ เพื่อกำหนดแนวทางการใช้กัญชา กัญชง ให้เป็นประโยชน์ และควบคุมการใช้ในทางที่ผิด ซึ่งเป็นการป้องกันผลกระทบทางสังคม แต่ถูกขัดขวาง ถูกสกัด ซึ่งจะทำให้ไม่มีกฎหมายควบคุมการใช้กัญชา กัญชงในทางที่ผิด พรรคภูมิใจไทย เสนอกัญชาเสรีทางการแพทย์ ไม่ใช่กัญชาเสรีแบบไม่มีการควบคุม

ต่อไปนี้ถ้ามีการใช้กัญชาในทางที่ผิด และไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ ต้องไปถามพรรคการเมืองที่สกัดการออกกฎหมายกัญชา กัญชง คือพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคภูมิใจไทย เห็นต่างจากพรรคการเมืองอื่น เรายืนยันตลอดว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติด และจะคัดค้านการให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติด เพราะเราเห็นกัญชา เป็นพืช เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และเศรษฐกิจ ถ้าใช้ให้ถูกวิธี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน