นครปฐมระดมกั้นทรายริมตลิ่งป้องสวน-ชุมชน
แม่น้ำท่าจีนปริ่มตลิ่ง อบต.สามพราน นครปฐม ระดมทำคันกั้น-บรรจุทรายสูง 1 เมตร ป้องเกาะดงเกตุแหล่งผลิต-ส่งออกกล้วยไม้ 3.5 พันไร่ ลอกผักตบชวาขวางทางน้ำรับน้ำบ่า-ทะเลหนุน ด้านผู้ว่าฯ โคราช สั่งด่วน ให้บ้านริมฝั่งแม่มูน 6 อำเภอ อพยพขึ้นที่สูงรับน้ำท่วมฉับพลัน ทั้งโนนไทย-โนนสูง-ปากช่อง-สีคิ้ว-วังน้ำเขียว และเมือง ส่วนบ้านที่อยู่ติดลำน้ำชี ในพิมาย-ชุมพวง-ลำทะเมนชัย และเมือง เฝ้าระวังน้ำเอ่อตลิ่ง ปภ.พิมายปักธงแดงรับแม่มูนบ่าชุมชน ทำแนวกั้นกันน้ำไหลบ่าท่วมปราสาทหินพิมาย
สามพรานระดมรับท่าจีนล้น
เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์น้ำในแม่น้ำท่าจีนที่ไหลผ่าน อ.สามพราน จ.นครปฐมว่า ที่เกาะดงเกตุ ต.สามพราน อ.สามพราน นายบุญสม จรดล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สามพราน ได้ระดม สมาชิกอบต.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน มาช่วยกัน ตัดต้นมะพร้าว และขนไม้อุปกรณ์ เพื่อมาทำแนวกันน้ำ ปิดปากคลองที่ไม่มีประตูปิดกั้นน้ำ ซึ่งเกาะดงเกตุล้อมรอบด้วยแม่น้ำท่าจีน พื้นที่ประมาณ 3,500 ไร่ มี 3 หมู่บ้านคือ หมู่ 1, 6 และ 9 เป็นเขตที่รับผิดชอบของ อบต.สามพราน เป็นแหล่งปลูกกล้วยไม้แหล่งใหญ่ของประเทศ
นายบุญสมกล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำท่าจีนจากกรมชลประทาน และกรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานของ จ.นครปฐม ช่วงนี้มีพายุเข้าหลายลูก ประกอบกับน้ำเหนือที่ปล่อยลงมาจากเขื่อนเจ้าพระยา และน้ำทะเลยังหนุนอีก ทำให้พื้นที่ตอนบนตั้งแต่ อ.บางเลน ที่อยู่ริมน้ำแม่น้ำท่าจีนเริ่มมีผลกระทบน้ำเริ่มเข้าท่วมบ้านเรือนเรื่อยลงมาจนถึง อ.นครชัยศรี และ อ.สามพราน อบต.สามพราน จึงสำรวจ เพราะพื้นที่อยู่ติดแม่น้ำท่าจีน โดยเฉพาะพื้นที่เกาะดงเกตุ เมื่อแม่น้ำท่าจีนน้ำเอ่อล้นจะส่งผลกระทบมาก ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม เนื้อที่มีถึง 3,500 ไร่ จะถูกน้ำท่วมตลอด มูลค่าความเสียหายเป็นสิบล้านทุกครั้ง
“ทางอบต.สามพราน ได้เร่งดำเนินการป้องกันน้ำท่วมโดยด่วน โดยระดมกำลัง จาก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านร่วมกันบรรจุกระสอบทราย และอบต.ได้ว่าจ้างรถแบ๊กโฮ และเรือกำจัดผักตบชวา เพื่อมาตักดิน และกำจัดผักตบชวาที่ขวางทางระบายน้ำ ทำคันกั้นน้ำสูงกว่า 1 เมตร ล้อมรอบส่วน หัวคลองที่รับน้ำจากท่าจีนโดยตรงทำพนังกั้นน้ำ เตรียมการรองรับไว้ล่วงหน้าก่อนที่น้ำจะมาถึง ซึ่งขณะนี้น้ำในแม่น้ำท่าจีนก็เสมอกับตลิ่งแล้ว หากมีฝนตกต่อเนื่องมาอีกมีหวังท่วมแน่นอน สำหรับงบประมาณค่าใช้จ่ายทาง อบต.จัดสรรจ่ายไปก่อน เพราะหากรองบประมาณไม่ทันการณ์ ค่าความเสียหายจะเหมือนที่ผ่านมาได้” นายบุญสมกล่าว
น้ำกว๊านพะเยาขยายวงท่วม
ส่วนปัญหาน้ำจากกว๊านพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา ที่ล้นสปิลเวย์บริเวณประตูระบายน้ำสถานีประมงน้ำจืดพะเยา ได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรเพิ่มอีก ในพื้นที่ ต.ห้วยลาน อ.ดอกคำใต้ และต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา เป็นบริเวณกว้าง เสียหายกว่า 100 ไร่ ระดับความสูง 1 เมตร ขณะที่ในพื้นที่โดยรอบกว๊านพะเยา ที่อยู่เหนือน้ำ น้ำยังคงหนุนท่วมพื้นที่ชุมชนโดยรอบอยู่ในระดับทรงตัว ล่าสุดปริมาณน้ำกว๊านพะเยา อยู่ที่ 57.361 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากความจุ 55.650 ล้านลบ.ม. ซึ่งเกินจุดกักเก็บ ทำให้ไหลบ่าลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำ
สถานการณ์แม่น้ำยมน้ำยังคงส่งผลกระทบกับชาวบ้านที่อยู่ริมน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่หมู่ 1 ต.บางลาย อ.บึงนาราง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกระปุกออมสินปูนปลาสเตอร์รายใหญ่ แหล่งรายได้สำคัญของหมู่บ้าน หลังน้ำในแม่น้ำยมล้นไหลท่วมบริเวณชั้นล่างของบ้านที่ใช้ผลิตกระปุกออมสิน ระดับน้ำสูง 50-60 ซ.ม. ต้องย้ายขึ้นไปทำงานบนไหล่ถนน เพื่อไม่ให้การผลิตขาดตอน เพื่อให้ทันตามยอดสั่งซื้อจากผู้ค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อย

ท่วมหนัก – ภาพมุมสูงพื้นที่บ้านวังกุ่ม หมู่ที่ 14 ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ถูกน้ำมหาศาลจากลำน้ำมูนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรสูงประมาณ 40-50 ซ.ม. เมื่อวันที่ 21 ก.ย.
‘พิมาย’ปักธงแดงอพยพด่วน
ด้าน จ.นครราชสีมา มวลน้ำจากลุ่มน้ำ ลำตะคอง ลุ่มน้ำลำพระเพลิง และลุ่มน้ำ ลำเชียงไกร ได้ไหลเข้ามาสมทบลงลำน้ำมูนในพื้นที่ อ.พิมาย ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำน้ำมูนบางจุดล้นตลิ่ง เอ่อท่วมบ้านเรือนริมฝั่งที่บ้านวังกุ่ม หมู่ 14 ต.ในเมือง อ.พิมาย กว่า 20 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูงครึ่งเมตร บางครอบครัวต้องอพยพ ขนย้ายข้าวของขึ้นมากางเต็นท์นอนบนถนน เนื่องจากกังวลว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะรุนแรง เพราะน้ำมาเร็วกว่าทุกปี
ส่วนระดับน้ำในเขื่อนพิมายขณะนี้เกินระดับวิกฤตแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ ต้องเดินเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 20 เครื่อง และเปิดประตูระบายน้ำ ยกขึ้นพ้นน้ำทั้ง 6 บาน เร่งผลักดันน้ำเหนือเขื่อนลงสู่ลำน้ำมูนและคลองชลประทานโดยเร็ว เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมอุทยานปราสาทหินพิมาย และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้วางกระสอบทรายเป็นแนวกั้นบริเวณโดยรอบพิพิธภัณฑ์ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมภายในตัวอาคารสำนักงานพิพิธภัณฑ์ ซึ่งมีวัตถุโบราณล้ำค่าของชาติจำนวนมากจัดวางอยู่ โดยระดับน้ำมูนเหนือเขื่อนพิมาย อยู่ที่ 7.25 เมตร ต่ำกว่าตลิ่งแค่ 0.33 เมตรเท่านั้น
ขณะที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอพิมาย และอบต.สัมฤทธิ์ ได้ขึ้นธงแดง แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ต.สัมฤทธิ์ แล้วว่า จะเกิดน้ำท่วมรุนแรงฉับพลันภายใน 3-6 ชั่วโมง ขอให้อพยพย้ายทรัพย์สินไปอยู่ที่ที่ปลอดภัยทันที โดยเฉพาะประชาชนที่มีบ้านเรือน-ที่อยู่อาศัยอยู่ติดกับลำน้ำมูน ซึ่งยังมีมวลน้ำจำนวนมากจากพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ไหลลงมาสมทบลงลำน้ำมูน ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำปริมาณ โดยทางอบต.สัมฤทธิ์ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่นกรณีอุทกภัย และจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย
รับ‘ลำมูน-ชี’ท่วมฉับพลัน
ส่วนความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วม ใน ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา เข้าช่วยเหลือชาวบ้านน้ำซับ ต.วังน้ำเขียว ที่ติดอยู่ในที่พักอาศัยไม่สามารถออกมาได้ หลังจากฝนตกหนักเมื่อเย็นวันที่ 20 ก.ย. ทำให้น้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติทับลานไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือน กระแสน้ำไหลเชี่ยว และมีปริมาณน้ำสูงกว่า 1.50 เมตร เจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำรถและเรือเข้าพื้นที่ได้ ต้องใช้วิธีมัดเชือกกับราวสะพานและต้นไม้ใหญ่ระหว่างทางเข้าไปกว่า 500 เมตร เข้าไปนำชาวบ้านรวม 8 คน พร้อมกับสัตว์เลี้ยง ทั้งสุนัข แมว และไก่ ขึ้นเรือของชาวบ้านออกมาได้อย่างปลอดภัย หลังจากใช้เวลาเข้าไปช่วยถึง 3 ชั่วโมง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2565 จนถึงปัจจุบัน จ.นครราชสีมาได้ประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย อุทกภัยแล้ว 20 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอ ได้แก่ อ.บัวใหญ่, พิมาย, โนนแดง, หนองบุญมาก สีดา, ห้วยแถลง, บัวลาย, ชุมพวง, จักราช, โชคชัย, ขามทะเลสอ, ครบุรี, ประทาย, เมืองยาง, สีคิ้ว, สูงเนิน, ปักธงชัย, เมือง, บ้านเหลื่อม และโนนสูง รวม 80 ตำบล 5 ชุมชน 399 หมู่บ้าน มีผู้ประสบภัย จำนวน 8,617 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย เป็นพืชไร่ 7,648 ไร่, นาข้าว 55,324 ไร่, พืชผัก 1,311 ไร่, บ่อปลา 79 บ่อ และมีถนน 21 สาย, ฝาย 3 แห่ง, บล็อกคอนเวิร์ส (ท่อเหลี่ยมชะลอน้ำ) อีก 2 แห่งเสียหาย
ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้มีโทรสารด่วนที่สุดถึงนายอำเภอเมือง โนนไท?ย โนนสูง ปากช่อง สีคิ้ว วังน้ำเขียว และนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ให้แจ้งเตือนประชาชนเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังในพื้นที่ รวมทั้งจัดเตรียมจุดอพยพประชาชนในพื้นที่ประสบภัยให้มีความพร้อมหากเกิดสถานการณ์ขึ้นในพื้นที่ ส่วนพื้นที่ติดลุ่มน้ำชีในอำเภอบ้านเหลื่อม กับอำเภอแก้งสนามนาง และพื้นที่ติดลุ่มน้ำมูน ใน อ.พิมาย อ.ชุมพวง อ.ลำทะเมนชัย และ อ.เมือง อาจจะประสบปัญหาน้ำท่วมขังและน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ขอให้แต่ละพื้นที่ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจุดที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร (ม.ม.) ในช่วง 24 ชั่วโมง และจุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ รวมทั้งให้ตรวจสอบ-ซ่อมแซมแนวคันดินหรือคันกั้นน้ำ บริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำ กับเร่งระบายน้ำในลำน้ำเพื่อรองรับน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน ให้ลดผลกระทบความรุนแรงของอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น
บุรีรัมย์ท่วมแล้ว7หมื่นไร่
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว, อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย, อ่างเก็บน้ำมูลบน และอ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำเก็บกักล่าสุดรวม 4 อ่างเฉลี่ยอยู่ที่ 658.48 ล้านลบ.ม. หรือ 74.36% ยังรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ขณะนี้มีความจุที่ระดับน้ำเก็บกักอยู่ที่ 239.86 ล้านลบ.ม. หรือ 76.27% เป็นน้ำใช้การได้ 217.14 ล้านลบ.ม. หรือ 74.42% มีน้ำไหลลงอ่างฯ เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ประมาณ 1.40 ล้านลบ.ม. แต่ทางอ่างฯ ได้พร่องน้ำโดยระบายน้ำออก 1.21 ล้านลบ.ม. เพื่อเปิดพื้นที่รองรับน้ำที่จะไหลมาลงอ่างฯ เพิ่มเติม
ที่ จ.บุรีรัมย์ มวลน้ำจากจังหวัดใกล้เคียงทั้งได้ไหลมาสมทบลงแม่น้ำมูน ลำสะแทด และลำน้ำธรรมชาติอีกหลายแห่ง ได้เอ่อล้นตลิ่งหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของเกษตรเป็นวงกว้าง ซึ่งจากข้อมูลรายงานของสำนักงานเกษตรจังหวัด พบว่าขณะนี้มี น้ำท่วมนาข้าว ไร่อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์ม และยางพาราของเกษตรในพื้นที่ 10 อำเภอ มี อ.เมือง, บ้านด่าน, สตึก, บ้านใหม่ไชยพจน์, พุทไธสง, แคนดง, ชำนิ, คูเมือง, พลับพลาชัย และ อ.นาโพธิ์ แล้วกว่า 71,000 ไร่ คาดว่าจะได้รับความเสียหายทั้งหมด
ขณะนี้อยู่ระหว่างที่ทางผู้นำหมู่บ้าน ท้องถิ่น สำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย เพื่อรายงานอำเภอ ปภ. และจังหวัด เพื่อพิจารณาประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย หลังจากได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแล้ว 4 อำเภอ มี อ.เมืองบ้านด่าน สตึก และ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จากนั้นจะได้เสนอขอรับการช่วยเหลือเยียวยาต่อไป
ขอนแก่นย้ายนอนริมถนน
ด้าน อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยเฉพาะที่ บ้านดอนบม หมู่ 7 ต.เมืองเก่า อ.เมือง พบว่าระดับน้ำชีได้ขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง และได้ไหลเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนแล้วบางส่วนและมีชาวบ้านที่โดนผลกระทบน้ำท่วมบ้านไม่สามารถอยู่อาศัยได้ จึงต้องอาศัยเต็นท์ที่ทางเทศบาลเมืองตำบลเก่ามากางไว้ให้บริเวณริมถนนอยู่อาศัยชั่วคราว พร้อมวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะขาดแคลนน้ำดื่ม
นายสวัสดิกร รักอ่อน ผู้ใหญ่บ้านบ้านดอนบม กล่าวว่า มีหนังสือจากทางอำเภอและเทศบาลตำบลเมืองเก่าแจ้งมาว่าให้ประชาชนที่อยู่ริมน้ำระมัดระวังเก็บของขึ้นที่สูง โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากน้ำจากแม่น้ำชี ได้ไหลเอ่อล้นเข้ามาท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนแล้ว บางหลังน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร และกำลังจะถูกท่วมอีกหลายหลังเนื่องจากมีน้ำจากชัยภูมิไหลมาสมทบอีก ทางเทศบาลตำบลเมืองเก่าได้กางเต็นท์ให้เป็นที่พักชั่วคราวสำหรับคนที่ได้รับผลกระทบ แต่หากน้ำขึ้นมาอีกจนไม่สามารถอยู่เต็นท์ได้ จะอพยพไปอยู่ศาลาประชาคมหมู่บ้านเป็นการชั่วคราว และตอนนี้ยังไม่มีทางการเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ