ตำรวจภาค 1 เร่งล่าแก๊งพนันออนไลน์อุ้มหนุ่ม 16 เจ้าของบัญชีม้าที่ลอบเบิกเชิดเงินขบวนการไปเกือบ 4 แสน ก่อนเกิดขัดแย้งกันในกลุ่มยิงเพื่อนร่วมแก๊งสาหัส 1 ทิ้งจม กองเลือด เป็นพยานชี้ตัว ล่าสุดออกหมายจับแล้ว 7 เร่งสืบหลักฐานเชื่อมโยงออกหมายเพิ่มอีก 2 ราย อยู่ระหว่างเร่งล่าตัว ‘พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน’ ชี้ต้องแยกคดีเป็นหลายส่วน ทั้งตัวหนุ่ม 16 ที่ถูกอุ้ม แต่ผิดเรื่องบัญชีม้าส่วนคนที่ถูกยิงเป็นทั้งผู้เสียหายและผู้ต้องหาด้วย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ก.ย. พล.ต.ต. พีระพงศ์ วงษ์สมาน รองผบช.น. รรท.รอง ผบช.ภาค 1 ประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนที่ห้องประชุม สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ติดตามความคืบหน้า กลุ่มชายฉกรรจ์จากกลุ่มพนันออนไลน์รวม 7 คน ก่อเหตุบุกอุ้มเยาวชนชายอายุ 16 ปี ซึ่งรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งพนันออนไลน์ แต่ถูกหนุ่มอายุ 16 ปี เจ้าของบัญชีเชิดเงินไปจำนวน 346,000 บาท ก่อนกลุ่ม ผู้ก่อเหตุเกิดความขัดแย้งกันเอง ยิงนายสุรชัย ไพทยะทัต อายุ 26 ปี พวกเดียวกันบาดเจ็บสาหัส ก่อนนำเหยื่ออายุ 16 ปี ไปทิ้งริมถนนมอเตอร์เวย์ ย่านลาดกระบัง ในสภาพถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนรักษาตัวอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลลาดกระบัง

หลังการเรียกประชุมทีมชุดสืบสวน พล.ต.ต.พีระพงศ์เผยว่า เบื้องต้นพบว่าเยาวชนชายอายุ 16 ปี ที่ถูกอุ้มไปทำร้ายร่างกาย มีความเกี่ยวโยงกับเรื่องของการพนันออนไลน์ ส่วนในกลุ่มนั้นใครจะเกี่ยวข้องกันยังไง ใครเป็นเจ้าของเงิน ใครเป็นเจ้าของเว็บอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวน ส่วนประเด็นสมาชิกในกลุ่มเกิดขัดแย้งยิงกันเองระหว่างไปอุ้มตัวเยาวชนชายนั้น ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดมาจากสาเหตุอะไรกันแน่ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของกลุ่มดังกล่าวไม่พบว่าเคยต้องคดีใดๆ มาก่อน แต่มีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับการพนันออนไลน์อย่างชัดเจน นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบที่มาที่ไปของยอดเงินจำนวน ดังกล่าวด้วย

พล.ต.ต.พีระพงศ์กล่าวอีกว่า คดีต้องแยกออกเป็นสองส่วน คือในส่วนของเยาวชนชายอายุ 16 ปี ที่รับจ้างเปิดบัญชีม้ามีความผิดส่วนหนึ่ง ส่วนกลุ่มผู้ต้องหาที่ร่วมกันวางแผนกันมามีความผิดตั้งแต่สมรู้ร่วมคิด กักขังหน่วงเหนี่ยวบังคับขืนใจ พกพาอาวุธปืน ยิงปืนในที่สาธารณะตามความผิดที่ปรากฏ แต่ในส่วนของคนที่ถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัสตกอยู่ในฐานะผู้ต้องหาและผู้เสียหายด้วยเช่นกัน ต้องแยกออกเป็นแต่ละคดี

“เบื้องต้นขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้เพิ่มอีก 6 คน รวมเป็น 7 คน และกำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับ เพิ่มอีก 2 ราย เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน กำลังอยู่ในระหว่างการติดตามจับกุมตัว อยู่ และยังไม่ได้รับการติดต่อขอมอบตัว ใดๆ จากทางกลุ่มผู้ต้องหา” พล.ต.ต.พีระพงศ์กล่าว

รายานข่าวแจ้งว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา มีกลุ่มชายฉกรรจ์บุกใช้อาวุธปืนจี้จับตัวเยาวชนชายอายุ 16 ปี หน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์แห่งหนึ่งใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ช่วงเกิดเหตุนายสุรชัยผู้บาดเจ็บร่วมแก๊งมาด้วย พูดจาโวยวายใส่คนที่มองดูเหตุการณ์ในร้านแล้วทำท่าเปิดเสื้อโชว์ปืนที่เอว ทำให้ชายเสื้อดำที่เดินล็อกคอหนุ่ม 16 ปี หันมาใช้ปืนยิงใส่นายสุรชัยจำนวน 2 นัดจนล้มลงไปนอนกับพื้น ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันเดินออกไปอย่างใจเย็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ส่วนนายสุรชัยถูกส่งรักษาที่ร.พ. กรมชลประทาน จนอาการปลอดภัย ต่อมา เจ้าหน้าที่เข้าสอบปากคำชี้ตัวผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด พร้อมออกหมายจับนายกิติพร หรือ บัง บัวน้อย ที่ยิงนายสุรชัยเป็นผู้ต้องหารายแรก ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ ล่าสุดออกหมายจับ ผู้ต้องหาในคดีนี้เพิ่มอีก 6 คน รวมเป็น 7 คน และกำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยาน หลักฐานออกหมายจับเพิ่มอีก 2 ราย เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน ดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน