แม่นร.พาทนายตามคดี ผู้การนนท์จับเข่าชี้แจง

ผู้การนนทบุรีจับเข่าคุยแม่นร.ม.3 ถูกปืนลั่นใส่เสียชีวิตคาห้องเรียน ชี้แจงความคืบหน้าคดี หลังแม่พร้อมทนายไปตามความคืบหน้าที่สภ.บางบัวทอง ย้ำต้องการความจริงที่ยังสับสน ทั้งครู-เพื่อน-ตำรวจ ต่างคนต่างพูดไปคนละทาง ผู้การไพศาลเผยอธิบายจนแม่เด็กเข้าใจการทำงานจนสบายใจขึ้นแล้ว ย้ำตำรวจทำงานตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ละเอียดรอบคอบ ด้านทนายเผยตำรวจได้กล้องวงจรปิดที่คาดว่าจะเห็นความจริงว่าปืนลั่นหรือจงใจ คาดวันอังคารนี้ชัดเจน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 ก.ย. ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ. พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.ท. พันธมิตร จ้างประเสริฐ รอง ผกก.(สอบสวน) และตำรวจที่เกี่ยวข้อง ประชุมความคืบหน้าคดีนักเรียนชายชั้น ม.3/2 ถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนนำปืนไทยประดิษฐ์มาโรงเรียนแล้วทำปืนลั่นใส่เสียชีวิตคาห้องเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ก่อนเข้าพบน.ส.ปวีณา งามสุด อายุ 35 ปี มารดาผู้เสียชีวิต พร้อมญาติ และนายเกียรติคุณ ต้นยาง ทนายความส่วนตัว ที่ไปติดตามความ คืบหน้าของคดี

น.ส.ปวีณาเผยว่า วันนี้มาหาความจริงในเรื่องคดีของลูกชายจึงได้เดินทางมาพร้อมทนายความ เพราะยังสงสัยอยู่ในหลายประเด็นไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน เรื่องของคดีมีการตรวจหลักฐานครบถ้วนหรือไม่ เรื่องปืนมีการตรวจเขม่าที่มือผู้ก่อเหตุหรือยัง และวิธีกระสุนที่เกิดจากการลั่นกระสุนจะมาทางไหน อยากขอความชัดเจน มีหลายอย่างที่ทำให้เราไม่เชื่อ วันนี้ที่เรามาคือต้องการมาหาความจริงให้รู้และให้ความยุติธรรมกับลูกเราด้วย

น.ส.ปวีณากล่าวว่า ลูกชายจะคบเพื่อนที่เป็นคนร่าเริงนิสัยคล้ายกัน เพื่อนของลูกบางคนเป็นเด็กกิจกรรม ลูกมองทุกคนเป็นเพื่อนหมดไม่ว่าเพื่อนจะเป็นยังไง แม่เชื่อว่าลูกเป็นคนดีคนหนึ่ง เรื่องนี้จะให้ทนายเข้ามาดูแลให้เต็มที่ อยากจะได้รับรู้ความจริงให้ได้มากที่สุด เพราะก่อนหน้านี้ข้อมูลที่ได้รับไม่ใช่ ก่อนที่จะมาสรุปว่าเป็นปืนลั่นจนข้องใจว่าทำไมตำรวจสรุปเร็วเกินไป คดีนี้ลูกเราเป็น ผู้เสียชีวิต กฎหมายประเทศไทยต้องมีความยุติธรรม สามารถที่จะทำให้ทุกอย่างชัดเจนไม่ใช่เฉพาะคดีนี้ เพราะรู้สึกว่ามันมีอะไรที่ขัดแย้งไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือคนรอบข้าง ครอบครัวยังข้องใจอยู่

ด้านนายเกียรติคุณเผยว่า แม่ของน้องยังสับสนจากข้อมูลที่มีอยู่หลายด้าน ทั้งเพื่อนลูก ครู และตำรวจ ต่างคนต่างให้ข้อมูล แม่เด็กเลยยังไม่เชื่อและสิ่งที่ตำรวจสันนิษฐานไว้ค่อนข้างจะขัดแย้งกับที่แม่คิด แม่น้องให้ข้อมูลมาหมดแล้ว และประมวลแล้วว่านักเรียนผู้เสียชีวิตและคู่กรณีมีพฤติกรรมค่อนข้างจะแตกต่างกันมาก ทั้งคู่ไม่น่าจะเป็นเพื่อนรักกันตามที่มีใครให้ข่าวไว้ แม่น้องบอกว่าไม่มีข้อมูลของคู่กรณีเลย สิ่งที่กังวลมากคือพิสูจน์หลักฐานยังไม่พูดอะไรเลย และสภาพศพที่แม่เห็นขัดแย้งกับสิ่งที่ได้ฟัง ถึงแม้จะเป็นชาวบ้านก็พอจะรู้เรื่องปืน ว่าปืนมันจะลั่นอะไรได้ง่ายขนาดนั้น วันนี้จะให้แม่เด็กเข้าให้ปากคำ เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและได้รับสิทธิ์ตามกฎหมาย

ต่อมานายเกียรติคุณเผยหลังเข้ารับฟังคำชี้แจงตำรวจเป็นเวลาประมาณ 1 ช.ม. ว่า เบื้องต้นตำรวจตรวจสอบแล้วพบว่ามีกล้องวงจรปิดบริเวณทางเดินหน้าห้องเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ แต่ภายในห้องเรียนไม่มีกล้อง ส่วนกล้องวงจรปิดจากหน้าห้องเรียนไปตามทางจนถึงจุดส่งอาวุธปืนให้รุ่นพี่นั้นมีกล้อง น่าจะเห็นพฤติกรรมน้องที่ก่อเหตุเป็นอย่างไร เข้าห้องเรียนไปอีกกี่นาทีกี่ชั่วโมงถึงเกิดเสียงปืนดังขึ้น ตำรวจแจ้งว่าวันที่ 20 ก.ย. จะได้ภาพจากกล้องวงจรปิดน่าจะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด วันนี้ทางพล.ต.ต.ไพศาลให้ความกระจ่างทางคดีกับครอบครัวผู้เสียชีวิตในระดับหนึ่งจนรู้สึกสบายใจขึ้น

“เนื่องจากตำรวจยังไม่พบหลักฐานว่ามีการลั่นไก จึงตั้งข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นปืนลั่น ซึ่งสะดวกกับการสอบสวนมากกว่าบอกว่ามีการลั่นไกจะต้องมีพยานเห็นชี้ชัด แต่วันนั้นพยานต่างคนต่างอยู่ในมุมของตัวเอง รวมทั้งต้องไปสืบพฤติกรรมถึงแรงจูงใจว่ามีแรงจูงใจอะไร และหากมีแรงจูงใจไม่ใช่เรื่องปืนลั่นแล้ว อาจเป็นเรื่องของประมาทจงใจหรือตระเตรียม วันอังคารน่าจะชัดเจนหากได้ภาพกล้องวงจรปิดมา” นายเกียรติคุณกล่าว

ด้าน น.ส.ปวีณากล่าวว่า หลังจากเข้าพูดคุยกับตำรวจรู้สึกสบายใจ อย่างน้อยรู้ความจริงเป็นอย่างไร สอบถามตำรวจว่ามีการตรวจอะไรบ้าง แต่ยังไม่เชื่อว่าเป็นปืนลั่น เพราะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ ซึ่งผลยังไม่ออก ต้องรอให้สำนวนครบถ้วนแล้วจะได้รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร และถ้าหากความจริงมันเป็นเรื่องของปืนลั่นเราก็ต้องยอมรับ และแม่ของผู้ก่อเหตุสามารถมาคุยกันได้ หัวอกคนเป็นแม่เหมือนกัน มาคุยกันดีกว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุแบบนี้

ขณะที่ พล.ต.ต.ไพศาลกล่าวว่า วันนี้แม่ของนักเรียนที่เสียชีวิตมาพบพร้อมด้วยทนาย เพราะได้รับข่าวจากสื่อมวลชนหลายช่องทางเลยสับสน วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาพบตำรวจจึงอธิบายให้ฟัง ทนายความได้บอกว่าไม่มีความสงสัยการทำงานของตำรวจ แต่ที่ผ่านมาครอบครัวผู้เสียชีวิตยังไม่ได้พบหรือทราบข้อมูลจากทางตำรวจ ซึ่งทางตำรวจได้สรุปเพียงแค่เบื้องต้น ว่าเป็นเหตุเกิดจาก ปืนลั่น ซึ่งหลักฐานทุกอย่างเป็นไปตามนั้น

“ตำรวจทำงานทุกอย่างด้วยความรอบคอบและละเอียด ต้องรอผลการตรวจหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งผลการชันสูตรและพิสูจน์หลักฐาน กลับมาให้พนักงานสอบสวนถึงจะสรุปสำนวนได้ หลังเกิดเหตุตำรวจที่เกี่ยวข้องได้เก็บหลักฐานส่งไปตรวจหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเขม่าดินปืนจากมือของด.ช.ต้า อายุ 15 ปี ผู้ก่อเหตุ และการตรวจที่เกิดเหตุ ยืนยันว่าไม่ได้มาจากตำรวจว่าคนก่อเหตุรับสารภาพว่าเป็นคนยิง ตอนนี้ตำรวจทำงานทุกอย่างด้วยความรอบคอบและละเอียดอยู่แล้ว ตำรวจต้องทำคดีอย่างรอบคอบ เพราะทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน ตำรวจไม่สามารถนำข้อมูลหรือสำนวนการสอบสวนมาเปิดเผยให้สื่อมวลชนทราบได้” ผบก.ภ.จว.นนทบุรี กล่าว

วันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง คุมตัวผู้ต้องหา 5 ราย ที่ร่วมกันนำปืนที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งคลองและให้ยืมอาวุธที่ใช้ก่อเหตุส่งฝากขังในข้อหาช่วยเหลือปิดบังซ่อนเร้น ช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการ กระทำความผิด แบ่งเป็นเยาวชน 4 ราย อายุ 13-17 ปี ส่งฝากขังศาลเยาวชนและครอบครัว โดยเยาวชน อายุ 17 ปี 1 ราย ถูกแจ้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในการครอบครองเพิ่มอีก 1 ข้อหา ส่วนอีก 1 ราย อายุ 18 ปี ส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดนนทบุรี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน