‘อนุทิน’จวกแรง3พรรคฉุนสกัดร่างพรบ.กัญชา
สอท.ปลุกรุ่นใหม่เทปชป.
รัฐบาลปล่อยคลิป ‘3ป.’ ลุยตรวจน้ำท่วมกับ ‘ชัชชาติ’ ติดแฮชแท็ก ‘ยังไงก็ไปทางเดียวกัน’ ปชป.มั่นใจ ยังเป็นขวัญใจคนใต้ ‘สมคิด’ นำสร้างอนาคตไทยบุกภูเก็ต ปลุกคนรุ่นใหม่ทิ้งพรรคการเมืองเก่า ร่วมเปลี่ยนอันดามัน ‘อุตตม’ โว ‘สมคิด’ มากระแสพรรคพุ่ง ฝ่ายค้านชงป.ป.ช.เชือด ‘ศักดิ์สยาม’ ผิดจริยธรรมฮุบที่เขากระโดง ซุกทรัพย์สิน คิวต่อไป ‘จุรินทร์-ประยุทธ์’ ‘อนุทิน’ ซัดแรง 3 พรรค ‘พท.-พปชร.-ปชป.’ เล่นเกม เตะถ่วงร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ลั่นเดินหน้าต่อ ‘สาทิตย์-ประเสริฐ’ ยันไม่ใช่เกมการเมือง สภาถก ญัตติด่วน เพื่อไทย-ก้าวไกลเสนอรัฐบาลทำประชามติแก้ รธน.โหวตเสียงข้างมากเห็นด้วย แต่เหนื่อยฟรี เพราะองค์ประชุมไม่ครบ
‘3ป.’โชว์คลิปยังไงก็ไปทางเดียวกัน
หลังศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันที่ 30 ก.ย. เวลา 15.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่
เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่ม 3 ป.ว่า ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี หรือ PMOC ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นต่างๆ ผ่านคลิปวิดีโอของคนในสังคมทุกสาขาอาชีพ ทั้งนักการเมือง ประชาชน สื่อสารมวลชน ศิลปิน ประมวลจัดเป็นภาพประชาสัมพันธ์การทำงานของรัฐบาลร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้
รวมทั้งมีการประมวลภาพภารกิจของ 3 ป. คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมข้อความ “ยังไงก็ไปทางเดียวกัน ร่วมแรง ร่วมกัน แก้น้ำท่วม พร้อมติดแฮชแท็ก #ประเทศไทยปีที่เปลี่ยนไป #รัฐบาลของคนไทย #แตกต่าง #ไม่แตกแยก
ขณะเดียวกัน ในวันที่ 16 ก.ย. พล.อ. ประยุทธ์มีกำหนดลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จ.ระยองด้วย
ปชป.มั่นใจยังเป็นขวัญใจคนใต้
ที่รัฐสภา นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส. สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ดูแลภาคใต้ กล่าวถึงผลโพลสำรวจความนิยมผู้สมัครในพื้นที่ เขต 4 ตรังว่า ประชาชนส่วนใหญ่ เลือกนายกาญจน์ ตั้งปอง เป็นว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 ตรัง มากกว่านายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีต ส.ส.ตรัง ซึ่งเป็นหนึ่งในว่าที่ผู้สมัครที่แสดงความจำนงจะลงรับเลือกตั้ง เขต 4 ตรัง ไม่ขอเปิดเผยผลการสำรวจ แต่ ผลที่ออกมามีคะแนนชนะพอสมควร และจะไม่มีการทำโพลสำรวจความเห็นอีกแล้ว ทุกอย่างจบแล้ว ได้แจ้งผลให้ทุกฝ่ายรับทราบแล้ว ดังนั้น นายสมบูรณ์คงต้องไปตกลงเรื่องลำดับการลงส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.)ต่อไป ขณะเดียวกันยังมี จ.นครศรีธรรมราชและพังงาที่ต้องทำโพลสำรวจ และปลายเดือนต.ค.นี้จะได้ตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคใต้ ทั้ง 58 เขต จึงมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะชนะการเลือกตั้งทั้ง 4 เขตในจ.ตรัง
สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าที่ถูกมองว่าพรรคภูมิใจไทย(ภท.)เป็นคู่แข่งสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้นั้น นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ในสนามเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองเป็นคู่แข่งที่สำคัญ แต่ส่วนตัวมองว่าพรรคประชาธิปัตย์แข่งกับตัวเอง และยังเชื่อมั่นว่าเป็นที่ยอมรับของประชาชนชาวใต้ ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ หลังนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ลาออกจากรมช.มหาดไทยนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีการปรับครม.หรือไม่ แต่หากมีการปรับยังเป็นโควตาของภาคใต้ที่กก.บห.จะพิจารณา
‘สมคิด’นำสอท.บุกภูเก็ต
ที่โรงแรมรามาดา พลาซ่า เจ้าฟ้า จ.ภูเก็ต พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) จัดเสวนาหัวข้อ “อันดามันรอด ประเทศไทยรุ่ง” นำโดยผู้บริหารพรรค อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค มีตัวแทนภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่จังหวัดอันดามัน เข้าร่วมฟัง 450 คน
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคใต้ กล่าวว่า ถ้าคิดว่าพรรคเดิมที่อยู่ปัจจุบันสร้างความมั่นคงให้ ไม่ได้ ตนอยากเชิญมาสร้างอนาคตไทยด้วยกัน ตนอยู่พรรคประชาธิปัตย์ มา 27 ปี ตนทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศ วันนี้อยากเชิญทุกคนมาเปลี่ยนประเทศไทยไปกับพรรคสร้างอนาคตไทย ถ้าถามว่าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย อาจนึกไม่ออก แต่ถ้าถามว่าใครคือหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคสร้างอนาคตไทย จะนึกได้ว่าคือ นายสมคิด และทีมงาน ประกอบด้วย นายอุตตมและนายสนธิรัตน์ที่จะพาประเทศนี้ไปข้างหน้า อันดามันมีความล่อแหลมมาก จึงต้องฝากอนาคตไว้กับพรรคใดพรรคหนึ่ง
ด้านนายสมคิดกล่าวปาฐกถาว่า วันนี้เราต้องการภารกิจอยู่ 2 ข้อ 1.ขอให้มีการกอบกู้อันดามัน 2.ขอให้สร้างอนาคตของอันดามัน การเชื่อมโยงสำคัญที่สุด หากมีระบบคมนาคมที่รวดเร็วจะทำให้เสมือนว่าอยู่ที่เดียวกัน การเชื่อมโยงรถไฟและถนนต้องทำให้ได้ จากสงขลามาภูเก็ตล่อไป 7 ชั่วโมง ภาคใต้มีส.ส.มาตลอด ส.ส.ทำอะไร ตนนั่งอยู่ใน ครม. ไม่ได้ยินสักแอะเลย มีแต่ประกันรายได้ ประกันทั้งปีเลย ของหมูๆ อย่างนั้น ใครๆ ก็ทำได้ ว่าจะไม่ว่าแล้วเชียว
ปลุกคนรุ่นใหม่ร่วมฟื้นอันดามัน
“คนรุ่นใหม่ถ้าต้องการเปลี่ยนอันดามัน ให้มากับผม ไม่มาพรรคสร้างอนาคตไทย ไม่เป็นไร แต่มาการเมืองที่เป็นการเมืองที่ดีมีเป้าหมาย ทำไมจะทำไม่ได้ ภาวะอย่างนี้เป็นภาวะที่ไม่ปกติ สภาวะผู้นำจำเป็นมาก ต้องกล้าคิดกล้าทำ ต้องเสียสละ ไม่ใช่รอให้ข้าราชการชมไปวันๆ เพราะการเมือง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ข้าราชการไม่กล้าคิด ไม่กล้าทำ กลัวติดตะราง กลัวถูกย้าย สมัยนี้ข้าราชการที่ไหนกล้าคิดจริงๆ บ้าง มันน่าเศร้า ระบบข้าราชการไทยเคยได้ชื่อว่าเป็นกระดูกสันหลัง วันนี้หลังแอ่น ยืดหลังได้ไม่ตรง ฉะนั้น หลังหารือวันนี้เอาใบสมัครให้คนรุ่นใหม่กรอกเลย” นายสมคิดกล่าว
นายสมคิดกล่าวว่า อนาคตการเมืองภาคใต้เปลี่ยนแปลงแน่ ช่วยกันเปลี่ยนแปลง ส่งคนรุ่นใหม่มาการเมือง ลองคิดดูว่า 10 ปีที่ผ่านมา ภาคใต้เปลี่ยนแปลงไปเยอะหรือไม่ ถนนสู้เหนือสู้อีสานได้หรือไม่ จะรักใคร ชอบใครไม่มีใครว่า แต่ในยามอย่างนี้ จุดพลิกผันของประเทศต้องขอพักเขาไว้บนหิ้งก่อน ตนเคยหาเสียงทางใต้ เขามีความผูกพันจริง แต่ต้องเข้าใจที่มาความศรัทธานั้นมาจากไหน มันมาจากการเมืองของเขา ทำตามสัญญา เขามุ่งมั่น พรรคของเขาควบคุมวินัยของนักการเมืองได้จนเกิดเป็นความศรัทธาที่ผูกพัน และส่งมอบกันมารุ่นต่อรุ่น
“รุ่นแรกเขาบอกว่าแม้แต่ส่งเสาไฟฟ้ายังได้รับเลือกเลย อันนี้ไม่เถียงเลย ผมก็ศรัทธาผู้ใหญ่ในพรรคนั้นหลายคน บางคนเป็นรุ่นพี่ผม ผมเคารพนับถือ แต่พอส่งมารุ่นต่อรุ่น รุ่นหลังบางทีอาจจะเข้าใจไม่ถูกต้องที่ว่าส่งเสาไฟฟ้านั้นจะได้อะไร มันไม่ใช่ มันมีที่มาที่ไป มันมีศรัทธา มีการผูกมัดทางใจ ทำตามสัญญา เวลาเดือดร้อนมาช่วยเหลือกัน แล้วดูสิว่ามีมั้ย หรือว่าเข้าใจผิด ตกลงเป็นส.ส. หรือเสาไฟฟ้า” นายสมคิด กล่าว
‘อุตตม’โวกระแสพรรคพุ่ง
นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ให้สัมภาษณ์ว่า จากการลงพื้นที่จ.ภูเก็ต กระแสตอบรับดีหลังเปิดตัว นายสมคิดมาร่วมงานในฐานะประธานพรรค เราตั้งใจปักธงในทุกพื้นที่และมีความมุ่งหวังที่จะได้ส.ส.ในภาคใต้ จากการทำโพลในพื้นที่ เมื่อนายสมคิดมาทำให้คะแนนนิยมในพื้นที่ต่างๆ ดีขึ้น ส่วนจะแลนด์สไลด์หรือไม่ เราไม่ทราบ เราทำงานเต็มที่ในทุกพื้นที่
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการควบรวมกับพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มีข้อเท็จจริงอย่างไร นายอุตตมกล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยถึงการรวมกัน ไม่ว่ากับพรรคไหนทั้งนั้น รวมถึงพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ด้วย แต่ยอมรับว่าในทางการเมือง มีการพบปะพูดคุยกันหลายพรรค ส่วนคนที่จะเข้ามาร่วมงานกับพรรคนั้น มาจากหลายพรรค ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.ต้องหาคนที่ดีที่สุดที่คิดว่าใช่
เมื่อถามว่าจะมีบิ๊กเนม เข้าพรรคหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า มี แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอก ยอมรับว่าพูดคุยกัน แต่ความชัดเจนขึ้นอยู่กับการพูดคุย เมื่อพร้อมจะเปิดตัวเรื่อยๆ ส่วนทีมเศรษฐกิจ จะมีมาเพิ่มเรื่อยๆ ทั้งภาคการเมือง และอื่นๆ เชื่อว่าสู้กับพรรคอื่นๆ ได้แน่นอน

ยื่นสอบรมต. – แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นป.ป.ช.สอบนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ถือครองที่ดินรถไฟเขากระโดง จ.บุรีรัมย์, แจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ และโอนหุ้นก่อนรับตำแหน่งรมต. ที่สำนักงานป.ป.ช. เมื่อวันที่ 15 ก.ย.
ฝ่ายค้านยื่นปปช.ฟัน‘ศักดิ์สยาม’
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) พร้อมด้วยส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือต่อป.ป.ช. ให้ไต่สวน นาย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ซึ่งยื่นร้องเอาผิดหลังการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ
นายประเสริฐกล่าวว่า จากการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ เมื่อเดือนก.ค.2565 วันนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคจึงยื่นสำนวนต่อ ป.ป.ช. เพิ่มเติม 3 สำนวน กล่าวหานายศักดิ์สยาม 1.ขอให้ป.ป.ช.ไต่สวนและดำเนินการด้านจริยธรรม ส่งเรื่องให้ศาลฎีกา ดำเนินการเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จาก กรณีครอบครองที่ดินของรัฐ ที่ดินรถไฟ เขากระโดง โดยใช้ที่ดินที่เหล่านั้นเป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจตนเองและเครือญาติ
2.ขอให้ป.ป.ช.ไต่สวนและดำเนินคดีนายศักดิ์สยาม กรณีปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต จากการยึดถือครอบครองที่ดินรัฐโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งนายศักดิ์สยาม ในฐานะรมว.คมนาคม ที่กำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อให้ รฟท.ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่ดิน รฟท. แต่ใช้เทคนิคด้านกฎหมาย ประสานงานให้กรมที่ดินเป็นผู้ฟ้องร้อง เป็นเจตนาทอดเวลาเพื่อประโยชน์ของตนเอง
3.ขอให้ตรวจสอบบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของนายศักดิ์สยาม ที่ยื่นต่อป.ป.ช. จากกรณีเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งมีความไม่ชอบมาพากลในหลายประเด็น โดยเฉพาะการยักย้ายถ่ายเท สร้างหลักฐานอันเป็นเท็จ จึงมีมูลเหตุเชื่อว่ามีการปกปิดหรือแจ้งทรัพย์สินเท็จ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการยื่นคำร้องดังกล่าว เป็นการดิสเครดิตพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ไม่ได้ดิสเครดิตพรรคใด เพียงแต่หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรื่องใดมีมูลที่จะยื่นต่อป.ป.ช.ได้ ก็เป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติ ไม่มีเรื่องการเมือง และยังมีอีกหลายคนที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นให้ป.ป.ช.ตรวจสอบต่อไป ขณะนี้กำลังทำสำนวนอยู่ทั้งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กรณีการทุจริตถุงมือยาง และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีการใช้งบกลางส่อทุจริตผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งจะยื่นภายในเดือนก.ย.นี้
สส.พปชร.เย้ยแค่อีเวนต์
นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นหนังสือต่อป.ป.ช. ขอให้ไต่สวน พล.อ.ประยุทธ์ ใช้งบกลางส่อไปในทางทุจริตผิดวัตถุประสงค์ว่า เป็นเพียงแค่ อีเวนต์หนึ่ง หลังเสร็จการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยที่ประชุมสภาลงมติไว้วางใจ นายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทุกคน เพื่อไม่ให้เสียหน้าว่าไม่มีข้อมูลอะไรใหม่มาใช้อภิปรายในสภา
การยื่นร้องต่อ ป.ป.ช.นั้นเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามกฎหมาย แต่เมื่อคำตัดสินออกมาอย่างไร ขอให้ฝ่ายค้านให้ความเคารพด้วย ไม่ใช่เคารพเฉพาะเวลาจะยื่นเหมือนที่ผ่านๆ มา แต่พอถึงเวลาวินิจฉัยกลับไม่ให้ ความสำคัญที่จะส่งคนไปฟังคำวินิจฉัย ซึ่ง การกระทำแบบนั้นไม่ใช่มืออาชีพ และน่าจะต่ำกว่ามาตรฐานที่ฝ่ายค้านที่ดีในสภาควร จะเป็น
“เชื่อว่ารัฐบาล โดยเฉพาะนายกฯ คง ไม่วิตกกังวลใดๆ เพราะฝ่ายค้านมักจะโหมโรงเรียกกระแสแบบนี้ทุกงานอยู่แล้ว แต่พอถึงเวลาเอาจริงก็ท่าดีทีเหลวทุกครั้งไป ซึ่งครั้งนี้คงไม่ต่างอะไรจากที่ผ่านๆ มา ดังนั้น นายกฯ คงไม่มาเสียเวลากับเรื่อง เหล่านี้ เอาเวลาไปคิดเตรียมนโยบายไว้ช่วยเหลือประชาชน หรือเตรียมลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบอุทกภัยยังจะได้ประโยชน์มากกว่า” นายธนกรกล่าว
‘ไอลอว์’ร้องกมธ.สอบสปายแวร์
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) พร้อมด้วยกลุ่มผู้เสียหาย จากการถูกโจมตีทางโทรศัพท์ผ่านการใช้สปายแวร์ ‘เพกาซัส’ ยื่นหนังสือต่อนายนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกมธ.พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้สปายแวร์ เพกาซัส กับผู้เห็นต่างทางการเมือง นักกิจกรรม นักปกป้อง มนุษยชน และนักวิชาการในประเทศไทย
นายยิ่งชีพกล่าวว่า เบื้องต้นมีผู้เสียหาย ถูกสอดส่องโดยสปายแวร์เพกาซัส 35 คน เช่น นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน แกนนำกลุ่มราษฎร ถูกเจาะข้อมูล ผ่านโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหนึ่ง โดยสปายแวร์ เพกาซัส สามารถสั่งเปิดไมโครโฟน กล้อง ฟังเสียงของบุคคลนั้นๆ ได้โดยไม่รู้ตัว ถือเป็นอาวุธไซเบอร์ของรัฐบาล ที่หวังจะเจาะข้อมูลประชาชน จึงได้มายื่นหนังสือขอให้มีการตรวจสอบหน่วยงานของรัฐ ว่าหน่วยงานใดเป็นผู้ใช้ เพราะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างสูงสุด
นายณัฐชากล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าหน่วยงานไหนสั่งซื้อมา มีเหตุผลอะไร นำไปใช้ในหน่วยงานไหนไปยังคนกลุ่มใดบ้าง
เปิดผลโหวตถอนร่างกม.กัญชา
สำหรับการลงมติให้ถอนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง (ฉบับที่) พ.ศ…. ออกจากวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระ 2 เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ซึ่งผลการลงมติเสียงข้างมาก 198 เสียง เห็นด้วยให้ถอนร่างออกไปทบทวน ไม่เห็นด้วย 136 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง
การลงมติแยกเป็นรายพรรคการเมือง ดังนี้ พรรคเพื่อไทย ลงมติให้ถอนร่าง 93 เสียง ไม่เห็นด้วย 7 เสียง ประกอบด้วยส.ส.กลุ่มที่มีข่าวว่าจะย้ายไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย คือ นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส. อุดรธานี, นพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส. ศรีสะเกษ, นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส. ศรีสะเกษ, นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก, นางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ, นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก และนายสุชาติ ภิญโญ ส.ส. นครราชสีมา
พรรคพลังประชารัฐ เห็นด้วยให้ถอนร่าง 47 เสียง ไม่เห็นด้วย 3 เสียง คือ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย, นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ และพล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี และงดออกเสียง 4 เสียง ได้แก่ นายมานัส อ่อนอ้าย ส.ส. พิษณุโลก, นายวันชัย ปริญญาศิริ ส.ส.สงขลา, นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ และนายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
พรรคประชาธิปัตย์ เห็นด้วยให้ถอนร่าง 30 เสียง ไม่เห็นด้วย 2 เสียง คือ นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส.ประจวบคิรีขันธ์ และนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และงดออกเสียง 2 คน คือนายภาณุ ศรีบุศยกาญจน์ ส.ส.สุราษฎร์ ธานี และนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี
พรรคก้าวไกล ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะให้ถอนเนื้อหา มีเพียง 1 คน คือ นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ลงมติเห็นด้วยให้ถอนร่าง
พรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) มี นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ โหวตเห็นด้วยให้ถอนร่าง ขณะที่อีก 4 เสียงโหวต ไม่เห็นด้วย ได้แก่ นายภาสกร เงินเจริญกุล, นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์, น.ส.จิราพร นาคดิลก และนายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ
ส.ส.ภูมิใจไทยมาพรึบ-ถูกดับฝัน
พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง ลงมติไม่เห็นด้วยให้ถอนร่าง มีเพียง นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา คนที่สอง ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ที่งดออกเสียง
ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ มีผลการลงมติ ดังนี้ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ส.ส.ที่ร่วมประชุม 8 คน โหวตไม่เห็นด้วยทั้งหมด, พรรคพลังท้องถิ่นไท 3 เสียงไม่เห็นด้วย, พรรครวมพลัง มีเสียงเห็นด้วย 1 เสียง คือ น.ส.จุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ ขณะที่นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ งดออกเสียง
พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) มีนายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร ที่ลงมติไม่เห็นด้วย ขณะที่อีก 3 เสียง งดออกเสียง ได้แก่ นายดล เหตระกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค และนายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา
ด้านพรรคเล็กร่วมรัฐบาล มีผู้ที่โหวต ไม่เห็นด้วย ได้แก่ นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน, นางนันทนา สงฆ์ประชา ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์, นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่
พรรคเศรษฐกิจไทย มี 7 เสียงที่เห็นด้วย ขณะที่ 3 เสียงไม่เห็นด้วย ประกอบด้วย นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์, นาย ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี, นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก ขณะที่ พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ งดออกเสียง
พรรคเสรีรวมไทย (สร.) ส.ส.ที่ร่วมประชุม 9 คน โหวตเห็นด้วยให้ถอนร่างทั้งหมด พรรคพลังปวงชนไทย ที่มีนายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค โหวตเห็นด้วยเช่นกัน, พรรคประชาชาติ มีส.ส. 6 คนร่วมประชุม โหวตเห็นด้วยทั้งหมด, พรรคเพื่อชาติ มี 2 ส.ส.ที่เห็นด้วย คือ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.บัญชี รายชื่อ และนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ขณะที่นายอารี ไกรนรา ส.ส. บัญชีรายชื่อ โหวตไม่เห็นด้วย
‘หนู’ลั่นเดินหน้า-อย่ามโนอันตราย
ที่จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า กมธ.จะกลับไปทบทวน ไม่มีปัญหา กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รอบคอบตั้งแต่แรก ทราบดีว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น เพราะจะทำให้พรรคหนึ่ง มีแต้มต่อเหนืออีกหลายพรรค ฉะนั้น ถึงต้องเร่งปลดล็อกกัญชา และใช้ประกาศของสธ.กำกับดูแลให้รอบคอบ เพราะต่อให้ พ.ร.บ.นี้ไม่ได้รับการพิจารณาโดยสภา ก็มีกฎหมายดูแลอยู่
ท่าทางเขาดึงเกมยาวแน่ ก็จะไปไล่ดูทั้ง 95 มาตราว่า สามารถเพิ่มไปในประกาศของสธ. ได้ก็จะทำให้ จะได้ไม่ต้องกังวลตื่นตระหนกตกใจ พ.ร.บ.นี้เป็นเกมการเมืองอยู่แล้ว เพราะตอนเข้ามาวาระแรกรับหลักการ ทุกคนรับหมด มี 45 มาตรา ถ้าทำหละหลวมต้องลดลงเหลือ 10 มาตรา นี่เพิ่มมาเป็น 95 มาตรา จะหละหลวมอย่างไร
ส่วนที่เพิ่มคือ ส่วนที่ฟังประชาชนมา นำความห่วงใยมาทำให้เป็นพ.ร.บ.ที่สมบูรณ์ ในกมธ.มีทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ แพทย์ต่างๆ ตรงนี้คิดอย่างอื่น ไม่ได้นอกจากทำร้ายประชาชน แต่ภูมิใจไทย ไม่เกี่ยว เราคิดถึงแต่ประชาชน เราไม่กลัว ไม่ห่วง กัญชาเดินหน้าต่อได้ไม่มีปัญหา มีประกาศ สธ.ควบคุมอยู่แล้ว คล้าย พ.ร.บ. แทบทั้งสิ้น ไม่ต้องกังวลที่บอกว่ามีอันตรายต่างๆ มโนทั้งนั้น ไม่มีใครจะมารู้ดีกว่าสธ. เพราะคนป่วยก็ต้องเข้ามาที่สธ.
ผู้สื่อข่าวถามว่า กัญชาจะถูกกลับเป็น ยาเสพติดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จะกลับอย่างไร ใครเป็นคนเซ็นให้กลับ ซึ่งคือตน และตนจะเซ็นหรือไม่
ซัดพท.-ปชป.-พปชร.เตะถ่วง
ต่อข้อถามว่าจะกระทบความสัมพันธ์ในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนที่กระทบก็กระทบไป เรามั่นใจว่าประชาชนได้ประโยชน์ก็ทำ แต่จากนี้ หากมีอะไรเกี่ยวกับกัญชา อย่ามาที่ภูมิใจไทยหรือมาที่ สธ.ให้ไปที่พรรคที่เขาดึงเตะถ่วง มี 3 พรรคคือ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ต้องขอบคุณพรรคก้าวไกล ร่วมกับภูมิใจไทยและชาติไทยพัฒนา เพราะพรรคเหล่านี้ เห็นแก่ประโยชน์ประชาชนมากกว่าเห็นแก่เรื่องคะแนนเสียง เพราะใกล้เลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าพ.ร.บ.ออกไม่ทัน หากเลือกตั้งใหม่ ภูมิใจไทยจะดันต่อหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ภูมิใจไทยกลับเข้ามาก็ต้องดันต่อ แทนที่จะให้จบในสมัยนี้ จะได้ไปนำเสนอนโยบายใหม่ๆ เลยมีนโยบายนี้ต่อไปก็ยิ่งดีใหญ่ ประชาชนจะได้เห็นว่าใครพูดแล้วทำ ใครดีแต่พูด ซึ่งเรื่องนี้มีผลต่อคะแนนเสียงให้ดีขึ้นแน่นอน ต้องขอบคุณมาก อยู่ดีๆ ก็หาเสียงให้
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าเกี่ยวกับการฟาดฟันเชิงพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ใครดีใครได้ สิ่งที่เกิดขึ้น เรารู้อยู่แล้วว่าเขาต้องทำแบบนี้ ถึงได้ออกประกาศสธ. ที่เขาบอกไม่รอบคอบก็ย้อนแย้ง นี่แหละคือการรอบคอบ ถ้าไม่รอบคอบ เมื่อวานกฎหมายถูกตีตก วันนี้กัญชาจะวุ่นวายมาก ปล่อยนักโทษไปแล้วเท่าไร ลงทุนไปแล้วเท่าไร คน ครอบครองกัญชาเพื่อนำมารักษาผู้ป่วย ผู้ปลูกวิสาหกิจชุมชน แม้กฎหมายถูกตีตก ทุกกิจกรรมยังดำเนินต่อไปได้ นี่คือความรอบคอบของสธ. ไม่ใช่เรื่องพรรค ซึ่งข้าราชการคาดการณ์และแนะนำว่าต้องทำอะไรก็ทำตาม ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน
‘ศุภชัย’ว้ากหยุดเล่นเกม
ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่) พ.ศ. แถลงว่า ยืนยันว่าสิ่งที่กมธ.พิจารณามานั้นครบถ้วนแล้ว ป้องกันผล กระทบที่จะเกิดขึ้นแก่สังคม ดังนั้น ต้องถามว่าจะให้ทบทวนเรื่องอะไร แต่เมื่อที่ประชุมให้ถอนเรื่องออกไป ก็ต้องยอมรับมติ จากนี้สมาชิกที่เห็นว่าร่างนี้ไม่สมบูรณ์ ขอให้ส่ง ข้อห่วงใยมาให้กมธ. เพื่อนำไปปรับปรุงและพิจารณาก่อนเข้าที่ประชุมสภาในสมัยประชุมหน้า (1 พ.ย.2565-28 ก.พ.2566) ยืนยันว่าตนไม่ได้ดื้อ เพราะเห็นว่าร่างที่ทำมานั้นสมบูรณ์แล้ว ถ้าถอนออก แปลว่าร่างนี้ต้องไปต่อคิวเข้ามาใหม่ จึงเห็นว่าเจตนาที่ให้ถอนร่าง เพราะไม่อยากให้กฎหมายนี้เสร็จ
“ขอให้ก้าวข้ามการเมือง เพราะเชื่อว่าคนที่ปลูกกัญชาทุกคนจะไม่ได้เลือกพรรคภูมิใจไทย บางคนจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือทั้ง 2 พรรคจะทำให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้ง คนที่ปลูกนับล้านคน กลายเป็นมีความผิดอาญาทันที ส่วนคนกว่า 7 พันคน ที่ออกจากเรือนจำก็ต้องกลับเข้าเรือนจำ และยังมีผู้ที่อยู่ระหว่าง ดำเนินคดีอีกจำนวนมาก ก็ต้องกลับไปถูกดำเนินคดีอีก จึงขอถามว่าเตรียมคุกพอไว้ขังประชาชนหรือไม่” นายศุภชัยกล่าว
‘สาทิตย์’เชื่อไม่กระทบพรรครบ.
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า จุดยืนพรรค ไม่ได้คัดค้านร่างพ.ร.บ.กัญชา โดยเฉพาะการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ หรือใช้เป็นพืชเศรษฐกิจ แต่ต้องการเห็นเนื้อหาในการควบคุมการใช้กัญชา ให้อยู่ในกรอบที่คำนึงถึงผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน เนื่องจากร่างกฎหมายที่รับหลักการ และผ่านการพิจารณาของกมธ. มีการแก้ไขโดยเพิ่มเนื้อหาจากเดิม 45 มาตรา เป็น 95 มาตรา คือ เพิ่มใหม่ 69 มาตรา และตัด บางมาตราทิ้ง โดยเฉพาะมีบางส่วนที่เห็นว่าอาจจะกำกับดูแลควบคุมไม่ดีพอ เช่น การให้ประชาชนขอจดแจ้งปลูกกัญชาครัวเรือน บ้านละ 15 ต้น ใช้เพื่อประโยชน์ในครัวเรือน แต่มีการบัญญัติว่าเพื่อการบริโภคในครัวเรือน เพื่อประโยชน์รักษาสุขภาพ แต่ไม่มีการกำหนดมาตรการควบคุมที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
“หากไม่ถอนร่างกฎหมายออกไป อาจทำให้ร่างกฎหมายค้างอยู่ในสภา ทำให้ไม่สามารถนำไปแก้ไขปรับปรุงให้เกิดความรอบคอบได้ แต่หากถอนออกไปจะแก้ไขปรับปรุงได้เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการถูกคว่ำในวาระ 2-3 ในช่วงสุญญากาศ จึงเรียกร้องรมว.สาธารณสุข ทบทวนเรื่องการปลดล็อกกัญชา ขอให้ทุกฝ่ายเลือกใช้เหตุผล เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับนี้ส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของคนในสังคม” นายสาทิตย์กล่าว
เมื่อถามว่ามีข้อสังเกตว่าการเสนอให้ถอนร่างพ.ร.บ.กัญชา ออกจากวาระสภา เป็นเกมการเมือง นายสาทิตย์ กล่าวว่า การเสนอถอนร่างกฎหมาย มีทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้านเห็นด้วย ยืนยันว่าไม่ใช่มาตัดแข้งตัดขากัน และไม่มีเรื่องการเมืองเกี่ยวข้อง แต่เป็นเรื่องเนื้อหาของกฎหมาย หากสภารีบตรากฎหมายโดยไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นย่อมไม่ได้ เชื่อว่าจะไม่กระทบความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากพรรคมีเพียง 40 เสียงที่เห็นด้วยกับการถอนร่างกฎหมาย ซึ่งทั้งหมดเป็นมติของสภา ไม่ใช่มติของพรรคใดพรรคหนึ่ง
‘ประเสริฐ’ชี้เพิ่มมาตรามากผิดปกติ
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขา ธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นการเมือง เพราะเดิมมี 40 กว่ามาตรา แต่ปรากฏว่ากมธ.ไปแก้กลับไปกลับมา 90 กว่ามาตรา ซึ่งเพิ่มมาตราที่เกินผิดปกติอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หากปล่อยให้พิจารณาในวาระ 2 จะเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะต้องมีการแก้ไขจำนวนมาก ดังนั้น การโหวตให้ไปทบทวนใหม่ จึงเป็นประโยชน์กับประชาชน เพราะเมื่อเอากลับเข้ามาพิจารณาใหม่จะ ไม่เสียเวลามาก แต่ถ้าแก้ในสภา 40 กว่ามาตราจะเป็นเรื่องยากมาก
กฎหมายฉบับนี้มีหลายฝ่ายท้วงติง และเราเห็นว่าเป็นประเด็นอ่อนไหว ควรระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะส่งผลกระทบต่อการใช้กัญชาในอนาคต ถ้าใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ไม่มีใครติดใจ แต่วันนี้มีการนำกัญชาไปใช้ในเรื่องสันทนาการ ซึ่งอาจจะเกินเลยไป สภาจึงระมัดระวังอย่างยิ่ง ไม่มีเจตนาด้านการเมือง ส่วนที่มองว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์นั้น จริงๆ แล้ว เป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.ที่จะพิจารณา
สภาถกญัตติด่วน-ชงทำประชามติ
เมื่อเวลา 12.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องขอให้สภาพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามที่สภามีมติในการออกเสียงประชามติ เพื่อสอบถาม ความคิดเห็นของประชาชนต่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า ญัตติด่วนนี้พรรคเพื่อไทยจะเสนอประกบด้วย ซึ่งนายสุชาติวินิจฉัยให้ที่ประชุมดำเนินการไปตามที่มีผู้เสนอญัตติด่วนก่อนพิจารณาวาระรับทราบตามปกติ
นายณัฐพงษ์ แถลงสาระสำคัญของญัตติ โดยขอทำประชามติสอบถามประชาชนว่า จะเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรนูญใหม่ผ่านกลไกของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงหรือไม่ เชื่อว่า การจัดทำประชามติ จะเป็นทางออกจากวิกฤตการเมืองในปัจจุบันที่สังคมมองว่ามีต้นตอมาจากรัฐธรรมนูญปี 2560 และหากเป็นไปได้ภายใต้สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ต้องรีบเร่งจัดทำประชามติพร้อมกับวันเลือกตั้ง เป็นการประหยัดภาษีประชาชนในการจัดทำด้วย
นายจุลพันธ์ ผู้เสนอญัตติของพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า วันนี้เราต้องการหยุดความสับสน จึงต้องให้ประชาชนลงประชามติก่อนว่าประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเสนอให้มีการทำประชามติไปพร้อมกับการเลือกตั้งส.ส.ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดย เดินหน้าสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยตัวแทนของประชาชน เพื่อที่จะมีรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยเต็มใบ
โหวตหนุน-แต่องค์ประชุมไม่ครบ
จากนั้นเป็นการอภิปรายแสดงความคิดเห็นของสมาชิก ซึ่งที่ประชุมแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันให้มีการจัดทำประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะเห็นว่ารัฐธรรนูญปี 2560 เป็นอุปสรรคในการดำเนินการต่างๆ และให้ทำวันเดียวกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เพื่อประหยัดงบประมาณและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
หลังจากอภิปรายแล้วเสร็จ นายศุภชัยกล่าวว่า ญัตติดังกล่าวต้องใช้การลงมติเพราะเป็นญัตติที่สำคัญ ต้องส่งไปให้ครม. พิจารณา จึงไม่สามารถใช้ขั้นตอนที่สภาอนุมัติ เพราะไม่มีใครอภิปรายคัดค้านเหมือนที่ผ่านมาได้ โดยที่ประชุมได้ใช้เวลารอองค์ประชุมกว่า 40 นาที พบว่ามีส.ส.แสดงตนเป็นองค์ประชุม 242 คน ซึ่งเกินองค์ประชุมมาเพียง 6 เสียง
จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการลงมติทั้ง 2 ฉบับ ปรากฏว่ามีผู้มาลงมติ 230 คน เห็นด้วย 215 ไม่เห็นด้วย 6 งดออกเสียง 6
นายศุภชัยชี้แจงว่า การลงมติตามญัตติถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว โดยเสียงข้างมากเห็นด้วย แต่ผู้มาลงมติไม่ครบองค์ประชุม ซึ่งตนพยายามเต็มที่แล้ว
นายจุลพันธ์กล่าวว่า ตนเจ็บปวดที่องค์ประชุมไม่ครบต้องยอมรับ คือ กระบวนการไม่ครบ จะทำให้ความชอบสิ่งที่ลงมติ เป็นปัญหา วุฒิสภาอ้างได้ว่า องค์ประชุมมีปัญหา เมื่อไปถึงครม. จะมีปัญหาอีก ไม่เกิด ประโยชน์ใดๆ ดังนั้นเมื่อลงมติไม่ครบก็ปิดประชุม ซึ่งญัตติจะไม่ตก ยกไปลงมติครั้งหน้า เมื่อเปิดประชุมเดือนพ.ย.ก็ว่ากันใหม่
ขณะที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย เห็นตรงกันว่า หากสรุปว่าญัตติผ่านแล้ว แต่องค์ประชุมไม่ครบ จะทำให้สูญเปล่า และมีปัญหาข้อกฎหมายที่ค้างคา นำไปสู่การร้องศาลรัฐธรรมนูญ
ในที่สุดนายศุภชัยชี้แจงว่า การลงมติ ดังกล่าวถือว่าเห็นด้วยกับการลงมติ ส่วน กรณีครบองค์ประชุมนั้น ถือว่าไม่ครบต้องเป็นเรื่องที่ว่ากันไปตามระบบ ข้อกฎหมายและ ข้อบังคับ และสั่งปิดการประชุมเวลา 15.55 น.

‘วิทยา’อดีตรมต.เสียชีวิตสงบ
เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิทยา บุรณศิริ อดีตรมว.สาธารณสุข เสียชีวิตอย่างสงบ สิริอายุ 62 ปี หลังถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ด้วยอาการวูบ หมดสติ ก่อนหน้านี้นายวิทยา ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง
นายวิทยา เกิดเมื่อวันที่ 16 ม.ค.2503 ที่อ.บางปะอิน จ.พระนคร ศรีอยุธยา เป็นบุตรของนายวิทูรและนางถาวร บุรณศิริ
จบปริญญาตรี สาขาศิลปศาสตร์ สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
เป็นสมาชิกสภาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (17 ปี) ประธานสภา อบจ. และนายก อบจ.
เป็นส.ส.พรรคไทยรักไทย ปี 2544 และ 2548 หลังพรรคถูกยุบในปี 2550 ย้ายไปพรรคพลังประชาชน เลือกตั้งปี 2550 ได้เป็นส.ส. และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
ต่อมาพรรคพลังประชาชนถูกยุบ ย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย
ก.ย.2553 เป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต่อมาเม.ย.2554 ยื่นหนังสือลาออกจากกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย
ปี 2554 ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น รมว.สาธารณสุข ในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
เลือกตั้งเมื่อปี 2562 ลงสมัครส.ส.พระนครศรีอยุธยา แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

ยื่นสอบรมต. – แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นป.ป.ช.สอบนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ถือครองที่ดินรถไฟเขากระโดง จ.บุรีรัมย์, แจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ และโอนหุ้นก่อนรับตำแหน่งรมต. ที่สำนักงานป.ป.ช. เมื่อวันที่ 15 ก.ย.