ชัชชาติเซ็นประกาศเร่งฟื้นฟู-เยียวยาท่วม

ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศให้ 6 แขวงของเขตลาดกระบัง เป็นพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วม ทั้งลาดกระบัง-คลองสามประเวศคลองสองต้นนุ่น-ลำปลาทิว-ทับยาว-ขุมทอง เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ปลัดกทม.แจงหลักเกณฑ์เยียวยา ‘บิ๊กตู่’ ควง เสี่ยเฮ้ง-รมช.ตี๋ ตรวจน้ำท่วมระยอง ท่ามกลางทหาร-ตำรวจ-ขรก.ต้อนรับคึกคัก เร่งกู้จุดจมสุดเกือบ 2 เมตร สั่งป้องน้ำทะลักเข้าพื้นที่เศรษฐกิจ-ชุมชน ชลประทานอยุธยายกประตูระบายน้ำขึ้นอีก ระบายน้ำไหลเข้าทุ่งแก้มลิง เสนา-ผักไห่ ด้านชาวนาบางปลาม้า สุพรรณบุรี ผวานาล่มซ้ำ เร่งเกี่ยวข้าว ‘บิ๊กป้อม’ ถกรับสถานการณ์น้ำให้ครอบคลุมทุกมิติ กำชับ เฝ้าระวัง 13 แม่น้ำหลัก-13 อ่างเก็บน้ำล้นท่วมบ้านเรือนประชาชน

ตรวจท่วม – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม พูดคุยกับประชาชนระหว่างเดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจทหารที่ออกปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือวิกฤตน้ำท่วมจ.ระยอง เมื่อวันที่ 16 ก.ย.

บิ๊กตู่ตรวจท่วมระยอง
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุกภัย เทศบาลทับมา อ.เมือง จ.ระยอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม พร้อมด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ลงพื้นที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากมวลน้ำที่เข้าท่วม 2 ระลอก ทำให้มีผู้ได้รับความ เดือดร้อน 8,941 หลัง ครัวเรือน มีประชาชนเดือดร้อน 15,000 คน พร้อมรับฟังสรุปสถานการณ์น้ำ การช่วยเหลือผู้ประสบภัย การบริหารจัดการน้ำ โดยมีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานในท้องถิ่นมาต้อนรับจำนวนมาก

พล.ร.ท.พิชัย ล้อชูสกุล ผบ.ทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวรายงานว่า ขณะนี้ที่ทับมาดีขึ้นมากเเต่ยังมีท่วมขังอยู่บ้าง ซึ่งปีนี้คลองทับมา ต้องรับน้ำถึง 40 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ที่ผ่านมาฝนไม่เคยตกมากขนาดนี้ ตั้งเเต่ปี 2558 นอกจากนี้ วันที่ 13 ก.ย. ยังมีปริมาณน้ำฝน มีน้ำเหนือ ที่ลงมาสะสม ในเขตทับมา น้ำเข้ามาอีก 130 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็นเวลา 6 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าปกติถึง 3 เท่า จึงเข้าท่วมที่เดิม ขณะนี้ยังมีน้ำขังอยู่ ปัญหาใหญ่คือน้ำเริ่มเน่า ต้องเร่งสูบน้ำออก หากฝนไม่ตกมาอีกไม่เกิน 3 วันสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวขอบคุณการทำงานช่วยเหลือประชาชนของทุกฝ่ายว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คือ เกษตกรเดือดร้อน ให้เขตเศรษฐกิจ โรงพยาบาล การจราจร การดูเเล บ้านเรือน ย้ำให้มีการเตรียมการให้หมด จะทบทวนประกาศเขตภัยพิบัติในเขตเศรษฐกิจ เเรงงาน มาดูการเยียวยาการดูเเล เครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องจักร สาธารณสุข ห่วงโรคภัยไข้เจ็บ โดยเน้นย้ำให้ระวังโรคฉี่หนู และให้เฝ้าระวังในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า โดยรัฐมีเเผน ในการจัดการน้ำ ยืนยัน ในฐานะกระทรวงกลาโหม (กห.) จะดำเนินการอย่างเต็มที่

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์และคณะได้เดินทางไปที่หมู่บ้านหนองมะหาด ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ เข้ามาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้ง มอบถุยังชีพให้ผู้ประสบภัย และได้ขึ้นรถ ยีเอ็มซี เดินทางต่อไปยังโรงเรียนบ้านทับมา ซึ่งเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวของผู้ประสบภัย น้ำท่วม ตลอดเส้นทาง ได้โบกมือทักทายประชาชนที่บางแห่งยังมีน้ำท่วมขังอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่มีคนจำนวนมากมาถ่ายรูปกับ พล.อ.ประยุทธ์ เเละเรียกนายกฯ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า “วันนี้เป็นรัฐมนตรี” ก่อนขึ้นรถยกสูง โบกมือทักทายประชาชน เเละเเสดงสัญลักษณ์ “ไอเลิฟยู” และขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กำลังโบกมือทักทายประชาชนอยู่นั้น ได้มีชาวบ้านผู้หญิงที่ยืนอยู่หน้าบ้าน ที่ยังถูกน้ำท่วมอยู่ ตะโกนว่า “ไม่ลงมา ลุยน้ำบ้างเลยเหรอ จะได้ใจประชาชน” ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้ยิ้มให้ ก่อนเดินทางไปถึงศูนย์พักพิงชั่วคราว ตรงเข้าไปให้กำลังใจ ผู้ประสบภัย ซึ่งมีผู้ป่วยติดเตียงอยู่ด้วย พร้อมทั้งมอบถังยังชีพ ก่อนนั่งรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กฉ-4212 ยะลา เดินทางไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเดินทางกลับต่อไป

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวง กลาโหม เปิดเผยว่า การช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ กองทัพเรือและกองทัพบก โดย ทัพเรือ ภาคที่ 1 และ พล.ร.2 รอ. ได้จัดกำลังพลกว่า 1,200 นาย รถบรรทุกขนาดต่างๆ กว่า 30 คัน เรือผลักดันน้ำ 20 ลำ เรือท้องแบน 22 ลำ รวมทั้งรถครัวสนาม รถพยาบาล ชุดค้นหาและกู้ภัย ลงทำงานสนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่ ให้การช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง

จุดท่วมสุดเกือบ 2 เมตร
ขณะที่ นายสาธิต รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ที่ อ.เมือง จ.ระยอง มีน้ำเข้าท่วมพื้นที่จำนวนมาก กินพื้นที่ราว 3-4 หมู่บ้าน คาดว่าความเสียหายถึง 7,000 หลังคาเรือน จุดที่น้ำลึกสุดเกือบ 2 เมตร ซึ่งอยู่ในระหว่างการระบายน้ำออก ถ้าฝนไม่ตก ลงมาเพิ่มอีก คาดว่าภายใน 2 วัน น้ำจะระบายออกได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นยังไม่กระทบกับหน่วยบริการ ร.พ.ระยอง และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทำให้สามารถนำบุคลากรเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ ซึ่งหลายคนไม่ยอมออกจากบ้านแม้ว่าน้ำจะท่วม แพทย์ก็ได้เข้าพื้นที่ ไปถึงบ้านเพื่อดูแลผู้ป่วยติดเตียง นอกจากนั้น ก็มีการตั้งศูนย์ช่วยเหลือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนได้รับการตรวจ ATK ก่อนเข้าปฏิบัติงาน

นายประเสริฐ วงศ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา อ.เมือง จ.ระยอง กล่าวว่า ตอนนี้ มีพื้นที่น้ำท่วมทั้งหมด 8 หมู่บ้าน เริ่มคลี่คลายเหลือเพียงพื้นที่หมู่ 3 ต.ทับมา อ.เมือง ที่ยังท่วมอยู่ แต่ระดับน้ำลดลงเหลือไม่เกิน 30 ซ.ม. ส่วนผู้อพยพที่ยังพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักโรงเรียนบ้านทับมา รวม 113 คน เพราะน้ำท่วมขังบ้านยังกลับเข้าไปอยู่อาศัยไม่ได้ ด้านความเสียหายที่เกิดขึ้น จะมีการเข้าไปสำรวจ ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบเข้าแจ้ง ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียน พร้อมช่วยเหลือ แต่ก็ยังกังวล เพราะหากฝนตกลงมาอีกก็อาจจะท่วมซ้ำอีก จึงยังคงต้องเฝ้าระวัง และวางแผนรับมือต่อไป ขณะที่ถนนทุกสายของระยองที่ถูกน้ำท่วม ขณะน้ำแห้งสามารถสัญจรไปมาได้ทั้งหมดแล้ว

ขณะที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (หน้าห้างแม็คโครระยอง) ยังคงมีประชาชน ผู้ประสบภัยทยอยกันเข้ามารับอาหาร จากโรงครัวพระราชทาน และภาคเอกชน ที่นำน้ำดื่ม อาหาร ขนม มาบริการ

6 แขวงลาดกระบังจุดภัยพิบัติ
ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงนามประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร เรื่อง เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในพื้นที่เขตลาดกระบัง โดยสาระสำคัญของประกาศระบุว่า ด้วยได้เกิดสถานการณ์ฝนตกหนัก ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่เขตลาดกระบัง ได้เกิดอุทกภัยตั้งแต่ 8 ก.ย. เป็นต้นมา ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำท่วมขัง ปัญหา การจราจร สร้างความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน บ้านเรือน การประกอบอาชีพ และการใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างยากลำบาก ตลอดจนพื้นที่การเกษตร และสิ่งสาธารณะของประชาชนได้รับความเสียหาย ในเขตพื้นที่เขตลาดกระบัง จำนวน 6 แขวง ได้แก่ แขวงลาดกระบัง แขวงคลองสามประเวศ แขวงคลองสองต้นนุ่น แขวงลำปลาทิว แขวงทับยาว และแขวงขุมทอง ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการจัดการสาธารณภัยให้เป็นไปตามแผน การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2664-2570 ผอ.กทม. จึงประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในเขตพื้นที่ประสบภัยดังกล่าว ภายใต้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ 2564-2570 และแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร หรือแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกฎหมายระเบียบ คำสั่ง ประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยเร็วต่อไป

นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการให้ความ ช่วยเหลือเยียวยาว่า มีดังนี้ 1.น้ำท่วมถึงบ้านพัก อาศัยโดยฉับพลัน ทำให้โครงสร้างบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 2.บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า 7 วัน และโครงสร้างบ้านได้รับความเสียหายไม่สามารถพักอาศัยได้ 3.ต้องเป็นบ้านพักที่อยู่อาศัยประจำ และต้องมีหนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่ทางสำนักงานเขตออกให้เป็นหลักฐาน ได้แก่ 1.บ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้าน 2.บ้านเช่า ผู้เช่าเป็นผู้ได้รับเงินช่วยเหลือ ในกรณีที่บ้านพัก อาศัย/บ้านเช่ามีหลายชั้น ให้ได้รับเงินช่วยเหลือ เฉพาะชั้นที่มีน้ำท่วมถึงเท่านั้น และ 3. ที่อยู่อาศัยอื่นๆ ของประสบภัย เช่น บ้านพักอาศัยอยู่เป็นประจำแต่ไม่มีทะเบียนบ้าน

ด้านชาวนาต.องครักษ์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ได้เร่งเก็บเกี่ยวข้าวกว่าพันไร่ ได้เร่งเก็บเกี่ยวข้าว หวั่นได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก และปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีน มีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังน้ำได้เริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมในหลายพื้นที่ริมฝั่งแล้ว

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในจ.พระนคร ศรีอยุธยา หลังจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ได้ระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอยู่ 1,948 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจ.พระนครศรีอยุธยา คลองสาขาต่าง แม่น้ำน้อย ที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพรยา มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น ประมาณ 7-10 ซ.ม. ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ระบายน้ำจากแม่น้ำป่าสัก ที่ 320 ลบ.ม.ต่อวินาที ด้านเขื่อนพระราม 6 ระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนที่ 498 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อน เพิ่มขึ้น 5 ซ.ม.

แจวเรือ – ชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ใช้เรือแจวเป็นพาหนะสัญจร หลังระดับน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมสูง เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 16 ก.ย.

อยุธยายกประตูน้ำระบายล้น
ขณะที่ประตูระบายน้ำปากคลองบางบาล อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ยกบานประตู ระบายน้ำ เพื่อลดกระแสมวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลล้นแนวคั้นกั้นน้ำ เข้าชุมชนอย่างแรง เกรงว่าบ้านเรือนประชาชนจะได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองบางบาล สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเข้าท่วมบ้านเรือน วัด โรงเรียน หลายแห่งที่อยู่ริมคลองบางบาล และไหลบ่าข้ามถนนสายหลักของหมู่บ้าน ชาวบ้านเริ่มได้ผลผลกระทบเป็นวงกว้าง

ด้านชลประทานพระนครศรีอยุธยา ได้เปิดประตูระบายน้ำเพื่อระบายน้ำเข้าสู่ทุ่งแก้มลิง ในอ.บางบาล และอ.เสนา ที่ประตูระบายน้ำคลองตาหนึ่ง โดยที่ต.ทางช้าง อ.บางบาล มีการยกบานประตูขึ้นสูง 20 ซ.ม. เพื่อระบายน้ำ ลงทุ่งบางบาล ส่วนที่ประตูระบายน้ำใบบัว อ.เสนา ได้ยกบานประตูขึ้น 30 ซ.ม. เพื่อระบายน้ำ นำไหลเข้าทุ่งแก้มลิง อ.เสนา และอ.ผักไห่

ส่วนพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้มอบหมายให้ นางรุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ เลขานุการนายก อบจ.ปทุมธานี ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ได้ความเดือดร้อนจากน้ำท่วม โดยนำถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภคที่ได้รับมาจากมูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่าง นำมามอบให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบน้ำท่วมขัง จำนวน 3 3 ครอบครัว ที่ชุมชนแม่น้ำใน หมู่ 10 ต.ศาลาครุ และต.หนองเสือ รวมถึงเยี่ยมผู้พิการด้วย

เตือนฝนเทหนักถึง 21 ก.ย.
วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ เตือน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 17-21 ก.ย. ว่า จากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมา ปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ส่งผลทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่าน ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมาก และมีลมกระโชกแรงบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทย ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วม ฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มในระยะนี้ไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้ วันที่ 17 ก.ย. ภาคเหนือ จ.เชียงราย พะเยา น่าน ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี และภาคตะวันออก จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ช่วงวันที่ 18-19 ก.ย. ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี ยโสธร ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ลพบุรี สระบุรี รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล, ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ระนอง และพังงา

อันดามัน-อ่าวไทยคลื่นสูง
จากนั้น ช่วงวันที่ 20-21 ก.ย. ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล และภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยง การเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

จับตา 13 อ้างเก็บน้ำล้น
ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการประกาศ เตือนจะมีฝนระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 17-21 ก.ย.ว่า ภาพรวมในการระบายน้ำยังรองรับน้ำได้อยู่ เมื่อถามว่าการประสานงานเรื่องการระบายน้ำแต่ละจังหวัดยังไม่ค่อยเชื่อมกัน หรือไม่ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดท้ายเขื่อน ที่ต้องรับน้ำ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวยืนยันว่า มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งการระบายน้ำก็มี กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ดูแลอยู่ว่าจะต้องระบายอย่างไร รวมถึงต้องเชื่อมโยงการระบายน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ว่าจะที่ผันน้ำไปทางใด เพื่อลดผลกระทบของประชาชนให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ การประสานงานกับกรุงเทพฯ หลังจากมีการประกาศให้เขตลาดกระบังเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินกรณีน้ำท่วมนั้น ทางมหาดไทย ได้ประสานงานใกล้ชิดกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. รวมทั้งทุกภาคส่วนได้เข้าสนับสนุน ช่วยเหลือ ทั้งฝ่ายทหาร และหน่วยงานต่างๆ ก็ช่วยกัน แต่พื้นที่ที่ประสบน้ำท่วมหนักอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก อย่างเขตประเวศ และเขตลาดกระบังที่ต้องระบายน้ำออกสู่ทะเล

‘บิ๊กป้อม’ถกรับน้ำทุกมิติ
ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำหนด นโยบายขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ของประเทศ ครั้งที่ 3/2565 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบผลการศึกษา โครงการวิจัยการศึกษานวัตกรรม เชิงระบบ โครงสร้างและกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ของประเทศ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) โดยดำเนินการศึกษา ตามกรอบ เพื่อรองรับระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมีข้อสรุป ซึ่งเป็นแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ได้แก่

1.เสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับลุ่มน้ำ โดยการจัดตั้งสำนักบริหารจัดการลุ่มน้ำ 1-22 และ 2.เพิ่มการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการลุ่มน้ำ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรผู้ใช้น้ำ โดยการจัดตั้งกองส่งเสริม องค์ความรู้และความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร (กอส.) โดยพล.อ.ประวิตร ได้สั่งการให้นำผลการศึกษา ที่ปรับปรุงสมบูรณ์แล้ว เสนอต่อ กนช.และ ครม. ต่อไป พร้อมทั้งได้มอบหมายให้ ทีดีอาร์ไอ ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เร่งรัดจัดทำรายงานผลการศึกษา ให้มีความสมบูรณ์ เพื่อรายงานให้นายกรัฐมนตรี ทราบความคืบหน้า

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มีความสำคัญอย่างยิ่งในภาวะปัจจุบันและอนาคต เนื่องจากสถานการณ์น้ำ มีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากภาวะ น้ำท่วม ภัยแล้ง และอื่นๆ จึงมีความจำเป็นต้อง บูรณาการทำงานร่วมกัน อย่างแน่นแฟ้นของหน่วยงานมากกว่า 38 หน่วย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาครอบคลุมทุกมิติ ปิดช่องว่างการทำงาน ลดความซ้ำซ้อน ลดความเสี่ยง ซึ่งจะก่อให้เกิดความมั่นคงด้านน้ำ อย่างยั่งยืน และสามารถรองรับ สถานการณ์น้ำ เพื่อความอยู่ดีกินดี และความเป็นธรรมแก่พี่น้องประชาชน

เปิดทางน้ำ – เจ้าหน้าที่ ปภ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ตัดสินใจ เปิดทางน้ำฝายน้ำล้นบ้านสำโรง เพื่อระบายให้น้ำไหลออกไปลำน้ำลำเชียงไกรเร็วขึ้น หลังปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจนหลากทะลักเข้าท่วมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง เมื่อวันที่ 16 ก.ย.

เฝ้าระวังแม่น้ำหลักทะลัก
ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 17-21 ก.ย. ที่จะมีฝนเพิ่มขึ้นนั้นมีพื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่ง ได้แก่ บริเวณแม่น้ำสายหลัก และลำน้ำสาขาของ แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำชี แม่น้ำมูน แม่น้ำนครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำระยอง แม่น้ำจันทบุรี และแม่น้ำตราด รวมทั้งให้เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่มีปริมาตรน้ำสูงกว่าเกณฑ์ปฏิบัติการเก็บกักน้ำสูงสุด (Upper Rule Curve) 13 แห่ง ได้แก่

1.อ่างเก็บน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ 2.อ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา 3.กิ่วลม 4.แม่มอก จ.ลำปาง 5.อ่างเก็บน้ำทับเสลา จ.อุทัยธานี 6.อ่างเก็บน้ำกระเสียว จ.สุพรรณบุรี 7.อ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น 8.อ่างเก็บน้ำลำตะคอง 9.ลำพระเพลิง 10.มูนบน จ.นครราชสีมา 11.อ่างเก็บน้ำคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา 12.อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี และ 13.อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จ.ระยอง รวมไปถึงอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีปริมาตรน้ำมากกว่า 80% และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้นกระทบพื้นที่ด้านท้ายน้ำทั่วประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน