ชี้พรรคใหม่เสียเปรียบหนูปลื้มคนเชียร์นายก
ปชป.นำรุ่นใหม่ลุยกรุงอาลัย‘ปู่มารุต บุนนาค’
บิ๊กป้อม-เลขาฯ สมช. มั่นใจ 30 ก.ย. ศาลรธน. นัดชี้ชะตานายกฯ 8 ปีของ ‘บิ๊กตู่’ ไร้เหตุการณ์ รุนแรงกกต.ติวเข้มพรรคการเมือง แจงระเบียบ หาเสียง ภายใต้กรอบ 180 วันก่อนสภาหมดวาระ ระบุการเมืองเข้าสู่โหมดเลือกตั้งแล้ว 100% เตือนห้ามแจกเงินน้ำท่วม ป้ายขอบคุณนักการเมืองในพื้นที่ ต้องปลดออก ‘ป้อม’ สั่งพปชร.ยึดกฎเหล็ก ก่อนลงพื้นที่เพชรบูรณ์ 25 ก.ย. สร้างอนาคตไทยปลดป้าย ‘สมคิด’ ทันควัน โวยทำพรรคตั้งใหม่เสียเปรียบ จี้ กกต.เปิดกว้างแข่งขัน โปร่งใส ‘อู๊ดด้า’ ควง ‘ดร.เอ้-มาดามเดียร์’ เลือดใหม่ปชป.โชว์ตัวสู้ศึกสนามกทม. ‘อนุทิน’ นำทัพภูมิใจไทยสัญจรขอนแก่น ปลื้มชาวบ้านชูป้ายเชียร์เป็นนายกฯ
ทำเนียบอุ่นเครื่องรถ‘บิ๊กตู่’
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล ช่วงเช้ามีเจ้าหน้าที่จากกองสถานที่ ยานพาหนะและรักษาความปลอดภัย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้ามาตรวจสอบรถประจำตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ทะเบียน 4 กต 29 กรุงเทพมหานคร พร้อมรถในขบวน 3 คัน รวมเป็น 4 คัน ซึ่งปกติแล้วจะสตาร์ตเครื่องทุกสัปดาห์
เป็นที่น่าสังเกตว่า ช่วงนี้ใกล้วันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังใน วันที่ 30 ก.ย. กรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่ จึงมีการมองว่าเป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อรอรับการกลับมาปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่
‘บิ๊กป้อม-สมช.’เชื่อ 30 ก.ย.ไร้รุนแรง
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมือสถานการณ์วุ่นวายในวันที่ 30 ก.ย.หรือไม่ว่า “พุทโธ่ ไม่มีหรอก ไม่มีอะไรหรอกครับ ส่วนทางการข่าวก็ไม่มีการแจ้งอะไรเข้ามา”
ด้านพล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีการข่าว มีเพียงรายงานข่าวปกติประจำวัน ทราบว่ามีหลายกลุ่มพยายามเคลื่อนไหวในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต่างคนต่างมอง คนที่อยากสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อก็มี ถ้าดูด้วยใจเป็นกลาง ดูในมุมความมั่นคงในฐานะที่ตนเป็นเลขาธิการสมช. ตนดูประเทศไทยตั้งแต่เป็นทหาร สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยพัฒนามากที่สุด คือช่วงเวลาการมีเสถียรภาพของรัฐบาล และความตั้งใจของนายกฯ มุ่งมั่นในการทำงาน และแผนงานต่างๆ หากไปดูก็จะเห็น แต่ส่วนใหญ่ไม่ดู มักไปดูข้อที่เป็นข่าวดังๆ ที่เป็นข่าวลบ จึงอยากให้ดูข้อดีๆ ที่ประเทศไทย เดินหน้ามาด้วยในทุกมิติ
ผู้สื่อข่าวถามถึงการข่าวกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เตรียมเคลื่อนไหวในวันที่ 30 ก.ย.นี้ พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า ตนไม่ได้ลงไปดูในรายละเอียดขนาดนั้น สิ่งที่รู้คือหน่วยงานความมั่นคงที่รับผิดชอบ ได้เตรียมความพร้อมแก้ไขสถานการณ์ตามกฎหมาย ส่วนมีการประเมินเบื้องต้นหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่มีการลุกลามบานปลาย และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงดำเนินการแล้ว
กกต.ชี้แจงกฎเหล็ก 180วัน
เมื่อเวลา 08.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยสำนักบริหารการสนับสนุนโดยรัฐ จัดการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง ครั้งที่ 4 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วยผู้บริหารพรรคการเมือง ผอ.พรรคการเมือง และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของพรรคการเมือง ซึ่งตามไทม์ไลน์สภาผู้แทนราษฎรครบวาระ วันที่ 23 มี.ค.2566 จะมีการเลือกตั้งวันที่ 7 พ.ค.2566
วัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองที่ถูกต้องและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการเตรียมการสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป การชี้แจงแนวทางการหาเสียงเลือกตั้งในช่วงกรอบ 180 วัน ที่สภาจะครบวาระ ว่าอะไรทำได้ ทำไม่ได้ ข้อควรระวังตามกฎหมาย
พร้อมทั้งความรู้เกี่ยวกับการเตรียมการจัดสรรเงินอุดหนุนพรรคการเมือง ประจำปี 2566 การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินอุดหนุน การดำเนินกิจการของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด การรับฟังความ คิดเห็นร่างประกาศ กกต.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดประชุมสมาชิกเพื่อรับฟังความ คิดเห็นและให้สมาชิกให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) และการรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับการกำหนดอัตราส่วนขั้นต่ำของผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อซึ่งเป็นชายและหญิง
เตือนเข้าโหมดเลือกตั้ง 100%
นายแสวงให้สัมภาษณ์ว่า กกต.ออกประกาศระเบียบกกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565 เมื่อวันที่ 22 ก.ย. เพื่อเป็นแนวปฏิบัติสำหรับผู้ลงสมัครส.ส.และพรรคการเมือง ในช่วง 180 วันว่า กฎหมายเลือกตั้งเดิมกำหนดเวลาหาเสียงไว้เพียง 30-40 วัน แต่กฎหมายใหม่ทำให้การหาเสียงมีความซับซ้อนขึ้น มีทั้งช่วงก่อนระยะเวลา 180 วันก่อนสภาครบวาระ ช่วง 180 วันจนถึงวันสภา ครบวาระ ทำให้ผู้สมัครและพรรคการเมือง สุ่มเสี่ยงทำผิดต่อวิธีการหาเสียง เช่น ประชุมใหญ่พรรค การเปิดตัวผู้สมัคร การทำไพรมารี โหวต หรือการจัดโครงการที่พรรคทำกับประชาชนโดยได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ถ้าไม่ใช่เวลาหาเสียง การให้เงินกับประชาชนทำได้ แต่เมื่อมีการเลือกตั้งการให้เงินจะเป็นความผิด ประเด็นเหล่านี้ต้องชี้แจงให้พรรคฟัง
ส่วนการลงพื้นที่จัดกิจกรรมของพรรค การเมือง ถ้าเป็นการหาเสียงต้องคิดรวมเป็น ค่าใช้จ่าย ถ้าเป็นการหาเสียงโดยที่พรรคไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ คิดเป็นค่าใช้จ่ายของพรรคตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ส่วนผู้สมัครถ้าไปทำอะไรที่ไม่ใช่การหาเสียงก็ไม่ต้องนำมาคิดเป็นค่าใช้จ่าย แต่ถ้าอะไรที่ผิดกฎหมาย เช่น การช่วยเหลือน้ำท่วมก่อนช่วงระยะเวลา 180 วัน ให้ได้ไม่เกิน 300,000 บาท ถ้าเกินต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่าย แต่พอมาในช่วง 180 วันจะให้ไม่ได้เลย ถือว่าผิดกฎหมาย
ส่วนผู้สมัครที่ขึ้นป้ายหาเสียงไว้ก่อนช่วง 180 วัน ต้องปลดป้ายมาแก้ไขให้ป้ายเป็นไปตามขนาด และติดตั้งตามสถานที่ที่ประกาศ กกต.กำหนด การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ก็เช่นกัน เพราะวันที่ 24 ก.ย.2565 จะถือว่าเข้าโหมดการเลือกตั้ง 100% ขณะที่พรรคการเมืองจะจัดระดมทุน เปิดตัวผู้สมัครทำได้ตามปกติตราบใดที่ไม่ได้ให้ทรัพย์สิน
ป้ายขอบคุณนักการเมืองต้องปลด
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ยังไม่มีการประกาศเขตเลือกตั้งผู้สมัครอาจสับสนเรื่องวิธีหาเสียง นายแสวงกล่าวว่า ตามระเบียบให้อ้างอิงเขตเลือกตั้งเดิม ตามประกาศของผอ.กกต.จังหวัด และประกาศกกต.เกี่ยวกับบัญชีรายชื่อ ซึ่งระบุว่าติดป้ายหาเสียงตรงไหนได้ จำนวนเท่าใด ถ้าเป็นป้ายของหน่วยงานราชการที่ขึ้นให้การต้อนรับรัฐมนตรี และระบุผลงานของพรรคฝ่ายรัฐบาลรวมอยู่ด้วย ต้องพิจารณาว่าถ้าเป็นงานในหน้าที่ของรัฐมนตรี หรือส่วนราชการจะไม่ผิด แต่ถ้าเกินกว่านี้ต้องดูข้อเท็จจริง
ส่วนราชการต้องพึงระวังว่าทำได้แค่ไหน แล้วอยู่ในอำนาจหน้าที่หรือไม่ แต่ถ้าเป็นป้ายขอบคุณ เช่น ในอดีตมีการขึ้นป้ายข้อความ พี่น้องชาวโคราชขอบคุณโดยระบุชื่อนักการเมืองคนหนึ่ง ซึ่งกกต.เห็นว่าข้อความลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการหาเสียง และไม่พบว่าใครเป็นเจ้าของ ก็ให้ผอ.กกต.จังหวัดปลด ป้ายลง
เมื่อก่อนระยะเวลาในการหาเสียงจะกำหนดในช่วง 30-60 วัน พรรคการเมืองจะหยุดเรื่องงานกิจกรรมต่างๆ มาทำเรื่องหาเสียงเท่านั้น แต่คราวนี้ระยะเวลายาวเป็น 180 วัน พรรคยังมีเรื่องที่ต้องทำทั้งการจัดประชุมใหญ่สมาชิก จัดระดมทุน จัดเปิดตัวผู้สมัคร ซึ่งต้องระมัดระวังการกระทำที่จะไม่เป็นไปตามวิธีการหาเสียง ขณะเดียวกันสิ่งที่ทำต้องคำนวณให้ดีว่าต้องคิดเป็นค่าใช้จ่ายหรือไม่ เพราะขณะนี้ยังไม่รู้ว่าค่าใช้จ่ายหาเสียงจะกำหนดไว้เท่าไร อีกทั้งเมื่อมีประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งจะเป็นอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งจะเข้มข้นขึ้น
“อยากให้ผู้สมัครและพรรคพิจารณาให้ดี อะไรที่ไม่ควรทำก็อย่าทำ ตรงนี้ต้องแยกกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการของหน่วยงานรัฐ และรัฐบาลซึ่งมีหน้าที่ดูแลประชาชน แต่หากมีการยุบสภาเกิดขึ้นสิ่งที่ผู้สมัครและพรรคการเมืองทำในช่วงระยะเวลา 180 วัน จะไม่ถูกนำไปคิดไปเป็นค่าใช้จ่าย เพราะเงื่อนเวลาการนับวันเริ่มต้นจนถึงวันก่อนวันเลือกตั้งมันต่างกัน” นายแสวงกล่าว
ราชกิจจาฯแพร่ประกาศกกต.
วันเดียวกัน ในประกาศราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 22 ก.ย. เผยแพร่ประกาศระเบียบกกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 3) โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต.ลงนาม ระบุว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) ปี 2562 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 63 มาตรา 64 มาตรา 68 มาตรา 70 มาตรา 71 และมาตรา 80 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 กกต.จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
1.ระเบียบฉบับนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียง และลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565”
2.ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
3.ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (4) ในข้อ 6 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 “(9) กรณีที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองสามารถปิดประกาศหรือติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยวิธีการจัดทำ ขนาด จำนวน และสถานที่ ให้ถือปฏิบัติตามที่ กกต. และผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดประกาศกำหนดในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด”
4.ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (5) ในข้อ 18 ของระเบียบกกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 “(5)จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบนี้”
5.ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นหมวด 5 ผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง ข้อ 18/1 ของระเบียบกกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561
ทั้งนี้ หมวด 5 ผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง ข้อ 18/1 ให้นำระเบียบนี้มาใช้บังคับแก่ผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งส.ส.เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งด้วย
‘บิ๊กป้อม’สั่งพปชร.ยึดระเบียบ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการขึ้นป้ายต้อนรับในการลงพื้นที่ หลังกกต.ประกาศเตือนส.ส.และว่าที่ผู้สมัครส.ส.ระวังการใช้งบตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. จะกำชับอย่างไรหรือไม่ว่า ถ้า กกต.กำหนดป้ายขนาดไหนก็ต้องปลดออก ถ้าใหญ่เกินไปก็ต้องปลดออก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตรจะลง พื้นที่ตรวจราชการ จ.เพชรบูรณ์ วันที่ 25 ก.ย. ในพื้นที่อาจมีการขึ้นป้ายต้อนรับขนาดใหญ่เหมือนการลงพื้นที่ทุกครั้งที่ผ่านมาซึ่งพรรคพลังประชารัฐอยู่ระหว่างการเตรียมการ โดย พล.อ.ประวิตรจะเป็นประธานงานอุ้มพระดำน้ำ ที่วัดโบสถ์ชนะมาร อ.เมืองเพชรบูรณ์ ไปติดตามโครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐ ที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ และประชุมตรวจราชการพร้อมมอบนโยบาย ช่วงบ่ายไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ อ.หล่มสัก พร้อมเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย
‘อู๊ดด้า’ขอกติกาเป็นรูปธรรมที่สุด
วันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ดูแลกทม. ดร.เอ้-นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมการศึกษาทันสมัย มาดามเดียร์-น.ส.วทันยา บุนนาค สมาชิกพรรค และนายชนินทร์ รุ่งแสง ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางกอกน้อย ลงพื้นที่พบปะประชาชน ที่ชุมชนวัดสุวรรณราม (บ้านบุ) ลานกีฬาชุมชนริมทางรถไฟบางกอกน้อย
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ของเลือดใหม่พรรคประชาธิปัตย์ว่า เพื่อสะท้อนว่าบุคลากรที่มาร่วมงานกับพรรคเป็นคนรุ่นใหม่ พร้อมทำหน้าที่ได้ทันที สะท้อนว่าทีมกทม.ของเรามีความพร้อม รวมถึงทั้งพรรคก็มีความพร้อม ต่อจากนี้จะมีคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาในพรรคและทยอยเปิดตัวอีก เช่นวันที่ 24 ก.ย. ตนจะไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ที่สุราษฎร์ธานี งาน “รวมพลังชาว สุราษฎร์หนุนประชาธิปัตย์ยกทีม” เลือกตั้ง ที่ผ่านมา จ.สุราษฎร์ธานีมี 6 เขต พรรคประชาธิปัตย์ได้ทั้งหมด ครั้งนี้เพิ่มมาเป็น 7 เขต จะได้ยกทีมอีกเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อมีการเสริมทีม กทม.แล้ว ตั้งเป้าส.ส.ไว้อย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ถึงกับบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้ส.ส.กี่คน แต่มั่นใจการเลือกตั้งครั้งนี้เสียงตอบรับจากคนกทม.ดีขึ้นแน่นอน ดูได้จากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และส.ก.ที่ผ่านมา เมื่อถามว่าวันที่ 24 ก.ย. เริ่มนับ 180 วัน ก่อนเข้าสู่การเลือกตั้ง กำชับลูกพรรคในการหาเสียงอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า กกต.ว่าอย่างไรก็ต้องว่าอย่างนั้น แต่อยากเห็นคำตอบของ กกต.ที่เป็นรูปธรรมที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพื่อไทยยืนยันพร้อมสู้
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย รองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับวินิจฉัยร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ. … และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่…) พ.ศ. … ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ไม่กังวล เพราะร่างดังกล่าวมาจากกกต.และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้ร่าง การที่ศาลรับไว้พิจารณาถือเป็นเรื่องดี จะได้สิ้นสุดข้อสงสัยของทุกฝ่าย ทั้งกลุ่มที่สนับสนุนสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100 และกลุ่มที่สนับสนุนหาร 500 ไม่ว่ากติกาการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไรพรรค เพื่อไทยพร้อมสู้ และมั่นใจว่ายิ่งเปลี่ยนกติกา ยิ่งกลั่นแกล้งพรรคเพื่อไทยมากเท่าไหร่ พรรคเพื่อไทยไม่เสียหาย แต่คนที่ทำเรื่องกลั่นแกล้งพรรคการเมืองต่างหากจะเสียหาย
ส่วนการตีความการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์นั้น เราไม่กังวล พล.อ. ประยุทธ์อยู่ต่อหรือไม่อยู่ต่อ ไม่มีผลต่อพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศรับรู้และนับ 1-8 ครบหมด ทั้งหมดทั้งมวลย้อนกลับไปที่จริยธรรมของพล.อ.ประยุทธ์ว่าท่านนับ 1-8 ครบหรือไม่ ประเด็นหลักจริยธรรมของคนเป็นผู้นำประเทศควรมี ไม่ควรเอาช่อง กฎหมายเล็กๆ มาเป็นประโยชน์หาทางรอดให้ตัวเอง เพราะเรื่องนี้อยู่ที่จิตสำนึกของพล.อ.ประยุทธ์เท่านั้นเอง
สอท.หวั่นพรรคใหม่เสียเปรียบ
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ประธานภาคกรุงเทพฯ กล่าวว่า สำหรับประกาศกกต. กำหนดหลักเกณฑ์ 180 วัน ควรตีความในข้อปฏิบัติให้ชัดเจนว่าอะไรทำได้และทำไม่ได้ เพื่อเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายมีโอกาสแข่งขันอย่างโปร่งใส เป็นธรรมตามหลักประชาธิปไตย และกกต.สามารถตรวจสอบการใช้งบได้ไม่อย่างนั้นจะกลับไปสู่วงจรอุบาทว์ทางการเมืองแบบเดิมอีก
ขณะนี้มีพรรคใหม่หรือพรรคที่ไม่ได้มีบทบาทในรัฐบาลหรือในสภาจะเสียเปรียบกับเรื่องนี้มาก เกิดปัญหาน้ำท่วมทำอะไรไม่ได้เลย แต่รัฐบาลทำได้ทุกอย่าง แม้จะอ้างว่าเป็นการทำในฐานะภาครัฐ ไม่ใช่พรรคการเมือง แต่กกต.จะตีความอย่างไรว่าการลงปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ เป็นไปในฐานะรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคการเมือง หรือ ส.ส. โดยไม่มีนัยยะใดแอบแฝง
ส่วนกรณีขึ้นป้ายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคนั้น พรรคจะปลดลงก่อน แม้จะไม่เห็นด้วยเพราะยังไม่รู้ว่ากฎ ระเบียบ การติดป้ายประกาศเป็นอย่างไร อะไรคือสิ่งที่ถูกหรือสิ่งที่ผิด แต่จะให้ความร่วมมือกับกกต. ทุกอย่างควรเริ่มต้นหลังจากมีพระราชกฤษฎีกาประกาศการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะกรณีใดแต่เพื่อความ เท่าเทียมของทุกฝ่าย เพราะกติกาที่ออกมา ครั้งนี้ถือว่าเป็นการฝืนธรรมชาติเป็นอย่างมาก
ภท.บุกขอนแก่น-เชียร์‘หนู’นายกฯ
เวลา 15.30 น. ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จัดประชุมพรรคภูมิใจไทยสัญจร ครั้งที่ 2/2565 มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรค นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรค พร้อมรัฐมนตรีของพรรค แกนนำพรรค ส.ส.พรรคทั่วประเทศ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เข้าร่วมอย่างคึกคัก โดยมีประชาชนประมาณ 5,000 คน เข้าร่วมงาน
บรรยากาศในงานมีการชูป้ายสนับสนุน “นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี” รวมถึงป้ายนโยบายของพรรค เช่น นโยบายกัญชาเสรี นโยบายปลดหนี้ กยศ. ตลอดทั้งงานด้วย เมื่อนายอนุทินมาถึงมีวงกลองยาวต้อนรับ นายอนุทินได้ร่วมตีฉาบ และฟ้อนรำอย่างสนุกสนาน พร้อมถ่ายภาพเซลฟี่อย่างเป็นกันเองกับประชาชน
ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น 8 เขต จาก 11 เขต ได้แก่ นายฐิตินันท์ แสงนาค เขต 1 นายวัฒนา ช่างเหลา เขต 2 นายเอกราช ช่างเหลา เขต 4 นายวิศรุต ปู่เพ็ง เขต 6 นายปริญญ์ ศรีภักดี เขต 7 นายสุรศักดิ์ ไทยน้อย เขต 8 นายองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ เขต 10 นายเจริญ แซ่เต็ง เขต 11 เป็นที่น่าสังเกตว่านายเวียง วรเชษฐ์ อดีต ส.ส.หลายสมัย จ.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย มาร่วมงานด้วย
ลั่นไม่เคยลืมกำพืดเกิดในอีสาน
นายอนุทินกล่าวบนเวทีปราศรัยว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมเป็นผู้แทนของคนไทยทุกคน มั่นใจว่าเป็นพรรคเดียวที่พูดแล้วทำทันที ส่วนจะทำได้แค่ไหนขึ้นอยู่พี่น้องชาวขอนแก่น ถ้าอยากให้พรรคพูดแล้วทำให้ จ.ขอนแก่น ขอให้เลือกพรรคเยอะๆ พี่น้องประชาชนต้อง ตัดสินใจ ให้แม่น ให้ถูก เพื่อจะได้พรรคที่เข้าใจ เห็นอกเห็นใจพี่น้องประชาขน ซึ่งในส่วน จ.ขอนแก่น มี 11 เขต ถ้าเราได้ 8 เขต อีก 3 เขต ยกให้พรรคอื่นไปเลย
พรรคภูมิใจไทยถึงอย่างไรก็ไม่ลืมกำพืด ว่าเกิดบนแผ่นดินอีสาน ทำให้พรรคได้มีบุญวาสนาไปทำงานให้ภาคอื่นๆ จนวันนี้เรามีบุญมากที่ได้ทำงานให้คนไทยทุกคน เราจะสร้างความสามัคคีให้พี่น้องทุกคน ต้องนำสิ่งที่ดีที่สุด คือสิ่งที่ประชาชนต้องการมาทำให้ได้ เราเป็นพรรคปฏิบัติการ คือพูดอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จ จึงได้ชื่อว่าเป็นพรรคพูดแล้วทำ
“ที่ผมพูดทั้งหมดไม่ได้ขายฝัน ผมไม่ใช่หนู เชิญยิ้ม แต่เป็นหนูนำความเจริญสู่ประเทศไทย พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ เรื่องระยำๆ จะไม่บังเกิด ดังนั้น เลือกตั้งครั้งหน้าขอให้เข้าคูหากาพรรคภูมิใจไทย พลังทั้งหลายของพี่น้องอยู่ในฝ่ามือของผมแล้ว ผมจะจำใส่หัวไว้ว่า พรรคภูมิใจไทยมีประชาชนคุ้มกะลาหัวอยู่ เราจะทำทุกอย่างเพื่อประชาชนโดยไม่เกรงกลัวอะไร ทั้งสิ้น” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวว่า คราวก่อนเราให้สัญญาจะทำกัญชาทางการแพทย์ให้สำเร็จ วันนี้สำเร็จแล้ว แม้ว่าร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ… จะค้างอยู่ในสภา แต่ไม่มีปัญหา เพราะกระทรวงสาธารณสุขที่พรรคดูแลอยู่ สามารถดูแลให้เดินต่อไปได้โดยไม่กระทบประชาชน เพราะกัญชาไม่ใช่ยาเสพติด ไม่ต้องกังวล กฎหมายที่จะออกมาเพื่อให้ประชาชนสบายใจ แต่พอถูกขัดขา เพราะเขากลัวพรรคดังเกินไป เขาจึงดึงเอาไว้ พรรคที่ดึงไว้กลัวพรรคภูมิใจไทยเป็นคู่แข่งที่สำคัญของเขา เพราะเขาทำ ไม่ได้เหมือนพรรคภูมิใจไทย แม้จะขัดเราอย่างไร เราก็ยังดำเนินการต่อไปได้
สิ้น‘มารุต บุนนาค’-อดีตปธ.รัฐสภา
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมารุต บุนนาค อดีตประธานรัฐสภา อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง อดีตรองหัวหน้าพรรค และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 98 ปี เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 23 ก.ย. ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ หลังจากช่วงเช้ามีอาการไม่ค่อยดี จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
นายมารุต เกิดเมื่อวันที่ 21 ส.ค.2467 จบการศึกษาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2490 ได้รับปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม, ปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ ว.ป.อ.วุฒิบัตรกิตติมศักดิ์ วิทยาลัยการทัพบก
ชีวิตส่วนตัว นายมารุตสมรสกับคุณหญิงพันทิพา บุนนาค มีบุตร 2 คน คือนางมฤทุ บุนนาค มอริ และนายรุจิระ บุนนาค
นายมารุตมีประสบการณ์ทำงานเป็นทนายความที่มีชื่อเสียงโด่งดังก่อนเข้าสู่แวดวงการเมืองด้วยการเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในปี 2518 ต่อมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และลงสมัคร ส.ส.ในกทม. เขต 2 คือ เขตพญาไทและเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ในการ เลือกตั้งเมื่อปี 2522 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ต่อมาปี 2526 ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.กทม. นับแต่นั้นเป็นต้นมา
นอกจากนี้ นายมารุตได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ สมัย พ.อ.(พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ เป็นหัวหน้าพรรค อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ทั้งรมว.ยุติธรรม รมว.สาธารณสุข รมว.ศึกษาธิการ ประธานรัฐสภา ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และประธานสภาผู้แทนราษฎร กระทั่งประกาศวางมือจากการเมืองเมื่อกลางปี 2549 โดยยังมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของพรรคประชาธิปัตย์
นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า รู้สึกเสียใจต่อการจากไปของนายมารุต เพราะถือว่าท่านเป็นปูชนียบุคคลคนหนึ่งของไทยในทางกฎหมาย และในทางการเมืองถือว่าท่านมีความมั่นคง มีจุดยืนที่ชัดเจนต่อพรรคประชาธิปัตย์ และได้ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองเป็นอย่างมาก

กกต.ออกประกาศระเบียบกกต.