‘บังดีน’ สารภาพอุ้มเด็ก 16- ยิงพวกเดียวกันเจ็บ เหตุทำแอพเงินกู้แต่โจ๋ 16 เบี้ยวจ่ายทั้งต้นและดอก เลยพาตัวมาทวงหนี้ กรณียิงเพราะยกทีมมาอุ้มคนละคัน แถมไม่รู้จักกันมาก่อน เห็นอีกฝ่ายชักปืนยิง ขึ้นฟ้า เลยสวนไปก่อนเพื่อป้องกันตัวเป็นความเข้าใจผิด ขณะสภ.ปากเกร็ดนำแก๊งเงินกู้ทำแผน รองผบช.ภ.1 เผย‘เจ๊กล่อง’ คนวางแผน จะเร่งขยายผลเส้นทางเงิน-เอี่ยวเว็บพนัน

จากกรณี นายกิติพร บัวน้อย หรือบังดีน หัวหน้ากลุ่มผู้ต้องหาที่ยกพวกบุกอุ้มตัวน้อง ฟลุค เยาวชนอายุ 16 ปี ไปจากหน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ในซอยอัมพรไพศาล อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และยิงนายสุรชัย ไพทยะทัต หรือนิว สมาชิกร่วมกลุ่มที่มาติดตามทวงหนี้จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามข่าวที่ได้นำเสนอไป แล้วนั้น

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่สภ.ปากเกร็ด พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบช.ภ.1 หัวหน้าชุดคลี่คลายคดีแก๊งพนันออนไลน์บุกอุ้มตัวน้องฟลุค เยาวชนอายุ 16 ปี เพื่อทวงหนี้ ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ที่จับกุมได้เมื่อค่ำวันที่ 19 ก.ย. มาจำลองเหตุการณ์ระหว่างที่นั่งรถไปก่อเหตุและหลังจากก่อเหตุอุ้มตัวเยาวชนอายุ 16 ปีออกมาจากหน้าร้านซ่อมรถจยย. โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษควบคุมตัวนายกิติพรอย่างเข้มงวด โดยเริ่มจำลองเหตุการณ์ตั้งแต่ใช้รถยนต์ 2 คันเดินทางไปอุ้มตัวน้องฟลุค แล้วแวะที่ย่านตลาดไทเพื่อมอมเหล้า แล้วนำตัวไว้ในกระโปรงท้ายรถ ก่อนจะขับไปทิ้งไว้ที่ถนนมอเตอร์เวย์ย่านลาดกระบัง

ที่สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี สภ.ปากเกร็ด นำตัวนายฟลุคที่ยังบาดเจ็บออกจากโรงพยาบาลมาสอบปากคำโดยละเอียด ต่อหน้าสหวิชาชีพ

แก๊งบัญชีม้า – พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รองผบช.ภาค 1 คุมตัวนายกิติพร บัวน้อย หรือบังดีน หัวหน้าแก๊งบัญชีม้าอุ้มเด็ก 16 ปีใส่รถเก๋งไปปล่อยทิ้งมอเตอร์เวย์บางปะกง ทำแผนจำลองเหตุการณ์ที่สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 20 ก.ย.

พล.ต.ต.พีระพงศ์กล่าวว่า เบื้องต้นเยาวชนฝ่ายผู้เสียหายกับกลุ่มผู้ต้องหายังให้การ ไม่ตรงกันในบางเรื่อง โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุให้การภาคเสธคือรับบางเรื่องและไม่รับบางเรื่อง แต่ยอมรับในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามคลิปทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องสอบสวนต่อไป โดยกลุ่มผู้ต้องหาให้การว่าทำแอพเงินกู้ออนไลน์ ไม่ได้ทำเว็บพนันออนไลน์ เมื่อมีเด็กสมัครกู้เงินมาก็โอนเงินจำนวนดังกล่าวให้ไป กระทั่งเกิดการติดตามทวงหนี้ขึ้นมา โดยหลังจากบุกไปอุ้มตัวผู้เสียหายจากหน้าร้านซ่อมรถจยย.แล้ว แต่ระหว่างนั้นเกิดการเข้าใจผิดกัน หรือเรียกตามภาษา วัยรุ่นว่า ไม่อ่านไลน์กลุ่ม จึงเกิดยิงกันขึ้น

พล.ต.ต.พีระพงศ์กล่าวต่อว่า จากนั้นจึงนำตัวผู้เสียหายขึ้นรถไปที่ซุ้มอาคารแห่งหนึ่งที่ตลาดไท แล้วผสมยาอี 3 เม็ดกับเหล้าวอดก้าให้ผู้เสียหายดื่มเพื่อกล่อมประสาทแล้วคาดคั้นทวงเงินคืนจนผู้เสียหายไม่รู้สึกตัว เมื่อรู้ว่าตำรวจกำลังกดดันจึงนำร่างผู้เสียหายไปปล่อยทิ้งไว้ที่มอเตอร์เวย์ลาดกระบัง จนมีคนมาพบตัว

พล.ต.ต.พีระพงศ์กล่าวต่อว่า ส่วนความเชื่อมโยงของเจ๊กล่องนั้น สอบสวนทราบว่า เจ๊กล่องเป็นคนวางแผนร่วมกับบังดีนในการไปบุกอุ้มผู้เสียหายที่หน้าร้าน โดยเจ๊กล่องเป็นคนชักชวนผู้เสียหายเปิดบัญชี 2 บัญชี โดยให้ค่าตอบแทนบัญชีละ 500 บาท ผู้เสียหายซึ่งยังเป็นเยาวชนถูกชักชวนได้ง่าย เห็นว่าได้เงินมาง่ายๆ จึงไปเปิดบัญชีให้ สำหรับแอพพลิเคชั่น ออนไลน์ เงินด่วน 99 หลังเกิดเรื่องได้ลบออกจากระบบแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อตามคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งจะมีการตรวจสอบยอดการโอนเงิน จำนวนเงิน ที่มาที่ไปของเงิน รวมทั้งความเกี่ยวโยงกับเว็บพนันออนไลน์ต่อไป ถือว่าคดีมีความคืบหน้าไปเกือบหมดแล้วนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ผ่านมาได้ 5 วัน

นายกิติพรกล่าวว่า ได้ทำแอพพลิเคชั่นปล่อยเงินกู้ออนไลน์เหมือนกับแอพของคนจีนทั่วไปที่ทำกันอยู่ โดยเยาวชนรายนี้สมัครมาขอกู้เงินกับแอพของตนจริง จึงยอมปล่อยเงินกู้จำนวนดังกล่าวให้ไปเพราะเห็นว่าได้ดอกเบี้ยในเรตที่สูงเหมือนกับคนปล่อยเงินกู้ทั่วไป แต่ปรากฏว่าหลังจากเยาวชนรายนี้กู้เงินไปแล้วไม่ยอมส่งทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตามข้อตกลง ลักษณะเหมือนตั้งใจมาโกง ทำให้โมโหมาก จึงวางแผนมาดักอุ้มตัวเพื่อจะไปสั่งสอน ส่วนที่ยิงนายสุรชัยที่ร่วมกลุ่มไปติดตามทวงหนี้ เนื่องจากไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเพิ่งเจอกันที่หน้าร้านซ่อมรถจยย. และเห็นนายสุรชัยชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า ทำให้หวาดระแวงไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายไหน จึงตัดสินใจยิงนายสุรชัยเพื่อป้องกันตัวไว้ก่อน เป็นเรื่องอุบัติเหตุเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน เพราะมารถคนละคันกัน

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้ง 7 คน ประกอบด้วย 1.นายอิทธิพล ฤทธิ์ณรงค์ อายุ 27 ปี 2.นายอนุรักษ์ เดชะ อายุ 23 ปี 3.นายเศรษฐา จิรพลานุรักษ์ อายุ 23 ปี 4.น.ส.อนุสรณ์ ฤทธิณรงค์ หรือ เจ๊กล่อง อายุ 53 ปี 5.นายไพศาล มานะปักกวี อายุ 33 ปี 6.นายสุรชัย ไพทยะทัต อายุ 26 ปี ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และนายกิติพร บัวน้อย หรือ บังดีน ส่วนในรายของน.ส.บาจรีย์ เดชบุญ อายุ 18 ปี และนายอิทธิมนต์ ว่องวาณิชย์ชัย อายุ 48 ปี อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับ ได้เดินทางเข้ามามอบตัวก่อน จึงถูกควบคุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันทั้งหมด

ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าของวันนี้นายกิติพรพร้อมนายไพศาล หรือ แป๊ะ ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีอุ้มเยาวชนอายุ 16 ปี ไปทำร้ายร่างกายเพื่อทวงหนี้เงินกู้ 346,000 บาท เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.ภ.จว.นนทบุรี ก่อนจะถูกควบคุมตัวมาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อสอบปากคำพร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน