ป้อมลุกส์ใหม่ถูกใจโจ๋ ไม่วิตกข้อห้าม180วัน เพื่อไทยรีบดักคอกกต.อย่าทำสองมาตรฐาน เสี่ยหนู-อู๊ดด้ายันรักกัน

‘อุ๊งอิ๊ง’เปิดใจ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ยังไม่ถึงรอบไฟนอล อาจได้คนที่มีคุณสมบัติดีกว่า ส่วนตัวขอรอดูสถานการณ์บ้านเมือง รวมถึงผลคดีวาระนายกฯ 8 ปี 30 ก.ย.นี้ก่อน ทีมกฎหมาย ‘บิ๊กตู่’ โต้ผลวินิจฉัยรั่ว ยันเป็นไปไม่ได้ ‘ป้อม’ เขินถูกแซวปรับลุกส์ใหม่ ใส่ยีนส์โดนใจวัยรุ่น ไม่กังวลข้อห้าม กกต. 180 วันก่อนสภาผู้แทนฯ หมดอายุ ยันพปชร.เตรียมพร้อมแล้ว ‘ชัยวุฒิ’ ชี้ช่องจับตาพรรคใหญ่เปิดเวทีแลนด์สไลด์ คาดใช้เงินเป็น 10 ล้านต่อ 1 เวที เพื่อไทยดักคอ กกต.อย่าสองมาตรฐาน ปล่อยรัฐมนตรีแจกของเนียนๆ รักษาการนายกฯ ยัน ภท.-ปชป.ไม่มีปัญหา ‘จุรินทร์-อนุทิน’ บอกรักกัน เคารพความเห็นต่าง

ป้อมไม่กังวลปม 180 ก่อนลต.
เวลา 12.20 น. วันที่ 20 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม. กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตือน ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร หลัง 24 ก.ย. ให้ระมัดระวังเรื่องการแจกของ เนื่องจากเข้าสู่ช่วง 180 วัน ที่สภาผู้แทนราษฎรจะครบวาระ 23 มี.ค.2566 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เราได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้วเรื่องการใช้เงิน ต้องสอบถามรายละเอียดทาง กกต.อีกครั้งว่าจะใช้เงินอะไรได้บ้าง อะไรใช้ไม่ได้บ้าง ไม่ต้องห่วงพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็ต้องเตรียมการไว้ เมื่อถามว่าช่วงนี้ถือว่าเข้าสู่โหมดเลือกตั้งหรือยัง พล.อ.ประวิตร เองก็เดินสายลงพื้นที่ตลอด รองนายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลา จะเข้าสู่โหมดเลือกตั้งอย่างไร สื่อคิดไปเองใช่ไหม

เขินถูกแซวปรับลุกส์วัยรุ่น
เมื่อถามว่าเข้าช่วงท้ายของรัฐบาลต้องขันนอตการประชาสัมพันธ์ข้อมูลผลงานรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า งานประชา สัมพันธ์ดำเนินการอยู่แล้ว และอยู่ที่นักข่าวต้องช่วยด้วย เมื่อถามว่าจะแจกงานให้รัฐมนตรีช่วยลงพื้นที่มากขึ้นหรือไม่ เพราะพล.อ.ประวิตรลงพื้นที่ทุกสัปดาห์ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า รัฐมนตรีก็ไปกันเองอยู่แล้ว เขารู้ว่าควรจะทำอะไร ไม่ต้องห่วง

ช่วงท้ายผู้สื่อข่าวกระเซ้าเรื่องปรับลุกส์การแต่งตัว สวมกางเกงยีนส์ดูกระฉับกระเฉงวัยรุ่น โซเชี่ยลชอบลุกส์นี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “วันนั้นเป็นวันหยุด” เมื่อถามว่าลงพื้นที่วันหยุดจะแต่งตัวแนวนี้อีกใช่หรือไม่ วัยรุ่นชอบ พล.อ.ประวิตร ยิ้มเขิน ก่อนขึ้นรถเดินทางออกจากทำเนียบ โดยไม่ตอบอะไร

ยันภท.-ปชป.ไม่มีปัญหากัน
เมื่อถามถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เรื่องร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง และร่างพ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้คุยกันในครม.หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่มีอะไร ทำงานด้วยกันเรียบร้อย ไม่มีอะไร เรียบร้อยดี”

จุรินทร์ยันปชป.มีวุฒิภาวะ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าปชป. ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะภท.กับปชป. ว่า ปชป.ไม่มีปัญหา เราตัดสินใจทุกเรื่องโดยยึดประโยชน์ส่วนรวมและอนาคตประเทศเป็นหลัก และในความเป็นจริงกฎหมายที่เสนอโดย ปชป.ก็ไม่ผ่านสภาหลายฉบับ เช่น ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอไป 7 ร่าง ผ่านแค่ร่างเดียว ก็ไม่ได้ไปตำหนิใครหรือพรรคใด แม้แต่เรื่องกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ ปชป.เป็นผู้จัดตั้งในยุคนายชวน หลีกภัย ซึ่งเห็นว่าควรมีดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ แต่บางพรรคไม่สนับสนุนแนวทางนี้และไม่ยกมือให้ เราก็เคารพความเห็น ไม่มีปัญหาอะไร เรามีวุฒิภาวะทางการเมือง

เมื่อถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดการต่อสู้ในการเลือกตั้งระหว่างพรรคต่างๆ ในภาคใต้มากขึ้นหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ขอพูดถึงพรรคไหน ทุกภาคจะมีนักการเมืองลงไปเตรียมตัวลงสมัคร ไม่มีภาคไหนลงมาพรรคเดียว ภาคใต้ก็มีหลายพรรค ที่ผ่านมา ปชป.ก็แข่งขันกับหลายพรรค เราเป็นสถาบันการเมืองที่คนภาคใต้แยกแยะออก ไม่ได้ทำพรรคเฉพาะกิจ ประชาชนภาคใต้แยกออกอันไหนยั่งยืน อันไหนเฉพาะกิจ

ไม่มีปัญหากับ‘อนุทิน’
เมื่อถามถึงกรณีพล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้า พปชร. ลงพื้นที่จ.นราธิวาส ประกาศจะชนะเลือกตั้งทั้งจังหวัด นายจุรินทร์กล่าวว่า ปชป.มีผู้สมัครในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เกือบจะครบแล้ว และหวังว่าจะได้รับเลือกไม่น้อย นราธิวาสก็เกือบครบ 100% ดาวเด่นที่ลงพื้นที่ต่อเนื่องคือ นายเมธี อรุณ หรือนักร้องนำวงลาบานูน และนายเจะอามิง โตะตาหยง ก็กลับมาทำงานร่วมกับพรรค จ.ยะลา ก็มีว่าที่ ผู้สมัครส.ส.แล้วคือน้องชายนายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ อดีตส.ส.ยะลา ฉะนั้นจังหวัดชายแดนภาคใต้เรามีความพร้อม ตอนนี้ทั้ง 58 เขต ปชป.ได้คัดเลือกว่าที่ผู้สมัครส.ส.ใต้ คืบหน้าไปกว่า 95%

เมื่อถามถึงกรณีสมาชิก ปชป. กับส.ส.ภท.โต้เถียงกันถึงการซื้อเสียงใน จ.สงขลา นาย จุรินทร์กล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องในพื้นที่อธิบาย ปชป. ไม่ทะเลาะกับใคร พรรครวมไทยสร้างชาติที่ประกาศปักธงที่ภาคใต้เช่นกันไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่า หากเจอนายอนุทินในที่ประชุม ครม.จะพูดคุยตามปกติหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า “อ๋อ ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ”

อนุทินชี้กับจุรินทร์-รักกัน
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าภท. กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ เมื่อถามว่าต้องเคลียร์ใจอะไรกับนายจุรินทร์เป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่มีอะไร รักกัน” เมื่อถามถึงปัญหากับ ปชป.ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.กยศ. และร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ว่า เป็นเรื่องความเห็นแต่ละพรรคที่ไม่ตรงกันในสภา ไม่อยากให้เรียกว่าขัดแย้ง เพราะเป็นเอกสิทธิ์ที่แต่ละพรรคจะเห็นต่างกัน แต่ทุกฝ่ายควรเคารพกติกา เมื่อเสียงส่วนใหญ่ในสภาให้ทบทวนก็ต้องเคารพกติกา

กับนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าปชป. ระหว่างรับประทานอาหาร ได้พูดคุยกับนายสาธิตแล้ว ยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดใจกัน ส่วนกับหัวหน้าปชป.ยังไม่ได้คุย และหัวหน้าพรรคไม่เคยคุย ส่วนใหญ่จะคุยผ่านวิปรัฐบาล พ.ร.บ.กัญชาฯ สุดท้ายต้องเคารพมติสภา เมื่อกฎหมายยังไม่ผ่านก็ใช้ประกาศของกระทรวงสาธารณสุขไปดูแล เมื่อถามว่าที่เคยระบุจากนี้คงไม่ต้องเกรงใจอะไรกันแล้ว จะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายที่ เสนอโดยปชป. นายอนุทินกล่าวว่า ภท.ไม่ได้คิดว่าครั้งนี้เขาคว่ำกฎหมายของเรา ครั้งหน้าเราต้องไปคว่ำของเขาคืน สิ่งใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเราเห็นด้วยทั้งหมด เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่ ภท.และปชป.เห็นด้วยกับฝ่ายค้าน ที่ไม่ให้ส.ว.เลือกนายกฯ เป็นต้น

พบประชาชน – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นำกรรมการบริหารพรรค และว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตธนบุรี-คลองสาน นำทีมไทยสร้างไทยพบประชาชนเขตธนบุรี พร้อมให้บริการตัดผม-ตัดแว่นฟรี ที่ตลาดพลู เมื่อวันที่ 20 ก.ย.

ลงพื้นที่เรื่องเกมการเมือง
เมื่อถามว่าหากกฎหมายกัญชาฯ ไม่ผ่านสภา จะส่งผลให้ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถอนทำไม จะเลือกตั้งอยู่แล้ว จึงไม่คิดถึงเรื่องนั้น ถ้าไม่ผ่านวาระสาม ก็เป็นเรื่องของสภา แต่สะท้อนว่าพรรคที่ระบุอยากให้มีกฎหมายควบคุมการใช้กัญชาพูดไปอย่างนั้น ไม่ได้ต้องการให้เกิดขึ้นจริง

เมื่อถามว่าสาเหตุของรอยร้าวกับปชป. มาจาก ภท.พยายามเข้าไปยึดพื้นที่ภาคใต้ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่สามารถห้ามความคิดคนอื่นได้ แต่เราไม่คิดอะไรเพราะคนเข้ามา จ.บุรีรัมย์ ก็เยอะ จะมาดึงส.ส.อ่างทองไปจากเราก็มี หาก ภท.ไม่ไปลงพื้นที่ไหนก็จะถูกมองว่าไปฮั้วกันอีก ยืนยันว่าไม่มีปัญหาและทำงานอย่างเต็มที่ นี่คือเกมการเมืองว่ากันไป เราไม่ได้มีเรื่องทะเลาะกันส่วนตัว กฎหมาย กยศ. และกฎหมายกัญชา หลายพรรคต่อต้านจะเดินหน้าต่ออย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เราคิดนโยบายอะไรต้องทำให้ได้ก่อน เรามองไปข้างหน้าอย่างเดียวและไม่ไปด้อยค่าคนอื่น

สาทิตย์จี้กมธ.ทบทวน-อย่ามีทิฐิ
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ปชป. กล่าวกรณี กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กัญชาฯ ทำหนังสือถึงพรรคการเมืองขอความเห็นต่อเนื้อหาให้ปรับปรุงร่างกฎหมาย ก่อน กมธ.จะนัดประชุมเพื่อพิจารณาเนื้อหาวันที่ 3 ต.ค.นี้ว่า ไม่แน่ใจหนังสือของ กมธ.ถึงพรรคหรือยัง แต่ยืนยันตนจะทำหนังสือเป็นข้อเสนอให้ทบทวนร่างดังกล่าว ทั้งการแก้ไขคำนิยาม ระบบการออกใบอนุญาต จำนวนต้นกัญชาที่ให้ปลูกในครัวเรือน อำนาจของรัฐมนตรี การเปิดช่องจำหน่ายทั้งกัญชา สารสกัด อุปกรณ์การสูบ เป็นต้น

ยืนยันเหตุผลที่ขอให้ กมธ.ถอนร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ออกจากวาระ เพราะเห็นผล กระทบจากการปลดล็อกกัญชาช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา หากไม่มีกฎหมายที่ควบคุมให้ดีจะทำให้เกิดปัญหา “ยืนยันเรื่องนี้ได้คุย และเจรจากับกมธ.แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่การเอาชนะ แต่คือความรับผิดชอบร่วมกันของสภา ดังนั้น ขอให้กมธ.พิจารณาอย่ามีทิฐิ หรือตั้งเงื่อนไขให้ทุกพรรคส่งความเห็นให้ครบจึงทบทวน ส่วนการทำงานภายใต้พรรคร่วมรัฐบาล ผมเชื่อว่าไม่มีปัญหาเพราะการเมืองเข้าใจกันแล้ว” นายสาทิตย์กล่าว

ชัยวุฒิแจงป้อมปรับลุกส์ใหม่
ที่ทำเนียบ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ของพล.อ.ประวิตร ช่วง 1 เดือนว่า พล.อ.ประวิตร ทำหน้าที่ได้ดีมาก การประชุมครม.หรือการประชุมในเรื่องสำคัญต่างๆ ผ่านไปได้ด้วยดี เรียบร้อยทุกเรื่อง และไม่ได้มีปัญหาอะไรที่เกิดจากการทำงานของพล.อ.ประวิตร ทุกอย่างไปได้ด้วยดีหมด

เมื่อถามว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ. ประวิตรปรับลุกส์สวมกางเกงยีนส์ เตรียมพร้อมเป็นนายกฯ หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า แค่ใส่กางเกงยีนส์เป็นนายกฯได้เลยหรือ มันไม่เกี่ยวกัน พล.อ.ประวิตรเป็นคนแต่งตัวสบายๆ อยู่แล้ว ใส่กางเกงยีนส์ เสื้อยืดเป็นปกติ แต่ที่ผ่านมามักเห็นภาพเวลาไปปฏิบัติราชการก็จะแต่งตัวเรียบร้อย หรือสวมเครื่องแบบ แต่ถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์ก็จะแต่งตัวสบายๆ ไม่ได้เป็นเรื่องการเมืองอะไร การแต่งตัวที่ทันสมัยขึ้นก็เป็นเรื่องดูดีและถูกต้องแล้ว ทุกพรรคก็ต้องปรับลุกส์ให้ดูทันสมัย และกระฉับกระเฉง สดใส นักการเมืองก็ต้องทำบุคลิกภาพให้เป็นที่นิยมของประชาชน

จี้กกต.แจงข้อห้าม 180 วัน
นายชัยวุฒิกล่าวว่า การแต่งตัวเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ห่วงมากกว่าคือเรื่องทำกิจกรรมการเมือง จึงอยากฝากเตือนไปทุกพรรคว่า หลัง 24 ก.ย.ต้องมีความชัดเจนในการจัดกิจกรรมการเมือง เช่น การเปิดเวทีปราศรัยต้องมีค่าใช้จ่าย ทั้งค่าเวที ค่าจอ ค่าอาหารดูแลคนที่มาฟังปราศรัย แล้วยิ่งทุกคนใส่เสื้อเหมือนกันหมดก็เหมือนมีการแจกเสื้อด้วย จึงอยากให้ทุกคนระมัดระวังว่าจุดนี้จะคิดเป็นค่าใช้จ่ายหรือไม่ กกต.ต้องชี้แจงด้วยว่าจะทำอะไรได้บ้าง อะไรที่คิดเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดปราศรัย ทั้งการแจกเสื้อ และการเลี้ยงอาหารหรือการแจกสิ่งของน้ำท่วม

กกต.ต้องพูดให้ชัดเจน วันนี้กกต.พูดแต่ในเชิงภาพรวมของกฎหมาย แต่พอลงไปในรายละเอียดมันจะมีปัญหามาก โดยเฉพาะพรรคใหญ่ๆ ที่จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองต้องระมัดระวัง เพราะถ้าปล่อยให้พรรคหนึ่งพรรคใดเอาเปรียบกันมันก็ไม่ดี เมื่อถามว่ามองกันว่ารัฐบาลได้เปรียบในการนำสิ่งของแต่ละหน่วยงานไปแจก ในการหาเสียง นายชัยวุฒิกล่าวว่า ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง การทำหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐในการดูแลประชาชน กกต.จะมีความเห็นอย่างไร แต่ส่วนตัวมองเป็นเรื่องปกติเพราะไม่ใช่ทำในนามพรรค แต่เป็นการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนไม่น่าจะนับอยู่แล้ว

เตือนเปิดเวทีแลนด์สไลด์
“ที่ผมเป็นห่วงคือการลงพื้นที่หาเสียงซึ่งไปในนามพรรค น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะพรรคใหญ่ที่จะแลนด์สไลด์ จัดกิจกรรมทางการเมืองคนเยอะมาก จัดเวทีใหญ่มาก ค่าใช้จ่ายสูงมาก ผมคิดว่าแต่ละเวทีเป็น 10 ล้านบาท แล้วจะนับอย่างไร นับหรือเปล่าระวังด้วย” นายชัยวุฒิกล่าว

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พปชร. กล่าวถึงการลงพื้นที่เตรียมพร้อมเลือกตั้งว่า พล.อ. ประวิตร ในฐานะหัวหน้า พปชร.ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนเต็มที่ แต่ขณะนี้เป็นหน้าฝนการออกพื้นที่พบประชาชนไม่ง่าย คาดว่าจะใช้เวลาอีก 1 เดือนกว่าจะสตาร์ต ให้ผ่าน ต.ค.หน้าฝนก็พ้นไป หลังลอยกระทงฝนไม่ตก คงเข้าสู่โหมดการเมือง การลงพื้นที่อย่างเต็มที่

เมื่อถามถึงกรณี กกต.เตือนการแจกของหลัง 24 ก.ย.นี้ นายสมศักดิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของ ส.ส.ที่ต้องระวัง ทุกการหาเสียงหรือการลงพื้นที่ให้ยึดตามแนวของกกต. ซึ่งพรรค การเมืองก็เตรียมพร้อมเรื่องระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ พยายามระวัง แม้ระวังมากแค่ไหนก็ยังมีการร้องเรียนเพราะมีบรรทัดฐานเกิดใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ เช่น ไปทำบุญต้องระวัง อย่าใช้เงินเกินกว่าที่กำหนด

อนุสรณ์จี้กกต.อย่า 2 มาตรฐาน
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีกกต.แจ้งเตือนกรอบเวลา 180 วัน ก่อนวันครบอายุสภา 23 มี.ค.66 ที่ผู้สมัครและพรรคต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ทำให้หลัง 24 ก.ย.ไม่สามารถแจกสิ่งของช่วยน้ำท่วมหรือโควิดได้ ว่า พท.พร้อมปฏิบัติตามกรอบกฎหมายอย่างเครัด แต่จะเป็นประโยชน์มากกว่านี้หาก กกต.ที่เป็นผู้ประกาศระเบียบนี้ออกมา ไปจับตาการลงพื้นที่ของรัฐบาลและทุกพรรคอย่างเสมอภาค เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่สองมาตรฐาน

ไม่ใช่เป็นฝ่ายรัฐบาลทำอะไรก็ไม่ผิดหรือผิดยาก รัฐมนตรีอาศัยอำนาจหน้าที่ในรัฐบาลไปแจกของแบบเนียนๆ ได้ แต่ถ้าเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลไม่สามารถทำได้ หากเป็นเช่นนั้นข้อกฎหมายนี้คงไม่เกิดประโยชน์ในการทำให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม เพราะจะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง

จี้ตรวจสอบป้าย-สัญญาจะให้
โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายใกล้หมดอายุรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลต่างลงพื้นที่กันอย่างหนัก ดูเหมือนว่าจะเป็นการลงไปหาเสียงล่วงหน้ามากกว่าการไปเยี่ยมเยียน เพื่อแก้ปัญหาหรือนำนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติต่อประชาชน นอกจากการลงพื้นที่แจกของหาเสียงแล้ว กกต.ต้องไปดูการขึ้นป้ายที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายในลักษณะสัญญาว่าจะให้ รวมถึงป้ายนำเสนอนโยบายที่ไม่สามารถทำได้จริง หวังจูงใจให้ประชาชนเลือกในการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วย

“กกต.ออกมาเตือนเพื่อให้พรรคการเมือง นักการเมืองระมัดระวัง แต่หัวใจสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่สองมาตรฐาน” นายอนุสรณ์กล่าว

‘อิ๊ง’ชี้แคนดิเดตนายกฯ
เวลา 16.00 น. ที่อาคารชินวัตร 3 ถ.วิภาวดีฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พท. และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษข่าวสด และเครือมติชน กรณี พท.ยังไม่ประกาศชื่อแคนดิเดตนายกฯ ว่า พรรคอาจดูว่าจะเสนอทั้งหมดกี่ชื่อ และอยากรอให้มีเลือกตั้งก่อนแล้วค่อยประกาศ หากประกาศช้าก็เป็นการตื่นเต้น เพราะจะได้ค่อยๆ เดากันไปว่าจะมีชื่อหรือไม่มีชื่อใคร หรือจะมีชื่อใครเพิ่มเติม และพรรคจะได้มีโอกาสคิดเพิ่มว่าใครเหมาะสมที่สุด เพราะการเมืองเปลี่ยนได้โดยที่เราคาดเดาไม่ได้ในหลายๆ อย่าง ตนก็เห็นด้วยที่พรรคยังไม่เปิดชื่อตอนนี้ เพราะสุดท้ายแล้วอาจมีคนที่ดีมากแซงทางโค้งก็ได้

ส่วนที่หลายคนมองว่าจะเป็นชื่อของตน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค และนักธุรกิจอีกหนึ่งคนนั้น ขณะนี้ก็ยังไม่ไฟนอล จะมีชื่อของตนหรือไม่ก็ยังไม่แน่ใจ ส่วนความเป็นไปได้จะเป็นชื่อ 3 คนนี้ มีมากน้อยแค่ไหนนั้นตนจะพูดแค่ในส่วนตน คนอื่นตนไม่ทราบ ไม่อยากตอบแทน ซึ่งชื่อของตนมีความเป็นไปได้อยู่แล้ว และมีความเป็นไปได้ที่จะไม่มีชื่อตน เหตุผลที่อาจไม่มีชื่อตน อาจเพราะทำงานในพรรคสักพักแล้วคนในพรรคเริ่มรู้สึกว่าจุดนี้ไม่ใช่ คนนี้ทำงานไม่เป็นหรือไม่

รอดูคำวินิจฉัย 30 ก.ย.ด้วย
“แต่อิ๊งคิดว่าก็ไม่เป็นไร อยู่จุดไหนก็ตาม อิ๊งก็ยังอยากอยู่ในพรรคเพื่อไทย ยังอยากช่วยผลักดันเรื่องต่างๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นแคนดิเดต ทุกวันนี้ที่อิ๊งทำอยู่ก็ทำเต็มที่ เราดูสถานการณ์ของประเทศด้วย สถานการณ์ของพรรคจริงๆ ก็ค่อนข้างเสถียรพอสมควร แต่ต้องดูทั้งประเทศด้วยว่าจะเกิดอะไรต่อไป

รวมถึงวันที่ 30 ก.ย.นี้ก็เป็นเรื่องสนุกอีกเรื่อง ก็ต้องรอดูกันต่อไป เมื่อศาลรัฐธรรมนูญประกาศก็ต้องยอมรับอยู่แล้ว แต่ความรู้สึกของประชาชนคนไทยน่าจะคิดคล้ายๆ กันเป็นส่วนใหญ่ว่า พล.อ.ประยุทธ์อยู่มา 8 ปีแล้ว และท่านก็น่าจะเรียกตัวเองว่านายกฯ มา 8 ปีแล้ว” น.ส.แพทองธารกล่าว (อ่าน รายละเอียดหน้า 7)

ทีมกม.ตู่โต้ผลตัดสินรั่ว
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.วิระ โรจนวาศ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รับผิดชอบจัดทำคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยวาระดำรง 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ 30 ก.ย.นี้ กังวลหรือไม่ ว่า ไม่กังวลอะไรรอฟังคำวินิจฉัย ข่าวต่างๆ ที่ออกมาตนไม่ทราบที่มาที่ไป

เมื่อถามว่าเอกสารต่างๆ ยื่นครบแล้ว พล.ต.วิระกล่าวว่า ยื่นครบแล้ว วันที่ 30 ก.ย. ช่วงเช้าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมกันก่อน เมื่อถามว่ากรณี พล.อ.ประยุทธ์จะชี้แจงเพียงแค่ว่าอยู่ครบ 8 ปีหรือไม่ครบ พล.ต.วิระกล่าวว่า ตนไม่ทราบ รวมถึงข่าวที่ออกมาทั้งหมด ทั้งเรื่องผลการตัดสินที่ระบุจะออก 3-2-4 หรือ 7 ต่อ 2 ตนไม่ทราบและมองว่าเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้ตุลาการยังไม่ได้ประชุม เช้าวันที่ 30 ก.ย.ถึงจะประชุมและมีคำวินิจฉัยส่วนตัวก่อน แล้วค่อยวินิจฉัยกลาง โดยในวันดังกล่าวตนจะเป็นตัวแทนไปรับฟังคำวินิจฉัยศาล เมื่อถามว่า รู้สึกกดดันกับข่าวต่างๆ ที่ออกมาหรือไม่ พล.ต.วิระกล่าวปฏิเสธว่า “ไม่ ผมทำในส่วนที่เกี่ยวข้อง” เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ว่าเตรียมตัวอย่างไร พล.ต.วิระกล่าวว่า ก็เหมือนกับข่าวที่ท่านบอกมาว่าเคารพคำพิพากษา

ป้อมโชว์มาดนายกฯ-สั่งครม.
รายงานข่าวจากทำเนียบเผยว่า ในครม. พล.อ.ประวิตรให้ความสำคัญเกี่ยวกับค่าเงินบาทที่กำลังอ่อนตัว โดยกำชับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เร่งหารือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อประคองให้ค่าเงินบาทอยู่ที่ 35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากกังวลว่าจะเหมือนยุค พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ที่ค่าเงินบาทลอยตัวไปถึง 54 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ โดย พล.อ. ประวิตรพูดทีเล่นทีจริงว่า “แบบนั้นตายห่าเลย ขอให้ดำเนินการโดยด่วน” เรียกเสียงหัวเราะจากรัฐมนตรี แต่ไม่มีใครกล่าวเสริมอะไร

พล.อ.ประวิตรยังนำข้อร้องเรียนจากประชาชนในการลงพื้นที่ จ.นราธิวาส เมื่อ 19 ก.ย. มาสั่งการ เช่น ให้กระทรวงคมนาคม เร่งรัดเส้นทางคมนาคมระหว่าง จ.ยะลา-อ.เบตง ที่ล่าช้า ให้บูรณะวัดในพื้นที่ เป็นที่สั่งเกตว่าตั้งแต่ พล.อ.ประวิตร ทำหน้าที่รักษาการนายกฯ จะนำข้อร้องเรียนจากประชาชนจากการลงพื้นที่มาสั่งการในที่ประชุม ครม.แบบลงรายละเอียด แตกต่างจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มักจะไม่ลงลึกในรายละเอียด

สุริยะเฮได้ 8.3 พันล.ช่วยไร่อ้อย
ครม.ยังมีมติอนุมัติงบกลาง โครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย ตัดอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น pm 2.5 ฤดูการผลิตปี 2564/2565 วงเงิน 8,320 ล้านบาท ซึ่ง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เสนอต่อ ครม.สัปดาห์ก่อนแต่ถูกตีตก เพราะถูกมองว่าเป็นช่วงปลายปีงบประมาณ แต่ผ่านมาสัปดาห์เดียว ครม.กลับอนุมัติ นายสุริยะได้กล่าวว่า ขอบคุณนายอาคม ที่จัดสรรงบมาให้จนได้ เวลาลงพื้นที่จะบอกประชาชนว่า การอนุมัติงบครั้งนี้เป็นผลงานของครม.ทั้งคณะ

เซฟบางกลอย – ผู้ประสานงานภาคี Save บางกลอย ยื่นหนังสือถึงนายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการอิสระ เพื่อสอบถามความคืบหน้าคดี ชาวบางกลอย 29 คนถูกสั่งฟ้อง มีนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองประธานคณะกรรมการอิสระคนที่ 1 รับหนังสือแทน ที่ทำเนียบรัฐบาล ประตู 5 เมื่อวันที่ 20 ก.ย.

เพิ่มงบระงับข้อพิพาทคิงส์เกต
และมติเห็นชอบวาระลับ (ริมแดง) เพิ่มกรอบวงเงินงบเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทย กับ บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ปีงบประมาณ 2560-2564 จาก 731.13 ล้านบาท เป็น 796.67 ล้านบาท ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ โดยกระทรวงให้เหตุผลว่าเนื่องจากคณะอนุญาโตตุลาการเลื่อนการออกคำชี้ขาดไปจนถึง 31 ธ.ค.65 ระหว่างนี้ยังคงมีค่าใช้จ่ายบางส่วนเกิดขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายในการประชุมคณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทฯ ค่าใช้จ่ายในการให้คำปรึกษาแนะนำของที่ปรึกษากฎหมายฝ่ายไทย เป็นต้น

1.3 พันล้านให้กลาโหม
ครม.ยังมีมติเห็นชอบวาระลับ (ริมแดง) เรื่องที่กระทรวงกลาโหมเสนอขอรับการสนับสนุนเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายบุคลากร ภายใต้แผนงานบุคลากรภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ 2565 ที่กลาโหมต้องเบิกจ่ายภายในเดือน ก.ย.นี้

เนื่องจากกลาโหมมีหน่วยรับงบประมาณ ที่มีงบฯ รายจ่ายบุคลากรไม่พอเบิกจ่ายจนถึงสิ้นเดือนก.ย. จึงเห็นควรให้กลาโหมขอรับงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงินรวม 1,321,699,600 บาท ประกอบด้วย กองทัพบก วงเงิน 760,445,100 บาท และกองทัพอากาศ 561,254,500 บาท

ครม.เท212ล.หนุนถ่ายหนังในไทย
เมื่อวันที่ 20 ก.ย. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร 6 เรื่อง เป็นเงินงบประมาณรวม 212.102 ล้านบาท เนื่องจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คงเหลืองบประมาณไม่เพียงพอ เพราะในปี 2565 ได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับดำเนินโครงการนี้ 167.612 ล้านบาท วงเงินดังกล่าวเบิกจ่ายและผูกพันงบประมาณแล้ว 154.940 ล้านบาท และในไตรมาสที่ 4/65 อีก 7.957 ล้านบาท จึงคงเหลือเงินในโครงการดังกล่าวเพียง 4.715 ล้านบาท ไม่เพียงพอกับการใช้จ่ายเพื่อคืนเงินตามมาตรการส่งเสริมแก่ผู้ถ่ายทำภาพยนตร์ 6 เรื่องที่ต้องใช้งบทั้งสิ้น 216.818 ล้านบาท จำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติม

รัฐบาลดำเนินมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2560 โดยให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้สร้างภาพยนตร์ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป ในรูปแบบการคืนเงิน (Cash Rebate) ร้อยละ 15-20 ตั้งแต่เริ่มโครงการ มีภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยแล้ว 43 เรื่อง เกิดรายได้หมุนเวียนในเศรษฐกิจประมาณ 8,560 ล้านบาท ดำเนินการคืนเงินแก่ผู้ประกอบการแล้ว 22 เรื่อง รวม 541.497 ล้านบาท นับว่าเป็นมาตรการที่เกิดประโยชน์ต่อประเทศและคุ้มค่า โดยเงินลงทุนจากผู้สร้างภาพยนตร์ทั้งหมดได้กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำทั่วประเทศ

ขณะที่ภาพยนตร์ 6 เรื่องที่ของบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติม 212.102 ล้านบาทในครั้งนี้ ถ่ายทำเสร็จในช่วงปี 2564 เป็นภาพยนตร์จากสหรัฐ 4 เรื่อง ฝรั่งเศส 1 เรื่อง และสิงคโปร์ 1 เรื่อง ทั้งหมดมีกำหนดฉายภายในปี 2565 การถ่ายทำทั้ง 6 เรื่องนำเงินเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทย 1,193.84 ล้านบาท มีการจ้างงานทีมงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง 12,000 คน ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจอัตราทวีคูณ รวม 2,384 ล้านบาท

ลดส่งเงินสมทบ‘ปกส.’
วันที่ 20 ก.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม. ว่า อนุมัติปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม 3 เดือน (ต.ค.-ธ.ค.65) ลดอัตราเงินสมทบฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนตาม ม.33 โดยให้แต่ละฝ่ายจ่ายเงินร้อยละ 3 ของค่าจ้างผู้ประกันตน ขณะที่รัฐบาลจ่ายเท่าเดิมที่ร้อยละ 2.75 ของค่าจ้าง ผู้ประกันตน ส่วนผู้ประกันตนตาม ม.39 ให้ปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนฯ จากเดิมเดือนละ 432 บาท เป็น 240 บาท เพื่อบรรเทาภาระนายจ้างจากสภาวะเศรษฐกิจและการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ

ราชทัณฑ์แจงบุญทรงร่วมงานศพแม่
วันที่ 20 ก.ย. กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงกรณีปรากฏภาพนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ ที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม คดีจำนำข้าว ไปร่วมพิธีฝังศพนางสุมาลี เตริยาภิรมย์ มารดา ว่า การออกนอกพื้นที่เรือนจำของนายบุญทรง เพื่อไปร่วมงานศพดังกล่าว เป็นไปอย่างถูกต้องตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 และระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการลาของนักโทษเด็ดขาด พ.ศ.2561 รวมถึงระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการลาของนักโทษเด็ดขาด (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563 เพื่อให้เป็นการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังอย่างมีมนุษยธรรม เป็นเครื่องจูงใจให้ผู้ต้องขังประพฤติดี อยู่ในระเบียบวินัย เป็นผลดีต่อการปกครองและการบริหารงานของเรือนจำ/ทัณฑสถาน รวมถึงเป็นการให้โอกาสในการแสดงความกตัญญูและการไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ถึงแม้นายบุญทรงจะอยู่ในความสนใจของประชาชน แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ทั้งยังเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยมและมีคุณสมบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

เรือนจำกลางคลองเปรม มีอำนาจอนุญาตให้นายบุญทรง ลากิจตามที่ร้องขอ ระหว่างวันที่ 18-20 ก.ย.นี้ โดยได้ประสานเรือนจำจังหวัดลำพูนและสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อประสานการเดินทางไปร่วมพิธีศพได้ โดยมีเจ้าหน้าที่เรือนจำควบคุมอย่างใกล้ชิด และนำตัวกลับทันทีที่เสร็จภารกิจ

ห้าม‘โรคจิต’รับราชการ
วันที่ 20 ก.ย. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุมครม. ว่า เห็นชอบร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. …. ตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ โดยปรับปรุงกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ.2553 ยกเลิก “โรควัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ” ออกจากลักษณะต้องห้ามผู้จะเข้ารับราชการพลเรือน เนื่องจากมีแนวโน้มลดลง รักษา 2 สัปดาห์ก็หาย อย่างไรก็ตาม ได้เพิ่มโรคจิตหรือโรคอารมณ์ผิดปกติ เป็นลักษณะต้องห้าม เพราะมีอาการเด่นชัดรุนแรง เรื้อรัง เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน