ยกครอบครัวพท.ไปร้อยเอ็ด สอท.อัดเละ‘รัฐบาลเป็ดหัวขาด’ปชป.มั่นใจกลับมาผงาดปักษ์ใต้ ภท.รุกอีก-ปักธงด้ามขวาน20สส.
‘อุ๊งอิ๊ง’ยกครอบครัวเพื่อไทยบุกร้อยเอ็ด อ้อนเลือกผู้สมัครเพื่อไทยเป็นนายกอบจ.แลนด์สไลด์ ชาวบ้านตะโกนเชียร์ท่านนายกฯ ปชป.มั่นใจกลับมาผงาดในภาคใต้ สมัยหน้ากวาดส.ส. 35-40 ที่นั่ง ด้านภูมิใจไทยลุยปักธงด้ามขวานกว่า 20 เก้าอี้ รวมแผ่นดินของ ‘บิ๊กน้อย’ ตั้งเป้ายึดทั่วไทย 25 คน ‘อุตตม’จับตาหลัง 30 ก.ย.ศาลรธน. ชี้ปมนายกฯ 8 ปี มีการเขย่าทางการเมือง ‘สุรนันทน์’เปรียบรัฐบาลเป็ดหัวขาด ชี้หมดเวลา ‘3 ป.’ แล้ว จี้ยุบสภาดีกว่า เด็ก ‘บิ๊กตู่’ สวนกลับระวัง ‘สอท.’ เป็นพรรคผีหัวขาด ‘สุทิน’คาดยุบสภาไวสุดหลังปีใหม่
พปชร.เด้งรับนโยบาย‘บิ๊กป้อม’
เมื่อวันที่ 18 ก.ย. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีนโยบายให้ส.ส.และอดีต ผู้สมัครส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุบัติภัย และภัยพิบัติต่างๆ พรรคพลังประชารัฐจึงได้จัด “มหกรรมบริการชุมชน” เปิดจุดให้บริการซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ให้กับพี่น้องประชาชนฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยให้บริการซ่อมบานประตู หน้าต่าง งานอะลูมิเนียมและมุ้งลวด เครื่อง ใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน
นอกจากนี้ ยังมีบริการตัดผมฟรี ให้ข้อมูลคำแนะนำในการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รับเรื่องร้องทุกข์ต่างๆ โดยประสานความร่วมมือขอความช่วยเหลือจากกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โครงการหลักสูตรเพื่อชุมชน (Fix It Center) ที่ให้บริการทุกชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาร่วมบริการชุมชนด้านซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อให้เยาวชนได้มีประสบการณ์จากการฝึกปฏิบัติจริง และมีจิตอาสา มีส่วนร่วมในการดูแลชุมชน มีประสบการณ์นอกเหนือจากในห้องเรียน ซึ่งการมาครั้งนี้ มีเสียงตอบรับที่ดีจากพี่น้องประชาชนผู้มาใช้บริการซ่อมแซม ประชาชนรู้สึกประทับน้องๆ รวมถึงหลักสูตรโครงการดีๆ แบบนี้ที่มาบริการชุมชน
“พรรคพลังประชารัฐ มีความห่วงใยความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อม และป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสีย รวมทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เป็นความ มุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ทั้งในระดับนโยบายและกลไกของชุมชน อีกทั้งยังส่งเสริมให้น้องๆ เยาวชนนำความรู้ที่เรียนมาใช้ได้จริง สร้างเสริมทักษะและความภาคภูมิใจให้กับการ เรียนรู้ของน้องๆ เยาวชน” น.ส.ทิพานันกล่าว
‘จุรินทร์’จ่อเปิดตัวชิงสุราษฎร์
นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 ก.ย. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเดินทางไป จ.สุราษฎร์ธานี นอกจากภารกิจในฐานะรมว.พาณิชย์ ที่จะไปตรวจเยี่ยมโครงการคาราวาน พาณิชย์ ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 20 ที่อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานีแล้ว กิจกรรมที่สำคัญมากในส่วนของหัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์คือการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.สุราษฎร์ธานี ทั้ง 7 เขต จากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมาปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์สามารถคว้าชัยชนะได้ครบทั้ง 6 เขต
นโยบายประกันรายได้เกษตรกรชาว สวนยาง สวนปาล์ม ถือเป็นที่ชื่นชอบของเกษตรกรโดยทั่วไป รวมไปถึงผลงานของนายสินิตย์ เลิศไกร ส.ส. 5 สมัย สุราษฎร์ธานี ในฐานะรมช.พาณิชย์ก็ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับรมว.พาณิชย์ได้เป็นอย่างดี ช่วยขับเคลื่อนนโยบายในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม และจากการทำงานอย่างหนักของพรรคในเวลา 3 ปีกว่าที่ร่วมรัฐบาลมา จึงมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้ง ต่อไปพรรคจะมีจำนวน ส.ส.มากกว่าเดิม โดยเฉพาะที่จ.สุราษฎร์ธานีที่จะยังคงสามารถรักษาแชมป์ไว้ได้ครบทั้ง 6 เขต รวมถึงเขตเลือกตั้งใหม่อีก 1 เขตด้วย
ส่วนกรณีของนาย ดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย ที่เคยเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระนอง ของพรรค ได้ย้ายไปอยู่พรรค การเมืองอื่นแล้วนั้น ขอยืนยันว่า จ.ระนอง พรรคยังไม่ได้พิจารณาให้ใครเป็นผู้สมัครส.ส. เนื่องจากต้องรอผลโพลเปรียบเทียบอีกครั้งเพื่อให้ได้ผู้ที่มีความเหมาะสมมากที่สุดที่จะเป็นผู้สมัครในนามของพรรคและพรรคได้ใช้แนวทางแบบเดียวกันในการคัดเลือกผู้สมัครในพื้นที่ที่มีผู้สนใจลงสมัครมากกว่า 1 ราย ดังนั้น การลาออกจากพรรคของนายดนัยณัฏฐ์ จึงไม่ถือเป็นเลือดไหลออก
คุยกลับมาผงาดในปักษ์ใต้
ที่โรงแรมหรรษา เจบี หาดใหญ่ จ.สงขลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมการศึกษาทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ เดินสายพบว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ 1 นายสรรเพชญ บุญญามณี และเขตเลือกตั้งที่ 2 นายนิพัฒน์ อุดมอักษร ท่ามกลางกลุ่มพลังมวลชนร่วมต้อนรับและรับฟังการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การศึกษาทันสมัย”
นายนิพนธ์ กล่าวถึงความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์สงขลา มีความพร้อมแล้วถึง 90% เหลือบางพื้นที่เท่านั้นที่ต้องหาคนที่ดีที่สุด เพื่อมาลงแข่งขัน ลงสมัครเลือกตั้งรับใช้พี่น้องประชาชน พรรคประชาธิปัตย์มีความเชื่อว่าในพื้นที่ภาคใต้เรามีความพร้อม ทั้งนโยบาย บุคคล ทีมงานในการสร้างแกนนำของพรรคในเขตเลือกตั้ง แต่ละพื้นที่ วันนี้จำนวน ส.ส.ภาคใต้เพิ่มเป็น 58 ที่นั่ง พรรคประชา ธิปัตย์คาดหวังว่าขั้นต่ำจะได้ประมาณ 35-40 ที่นั่ง มั่นใจว่าประชาธิปัตย์จะกลับมาใน ภาคใต้อีกครั้ง
รายงานข่าวเปิดเผยว่า นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ หรือซ้อเจน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมย้ายสังกัดไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย (พท.) โดยจะลงสมัคร ส.ส.เขต 5 กาญจนบุรี โดยมีนายรังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ อดีตนายก อบจ.กาญจนบุรี สามี จะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเช่นเดียวกัน และจะมีชื่อเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยพรรคเพื่อไทยเตรียมเปิดตัวนางศรีสมรในเร็วๆ นี้

แห่หนุน – นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นายวิทยา แก้วภราดัย กรรมการผู้บริหารพรรค ต้อนรับ นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี และส.จ.สุราษฎร์ธานี กว่า 20 เขต ที่เข้าเยี่ยมพรรค ซอยอารีย์ 5 กทม. เมื่อวันที่ 18 ก.ย.
สจ.เมืองร้อยเกาะแห่หนุน‘รทสช.’
ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ซอยอารีย์ 5 กทม. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแกนนำพรรค ต้อนรับทีมผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุราษฎร์ธานี นำโดย นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายกอบจ.สุราษฎร์ธานี และสมาชิกสภาจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ส.จ.) กว่า 20 เขต รวมเกือบ 40 คน เข้าเยี่ยมพรรครวมไทยสร้างชาติ ระหว่างเดินทางมาดูงานการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวใน กทม. เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินนโยบายหนึ่งตำบล หนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด
นายพีระพันธุ์กล่าวว่า แนวความคิดของการตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ตนและ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคทุกคน ต้องการสร้างพรรคการเมืองแบบใหม่ที่ทำการเมืองเพื่อประเทศชาติและประชาชน ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของพรรค หรือประโยชน์ส่วนตัวหรือตำแหน่งอะไร เพราะเชื่อว่าถึงไม่มีตำแหน่งก็ทำงานได้ เหมือนที่ตนทำมาตลอด
“ผมคิดว่าเรามาทำพรรคการเมืองใหม่ดีกว่า พรรคการเมืองที่เอาชาวบ้านนำหน้า เอาปัญหาของชาวบ้านจริงๆ ไม่ใช่มาพูดแต่ปัญหาการเมือง แต่ปัญหาชาวบ้านไม่ได้รับการแก้ไข ผมคิดว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะต้องมาใส่ใจ ไม่ใช่พรรค การเมืองที่ขายแต่ภาพโก้หรู ภาพการเมืองใหญ่ๆ ภาพเศรษฐกิจใหญ่ๆ เท่านั้น”
แนวทางของตนคือจะสู้ให้ทุกปัญหา ไม่ว่าปัญหาใหญ่เล็ก อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นปัญหาของชาวบ้าน คนธรรมดา คือคนสำคัญของรวมไทยสร้างชาติ มีเรื่องอะไรเดือดร้อน พึ่งใครไม่ได้มาที่รวมไทยสร้างชาติ เพราะเราจะไม่มาทะเลาะกันในเชิงการเมือง หรือมาแขวะกันในเรื่องการเมืองที่ไร้สาระ มั่นใจว่าถ้าทุกคนช่วยกันทำงานจะทำให้ประเทศไทยดีขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารวมไทยสร้างชาติจะได้ปักธงที่สุราษฎร์ ธานี และตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ฯ นครศรีธรรมราช สตูล พัทลุง จะเป็นพื้นที่รวมไทยสร้างชาติครบทุกเขต
หวังปักธงยกจังหวัด
ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า อยากจะบอกให้ทุกคนสบายใจว่า ตนกับลุงกำนัน ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน เพราะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน บางวันก็กินข้าวหม้อเดียวกัน แต่ความคิดทางการเมืองแตกต่างกันได้ ไม่จำเป็นต้องสู้กัน ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติ จะไปประชุมจัดตั้งสาขาแรกของพรรคที่สุราษฎร์ธานีในวันที่ 22 ก.ย.นี้ จะเปิดตัวทีมงานและผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ตอนนี้มีผู้สมัครเกือบครบแล้ว หวังได้รับเลือกตั้งครบทุกเขต
“ครั้งต่อไปคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ โดยมีการพูดคุยกันในพรรคคือจากการได้ไปดูสถิติ พบว่าในการเลือกตั้งครั้งใหม่จะมี ส.ส.หน้าใหม่เข้าสภา ไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 หรือกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เที่ยวนี้เชื่อว่าจะมีมากกว่าเดิม หรือราว 40-50 เปอร์เซ็นต์ เป็นโอกาสที่จะได้สร้างบุคลากรใหม่มาเพื่อ ผลักดันการเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญคือในระดับจังหวัดที่ จ.สุราษฎร์ธานี รวมไทยสร้างชาติ จะคัดสรรผู้สมัครที่ถูกใจพี่น้องประชาชน และหวังว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจาก ส.จ. ในพื้นที่” นายเอกนัฏกล่าว
นายวิทยา แก้วภราดัย กรรมการบริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ตนคิดว่าพี่น้อง ส.จ.ที่มาวันนี้ ถ้าใครเห็นด้วยกับแนวทางและอุดมการณ์คิดเพื่อบ้านเพื่อเมือง และปัญหาที่เหมือนกับที่นายพีระพันธุ์คิด คือปัญหาเรื่องกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน ขอให้เข้ามาร่วมกัน และฝากให้พี่น้อง ส.จ. ช่วยหาคนดีเก่งๆ มาช่วยกันสร้างพรรค การเมืองแห่งนี้ด้วย
นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายกอบจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ถ้าตนพาเข้า 7 คน ทุกคนจะต้องเอาเรื่องของประชาชนชาว สุราษฎร์มาเข้าสภาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ที่ทำกิน เรื่องประมง เรื่องหมวกกันน็อก ทุกเรื่องที่จะทำเพื่อคนสุราษฎร์ทุกคน

เปิดตัว – นางนาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และเหรัญญิกพรรคภูมิใจไทย แม่ทัพในพื้นที่ภาคใต้ เปิดการแข่งขันประกวดการเต้น ไลน์แดนซ์ เพลงภูมิใจไทย และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.พัทลุง หวังปักธงทั้ง 3 เขต เลือกตั้ง ที่อาคารประชารัฐ เขตเทศบาลเมืองพัทลุง เมื่อวันที่ 18 ก.ย.
ภท.มั่นใจยึดส.ส.ใต้กว่า 20 เก้าอี้
ที่อาคารประชารัฐ เขตเทศบาลเมืองพัทลุง จ.พัทลุง นางนาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) และเหรัญญิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แม่ทัพในพื้นที่ภาคใต้ เป็นประธานในการเปิดการแข่งขันประกวดการเต้นไลน์แดนซ์ เพลงภูมิใจไทย และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย เขต 1 นายภุชงค์ วรศรี อดีตประธานสภา อบจ.พัทลุง เขต 2 นาย วรุท เทอดวีระพงศ์ บุตรชายนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และเขต 3 นายประเทือง มนตรี พี่ชายของนางนาที
นางนาทีกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยได้ใช้นโยบายพูดแล้วทำ ในการขับเคลื่อนประเทศในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง จนผลงานของพรรคเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งในพัทลุงและต่างจังหวัด โดยเฉพาะการก่อสร้างถนนข้าม ทะเลสาบสงขลา จากพื้นที่ ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง-ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ระยะทางทั้งสิ้น 7 กิโลเมตร วงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น 4,841 ล้านบาท ได้วางศิลาฤกษ์ไปแล้วเมื่อวันที่ 18 มี.ค.2565
จากนโยบาย พูดแล้วทำ ของพรรคภูมิใจไทย ทำให้ จ.พัทลุง ได้เจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องจนเห็นผลเป็น รูปธรรม ซึ่งในการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคได้ที่นั่ง ส.ส.พัทลุง 2 เขต แต่การเลือกตั้งสมัยหน้ามั่นใจว่าจากผลงานของพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมา จะได้รับแรงใจ ความศรัทธา ความเชื่อมั่นที่จะส่งผลให้พรรคได้ ที่นั่ง ส.ส. พัทลุงทั้ง 3 เขตอย่างแน่นอน
ส่วนในพื้นที่ภาคใต้นั้น หลังจากที่ตนและคณะ ได้ลงพื้นที่พบปะพูดคุยถึงนโยบาย แนวทาง การพัฒนาพื้นที่ของจังหวัดต่างๆ ตามนโยบาย พูดแล้วทำ ก็ได้รับการต้อนรับและความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชนตามจังหวัดต่างๆ เหนือการ คาดคิด จึงมั่นใจว่าการเลือกตั้งสมัยหน้าพรรคภูมิใจไทยจะสามารถคว้าชัยชนะการเลือกตั้ง ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้มากกว่า 20 ที่นั่งอย่างแน่นอน
รวมแผ่นดินตั้งเป้าทั่วไทย 25 คน
ที่โรงเรียนบางอ้อศึกษา กทม. นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล โฆษกพรรครวมแผ่นดิน(ร.ผ.ด.) เป็นประธานการประชุมเลือกตั้งตัวแทนพรรครวมแผ่นดิน ประจำกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 30 โดยมีมติในที่ประชุมเลือกตัวแทน 3 คน คือ 1.นายวรพงษ์ โชว์พิทักษ์วัฒนา 2.นายสุเมธิน ชีวะธรรม และ 3.นายนพดล เจริญธนบดี
นายคมสันกล่าวว่า สำหรับตัวผู้สมัคร ส.ส.กทม. ได้มีการทาบทามแล้วในระดับหนึ่ง รอทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) หลังจากรับรองตัวแทน กทม. เรียบร้อย พรรครวมแผ่นดินพร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 33 เขต โดยจะมีการเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจ นำเข้าสู่กระบวนการคัดสรร กลั่นกรองจากคุณสมบัติ ตรวจสอบประวัติ เช็กการทำงาน และอีกหลายๆ ด้าน คาดว่าจะเปิดตัวว่าที่ ผู้สมัครในภาคต่างๆ ช่วงเดือนต.ค. แล้วค่อยทยอยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครในแต่ละเขต แต่ละจังหวัดตามลำดับความพร้อมต่อไป ซึ่งตั้งเป้าว่าเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคจะได้ส.ส. อย่างน้อย 25 คน
บิ๊กน้อย-พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรครวมแผ่นดิน ได้กำชับมาว่า ขอให้คณะกรรมการคัดสรรคัดเลือก ผู้สมัครที่จะมาทำประโยชน์ต่อบ้านเมืองได้จริงๆ และให้เป็นทางเลือกดีๆ แก่พี่น้องประชาชน อีกทั้งทางพรรคได้มอบหมายให้คนรุ่นใหม่ในพรรคจัดงานอีเวนต์ กิจกรรม ลงพื้นที่รับฟังปัญหา รวมทั้งเฟ้นหาบุคลากรด้านเศรษฐกิจ หรือนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ เพราะเราอยากได้คนมีแนวความคิดใหม่ๆ หรือเป็นหัวก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจ ที่จะมาช่วยกันสร้างนโยบาย วางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชาติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ประเทศไทยในปัจจุบันที่ต้องทำได้จริง
“เราอยากได้ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกความแตกต่างมาเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อร่วมกันทำงานการเมืองอย่างเชิงสร้างสรรค์ ทางพรรคประสงค์ให้คนรุ่นใหม่ รุ่นก่อนหน้า ทุกรุ่น ทุกเพศวัยมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ทิศทางของประเทศไทย ให้คนในแผ่นดินไทยเดินไปด้วยกัน ไปในทิศทางที่ ถูกต้อง ถูกใจตามความต้องการของพี่น้องประชาชนในทุกๆ มิติ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่เพจพรรครวมแผ่นดิน” นายคมสันกล่าว
‘สุทิน’คาดยุบสภาไวสุดหลังปีใหม่
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้สภาพของพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงปลายรัฐบาล เริ่มเปราะบางและขาดความเป็นเอกภาพอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องนโยบายที่จะสร้างความนิยมของแต่ละพรรค เช่น นโยบายกัญชา หรือเรื่องกองทุน กยศ. เป็นต้น ที่เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นของพรรคร่วมรัฐบาล เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีอีกหลายนโยบายที่จะเป็นปัญหาขัดแย้งกันอีก และมีแนวโน้มบานปลายสูงมาก นอกจากนี้ ต่างฝ่ายต่างไม่ให้เกียรติกันโดยเริ่มเจาะพื้นที่กันเอง หวังช่วงชิงและสร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นโอกาสที่พรรคร่วมรัฐบาลจะกลับมาเป็นเอกภาพอีกครั้งคงยาก ส่วนจะไปถึงขั้นยุบสภาฯ เลยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความพร้อมในการเลือกตั้งของพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงความพร้อมและความได้เปรียบทั้งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
“ไม่ว่าจะยุบสภาตอนไหน ผมเชื่อว่าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตรต่างก็เสียเปรียบ เพราะทั้งคู่ไม่มีคะแนนนิยมเลย สู้พรรคเพื่อไทยหรือแม้แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้ ดังนั้น โอกาสยุบสภา คงไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่ เชื่อว่าเร็วสุดคือช่วงหลังปีใหม่ 2566 ไปแล้ว ที่สำคัญงบประมาณปี 2566 เพิ่งจะผ่านความเห็นชอบไป รัฐบาลจะต้องหาประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการ สำคัญๆ ก่อน ไม่ยอมทิ้งลาภก้อนโตง่ายๆ” นายสุทินกล่าว
‘อุตตม’ชี้หลัง30กย.มีเขย่าการเมือง
ที่เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ กทม. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) กล่าวว่า ภายหลังการลงพื้นที่ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค ถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดี ซึ่งการลงพื้นที่อันดามันเป็นการจัดเสวนาของพรรคครั้งแรก และได้เชิญภาคประชาชน ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และนักศึกษาเข้าร่วม เพื่อต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ขณะเดียวกันได้นำชุดความคิดเรื่องการพัฒนาพื้นที่อันดามันไปนำเสนอแลกเปลี่ยนกันและกัน โดยไม่ใช่การไปจัดกิจกรรมแล้วหายไป แต่จะทำงานร่วมกับคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จากประสบการณ์วันนี้คนใต้ต้องการการเปลี่ยนแปลงและพรรคสร้างอนาคตไทยก็เสนอตัวที่จะทำงานให้กับประชาชนในพื้นที่
ส่วนที่มีการตอบนโยบายเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องโครงการประกันรายได้เกษตรกร จะส่งผลทางการเมืองในการลงพื้นที่ครั้งต่อไปหรือไม่นั้น ตนว่าเป็นเรื่องปกติที่พรรคการเมืองต้องแข่งขันกันเพื่อนำเสนอนโยบายแนวความคิดให้กับประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับประชาชน อย่างในพื้นที่อันดามันต้องดูว่านำอะไรไปเสนอกับประชาชน อาจจะมีเสียงว่านำอะไรไปป้อนให้กับประชาชนเป็นของไม่ดีหรือยาพิษหรือไม่ ต้องบอกว่าไม่ใช่ เพราะพรรคสร้างอนาคตไทยตั้งใจไป สุดท้ายแล้วขึ้นกับประชาชนในพื้นที่จะเป็นผู้ตัดสิน
สำหรับกรณีการวินิจฉัยวาระ 8 ปี การดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ พรรคสร้างอนาคตไทยไม่ได้ประเมินผลการวินิจฉัย แต่มีการประเมินสถานการณ์การเมืองอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าสถานการณ์การเมืองจะเข้มข้นขึ้น ดูได้จากพรรคการเมืองที่เรียกได้ว่าเข้าสู่โหมดสนามเลือกตั้งแล้ว ฉะนั้น หลังจากวันที่ 30 ก.ย.เป็นต้นไปทุกพรรคจะเดินการเมืองเข้มขึ้น เป็นที่รู้กันว่าตั้งแต่เดือนต.ค.และพ.ย.เป็นต้นไป น่าจะมีการเขย่าทางการเมืองเกิดขึ้น

เยี่ยมชุมชน – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และน.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรค จัดโครงการ “ไทยสร้างไทยสู้ภัยน้ำท่วม” มอบข้าวสาร อาหารแห้ง ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ที่ชุมชนเพิ่มสินถมยา ซอยเพิ่มสิน 1 เขตสายไหม กทม. เมื่อวันที่ 18 ก.ย.
‘เสี่ยปุ้ม’ซัดรัฐบาลเป็ดหัวขาด
ที่ศูนย์ประสานงานเขตบางแค กทม. พรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) นาย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคกรุงเทพฯ นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค เปิดศูนย์ประสานงานเขตบางแค พรรคสร้างอนาคตไทย
นายสุรนันทน์ให้สัมภาษณ์ว่า เขตบางแคเป็นเขตเป้าหมายหนึ่ง ที่พรรคสร้างอนาคตไทยเลือกส่งผู้สมัครที่เป็นคนรุ่นใหม่ คือ น.ส.ปภัสรินทร์ กีรติอัคราวัชร์ เพราะหลายเขตในกทม.ต้องการคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานให้อย่างแท้จริง โดยสองนโยบายหลักของพรรคที่จะให้ส.ส.พื้นที่นำเสนอ คือ เรื่องกองทุนสร้างอนาคตไทย เพราะจะเป็นส่วนที่นำมาช่วยนักธุรกิจรายย่อย หาบเร่แผงลอย พ่อค้าแม่ค้า ให้ฟื้นตัวได้ อีกส่วนหนึ่ง จะนำมาปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ทุกคนเห็นโอกาสที่จะฟื้น มีเงินออม ค่า เล่าเรียนลูกหลาน
ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์คลอนแคลนภายในพรรคร่วมรัฐบาล ส่งสัญญาณใด หรือไม่ นายสุรนันทน์กล่าวว่า ต้องบอกว่ารัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลเป็ดง่อย แต่เป็นรัฐบาลเป็ดหัวขาด ทำงานไม่ได้ ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล ก็เป็นความขัดแย้งในช่วง 5-6 เดือนสุดท้ายที่กำลังจะหมดอายุขัยของสภาผู้แทนราษฎร แต่ประชาชนรอไม่ได้ถึง 6 เดือน
ถ้ารัฐบาลไม่กลับมาพูดคุยกันให้รู้เรื่องว่าในระยะเวลาต่อไปนี้จะทำอะไร สร้างเครดิตให้กับประเทศอย่างไรในช่วงการประชุม เอเปก หรือดีที่สุดไปมากกว่านั้นคือยุบสภา เพื่อให้ประชาชนตัดสิน ไม่ต้องกลัวว่าช่วง เอเปกจะมีรัฐบาลรักษาการ แต่การยุบสภา เป็นประชาธิปไตย ทั่วโลกจะได้ยอมรับว่าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย ซึ่งอาจจะเป็นเครดิตที่ดีกว่าที่เป็นรัฐบาลเป็ดหัวขาดนี้ด้วยซ้ำ
ระบุหมดเวลา‘3 ป.’แล้ว
ต่อข้อถามถึงกรณีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุพร้อมเลือกตั้งแต่ไม่รู้จะยุบสภาเมื่อไหร่นั้น นายสุรนันทน์กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร บอกพร้อมเลือกตั้ง และเพิ่งใส่กางเกงยีนส์เมื่อวานนี้(17 ก.ย.) แต่ตนใส่กางเกงยีนส์เดินหาเสียงมาหลายเดือนแล้ว และทำงานให้ประเทศมา 7-8 ปี ไม่ว่าจะมีคนชอบหรือไม่ชอบ ถือว่าหมดเวลาแล้วสำหรับ 3 ป. ถึงเวลาที่จะให้คนใหม่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่ประชาชนเลือกเข้ามาจะแก้ปัญหาได้ดีกว่าเพราะจะมีแนวทางใหม่ๆ ที่มาแก้ปัญหาให้ประเทศ
เมื่อถามว่าประเมินผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 30 ก.ย.นี้อย่างไร นาย สุรนันทน์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อหรือไม่นั้น เป็นเหตุผลทางนิติศาสตร์ แต่ทางพฤตินัยหรือความชอบธรรมนั้น 8 ปี ครบแล้ว หากตนเป็นพล.อ.ประยุทธ์ ไม่เลือกที่จะลาออกเพื่อให้กระบวนการประชาธิปไตยกลับเข้าสู่สภาเพื่อเลือกนายกฯ คนใหม่ ตนก็จะยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนหลังจากที่ใช้อำนาจมา 8 ปี แต่ถ้าคงอยู่ต่อไปขณะที่ประชาชนเดือดร้อนมาก พรรคการเมืองตีกัน พรรคร่วมรัฐบาลแก่งแย่งงบประมาณกัน ไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
เด็กรบ.สวน-ระวังสอท.ผีหัวขาด
นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายสุรนันทน์เปรียบรัฐบาลเป็นรัฐบาลเป็ดหัวขาดว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะยุติการปฏิบัติหน้าที่ แต่มี พล.อ.ประวิตรรักษาราชการแทนนายกฯ อยู่ ซึ่งยังสามารถทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนได้ตามปกติ ทั้ง พล.อ. ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตรได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างจริงจัง และสั่งการให้ทุกหน่วยงานทุกกระทรวงช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลแม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกันบ้างถือเป็นเรื่องธรรมดา สุดท้ายก็พูดคุยกันได้ และร่วมมือกันเดินหน้าทำงานให้กับประชาชนในช่วงนี้อย่างเต็มความสามารถ
ที่นายสุรนันทน์ออกมาฟันธงว่า พล.อ. ประยุทธ์อยู่ครบ 8 ปีแล้ว ตนเองมองว่านายสุรนันทน์ไม่ต้องไปจำคำพูดของฝ่ายค้านมาพูดเพื่อให้ได้เป็นข่าวจะดีกว่า อีกทั้งนาย สุรนันทน์ก็ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ จะเหตุผลทางนิติศาสตร์ พฤตินัยหรือความชอบธรรมอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา อย่ามาตีความเอาเองให้ประชาชนเกิดความสับสน อีกไม่กี่สัปดาห์จะถึงวันที่ 30 ก.ย.แล้ว นายสุรนันทน์และพรรคสร้างอนาคตไทยจะได้รู้แล้วว่าอนาคตของ พล.อ.ประยุทธ์จะ เป็นอย่างไร ขอให้รอก่อน ไม่ใช่ออกมาวินิจฉัยแทนศาล ทำตัวเป็นนักกฎหมาย รู้ดีไปหมด
“การออกมาพูดกล่าวหาว่าเป็นรัฐบาลเป็ดหัวขาดนั้น เป็นการกล่าวหาเกินความเป็นจริง การว่าคนอื่นช่วยย้อนกลับมาดูพรรคสร้างอนาคตไทยจะดีกว่า ว่ากำลังจะกลายเป็นพรรคผีหัวขาดหรือไม่ เพราะเห็นว่าที่แคนดิเดตนายกฯ อย่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กำลังโดนแกนนำสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์รุมกินโต๊ะอย่างเมามัน เพราะไปปราศรัยพลาดท่าเสียที พาดพิง แกนนำและนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ จนถูกรุมกินโต๊ะสอนมวยจนเสียอาการทรงตัว อย่างนี้ต่อไปคงเดินไปรอดยากมาก ถึงอาจจะถอดใจไปเลย สุดท้ายจะกลายเป็นพรรคผีหัวขาด ยิ่งพรรคมีนายสุรนันทน์คอยปั่นสร้างราคาให้พรรคในสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควร ออกมาวิจารณ์คนอื่นในทางบิดเบือนเช่นนี้ สุดท้ายพรรคจะแพแตกเอาง่ายๆ” นายชนะศักดิ์กล่าว

ทำงาน – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ตรวจเยี่ยมชุมชนมีนบุรีอุปถัมภ์ ซอย รามคำแหง 207 เขตมีนบุรี ชุมชนโบราณ ย่านคลองแสนแสบ และเป็นชุมชนต้นแบบการบำบัดน้ำเสียแบบมุ่งเป้าจากต้นทางในครัวเรือน เมื่อวันที่ 18 ก.ย.
‘จตุพร’เชื่อวาระ 8 ปีเป็นสึนามิ
เวลา 12.30 น. ที่ห้องประชุมมูลนิธิอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง กทม. คณะหลอมรวมประชาชน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา และกลุ่มประเทศไทยต้องมาก่อน แถลงข่าวก่อนเริ่มงานเสวนา “นับหนึ่งประเทศไทย ด้วยอธิปไตยของปวงชน หลัง 30 กันยายน”
นายจตุพรกล่าวว่า วันที่ 30 ก.ย. เรานัดหมายกันที่ราชประสงค์ เวลา 17.00 น. ซึ่งจะเกิดขึ้นภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่าน คำวินิจฉัยเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ ต้องพ้นตำแหน่งครบ 8 ปี หรือไม่อย่างไร ผลลัพธ์การอยู่ต่อไปของพล.อ. ประยุทธ์ในวันที่ 30 ก.ย. จะเป็นสึนามิการเมืองที่กวาดกันทั้งกระดาน ถ้าพล.อ.ประยุทธ์พ้นจากตำแหน่งในวาระครบ 8 ปีผลลัพธ์ทางการเมืองจะเป็นการเปลี่ยน แปลงครั้งใหญ่ การไม่รู้จักพอของพล.อ.ประยุทธ์ จะนำพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงทุกเรื่อง
“เชื่อว่าการอยู่หรือไปของพล.อ. ประยุทธ์นั้น จะทำให้ความจริงได้ปรากฏทุกสถาน คือคนไทยต้องรับรู้ไว้อย่างหนึ่งว่าการบริหารภายใต้พล.อ.ประยุทธ์ 8 ปีที่ผ่านมานี้ ไม่เคยมีรัฐมนตรีทุจริตแม้แต่เพียงรายเดียว ใช้งบประมาณไปกว่า 30 ล้านล้านบาท ทั้งที่สวนทาง ต่อดัชนีเรื่องคอร์รัปชั่นของโลก ดังนั้นขยะที่ซุกไว้ใต้พรมนั้น ผมว่าจะหนักกว่าทุกรัฐบาล ไม่รู้ว่าตั้งแต่รัฐมนตรี รัฐมนตรีจะต้อง มีใรต้องเข้าคุก ต้องมีใครต้องหลบนี้ ไปต่างประเทศบ้าง ฉะนั้น พวกปากแข็งๆ ทั้งหลายที่บอกว่าไม่หลบหนี ก็ดูจากที่พล.อ.ประยุทธ์พ้นจากตำแหน่ง” นายจตุพรกล่าว
นายนิติธรกล่าวว่า สถานะของพล.อ. ประยุทธ์ ตามรัฐธรรมนูญ มีข้อถกเถียงทั้งหมด 3 เส้น เส้นที่ 1 คือ เส้นปี 2557 เส้นที่ 2 คือนับตั้งแต่ปี 2560 เส้นที่ 3 คือเส้นปี 2562 ดังนั้น ถ้านับปี 2557 นายกฯ จะครบ 8 ปี เวลาเที่ยงคืน 23 ส.ค.2565 หากวันที่ 30 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาพล.อ.ประยุทธ์ครบ 8 ปี หมายความว่ากระบวนการในการดำเนินคดีต่างๆ จะตามมาทั้งหมด และไม่สามารถสรรหารัฐมนตรีได้ เพราะทุกคนฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญหมด รวมทั้งสภาด้วย
‘เจษฎ์’แนะโหวตโนโละคสช.
เวลา 13.00 น. เป็นการเสวนา “นับหนึ่งประเทศไทย ด้วยอธิปไตยของปวงชน หลัง 30 กันยายน” โดยนายเจษฎ์ โทณะวณิก ประธานคณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย และอดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวว่า ถ้าศาลรัฐ ธรรมนูญให้วันที่ 24 ส.ค.2565 พล.อ.ประยุทธ์สิ้นสุด นายกฯ เรื่องก็ไม่จบ และยิ่งจะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้องเลือกนายกฯ คนใหม่ ตามที่มีรายชื่อที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคเคยเสนอชื่อไว้ แต่ถ้าไม่เอานายกฯ ตามรายชื่อดังกล่าว จะต้องไปใช้เสียงของสภากึ่งหนึ่งให้มีการเอานายกฯ คนนอกมา เรื่องนี้อำนาจอธิปไตยยังอยู่ที่สภา และสุดท้ายเขาก็กลับมาอีก เพราะถ้าดูตามรัฐธรรมนูญพล.อ.ประยุทธ์สามารถกลับมาเป็นนายกฯ รักษาการได้ และสามารถยุบสภา ตั้งรัฐมนตรีได้ หรือถ้าศาลบอกเริ่มนับวาระตั้งแต่ปี 2562 แสดงว่าการเป็นนายกฯ ได้ก็ ต่อเมื่อมีการเลือกตั้งนั่นเอง
ถ้าท่านทั้งหลายมุ่งล้มรัฐบาล ไล่พล.อ. ประยุทธ์ และมุ่งทำให้คสช.หายไป สิ่งที่ทำได้มีกลไกหนึ่งคือ การเอาคะแนนที่ ไม่ประสงค์เลือกใครไปวัดกับใครสักคนหนึ่งได้ ถ้าคนที่ได้คะแนนน้อยกว่าคะแนนไม่ประสงค์เลือกใครแบบทุกๆ คนจะถูกกวาดทิ้งหมด ฉะนั้นถ้าท่านทำได้แบบนี้ในทั้ง 400 เขต ไม่เลือกใครเลยจะสามารถกวาดทุกคนที่พรรคการเมืองส่งมาได้ ซึ่งการรณรงค์ไม่ประสงค์เลือกใครหรือโหวตโนนั้นไม่ผิดกฎหมาย ถึงอย่างไรแล้วไม่ว่าท่านจะเลือกวิถีทางใดก็ตาม แต่ขอให้เลือกวิถีทางที่กำลังอำนาจแห่งชาติทางการเมืองอยู่ในมือของประชาชน
เดินหน้าร่างรธน.ฉบับประชาชน
ด้านนายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรปริญญาเอกสาขาการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กล่าวว่า อำนาจอธิปไตยโดยปกติแสดงได้ผ่านการเลือกตั้ง แต่ 8 ปีนั้นอำนาจเราอยู่ในกรง ในปี 2557 ถูกขัง และปี 2560 แม้เอากำแพงออกแต่ใส่ลูกกรง กรงที่ขังนั้นคือรัฐธรรมนูญปี 2560 และมีเครื่องมือเป็นการให้อำนาจส.ว.เลือกนายกฯ ได้ ส.ว.จึงไม่ได้มีหน้าที่อะไร แต่ทำหน้าที่ตามเจ้าของกรง ทางเดียวที่เราจะออกจากกรงขังคือ ต้องร่างรัฐธรมนูญที่เป็นของประชาชน แต่ยังมีการขัดขวางอยู่ แล้วยังมีคนที่ประชาชนเลือกเข้าสภาไปร่วมมือกับเขา มีบางพรรคการเมืองไปจับมือกับเขาแล้วทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง ขัดขวางการร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง กล่าวว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญคนละเรื่องกับกฎหมายอาญา แพ่งและพาณิชย์ ถ้ากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ใช้เพื่อตั้งกติกาเพื่อต้องการลงโทษบุคคลที่ละเมิด จึงมีการเขียนไว้อย่างชัดเจน แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นเพียงกติกาที่กำหนดขึ้นมาเพื่อให้เกิดความสงบสุข ถ้าการวินิฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรให้คำนึงถึงความสงบของประเทศและการเมือง ตนไม่อยากคิดเลยว่าใน 8 ปีนั้นเป็นการเลี้ยงความขัดแย้ง จึงจำเป็นต้องนับหนึ่งประเทศไทย เพราะ 8 ปีนั้นมีการปิดประตูไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอะไรเลย

อบอุ่น – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นำแกนนำพรรคเพื่อไทยไปช่วยนายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ หาเสียงเลือกตั้งซ่อมนายกอบจ.ร้อยเอ็ด ที่วิทยาลัยการอาชีพโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ท่ามกลางประชาชนต้อนรับเนืองแน่น เมื่อวันที่ 18 ก.ย.
‘อิ๊ง’ลุยร้อยเอ็ด-ตะโกนเรียกนายกฯ
เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัต กรรมพรรคเพื่อไทย(พท.) หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่เพื่อช่วยหาเสียงโค้งสุดท้ายให้กับ นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ผู้สมัครนายกอบจ.ร้อยเอ็ด หมายเลข 2 พรรคเพื่อไทย ซึ่งจะมีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างในวันที่ 25 ก.ย.2565
ทันทีที่ น.ส.แพทองธารเดินทางถึงมีคณะมวลชนที่สวมเสื้อสีแดงรอต้อนรับ พร้อมมอบดอกกุหลาบ พวงมาลัยดาวเรือง และผูกผ้าขาวม้ารอบเอวให้เพื่อเป็นการต้อนรับตามประเพณีของคนอีสาน พร้อมกล่าวว่า “ยินดีต้อนรับท่านนายกฯ”
เวลา 10.30 น. ที่วิทยาลัยการอาชีพโพนทอง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย จัดเวทีปราศรัย โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย กล่าวปราศรัยว่า พรรคเพื่อไทยยืนตรงข้าม พล.อ.ประยุทธ์ มาตลอด เลือกพรรคเพื่อไทยไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์แน่นอน ตลอด 8 ปี ผลงานไม่มี พูดจา ไม่เข้าหูคน ประเทศ ไทยเดินมาถึงยุคที่ นายกฯ นับ 1-8 ไม่ได้ พร้อมทั้งขอให้เลือกนายเศกสิทธิ์ให้แลนด์สไลด์ ทั้งจ.ร้อยเอ็ด
น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ถ้าอยากให้พรรคเพื่อไทยแก้ปัญหาปากท้อง ต้องเลือกหมายเลข 2 ขอฝากนายเศกสิทธิ์ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของพี่น้องด้วย เพราะนาย เศกสิทธิ์อยู่ตั้งแต่พรรคไทยรักไทยมาจนถึงพรรคเพื่อไทย ผู้ชายคนนี้จึงไว้ใจได้ ตนมาวันนี้เลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด พอถึงวันเลือกตั้งใหญ่จะได้ทำงานร่วมกันทั้งภาพใหญ่และเล็ก ขอให้เลือกนายเศกสิทธิ์เพื่อแลนด์สไลด์
จากนั้นเวลา 11.30 น. ที่โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด น.ส.แพทองธาร ปราศรัยว่า ตนเป็นลูกสาวของพ่อใหญ่นายทักษิณ ชินวัตร ระหว่างเดินทางมาพ่อใหญ่โทร.มาหาตน ให้บอกกับพี่น้อง จ.ร้อยเอ็ดว่า คิดถึงมาก
ก.ก.ยันไม่ได้ส่ง‘จุรีพร’ชิงอบจ.
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล(ก.ก.) กล่าวถึงการเผยแพร่ว่าพรรคก้าวไกลส่ง นางจุรีพร สินธุไพร เป็นตัวแทนลงเลือกตั้งซ่อมนายกอบจ.ร้อยเอ็ดว่า ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและขอความกรุณานางจุรีพร อย่าสร้างความเข้าใจผิดในเรื่องนี้ ส่วนสมาชิกพรรคคนใดที่ไปช่วยนางจุรีพรหาเสียง เป็นการทำในนามส่วนตัว เพราะพรรคก้าวไกลไม่มีจุดยืนสนับสนุนให้สมาชิกพรรคไปช่วยนางจุรีพรหาเสียง
“ส่วนผู้ที่มีความต้องการสร้างความเข้าใจผิดในเรื่องนี้ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว ชัยชนะในการเลือกตั้งไม่มีทางได้มาจากการป้ายสีและสร้างความเข้าใจผิดเช่นนี้ อย่าดูถูกประชาชน และเอาเวลาไปเดินหน้าทำงานการเมืองที่เป็นความหวังจะดีกว่า” นายรังสิมันต์กล่าว