เตือนอย่าโชว์-เผยแพร่ เสี่ยงถูกแฮ็กทรัพย์สิน

เตือนอย่าเปิดเผย 5 ข้อมูลส่วนบุคคล-ข้อมูลทางการเงินทางออนไลน์หรือโซเชี่ยลมีเดีย อาจนำไปสู่การจารกรรมทรัพย์สิน เตือนภัยมิจฉาชีพหลอกทำประกันชีวิต แนะตรวจสอบหรือติดต่อบริษัทประกันภัยโดยตรง ผอ.PCT เตือนภัยมิจฉาชีพหลอกเปิดบัญชีม้า สมัครงานออนไลน์ อาจกลายเป็นผู้ต้องหาร่วมฐานฉ้อโกง แนะอย่าเชื่อคนง่าย อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว หากสงสัยบัญชีถูกนำไปใช้โดยไม่ยินยอมรีบติดต่อธนาคารเพื่ออายัด การสมัครงานออนไลน์ควรตรวจสอบว่าบริษัทจดทะเบียนจริง มีตัวตน และยังประกอบธุรกิจ

วันที่ 18 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) PCT เปิดเผยกรณีมิจฉาชีพจากเพจรับสมัครงานออนไลน์หลอกเด็กนักเรียนหญิงให้เปิดบัญชีม้าให้ว่า กรณีนี้เป็นกลอุบายที่คนร้ายหลอกขโมยบัญชีจากการรับสมัครงานออนไลน์ เพื่อใช้เป็นบัญชีม้ารับโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงคนอื่น ซึ่งเจ้าของบัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) อาจถูกดำเนินคดีฐานเป็นตัวการร่วม หรือผู้สนับสนุนในความผิดฐานฉ้อโกง

รองผบ.ตร.กล่าวต่อว่า วิธีป้องกันตนเองต่อภัยโจรออนไลน์ในหลากหลายรูปแบบ ในกรณีนี้ป้องกันได้โดย 1.อย่าเชื่อคนง่ายและอย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขบัญชีธนาคาร ให้ผู้อื่นทราบโดยเฉพาะบุคคลที่รู้จักผ่านโลกออนไลน์ อาจถูกคนร้ายนำไปใช้หลอกลวงผู้อื่นในโลกออนไลน์ 2.ห้ามนำบัญชีธนาคารของตนให้ ผู้อื่นใช้โดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานตามประกาศชักชวนทำงานใดๆ หากสงสัยว่าบัญชีของตนถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม ให้รีบติดต่อธนาคารเพื่ออายัดบัญชีของตนทันที

3.หากมีข้อความรหัสตัวเลข หรือรหัส OTP ส่งเข้ามาในเครื่องโทรศัพท์โดยไม่ทราบที่มาที่ไป ห้ามเผยแพร่หรือส่งต่อให้ผู้อื่นทราบ เพราะอาจกำลังถูกขโมยบัญชีธนาคาร หรือกำลังถูกใช้โปรแกรมควบคุมอุปกรณ์สื่อสารระยะไกลขโมยเงินจากบัญชีธนาคาร 4.การสมัครงานออนไลน์ควรตรวจสอบบริษัทจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th เพื่อให้ทราบว่าบริษัทจดทะเบียนจริง มีตัวตน ยังประกอบธุรกิจอยู่หรือไม่ จากนั้นให้ตรวจสอบไปยังบริษัทโดยตรงว่ามีประกาศรับสมัครงานหรือไม่ ปัจจุบันศูนย์ PCT เตือนภัยรูปแบบกลโกงรวม 18 วิธี หากสงสัยเกรงจะตกเป็นเหยื่อปรึกษาได้ที่ สายด่วน บช.สอท. 1441 หรือศูนย์ PCT 08-1866-3000 แจ้งความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.com

วันเดียวกัน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอเตือนประชาชนระมัดระวังอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพหลอกทำประกันชีวิต โดยเฉพาะการพูดคุยโทรศัพท์ชักชวน สร้างแรงจูงใจให้เข้าใจผิด โดยมักอธิบายถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเกินจริง อ้างตัวเป็นสถาบันการเงินของรัฐ มิจฉาชีพพัฒนากลโกงที่แยบยลให้น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ผ่านรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้สมาคมสถาบันการเงินของรัฐออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกรณีที่มีมิจฉาชีพแอบอ้างนำตราสัญลักษณ์ของสมาคมสถาบันการเงินของรัฐไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนโอนเงินเพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ หรือเพื่อยืนยันผลการทำธุรกรรมการเงินใด ยืนยันว่าสมาคมสถาบันการเงินของรัฐไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแอบอ้างบริการทางการเงินดังกล่าว ก่อนทำประกันให้พิจารณาอย่างรอบคอบ ควรตรวจสอบรายชื่อจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) หรือตัวแทนที่น่าเชื่อถือ รวมทั้งติดต่อกับบริษัทประกันภัยด้วยตนเอง ไม่ควรทำประกันผ่านตัวแทนที่ไม่เคยรู้จัก โดยเฉพาะกรณีที่มีการแจกสิ่งของเพื่อจูงใจ หรือมีราคาถูกเป็นพิเศษ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ควรศึกษาเงื่อนไข ความคุ้มครองก่อนซื้อ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ตรงกับความต้องการ และความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย อย่ารีบตัดสินใจ

ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้พบกรณีประชาชนถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพผ่านช่องทางออนไลน์และโซเชี่ยลมีเดียลักษณะคล้ายกันคือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงินให้มิจฉาชีพที่แสดงตัวในรูปแบบต่างๆ เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ และนำไปสู่การถูกจารกรรมทรัพย์สินซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินในบัญชีเงินฝาก สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) มีคำเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลอื่นบนช่องทางออนไลน์ หรือ โซเชี่ยลมีเดีย โดยเฉพาะบุคคลที่ไม่รู้จัก และหลีกเลี่ยงการร่วมกิจกรรมบนโซเชี่ยลมีเดีย ที่มีลักษณะการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใน ที่สาธารณะ เช่น การรับรหัส ATM นำโชค ที่แจกให้ผู้มีความเชื่อเกี่ยวกับตัวเลขซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้

น.ส.ไตรศุลีกล่าวต่อว่า ข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญ 5 ประเภทที่ สพร.เตือนให้ระมัดระวังไม่เปิดเผยต่อบุคคลอื่น ประกอบด้วย 1.หมายเลขข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรประชาชน เลขหนังสือเดินทาง เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 2.ข้อมูลพิกัดที่อยู่อาศัย เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ 3.ข้อมูลธนาคาร เช่น เลขบัญชี รหัส ATM เลขบัตรเครดิต 4.ข้อมูลทางชีวมิติ เช่น ลายนิ้วมือ ข้อมูลแสดงม่านตา 5.ข้อมูลอุปกรณ์ เช่น IP Address, Mac Address, Cookie ID รวมถึงข้อมูลทรัพย์สินของบุคคล เช่น ทะเบียนรถยนต์ โฉนดที่ดิน วันเดือนปีเกิด เชื้อชาติ ข้อมูลทางการแพทย์ ข้อมูลทางการศึกษา ข้อมูลการจ้างงาน ข้อมูลประเมินผลการทำงานหรือความเห็นของนายจ้าง ข้อมูลบันทึกต่างๆ ที่ใช้ติดตามตรวจสอบกิจกรรมของบุคคล ตลอดจนข้อมูลที่สามารถใช้ค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลอื่นในอินเตอร์เน็ต เพราะเสี่ยงต่อการรั่วไหล นำไปสู่การจารกรรมข้อมูลและเกิดการสูญเสียเงินและทรัพย์สิน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน