เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร ยื่นฟ้องนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล, นายดนัย เอกมหาสวัสดิ์, น.ส.อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ 2 พิธีกรข่าว เป็นจำเลยความผิดฐานหมิ่นประมาท คำฟ้องโจทก์สรุปว่า โจทก์เป็นส.ส. และเป็นรองประธานคณะอนุกมธ.แผนงานบูรณาการ 2 คนที่หนึ่ง ในกมธ.วิสามัญพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณปี 2564 จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จำเลยที่ 2, 3 เป็น ผู้ประกาศข่าวรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ทางช่อง 9 เฟซบุ๊ก และยูทูบ

เมื่อระหว่างวันที่ 17 ธ.ค.64 จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิด จำเลยที่ 1 ให้สัมภาษณ์ในรายการ โดยมีจำเลยที่ 2-3 เป็นผู้สัมภาษณ์ กล่าวหาเรียกรับเงิน 5 ล้านบาท จากจำเลยที่ 1 เพื่อแลกกับผ่านงบประมาณน้ำบาดาล โดยจำเลยที่ 2-3 ร่วมกันใส่ความว่าตบทรัพย์อธิบดีเพื่อแลกกับผ่านงบประมาณ การให้สัมภาษณ์ของจำเลยที่ 1 แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อโจทก์ แต่จำเลยที่ 1 กล่าวว่าคนที่โทร.มาหาจำเลยที่ 1 เป็นรองประธานกมธ.งบประมาณ ซึ่งประชาชนผู้รับชมรายการย่อมทราบดีว่าหมายถึงโจทก์ ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี ทำให้ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง 3

พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 กล่าวว่า รองประธานอนุกมธ.คนหนึ่งโทรศัพท์มาเรียกเงิน 5 ล้านบาท หรืองานบ่อบาดาลภาคอีสานทั้งหมดจากจำเลยที่ 1 เพื่อแลกกับการผ่านร่างงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่จำเลยที่ 1 กล่าวเช่นนั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปทราบถึงการกระทำที่จำเลยที่ 1 เห็นว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น ซึ่งการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีนั้นถือเป็นเรื่องประโยชน์สาธารณะ ที่ประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบได้ จำเลยที่ 1 จึงมีความชอบธรรมที่จะเปิดเผยให้ประชาชนทราบถึงข้อเท็จจริง ดังกล่าวเพื่อป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตลอดจนแสดงความคิดเห็นติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งการกระทำดังกล่าวอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ และ จากการกระทำของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว มีผลให้สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ต่อคณะกรรมการป.ป.ช.

ต่อมาป.ป.ช.มีมติชี้มูลและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ยังเบิกความต่อศาลยืนยัน ข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อศาลฎีกาตามคำเบิกความพยานผู้ร้อง ศาลฎีการับคำร้องไว้พิจารณาและ มีคำสั่งให้โจทก์หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา การแสดงข้อความของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรมป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม และเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม ไม่มีมูลความผิดฐานหมิ่นประมาท สำหรับจำเลยที่ 2-3 เห็นว่า จากข้อความ แม้จะมีการระบุชื่อและชื่อสกุลโจทก์ แต่จากถ้อยคำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการให้ข่าวว่า ศาลมีคำสั่งให้โจทก์หยุดปฏิบัติหน้าที่ เป็นการเล่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น อันมีลักษณะเป็นการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผย โจทก์ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิด และยื่นในศาล การกระทำของจำเลยที่ 2-3 จึงไม่มีมูล ความผิดฐานหมิ่นประมาท พิพากษายกฟ้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน