พท.เย้ยดราม่าร่างพรบ.กัญชาอนุทินยังฉุน-เลิกเกรงใจปชป.
อู๊ดด้าโต้สมคิด-ประกันราคา
‘บิ๊กตู่’ยันไม่กังวลศาล รธน.นัดตัดสินคดีวาระนายกฯ 8 ปี วันที่ 30 ก.ย.นี้ ‘อนุทิน’ เผยช่วงวันเกิดไปขอพร ‘ประยุทธ์’ ปัดคุยการเมือง มีแต่ให้กำลังใจกัน ‘บิ๊กป้อม’ เดินสายถี่ยิบ บุกหนองบัวลำภู นำทีม พลังประชารัฐมัดใจประชาชน พ.ร.บ.กัญชา พ่นพิษหนัก ‘เสี่ยหนู’ ลั่นเลิกเกรงใจ ปชป. เป็นพรรคร่วมรัฐบาลแต่ไม่สนับสนุนกัน ส.ส. ภูมิใจไทยเอาคืนกลางสภา ถล่มแก้ราคายางล้มเหลว ‘อู๊ดด้า’ ยันยึดจุดยืนกัญชาการแพทย์ ไม่ใช่นันทนาการ ไม่เกี่ยวเกมการเมือง เพื่อไทยจวกภูมิใจไทยดราม่า ‘จุรินทร์’ เซ็นตั้งแม่ทัพสู้ศึกเลือกตั้ง รุมฟาดกลับ ‘สมคิด’ โจมตีนโยบายประกันรายได้ เหน็บคนอยู่บนหอคอยงาช้าง ไม่เข้าใจชาวบ้าน
‘บิ๊กป้อม’บุกหนองบัวลำภู
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขึ้นป้ายทั่วอีสานเหนือ จัดงานพบปะพูดคุยผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน ในวันที่ 17 ก.ย. ที่ร้านดงตาลคาเฟ่ & นัวเว่อร์ อ.เมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู ในชื่องาน “พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน” นำมาโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. เช่น นพ. กันณพงศ์ อัครไชยพงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น ส.จ.ประภาลักษณ์ สิทธิ ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส. หนองบัวลำภู นายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เป็นต้น
ภายในงานมีการโชว์ผลงานของรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ จัดเวทีเสวนา เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้สมัคร ส.ส. กับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อสรุปเป็นแนวนโยบายเสนอพล.อ.ประวิตร ต่อไป
สำหรับงาน “พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน” เป็นการสานต่อแนวคิด “ผ้าขาวม้าเชื่อมโลก” ที่มาจากความตั้งใจของพล.อ. ประวิตร ที่อยากจะพัฒนาภาคอีสานให้เป็นประตูเชื่อมไทยกับโลก โดยทางราง ที่จะเชื่อมกันด้วยรถไฟจากจีนเข้าสู่ สปป.ลาว ทะลุ จ.หนองคาย อุดรธานี ขอนแก่น โคราช สู่กรุงเทพฯ ลงใต้ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อมทางบกของ 2 มหาสมุทร ระหว่างแปซิฟิกและอันดามัน เชื่อมต่อเข้ากันด้วยเส้นทาง east-west corridor รวมถึงการสร้างทางยกระดับโคราชผ่านลำตะคอง ทำถนน 4 เลน เพื่อเชื่อมต่อจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสาน ทางอากาศทั้ง 3 สนามบิน คือ จ.อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี จะพัฒนาเชื่อมต่อ ในฐานะสนามบินนานาชาติ รองรับเที่ยวบินไปกลับจากทั่วโลก
ลั่นชาวอีสานต้อง‘อยู่ดีมีแฮง’
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ทีมโฆษกพรรค พลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากการที่พรรค พลังประชารัฐ จัดกิจกรรมลงพื้นที่พบปะประชาชนในหลายจังหวัด มีเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม ล่าสุดพล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่พบปะประชาชน ที่จ.หนองบัวลำภู ในวันที่ 17 ก.ย. ซึ่งพรรคมุ่งเดินหน้าโชว์ผลงาน โชว์ความพร้อม ที่จะดูแลทุกคนในประเทศ
การลงโรดโชว์ครั้งนี้ แสดงถึงโครงการรักษาป่าต้นน้ำ ที่เพิ่มผืนป่ามากถึง 10 ล้านไร่ และโครงการพัฒนาน้ำบาดาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวหนองบัวลำภูชื่นชอบ ที่สามารถทำมาหากินได้ ส่วนเวทีเสวนาจะจัดแบบใกล้ชิด แบบอบอุ่น เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้สมัคร ส.ส. กับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อสรุปเป็นแนวนโยบายเสนอต่อ พล.อ. ประวิตร เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนต่อไป
“บรรยากาศในงานจะเป็นไปด้วยความความสนุกสนานและเป็นกันเองอย่างที่เคยจัดในหลายพื้นที่ ให้ประชาชนได้รับรู้ถึงผลงานของรัฐบาล ที่รัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐได้ผลักดัน จนเกิดเป็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนการพูดจริง ทำจริง และเกิดผลสำเร็จจริงแบบยั่งยืนให้พี่น้องประชาชนชาวอีสานอยู่ดี กินดี หรือ ภาษาอีสาน บอกว่า อยู่ดี มีแฮง จึงเชื่อมั่นว่าจะมัดใจพี่น้องประชาชนและให้การสนับสนุนในการเลือกตั้งครั้งหน้า”น.ส.ทิพานัน กล่าว
‘บิ๊กตู่’ไม่กังวลศาลตัดสิน 8 ปี
วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานการณ์ น้ำท่วมในพื้นที่จ.ระยอง ขณะลงพื้นที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยต.ทับมา อ.เมือง ซึ่งมีข้าราชการและประชาชนมาต้อนรับจำนวนมาก ช่วงที่ประชาชนมาขอถ่ายรูป โดยเรียกนายกฯ ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า “วันนี้เป็นรัฐมนตรี” ก่อนขึ้นรถยกสูง โบกมือทักทายประชาชน เเละเเสดงสัญลักษณ์ไอเลิฟยู เพื่อให้กำลังใจผู้ประสบภัย เจ้าหน้าที่และกำลังพลที่คอยช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยโรงเรียนเทศบาลทับมา พร้อมเดินทักทายเด็ก ผู้สูงวัยที่ป่วยติดเตียงภายในศูนย์ โดยสอบถามอาการป่วย แล้วพล.อ.ประยุทธ์ ได้ใช้มือตบที่อกซ้าย พร้อม กล่าวว่า “เห็นประชาชนเจ็บปวด แต่นายกฯและรัฐมนตรีเจ็บปวดกว่า”
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีเรื่องใดที่เป็นห่วงประชาชน เพิ่มเติมอีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้พูดไปหมดแล้ว
เมื่อถามว่ามีความกังวลศาลรัฐธรรมนูญ จะตัดสินเรื่องวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปีในวันที่ 30 ก.ย.นี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรจะต้องกังวล แต่กังวล ในความเดือดร้อนของประชาชนมากกว่า ในฐานะรมว.กลาโหม ก่อนขึ้นรถยนต์และเปิดกระจกเพื่อจับมือกับชาวบ้านที่มาให้กำลังใจ พร้อมตะโกนว่า “ลุงตู่สู้ๆ” ก่อนเดินทางกลับ
ส.ว.วันชัยทำนายมีหนาว
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์ข้อความ “ถอดรหัสดวงดาวกับการตัดสินคดี 30 ก.ย.” ว่า ทั้งที่รู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญกำหนดตัดสินคดีในวันที่ 30 ก.ย.นี้ แต่คนอยากรู้ว่า พล.อ. ประยุทธ์ จะรอดหรือไม่รอด วิเคราะห์กันต่างๆนานา โดยมี 5 ต่อ 4 เสียงที่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เป็นเสียงตั้งต้น ตั้งแต่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ดูกระแสทั้งภายในและภายนอกสภาเงียบสงบ อาจจะเริ่มมีแรงปะทะระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันในโค้งสุดท้ายปลายสมัยประชุม
ผมเคยบอกว่าสิ่งที่ไม่คาดคิด อาจเกิดขึ้นได้ ตลอดเวลา ด้วยอิทธิพลของดาวมฤตยูและราหูที่ทับดวงเมือง จะไปผ่อนคลายก็เม.ย. ปีหน้า แต่เมื่อถอดรหัสดวงดาวแต่ละดวงใน วันที่ 30 ก.ย.นี้ จะเห็นว่าผู้มีอำนาจที่มีบทบาท มีตำแหน่งหน้าที่ในบ้านเมืองจะสิ้นยศ หมดตำแหน่ง บุญไม่มาวาสนาไม่ช่วย ที่ป่วยก็หนัก ที่รักก็หน่าย จากเลข 5 อาจมีเลข 1 ดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นอริโคจรมาบรรจบพบกันกลายเป็น 5+1 เป็นพลังแห่งวินาศ+อริ มฤตยูและราหูครอบงำซ้ำเติม ส่วนเลข 3 ดาวอังคารก็หมดฤทธิ์หมดเดช ดูแล้วผู้มีอำนาจตกอยู่ในภาวะหนักหนาสาหัสสากรรจ์ทั้งหมดเป็นเรื่อง ของดวงดาวในวันนั้นจริงๆ ส่วนศาลจะตัดสิน ว่าอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
‘เสี่ยหนู’ไปหาตู่-ให้กำลังใจกัน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการได้พูดคุยกับพล.อ.ประยุทธ์ ในช่วง 2-3 วันนี้บ้างหรือไม่ว่า ได้แวะไปหา ไปกราบท่านเพื่อขอพรวันเกิด พอดีท่านมีเวลาว่างก็ได้ไปพบ ไปพร้อมกับ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่าใกล้ถึงวันที่ 30 ก.ย.ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยวาระนายกฯ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ก็ดูว่าท่านมีกำลังใจดี วันเดียวกันนี้ท่านลงพื้นที่จ.ระยอง เพื่อไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนน้ำท่วม
ต่อข้อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดถึงสัมพันธภาพของพรรคร่วมรัฐบาลบ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้พูดถึง และไม่ได้ พูดคุยในเรื่องการเมืองเลย ซึ่งเป็นเรื่องแปลกเหมือนกัน มีแต่เรื่องการให้กำลังใจกัน
กม.กัญชาบาน-ลั่นเลิกเกรงใจปชป.
นายอนุทินกล่าวถึงกรณีที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ระบุว่าจะนัดหารือ กับตน เพื่อปรับความเข้าใจ หลังพรรคประชาธิปัตย์ไม่หนุนร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่) พ.ศ. และร่างพ.ร.บ.กองทุนเงินให้ กู้ยืมเพื่อการศึกษา ว่า ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวอะไร เป็นเรื่องการทำหน้าที่และการตัดสินใจของแต่ละพรรค สำหรับนายสาธิตได้โทรศัพท์มาแจ้งตนว่าต้องอยู่ดูแลแก้ปัญหา น้ำท่วมหนักในจ.ระยอง
การที่พรรคภูมิใจไทยเสนอร่างพ.ร.บ. กัญชา กัญชง เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพราะต้องการทำให้ประชาชนคลายความกังวลในเรื่องกัญชาที่เป็นเรื่องใหม่ และคนส่วนใหญ่ยังยึดติดกับภาพความเป็นยาเสพติด แต่การบังคับใช้และการควบคุมนั้นไม่ได้แตกต่างกัน การบอกให้รมว.สาธารณสุขถอนประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกัญชาออกไป แล้วให้กัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติดนั้น การพูดแค่นี้ก็ผิดแล้ว
ขอให้ไปอ่านกฎหมายให้ดี เพราะทุกอย่างและแม้แต่การปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชี ยาเสพติดนั้น มาจากมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เสนอมาให้รมว.สาธารณสุขพิจารณาลงนาม สิ่งที่ส.ส.หลายคนพูดกันในสภาไม่ใช่ข้อเท็จจริงหรือไม่ใช่การคิดถึงประชาชน และสิ่งที่ส.ส.ทำกันในสภา เป็นการเอาการเมืองนำประโยชน์ของประชาชน เห็นกันอยู่ว่าส.ส. ที่ทำเช่นนั้น พรรคของเขามีสภาพเป็นอย่างไร
“ยืนยันว่าทุกอย่างทำเพื่อประชาชน เมื่อทุกอย่างทำเพื่อประชาชนจึงไม่มีอะไรที่ต้องกังวล เพราะถ้าใครมาขวางคนคนนั้นก็ต้องไปตอบให้ประชาชนทราบ ดีเสียอีกที่เป็นแบบนี้ พรรคร่วมรัฐบาลไม่สนับสนุนกันเอง ใกล้เลือกตั้งไอ้ที่จะต้องเกรงใจอะไรกันก็ไม่ต้องเกรงใจ” นายอนุทินกล่าว
ภท.เอาคืน-ถล่มแก้ราคายาง
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระได้เปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย หารือ ว่า รัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ แก้ปัญหาราคายาง มา 3 ปีครึ่ง โดยใช้เงินอัดฉีดนโยบายราคายางไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท แต่แก้ไขไม่ตรงจุด ไม่ยั่งยืน เพราะตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรชาวสวนยางทุกไตรมาส เรื่องราคายางตกต่ำ
ปัจจุบันราคายางพาราดีอาร์ซี 30% ราคากิโลกรัมละ 43 บาท ดังนั้นรัฐบาลต้องออกนโยบายที่ยั่งยืน และกระทรวงพาณิชย์ต้องเปิดตลาดใหม่ ทำหน้าที่เซลส์แมนขายยาง ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ ปลายน้ำ จนถึงการส่งออก อย่าโทษการยางแห่งประเทศไทยที่เป็นรัฐวิสาหกิจตัวเล็ก และทำงานประจำ ไม่ใช่ผู้กำหนดนโยบายแก้ปัญหาราคายางทั้งระบบ
“การแก้ปัญหาราคายางอย่าใช้แค่ยาพาราเซตามอล เพราะแก้ไม่ตรงจุดแค่บรรเทาอาการ แก้ปัญหาระยะยาวไม่ได้ ตอนราคายางพาราขยับไปกิโลกรัมละ 60-70 บาท ทุกพรรคต่างแสดงว่าเป็นฝีมือของพรรคตนเอง ตอนนี้ราคายางตก 3 โล 100 ทุกพรรคเงียบ แล้วไปโทษพรรคการเมืองอื่น นักการเมืองต้องรับผิดชอบไปพร้อมกัน แล้วออกมาช่วยเหลือชาวสวนยาง” นายณัฏฐ์ชนนกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ อยู่ในกำกับของรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์
‘อู๊ดด้า’ยันไร้เกมการเมือง
ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการมองว่าพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย มีปัญหากัน จากประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้ถอนร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ในการพิจารณาของที่ประชุมสภา วาระ 2 เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ว่า ขอย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง แต่เป็นเรื่องที่เราเป็นห่วงอนาคตของเยาวชนในประเทศ สถาบันการศึกษา รวมถึงด้านอื่นๆ
พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ไม่เห็นด้วยกับกัญชาเสรี เรามานั่งดูว่าหากเข้าข่ายที่จะเดินไปสู่ทิศทางกัญชาเสรี ก็ต้องแสดงความคิดเห็นและแสดงออกเพื่อสะท้อนว่า อย่างน้อยยังมีพรรคการเมืองที่มีความห่วงใยอนาคตประเทศ และเชื่อว่ามีอีกหลายพรรคที่มีความเป็นห่วงเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ระหว่างนี้ขอให้กระทรวงสาธารณสุขไปพิจารณาว่าจะออกกฎระเบียบอะไรเพื่อกำกับให้การใช้กัญชาเป็นไปตามวัตถุประสงค์คือเป็นการ ใช้กัญชาทางการแพทย์ไม่ล้ำไปสู่กัญชาเสรี
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง(ฉบับที่) พ.ศ… ระบุว่า หากประกาศให้กัญชากลับเป็นยา เสพติดอีก จะทำให้คุกขังคนไม่พอ นายจุรินทร์กล่าวว่า ขอให้มองภาพรวมระยะยาวของประเทศเป็นหลัก ส่วนปัญหาเฉพาะหน้ามีอะไรก็ค่อยแก้ไขไปตามสถานการณ์ แต่ต้อง ไม่ให้กัญชามีผลมาทำร้ายประเทศในระยะยาว
เพื่อไทยฉะภูมิใจไทยดราม่า
ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหา สารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงจุดยืนพรรคเพื่อไทยต่อร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชงว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวทำได้ แต่ต้องไม่ใช่กัญชาเพื่อสันทนาการ จุดยืนของเราต้องเป็นกัญชาทางการแพทย์มาตลอด พรรคเฝ้ามองมาตลอดว่า ถ้ารัฐบาลทำในกรอบทางการแพทย์จะสนับสนุน แต่ถ้าเกินจากกรอบนี้เราไม่สนับสนุน ซึ่งร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้น่าผิดหวังอย่างมาก เกินหลักการที่ให้ไว้ และมีการเพิ่มมาตราจำนวนมาก โดยเป็นการเพิ่มเพื่อส่งเสริมให้ใช้กัญชาทางสันทนาการ
“ไม่ได้มีเพียงพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ลงมติให้ถอนร่างออกไปก่อน ในพรรครัฐบาลเองก็มี หากพรรคภูมิใจไทย ไปตรวจสอบดูจะเห็นว่าพรรคพลังประชารัฐ กับพรรคประชาธิปัตย์ ก็เห็นตรงกันกับพรรคเพื่อไทย จะมาบอกฝ่ายค้านเตะถ่วงคงไม่ใช่ เพราะรัฐบาลก็ขัดขวางกันเอง พรรคภูมิใจไทยต้องเปิดใจกว้างฟังประชาชน องค์การทางสังคม สภา และพรรคร่วมรัฐบาลด้วย แต่นี่ ไม่ฟังใครเลย ซึ่งน่าสังเกตว่าไม่ฟังขนาดนี้ เพื่ออะไร และพอร่างถูกถอนออกไป ก็มีดราม่าว่าพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ขัดขวางหากเกิดปัญหาต้องรับผิดชอบ การพูดแบบนี้เหมือนเป็นเด็ก” นายสุทินกล่าว
ด้าน นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการระบุว่า คนของพรรคเพื่อไทยไปทำธุรกิจกัญชา ว่า เราไม่ได้ไปดูเรื่องการลงทุน เพราะเป็นธุรกิจของเขาเราไม่เกี่ยว พรรคเพื่อไทยไม่เคยตกใจกับนโยบายของพรรคไหนเลย ไม่เกี่ยวกับประเด็นการเมือง แต่จะทำอย่างไรที่จะปกป้องสังคมส่วนรวมได้ ดังนั้น ก่อนจะโทษใครต้องมองตัวเองก่อน ไม่ต้องไปโยนให้พรรคอื่น
กมธ.แจ้งส่งข้อทักท้วงใน 7 วัน
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่) พ.ศ…. สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ.เป็นประธานการประชุม เพื่อทบทวนเนื้อหาตามที่สภาลงมติให้ถอดเนื้อหากลับไปพิจารณาใหม่
ในการประชุมช่วงต้น กมธ.ได้อภิปราย มีสาระสำคัญที่จะยืนยันรายงานที่กมธ.เสนอเข้าสู่สภาเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่มีการแก้ไขเนื่องจากกมธ.ได้พิจารณาเนื้อหาด้วยความละเอียดรอบคอบและรัดกุมทุกประเด็นที่มีการอภิปรายในที่ประชุมสภาแล้ว อีกทั้งวันที่ 16 ก.ย.ไม่มีส.ส.คนใดส่งประเด็นที่ต้องการให้กมธ.ปรับปรุงแก้ไข
จากนั้นเวลา 15.00 น. นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกมธ.วิสามัญฯ แถลงหลังการประชุมว่า กมธ.มีมติให้ส่งหนังสือไปยังทุกพรรคการเมืองที่ลงมติให้ถอดร่างกฎหมายดังกล่าวออกจากระเบียบวาระ และขอให้ส่งประเด็นที่ทักท้วงให้กมธ.พิจารณาภายใน 7 วัน และกมธ.จะนัดประชุมอีกครั้งวันที่ 3 ต.ค. เพื่อพิจารณา ส่วนจะมีความเห็นอย่างไร จะหารือและขอมติกมธ.อีกครั้ง
กมธ.มองว่าสภาไม่ควรประวิงเวลา หากไม่เห็นด้วยกับมาตราที่กมธ.แก้ไข ควรใช้การพิจารณาและลงมติว่าจะเห็นชอบหรือจะแก้ไขเนื้อหาตามที่มีผู้สงวนคำแปรญัตติ ไม่ควรเล่นการเมือง แต่กมธ.ไม่มีการหารือว่าควรให้สภาเปิดประชุมสมัยวิสามัญหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการประสานงานหรือวิปสภาที่ต้องพิจารณา ยืนยันว่าการลงมติให้ถอดร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง กมธ.ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเล่นการเมือง ระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งที่ร่างพ.ร.บ.นั้นเป็นนโยบายของรัฐบาลและได้รับคำรับรองจาก นายกฯ เนื่องจาก เป็นกฎหมายการเงิน
‘จุรินทร์’ตั้งขุนพลสู้เลือกตั้ง
วันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการเลือกตั้ง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้การเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคเป็นไปตามกฎหมาย ด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย รวม 33 คน ได้แก่ นายจุรินทร์ เป็นที่ปรึกษา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เป็นประธานกรรมการ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค เป็นกรรมการเลขานุการและ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง นาวาตรีสุธรรม ระหงษ์ นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ และน.ส.อาภรณ์ รองเงิน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ส่วนกรรมการ ได้แก่ นายนราพัฒน์ แก้วทอง นายไชยยศ จิรเมธากร นายสาธิต ปิตุเตชะ นายเดชอิศม์ ขาวทอง นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายสินิตย์ เลิศไกร นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ นายพิสิฐ ลี้อาธรรม นายเกียรติ สิทธีอมร นายอัศวิน วิภูศิริ
นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ นายอลงกรณ์ พลบุตร นายสรรเสริญ สมะลาภา นาย ชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายวิรัช ร่มเย็น นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ นายราเมศ รัตนะเชวง นายแทนคุณ จิตต์อิสระ น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร นายอิสระ เสรี วัฒนวุฒิ นายชัยชนะ เดชเดโช นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ นายธนา ชีรวินิจ และพันโทสินธพ แก้วพิจิตร กรรมการ
ฟาดกลับ‘สมคิด’
นายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) กล่าวโชว์วิสัยทัศน์ในงานเสวนา “อันดามันรอด ประเทศไทยรุ่ง” ที่พรรคสร้างอนาคตไทยจัดขึ้นที่จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 15 ก.ย. พาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ที่มี นโยบายโครงการประกันรายได้ และบอกว่าประชาชนต้องการส.ส.ไม่ใช่เสาไฟฟ้า ว่า เรื่องประกันรายได้ถ้าเป็นเรื่องหมูๆ นายสมคิดคงคิดออกมานานแล้ว เพราะเคยเป็นรัฐบาลมาก่อนหน้านั้น ต้องไปถามว่าทำไมตอนนั้นถึงคิดไม่ออก
ประกันรายได้ถือเป็นหลักประกันให้เกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศเรื่อง รายได้ คนที่อยู่บนหอคอยงาช้างคงไม่เข้าใจว่าประชาชนและเกษตรกรทุกข์ยากลำบากอย่างไร นโยบายประกันรายได้เกิดขึ้น เพื่อเป็นหลักประกันให้เกษตรกร และต่อไปจะเป็นหลักประกันให้คนไทยทั่วประเทศต่อไป
“แม้ทุกพรรคจะมีสิทธิ์ลงเลือกตั้ง แต่อยากให้หาเสียงอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยและคนภาคใต้อยากเห็น ไม่ใช่นับหนึ่งก็กลายเป็นวลีดีแต่ด่า ดีแต่ว่าคนอื่น ผมไม่อยากเห็นสิ่งนี้แล้ว” นายจุรินทร์กล่าว
จวกนโยบายการตลาดล้วนมีปัญหา
ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรี ธรรมราช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองเริ่มออกนโยบายจูงใจประชาชน เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสนับสนุน และผลักดันให้เป็นนโยบายบริหารราชการแผ่นดินต่อไป และเริ่มมีนโยบายที่เป็นที่วิจารณ์ของสังคม เช่น มีการนำเรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 800 บาท มาล่อใจประชาชน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ราว 10-11 ปีที่ผ่านมา มีการขึ้นค่าแรง 300 บาท ซึ่งเป็นเทคนิคในการหาเสียงโดยที่ไม่ได้เตรียมความพร้อมกับผลกระทบที่ตามมา พอขึ้นค่าแรงจริงๆ แล้ว กลับต้องประสบกับ ‘ผีอีแพง’ ที่หลอกหลอนประชาชนในยุคนั้น
ส่วนนโยบายจำนำข้าวก็ล้มเหลว จนถึงขณะนี้ยังต้องจัดงบประมาณเพื่อชดใช้ความเสียหายต่อแผ่นดินกลับมาฉายซ้ำใหม่ เพื่อ เป้าหมายแค่นำพาคนไม่กี่คนกลับบ้านโดย ไม่ต้องรับโทษทางกฎหมาย นอกจากนั้น มีบางพรรคใช้วิธีการติดป้ายหาเสียงตามถนนในต่างจังหวัด โดยชูเรื่องการพักชำระหนี้สูงสุด 3 ปี วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยอ้างประสบการณ์ของหัวหน้าพรรคการเมือง ที่โดดเด่นในเรื่องการทำธุรกิจ มาเป็นจุดขาย
ขณะที่พรรคสร้างอนาคตไทย ที่บอกว่าจะเป็นพรรคที่มุ่งเน้นมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนนั้น ปรากฏว่า นายสมคิดกลับใช้เวทีสัมมนาที่ จ.ภูเก็ต โจมตีการทำงานของพรรคประชา ธิปัตย์ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยระบุว่า “ภาคใต้มี ส.ส.มาตลอด ส.ส.ทำอะไร ผมนั่งอยู่ในครม.ไม่ได้ยินสักแอะเลย มีแต่ประกันรายได้ ประกันทั้งปีเลย ของหมูๆ อย่างนั้นใครๆ ก็ทำได้” นั้น
นายสมคิดคงไม่ทราบว่า นโยบายประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ผลตรงตามเป้าที่ตั้งไว้ว่าจะต้องให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยมีขั้นตอนน้อยที่สุด และรบกวนงบประมาณน้อยที่สุด เห็นได้ว่า นโยบายนี้ เป็นนโยบายที่ไม่มีปัญหาให้มีการวิจารณ์ในภายหลัง
เปรียบเสมือนน้ำผึ้งอาบยาพิษ
ไม่เหมือนนโยบายที่นายสมคิด คิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยอยู่พรรคไทยรักไทย (ทรท.) จนปัจจุบัน ต่างมีปัญหาวิจารณ์ตามมาเป็นอย่างมาก เช่น พักหนี้เกษตรกรรายย่อย 3 ปี วงเงินไม่เกิน 1 แสนบาทนั้น ปรากฏว่า เป็นเพียงการไม่จ่ายหนี้ แต่ดอกเบี้ยกลับสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ และเกษตรกรผู้เข้าโครงการต้องกลายเป็นเหยื่อของหนี้นอกระบบ รวมถึงนโยบายกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท กว่าจะเข้ารูปเข้ารอยได้ ก็ถูกวิจารณ์ถึงการ กู้ยืมเงินเพื่อไปซื้อของใช้ฟุ่มเฟือยมาบำเรอความสุขของตัวเอง โดยเงินจำนวนดังกล่าวหมุนกลับไปยังกลุ่มทุนที่สนับสนุนรัฐบาล ในเวลานั้น
ส่วนนโยบายที่มีการดำเนินการในปัจจุบัน เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จะต้องมีการปรับหลักเกณฑ์ผู้ที่ได้รับสิทธิใหม่ เพราะมีหลายรายที่ควรจะได้สิทธิ์ แต่ก็ไม่ได้สิทธิ์ หลายรายก็จนไม่จริง แต่กลับได้ใช้สิทธิจริง และนโยบายคนละครึ่ง ซึ่งเมื่อถึงเวลาจริงๆ แล้ว ปรากฏว่าร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการกลับต้องมาเสียภาษีเต็มๆ โดยไม่สามารถใช้สิทธิคนละครึ่งในการเสียภาษีได้ จนต้องประกาศว่าเข็ดและ ไม่ขอเข้าร่วมโครงการนี้อีกต่อไป
เหล่านี้ ถือเป็นนโยบายที่คิดมาโดยนายสมคิดและทีมงาน ที่คิดเอาแต่คะแนนเสียง โดยใช้เทคนิคทางการตลาดเพื่อให้ประชาชนคิดไปเองว่าได้ประโยชน์ แต่กลับมีผลกระทบมากในภายหลัง เปรียบเสมือน ‘น้ำผึ้ง อาบยาพิษ’ ที่ภายนอกดูหอมหวานแต่แฝงไว้ด้วยอันตรายที่คาดไม่ถึง
“ผมอยากบอกนายสมคิดว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทุกคนคลุกคลีกับประชาชน เป็นอย่างมาก และทราบความต้องการของประชาชนว่าต้องการอะไร จนกลายมาเป็นนโยบายที่ประชาชนได้ประโยชน์ มีความยั่งยืน และไม่สร้างภาระทางการเงินของประเทศ ดังนั้นผมขอให้นายสมคิด รอดูวันที่พรรคประชาธิปัตย์ จะได้เปิดนโยบายเพื่อใช้ในการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ แล้วนายสมคิดจะรู้เองว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้แค่คิดแต่เพียงนโยบายประกันรายได้เกษตรกรเท่านั้น แต่คิดไปถึงการฟื้นฟูประเทศจากวิกฤตการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ด้วย” นายชัยชนะกล่าว
สอท.ชี้ประกันรายได้ไม่ยั่งยืน
ที่จ.พังงา นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ให้สัมภาษณ์ว่า จากการร่วมประชุมกับกลุ่มธุรกิจในจ.พังงา แลกเปลี่ยนและรับฟังปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่อันดามัน ซึ่งเป็นการทำงานเชิงรุก ในงานเสวนา “อันดามันรอด ประเทศไทยรุ่ง” ที่จ.ภูเก็ต เพื่อต้องการยกระดับจังหวัดพังงาให้เป็นอีกหนึ่งไข่มุกของอันดามัน เพราะมองว่าพังงามีความพร้อม มีศักยภาพที่จะขับเคลื่อนได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่พรรคประชาธิปัตย์โต้กลับนายสมคิด นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ยอมรับว่าการประกันรายได้เป็นนโยบายที่ดี เกษตรกรได้ประโยชน์ เป็นนโยบายที่ทำไม่ยาก แต่ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง ขอยกตัวอย่าง เช่น ราคาปาล์มน้ำมัน ไม่ได้แก้ไขได้ด้วยการประกันราคา แต่ที่ราคาปาล์มน้ำมันพุ่งทะลุเกิน 10 บาทต่อกิโลกรัมนั้นเป็นผลพวงมาจาก นโยบายบี 10 ที่ตนขับเคลื่อนมาช่วงเป็นรมว.พลังงาน ซึ่งข้อนี้ตอนทำงานด้วยกันนาย จุรินทร์ก็ทราบดี ขณะที่ภาคใต้ และอันดามันมีหลายอย่างที่ต้องทำ เพื่อสร้างให้ทั้งภาคเจริญเติบโตให้เหมาะสมกับศักยภาพที่มี ซึ่งพรรคมองเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะภาคใต้ต้องไปได้ไกลกว่านี้ นโยบายพรรคสร้างอนาคตไทย มุ่งเน้นการแก้ไข ส่งเสริม สนับสนุน ให้ตอบโจทย์เหมาะสมกับพื้นที่
“มาเยือนจ.พังงา ถิ่นของนายจุรินทร์ อยากบอกว่าภาคธุรกิจที่มาร่วมประชุมในวันนี้บ่นคิดถึงนายจุรินทร์ผ่านผมมาด้วย กรณีที่นาย จุรินทร์ ระบุว่า นายสมคิด อยู่บนหอคอยงาช้างไม่เข้าใจประชาชนที่ลำบากนั้น ผมอยากให้นายจุรินทร์ กลับไปคิดให้ดีก่อน เพราะนโยบายรากหญ้าที่ผ่านมานั้น ไม่ว่าจะเป็น สินค้าโอท็อป กองทุนหมู่บ้าน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่งนั้นก็ไม่ใช่นายสมคิดหรือที่เป็นคนทำ” นายสนธิรัตน์กล่าว
เย้ยดีจริง-ส.ส.ใต้คงไม่หายอื้อ
ด้าน นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์ว่า ตนเข้าใจและเห็นใจ ที่ลูกพรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องออกมาปกป้องพรรคของตน แม้จะต้องฝืนความรู้สึกและความจริงก็ตาม เพราะนี่คือสไตล์ของคนพรรคนี้ที่ทำมาตลอด แต่ความเป็นจริงมันเจ็บปวดเสมอ ก็มีแค่ 2 ทางเลือกเท่านั้น คือยอมรับความเป็นจริงแล้วแก้ไข หรือจะดันทุรังต่อไป ถ้าคนของพรรคประชาธิปัตย์ ดีจริง วันนี้ ส.ส.กรุงเทพฯ ของพรรค คง ไม่สูญพันธุ์ และจำนวน ส.ส.ภาคใต้คง ไม่หายไปกว่าครึ่ง และเกือบ 4 ปี ที่พรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลชุดนี้ ช่วยไปส่องหาผลงานสำคัญของรัฐมนตรีในโควตาพรรค ว่ามีอะไรที่เป็นเนื้อเป็นหนังบ้าง
สิ่งที่กล่าวหานายสมคิดว่าเป็นนักการตลาดลวงโลก และไปหาเสียงที่บ้านเพื่อนยังด่าเพื่อนนั้น ตนคิดว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เข้าใจผิด พื้นที่ภาคใต้ไม่ใช่ของ ส.ส. คนใดคนหนึ่งแต่เป็นของประชาชน วันนี้ต้องไปถามประชาชนในพื้นที่จริงๆ ดูบ้าง อย่าถามแต่พรรคพวกหรือกองเชียร์ตัวเอง ว่าประชาชนภาคใต้รู้สึกอย่างไร น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า
“วันนี้อาจารย์สมคิดคือดาวฤกษ์ทางการเมืองดวงใหญ่ที่สุด และเป็นว่าที่แคนดิเดต นายกฯ ที่ตรงสเป๊กกับปัญหาของประเทศในขณะนี้มากที่สุด อย่ากลัวนายสมคิดและพรรคสร้างอนาคตไทยเลย ควรเร่งคิดนโยบายดีๆ ที่ทำได้ให้ประชาชนดีกว่า”นายวัชระกล่าว
ด้านนายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวว่า ขณะนี้เป็นเวลาที่ชาวใต้ต้องรวมพลังสร้างสรรค์กับใครก็ตามที่มีวิสัยทัศน์ มีความตั้งใจจริงในการพัฒนาศักยภาพที่มีเหลือล้นของอันดามันและด้ามขวาน ให้เกิดประโยชน์เต็มที่กับพี่น้องชาวใต้ และประเทศไทย หมดเวลาที่จะมีใครมาตีโพยตีพาย กีดกันโอกาสของพี่น้องชาวใต้ หากมีทางเลือกใหม่ที่ดีกว่า มีความสามารถมากกว่า แต่เป็นเวลาสำคัญที่จะใช้พลังสร้างสรรค์เพื่อร่วมกันพัฒนาดินแดนแห่งนี้ให้กลับมามีอนาคตอันสดใสอีกครั้งหนึ่ง
กกต.เตือนหาเสียงก่อนครบวาระ
วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับระยะเวลาในการหาเสียงเลือกตั้ง ขณะใกล้ถึงระยะเวลา 180 วันก่อนวันครบอายุของสภา ผู้แทนราษฎร ซึ่งจะครบอายุสภาวันที่ 23 มี.ค.2566 ที่กำหนดให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการหาเสียงให้เป็นไปตามมาตรา 68 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และต้องมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 73 แห่งพ.ร.ป.ฉบับเดียวกัน ซึ่งมีช่วงระยะเวลาหาเสียงเลือกตั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.2565 จนถึงวันเลือกตั้ง
ในการหาเสียงเลือกตั้งดังกล่าว หากมี ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นผู้สมัครและพรรคการเมืองต้องเก็บรักษาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้ประกอบการยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งไว้ด้วย
รบ.พร้อมเจ้าภาพเอเปกพ.ย.65
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมของไทยสู่การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ เอเปก ปี 2565 ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนพ.ย.2565 ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้จัดกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพของไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงออกถึงความพร้อมของไทย ตลอดจนเป็นการสร้างการรับรู้แก่ประชาชน และเชิญชวนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโอกาสการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้
รัฐบาลได้จัดกิจกรรมรณรงค์ “ไทยพร้อม APEC พร้อม Thailand and APEC are ready” เพื่อประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพเอเปกของไทย ซึ่งการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC จะมีขึ้นช่วงวันที่ 18-19 พ.ย.2565 โดยใช้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นสถานที่สำหรับการประชุมหลัก และหอประชุมกองทัพเรือสำหรับงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกและคู่สมรส
“รัฐบาลได้ดำเนินการเตรียมความพร้อม และบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วนร่วมกัน เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพ APEC 2022 ของประเทศไทยประสบความสำเร็จ ซึ่งจะเป็นโอกาสแสดงศักยภาพ และสร้างความเชื่อมั่นของไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตานานาประเทศ และรัฐบาลขอเชิญชวนชาวไทยทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจในครั้งนี้ ผ่านการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ให้การต้อนรับผู้นำและภาคเอกชนจากทุกเขตเศรษฐกิจในเดือนพ.ย.นี้” นายอนุชากล่าว

ม็อบทำเนียบ – กลุ่มสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค และเกษตรกรทั่วประเทศ สร้างที่พักชั่วคราวปักหลักข้างทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาหนี้สิน ที่ดิน และแหล่งน้ำ เมื่อวันที่ 16 ก.ย.