ปรับแผนระบายเจ้าพระยา ตุลาเตรียมรับทะเลหนุน

ผู้ว่าชัชชาติรุดถกผู้ว่าหมูป่าถึงปทุมธานี จับมือทำงาน 2 จังหวัดไร้รอยต่อแก้น้ำท่วม-ฝุ่น-จราจร ชี้เป็นพื้นที่เชื่อมโยงกัน ปรับคุณภาพโรงงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ‘ชัชชาติ’ ระบุจากนี้ต้องร่วมมือกันทำงานพัฒนาทั้งสองจังหวัด กทม.เตรียมเป็นเจ้าภาพถกร่วมกับจังหวัดปริณฑล ไม่มีประเด็นดราม่าเรื่องการผันน้ำ แต่ต้องคุยชลประทานมากขึ้น เล็งใช้ไม้ไผ่ปักนำถุงทรายเบี่ยงทิศทางน้ำให้ไหลลงคลอง-อุโมงค์บางซื่อเร็วขึ้น แก้น้ำท่วมขัง ด้านผู้ว่าหมูป่าชี้แจงร่วมกันจัดแผนรับมือน้ำทะเลหนุนสูงสุดช่วงต.ค.ด้วย เล็งปรับผังเมืองเป็นโซนเอให้แก้ปัญหาร่วมกัน ขณะที่ ‘บิ๊กป้อม’ กำชับแผนช่วยน้ำท่วม-เร่งเยียวยาพื้นที่ได้รับผลกระทบ

‘บิ๊กป้อม’กำชับแผนรับฝน
เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ จนถึงวันที่ 24 ก.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อเตรียมแผนรองรับสถานการณ์น้ำที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ ทั้งในส่วนของกำลังคน เครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เครื่องเร่งระบายน้ำ และยานพาหนะต่างๆ รวมถึงเรื่องการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ที่บริเวณหน่วยเก็บขยะทางน้ำคลองหัวลำโพง เขตคลองเตย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังเปิดกิจกรรมฟื้นฟูคลองหัวลำโพง โครงการนำร่อง (Pilot Project) เนื่องในวันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คูคลองแห่งชาติ ถึงความพร้อมรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ปริมาณฝนปีนี้เยอะมาก โดยปริมาณฝนของปีนี้ ณ วันนี้มีปริมาณฝนเฉลี่ย 1,640 มิลลิเมตร (ม.ม.) เกือบจะเกินค่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 1,680 ม.ม.แล้ว เฉพาะเดือนก.ย. มีปริมาณฝน 465 ม.ม. ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 190 ม.ม. ถือเป็นบททดสอบ ซึ่งก็ผ่านมาได้ด้วยดี

ใช้ไม้ไผ่ปักเปลี่ยนทิศน้ำ
ส่วนอนาคตตามหลักเดือนต.ค. ฝนควรจะเริ่มลดลง แต่กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่ายังไม่แน่ ดังนั้นจึงพร่องน้ำตลอด รวมถึงได้คิดนวัตกรรมใหม่ เพื่อช่วยให้น้ำไหลไปลงอุโมงค์ได้เร็วขึ้น อย่างที่คลองลาดพร้าวน้ำไหลไปลงทั้งคลองแสนแสบ และคลองบางซื่อ ซึ่งมีช่วงเลี้ยวน้ำไหลไปช้า การก่อสร้างเขื่อนเสียเวลานาน จึงได้คิดวิธีใช้ไม้ไผ่ปักนำกระสอบทรายทำแนวกั้นบังคับให้น้ำไหลเข้าคลองบางซื่อ ไปสู่อุโมงค์บางซื่อได้เร็วขึ้น ซึ่งน้ำไหลได้ดี เป็นการคิดวิธีแก้ปัญหาจากการลงพื้นที่หน้างาน ไม่ได้ใช้งบประมาณ เพราะคงไปรอโครงการร้อยล้านพันล้านไม่ได้ อะไรที่ลุยได้ก็ทำทันที ขณะนี้น้ำลงเป็นนาทีทอง ก็ให้เขตนำกระสอบทรายไปเสริมอุดรอยรั่วตามหมู่บ้านต่างๆ สุดท้ายน้ำอาจมาอีก อย่างน้อยช่วยป้องกันได้ระดับหนึ่ง

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า อีกปัญหาเรื่องน้ำเสีย ที่คลองแสนแสบน้ำ เป็นน้ำเน่าเสียจากทุ่งที่ขังอยู่นานเป็นอาทิตย์ ไหลลงคลองจากที่เราระบายน้ำ สภาพน้ำคลองแสนแสบตอนนี้ดำมาก เป็นห่วงปลาบริเวณหน้าวัดริมคลองแสนแสบ ไม่มีออกซิเจนเลย ค่าบีโอดี (Biochemical Oxygen demand) หรือค่าปริมาณออกซิเจนเป็นศูนย์ ปลาอาจน็อกได้ จึงให้ไปเพิ่มออกซิเจนที่หน้าวัด ใครมีจุดเติมก็ไปช่วยกัน ไม่งั้นเดี๋ยวจะเห็นปลาลอยตาย

ไร้รอยต่อ – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เดินทางไปพบนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯปทุมธานี เพื่อร่วมแก้ปัญหาน้ำท่วมแบบ ไร้รอยต่อ ที่จวนผู้ว่าฯปทุมธานี เมื่อวันที่ 20 ก.ย.

‘ชัชชาติ’ถกผู้ว่าฯหมูป่า
ต่อมา ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.ปทุมธานี และนายชัชชาติ ผู้ว่าฯกทม. ได้ร่วมหารือ การบูรณาการการบริหารจัดการน้ำและฝุ่น พีเอ็ม 2.5 และความร่วมมือด้านการจราจร

นายชัชชาติกล่าวภายหลังว่าการหารือว่า ได้มาเยี่ยมผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ และได้ความรู้หลายอย่าง อนาคตจะได้ประสานงานร่วมมือให้ละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะทีมงานระดับพื้นที่ปฏิบัติการผู้ว่าฯ กทม. จากนี้ผู้ว่าฯ กทม. และผวจ.ปริมณฑล นนทบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม และสมุทรปราการ ต้องพูดคุยกันมากขึ้น อาจเดือนละครั้ง ทั้งนี้กังวลว่าเดือนต.ค.น้ำจะมาอีก เราต้องเตรียมรับมือในการพร่องน้ำตามประตูน้ำต่างๆ มีแผนรับมืออย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเดือนนี้น้ำฝนมีปริมาณมาก

ส่วนเรื่องฝุ่นพีเอ็ม 2.5 นายณรงค์ศักดิ์มีประสบการณ์ในเรื่องการเผาชีวมวล กรุงเทพฯ ก็มีปัญหาในพื้นที่หนองจอก มีนบุรี จึงต้องให้ความรู้กับเกษตรกร ไม่อยากให้เผา ถ้าฝ่าฝืนต้องใช้ไม้แข็ง ดำเนินคดีทางกฎหมาย จะได้เป็นเยี่ยงอย่าง สำหรับเรื่องของโรงงานอุตสาหกรรม จะปรับคุณภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฝุ่นที่เกิดใน จ.ปทุมธานี อาจไหลไปสู่กรุงเทพฯ ได้ เราจึงต้องร่วมมือกันทั้งในเรื่องของการจราจร นิคมอุตสาหกรรมจังหวัด ตนคาดหวังว่า เราจะมีความร่วมมือที่เข้มข้นขึ้น

แก้น้ำท่วม-ฝุ่น-รถติด
ส่วนปัญหาจราจรที่ติดขัดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปทุมธานี นายชัชชาติกล่าวว่า จุดรถติดขัดตั้งแต่ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เชื่อมต่อนิมิตใหม่ ลำลูกกา ต้องประสานการควบคุมการจราจร ส่วนเรื่องผังเมือง เราเป็นจังหวัดที่เชื่อมต่อกัน ได้ให้ทีมงานพูดคุยกัน ให้ผังเมืองมีความต่อเนื่องและการพัฒนาเมืองอย่างไร้รอยต่อ

ผู้สื่อข่าวถามว่าการสื่อสารที่เคยเกิดดราม่าประเด็นเรื่องการผันน้ำได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ไม่เคยได้ยินดราม่านี้ และฝ่ายปฏิบัติงานก็ทำงานได้ตลอด ซึ่งอาจจะมีการเข้าใจผิด ก็พยายามให้ทุกคนก็มองถึงประชาชนเป็นที่ตั้ง และปัญหาเรื่องน้ำท่วมที่ผ่านมา มีน้ำมาจากจ.นครนายก ไหลผ่านคลองรังสิต ปทุมธานี ถ้าหากออกแม่น้ำเจ้าพระยาได้เยอะก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องพูดคุยกับกรมชลประทานมากขึ้น

ด้านนายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ความสำคัญที่สุดคือการทำงานอย่างไร้รอยต่อ ถ้าเรามองปัญหาแบบเดิมๆ อย่างเรื่องโควิดหรือการบริหารจัดการน้ำ การหารือครั้งนี้ได้พูดคุยปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องน้ำเรามองตรงกัน ช่วงเดือนต.ค.น้ำทะเลจะหนุนสูงที่สุด ทุกปีโดยเฉลี่ยประเทศไทยจะมีพายุเข้าสองลูก ซึ่งเราก็กลัวว่าจะทำให้เกิดปัญหา

กทม.จัดถกผู้ว่าฯปริมณฑล
“ผู้ว่าฯ ชัชชาติ จะเป็นเจ้าภาพในการพูดคุยกับทีมงานจังหวัดข้างเคียงทั้งหมด ให้การทำงานไร้รอยต่อ รวมถึงการผันน้ำ และการปล่อยน้ำที่จะช่วยกันได้ ไม่กระทบกับใครเป็นพิเศษ และเมื่อหัวคุยกันเรียบร้อยลูกทีมก็จะสามารถคุยกันเองได้ ทำให้การทำงานสะดวกมากยิ่งขึ้น” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว

ส่วนเรื่องผังเมืองนั้น ผังเมืองปทุมธานีคนละสีกับกรุงเทพฯ จะทำให้การทำงานไม่สอดคล้องกัน ปทุมธานีก็กำลังปรับผังเมืองจะได้รองรับนโยบายที่ประสานงานให้เป็นโซนต่อเนื่อง เมื่อกำหนดผังเมืองอย่างเป็นแบบแผน จะสามารถทำงานได้ดีขึ้น

ขณะที่ปัญหาการจราจร ยอมรับว่าปัญหาอาจจะแก้ไขได้ยาก จะเร่งรัดการก่อสร้างในพื้นที่ปทุมธานีให้ไวขึ้น เพราะในช่วงฤดูฝนอาจจะยาวถึงเดือนต.ค. และพ.ย. ถ้ารถติดก็จะทำให้ติดถึงถนนดินแดง ต้องเร่งรัดไม่ให้เป็นคอขวดในถนนวิภาวดีรังสิต

“จ.ปทุมธานี ได้จัดเตรียมและถอดบทเรียนเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ฝนตกในพื้นที่ปทุมธานีค่อนข้างเยอะ ปริมาณฝนตกมากกว่ากว๊านพะเยา จึงต้องนำบทเรียนที่เกิดขึ้น ประสานกรมชลประทานและกรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิด ตอนนี้เราเคลียร์พื้นที่หมดแล้ว และจะเพิ่มระบบสูบน้ำเข้าไปรองรับมวลน้ำในเดือนต.ค. ถ้าไม่มาตามนัดก็ดี” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว

เขื่อนพิมายเร่งดันน้ำออก
ขณะที่ นายปิยภัทร สายเมฆ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากมีฝนตกลงมาติดต่อกันนานหลายสัปดาห์ในพื้นที่ ทำให้มวลน้ำไหลลงลำน้ำมูนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดระดับน้ำในลำน้ำมูนด้านหน้าเขื่อนพิมายมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก 5 ซ.ม. ทางเขื่อนพิมายยกประตูระบายน้ำหน้าเขื่อนขึ้นทั้งหมด 6 บาน และท้ายเขื่อนทั้ง 2 บาน เพื่อเร่งระบายน้ำลงคลองชลประทาน ไปเขตต.ชีวาน ต.ดงใหญ่ ต.กระชอน

ส่วนนาข้าวในพื้นที่ ต.ในเมือง ต.ท่าหลวง ต.ธารละหลอด และต.สัมฤทธิ์ อ.พิมาย มีน้ำท่วมขังนานนับสัปดาห์แล้ว โดยบางจุดที่เป็นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อน จะมีน้ำจากลำน้ำมูนเอ่อเข้าท่วมด้วย ส่งผลให้นาข้าวได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง บางจุดมีระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร ซึ่งชาวบ้านบอกว่า ปีนี้น้ำท่วมเป็นครั้งที่ 2 แล้ว และน้ำยังคงขยายพื้นที่ออกเป็นวงกว้างมากขึ้น โดยส่วนหนึ่งน้ำไหลหลากข้ามถนนสายบ้านใหม่ไทรงาม ไปเขตต.ท่าหลวง เป็นระยะทางกว่า 50 เมตรแล้ว ระดับน้ำสูง 10 ซ.ม.

ที่ต.สัมฤทธิ์ ลำน้ำมูนได้เอ่อเข้าท่วมที่นาและพื้นที่การเกษตรเป็นบริเวณกว้าง รวมถึง ที่วัดป่าสินสมบูรณ์ และชุมชนบริเวณรอบวัด หมู่ 10 บ้านสินสมบูรณ์ น้ำได้ไหลเอ่อเข้ามาท่วมบริเวณวัด สูงกว่า 30 ซ.ม. บางจุดท่วมสูงถึง 50 ซ.ม. ศาลาและกุฏิที่ไม่ได้ยกพื้นสูง ถูกน้ำเอ่อท่วมใช้พื้นที่ไม่ได้ ต้องนำเรือ ท้องแบนมาเตรียมไว้ขนย้ายคนและทรัพย์สิน ขณะที่พระสงฆ์ก็ออกไปปฏิบัติกิจนิมนต์ ไม่ได้ ส่วนชาวบ้านที่สัญจรผ่านหรือมาทำบุญ ที่วัด ต้องเดินลุยน้ำเข้ามา โดยชาวบ้านระบุว่า ช่วงหน้าฝนน้ำท่วมต่อเนื่องมา 3 ปีติดแล้ว

ด้านเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอพิมาย ได้เร่งประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ติดกับลำน้ำมูน ให้เตรียมรับมือและรีบขนย้ายสิ่งของ เครื่องใช้ต่างๆ ขึ้นที่สูง

ท่วมห้องเรียน – สภาพน้ำลำสะแทดล้นตลิ่งเข้าท่วมห้องเรียน ภายในโรงเรียนบุ่งเบา อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ต้องสั่งหยุดเรียน 5 วัน เจ้าหน้าที่เร่งระดมสูบน้ำออก พร้อมจัดเวรยามเฝ้าตลอด 24 ช.ม.หวั่นท่วมหนักซ้ำรอยหลายปีก่อน เมื่อวันที่ 20 ก.ย.

ฝนถล่มวังน้ำเขียว-ถนนจม
เย็นวันเดียวกัน เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมถนนบริเวณหน้าตลาดไทยสามัคคี ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นถนนเชื่อมต่อจากทางหลวงหมายเลข 304 มุ่งหน้าสู่ผาเก็บตะวัน บนอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอวังน้ำเขียว หลังจากช่วงบ่ายวันเดียวกันได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักนานกว่า 2 ชั่วโมง ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ทำให้เกิดน้ำป่าไหลจากภูเขา ลงมาที่อ่างเก็บน้ำของเทศบาลตำบลศาลเจ้าพ่อ ที่อยู่ติดกับวัดบุไผ่ (วัดบ้านไร่ 2) หลังจากนั้นน้ำได้ล้นอ่างเก็บน้ำและไหลทะลักผ่านหน้าวัดบุไผ่ และเข้าท่วมพื้นผิวจราจร ถนนสายไทยสามัคคี

โดยระดับน้ำท่วมสูงกว่า 40 ซ.ม. และไหลเชี่ยว เป็นระยะทางยาวกว่า 500 เมตร ทำให้รถเล็กสัญจรผ่านไปมาด้วยความยากลำบาก และมีชาวบ้านหลายคนที่ขี่รถจักรยานยนต์ต้องพากันเข็นรถลุยน้ำอย่างทุลักทุเล ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว และหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดไทยสามัคคี ได้จัดกำลังลงมาให้การช่วยเหลืออำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชนตลอดเวลา ถึงอย่างไรก็ตามเส้นทางน้ำที่ไหลจากพื้นผิวจราจร มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบไม่มากนัก ประมาณ 4-5 หลังคาเรือนเท่านั้น ซึ่งช่วงค่ำนี้ฝนได้เริ่มเบาลงแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน