เหยื่อยันจี้เอาผิดทางคดี!

‘ทบ.’ ปลดด่วน ส.อ.ฉาวคดีลวนลามในหน่วย หลังเหยื่อลุยร้องผบ.ทบ. รองโฆษกเผยผลสอบออกมาแล้ว พบผิดตามข้อกล่าวหา ต้นสังกัดจึงสั่งปลดจากราชการ ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตั้งแต่ 16 ก.ย.นี้ ส่วนคดีให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ‘กัน จอมพลัง’ ยังห่วงปมผู้ใหญ่ป้องสิบเอกรายนี้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 ก.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ผู้เสียหายจากกรณีถูกทหารยศสิบเอกคุกคามทางเพศ เหตุเกิดในหน่วยทหารแห่งหนึ่ง จ.กาญจนบุรี และ ที่บ้านพักส่วนตัว เดินทางมายื่นหนังสือ ร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ผ่านนายทหารปฏิบัติการประจำสำนักงานเลขานุการกองทัพบก ประกอบด้วย พ.อ.หญิงรพีพัทธ์ ตรีจิตรฐิติกุล และพ.ท.หญิงปรารถนา ชื่นครอบ เป็น ผู้รับเรื่อง

โดยพ.อ.หญิงรพีพัทธ์กล่าวยืนยันว่า ผบ.ทบ.ได้สั่งการมาโดยตรงให้ดูแลเรื่อง ดังกล่าวและให้ความเป็นธรรม ซึ่งในขั้นตอนนี้ถือเป็นการรับเรื่องร้องเรียนและจะส่งไปยังหน่วยต้นสังกัดชี้แจงให้ชัดเจนทุกข้อที่ร้องเรียนมา ส่วนเรื่องคดีความเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง

พ.อ.หญิงรพีพัทธ์ยังได้ให้กำลังใจกับ ผู้เสียหายในฐานะที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน ที่ต้องอดทนและแข็งแกร่งต่อสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน

ขณะที่ผู้เสียหายกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือว่า กองทัพบกให้ความสบายใจจากการรับร้องทุกข์ ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ตั้งแต่เกิดเหตุสภาพจิตใจแย่มากเคยคิดอยากฆ่าตัวตาย ท้อแท้ ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ และเป็นผู้ถูกกระทำ แต่กลับถูกมองว่าเป็นผู้ทำให้หน่วยงานได้รับความเสียหาย เมื่อได้รับการช่วยเหลือจากหลายฝ่ายก็มีกำลังใจมากขึ้น และต้องสู้เพื่อความยุติธรรม และสิทธิของผู้หญิง

ผู้เสียหายกล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่และทหารในหน่วยไม่มีใครกล้าคุยด้วย ส่วนใหญ่จะได้กำลังใจจากครอบครัวเท่านั้น อย่างไรก็ดีมี ผู้เสียหาย 3 คน ที่อยู่ภายในหน่วยมาปรึกษา แต่ทั้งหมดไม่กล้าออกมาสู้เนื่องจากมีข้อจำกัด บางคนมีครอบครัวเป็นทหาร แต่โดยส่วนตัวเป็นพลเรือนจึงพร้อมต่อสู้

ด้านนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ที่เดินทางมาพร้อมผู้เสียหายระบุว่า ได้นำประเด็นที่ผู้เสียหายรู้สึกกังวลใจมาร้องเรียนต่อกองทัพบก โดยเฉพาะกรณีที่อาจจะมีผู้ใหญ่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ และทำให้ผู้เสียหายเกิดความกังวลใจ ส่วนทหารยศสิบเอกที่ก่อเหตุได้รับการปล่อยตัวนั้น ไม่ได้รู้สึกกังวลใจ เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายและข้อเท็จจริง นอกจากนี้ยังได้ประสานไปทางกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานแล้ว และขอเตือนว่าหากมีใครเข้ามาก้าวก่ายหรือคุกคามผู้เสียหายขอให้ระวังตัวไว้ อย่างไรก็ดียังมีผู้เสียหายอีกหลายคนไม่กล้าออกมาแจ้งความ หรือเรียกร้องความเป็นธรรม เพราะกลัวผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากมีผู้ใหญ่ในหน่วยทำให้ผู้เสียหายเหล่านั้นรู้สึกกังวลใจ และเจ้าหน้าที่ทหารในหน่วยไม่กล้าเข้ามาพูดคุยกับผู้เสียหาย เพราะกลัวจะได้รับผลกระทบไปด้วย

นายกัณฐัศว์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีคลิปเพิ่มเติมนั้น เป็นคลิปที่แสดงให้เห็นว่าทหารยศสิบเอกคนนี้ดูมีอิทธิพล และไม่แน่ใจว่าจะสามารถเอาผิดกับผู้ก่อเหตุได้หรือไม่ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะต้องดูต่อไปว่ามีบุคคลอื่นในหน่วยที่เกี่ยวข้องกับนายทหารสิบเอกหรือไม่ด้วย ทั้งนี้อาจจะร้องเรียนกระทรวงกลาโหมตามลำดับชั้นต่อไป หากมีช่องทางที่สามารถดำเนินการได้แต่ในส่วนของกองทัพบกก็ถือว่าได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีในการประสานงาน

ร้องกองทัพ – เสมียนธุรการหญิงเข้าร้องเรียนที่บก.ทบ. กรณีถูกสิบเอกบุกบ้านพักใน ค่ายทหารที่จ.กาญจนบุรี ใช้กำลังอนาจารข่มขืนใจ ล่าสุดกองทัพบกมีคำสั่งปลดส.อ.กิตติศักดิ์ ดวงประสาท ผู้ก่อเหตุออกจากราชการแล้ว เมื่อวันที่ 16 ก.ย.

สำหรับหนังสือร้องเรียนของผู้เสียหาย ได้ขอให้ผบ.ทบ.ตรวจสอบข้อเท็จจริงพฤติการณ์ล่วงละเมิดทางเพศของนายทหารยศสิบเอก สังกัดมณฑลทหารบกที่ 17 จ.กาญจนบุรี ต่อพนักงานราชการหญิง ด้วยการบุกไปที่บ้านพักใช้กำลังปลุกปล้ำพยายามข่มขืนกระทำชำเรา และได้ต่อสู้ขัดขืนจนหนีรอดมาได้ จากนั้นได้ร้องเรียนให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ และทางผู้บังคับบัญชารับปากจะเรียกตัวทหาร สิบเอกคนดังกล่าวมาขอขมา เอาผิดทางวินัย แต่ปรากฏว่าไม่มีการดำเนินการเอาผิดกับ ผู้ก่อเหตุ พร้อมไปแจ้งความสถานีตำรวจภูธรลาดหญ้า ในขณะที่ต้นสังกัด โดยผู้บังคับบัญชาได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงผู้เสียหาย กรณีมีภาพหลุดของทหารสิบเอกที่กระทำความผิดถูกนำไปเผยแพร่ทางออนไลน์ทำให้หน่วยเสื่อมเสีย แต่ไม่ได้ตรวจสอบกรณีที่ผู้เสียหายถูกล่วงละเมิดทางเพศ จึงเข้ามาร้องเรียนกับกองทัพบก

วันเดียวกัน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่พนักงานราชการหญิงสังกัด มณฑลทหารบกที่ 17 ได้เข้าร้องเรียนว่าถูกนายทหารชั้นประทวนคือ ส.อ.กิตติศักดิ์ ดวงประสาท ได้ล่วงละเมิดทางเพศในหน่วยงานเดียวกัน เมื่อ 24 ส.ค. 65 ที่ผ่านมา หน่วยต้นสังกัดได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในประเด็นที่กำลังพลได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ ล่าสุดผลการสอบสวนของหน่วยต้นสังกัดสรุปว่ามีเหตุอันเชื่อได้ว่ามีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา หน่วยต้นสังกัดจึงได้มีคำสั่งให้ปลดนายทหารชั้นประทวนดังกล่าวออกจากราชการเนื่องจากกระทำผิดวินัยทหารฐานประพฤติ ชั่วอย่างร้ายแรง ตั้งแต่ 16 ก.ย. 65 เป็นต้นไป

ปัจจุบันพนักงานราชการหญิงได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเป็นคดีความส่วนบุคคล ที่ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยทางหน่วยต้นสังกัดพร้อมให้ความร่วมมือในการสอบสวน

ทั้งนี้วันนี้ เวลา 10.30 น. พนักงานราชการหญิงพร้อมด้วยญาติได้เข้ามายื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมที่กองบัญชาการกองทัพบก ซึ่งกองทัพบกได้รับเรื่องร้องเรียนและได้นำเข้าสู่กระบวนการของทางราชการแล้ว และเมื่อมีการดำเนินการใดๆ จะแจ้งให้ผู้ร้องเรียนได้รับทราบต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน