อุดจุดเปราะบาง-ฟันหลอรับมือ’โนรู’ถล่มไทย27-29กย.เขื่อนใหญ่ทั่วปท.เร่งพร่องน้ำ

ชัชชาติ’สั่งเตรียมกระสอบทราย 2 แสนใบไว้อุดชุมชนเปราะบาง แนวฟันหลอริมเจ้าพระยา หวั่นน้ำทะลักท่วมกรุง ขณะที่อุตุฯ เตือนพายุโซนร้อน ‘โนรู’ ขึ้นฝั่งเวียดนาม ส่งผลฝนตกหนักทุกภาคทั่วไทยตั้งแต่ 27-29 ก.ย. ด้าน กอนช.เตือน 41 จังหวัดเตรียมรับมือ ระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ล้นตลิ่ง เฝ้าระวัง 13 เขื่อนใหญ่ ส่วนที่โคราชระทึก เขื่อนขนาดกลางน้ำล้นอีกที่ปักธงชัย หลังฝนตกต่อเนื่องหลายวัน เฝ้าระวังอีก 5 เขื่อนใกล้ทะลัก พิจิตรน้ำยมล้นตลิ่งเอ่อท่วม 4 หมู่บ้านโพธิ์ประทับช้าง ส่วน 2 เขื่อนใหญ่ลำปาง ทั้งเขื่อนกิ่วลมและกิ่วคอหมาเพิ่มการระบายน้ำออกเพื่อรองรับน้ำจากพายุโนรู

ริมเจ้าพระยา หวั่นน้ำทะลักท่วมกรุง ขณะที่อุตุฯ เตือนพายุโซนร้อน ‘โนรู’ ขึ้นฝั่งเวียดนาม ส่งผลฝนตกหนักทุกภาคทั่วไทยตั้งแต่ 27-29 ก.ย. ด้าน กอนช.เตือน 41 จังหวัดเตรียมรับมือ ระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ล้นตลิ่ง เฝ้าระวัง 13 เขื่อนใหญ่ ส่วนที่โคราชระทึก เขื่อนขนาดกลางน้ำล้นอีกที่ปักธงชัย หลังฝนตกต่อเนื่องหลายวัน เฝ้าระวังอีก 5 เขื่อนใกล้ทะลัก พิจิตรน้ำยมล้นตลิ่งเอ่อท่วม 4 หมู่บ้านโพธิ์ประทับช้าง ส่วน 2 เขื่อนใหญ่ลำปาง ทั้งเขื่อนกิ่วลมและกิ่วคอหมาเพิ่มการระบายน้ำออกเพื่อรองรับน้ำจากพายุโนรู

โคราชวุ่น‘อ่างห้วยยาง’ล้นแล้ว
เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่จ.นครราชสีมาเกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำต่างๆ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำห้วยยาง ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นคร ราชสีมา ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีความจุกักเก็บน้ำสูงสุด 5.53 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ล่าสุดเช้าวันนี้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่อ่างเฉลี่ยวันละ 2 แสนลูกบาศก์เมตร ทำให้มีปริมาณน้ำเกินความจุถึง 5.69 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 103.02% ของความจุกักเก็บทั้งหมดทำให้น้ำล้นสปิลเวย์ไหลลงสู่คลองธรรมชาติเฉลี่ยวันละ 194,000 ลบ.ม. ซึ่งอัตราการระบายน้ำดังกล่าวอาจส่งผล กระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายอ่างเก็บน้ำห้วยยาง ตามคลองธรรมชาติที่ไหลผ่านพื้นที่ ต.ธงชัยเหนือ ต.โคกไทย อ.ปักธงชัย และ ต.พลับพลา อ.โชคชัย สำนักงานชลประทานจังหวัดนครราชสีมาจึงแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ลุ่มต่ำติดคลองธรรมชาติในพื้นที่ดังกล่าวให้ระมัดระวังน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนแล้ว

ขณะเดียวกัน สำนักงานชลประทานจังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา วันนี้พบว่ามีอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 8 แห่งจากทั้งหมด 23 แห่งที่มีปริมาณน้ำเกินความจุแล้ว ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยาง อ.เมือง 102.13%, อ่างเก็บน้ำห้วยยาง อ.ปักธงชัย 103.02%, อ่างเก็บน้ำลำเชียงสา อ.วังน้ำเขียว 101.32%, อ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง อ.วังน้ำเขียว 103.38%, อ่างเก็บน้ำบึงกระโตน อ.ประทาย 111.22%, อ่างเก็บน้ำห้วยบง อ.ชุมพวง 101.98%, อ่างเก็บน้ำห้วยสะกาด อ.พิมาย 106.74% และอ่างเก็บน้ำลำฉมวก อ.ห้วยแถลง 108.95%

อีก 5 อ่างน้ำปริ่ม-จ่อทะลัก
นอกจากนี้ ยังมีอ่างเก็บน้ำขนาดกลางอีก 5 แห่งที่มีปริมาณน้ำเกิน 90% ใกล้จะเต็มความจุกักเก็บแล้ว ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำสำลาย อ.ปักธงชัย, อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนบน) อ.ด่านขุนทด, อ่างเก็บน้ำหนองกก อ.พระทองคำ, อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเค็ม อ.บัวใหญ่ และอ่างเก็บน้ำห้วยยางพะไล อ.แก้งสนามนาง

ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว, อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย, อ่างเก็บน้ำมูลบน และอ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำกักเก็บรวมเฉลี่ย 75.71% เท่านั้น ซึ่งยังคงสามารถรับน้ำฝนได้อีกในปริมาณมาก จึงไม่น่าเป็นห่วงนัก

น้ำมูนเอ่อ – แม่น้ำมูนยังคงเอ่อล้นท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนประชาชน ต.ทุ่งสัมฤทธิ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ขณะเดียวกันหลายจังหวัดเร่งพร่องน้ำเตรียมรับมือฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุโซนร้อนโนรู เมื่อวันที่ 24 ก.ย.

พิมายเร่งเสริมคันกั้นน้ำมูน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มวลน้ำจากพื้นที่อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ไหลลงสู่ลำน้ำมูน มาในพื้นที่อ.จักราช ก่อนไหลต่อเข้ามาในพื้นที่อ.พิมาย ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำมูนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องวันละ5 ซ.ม. จนเอ่อไหลท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่ติดกับลำน้ำจักราชและลำน้ำมูนแล้วกว่า 30 หลัง ชาวบ้านต้องเร่งช่วยกันกรอกกระสอบทรายนำไปวางเป็นแนวกั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของตนเอง

ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.พิมาย ยังคงน่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะเป็นพื้นที่รับน้ำหลายสาย โดยเฉพาะน้ำจากลำน้ำมูนในอ.เฉลิมพระเกียรติ และยังมีมวลน้ำจากเขื่อนลำพระเพลิงใน อ.ปักธงชัย กับน้ำจากลำเชียงไกร ใน อ.โนนไทยบางส่วน ทำให้ปริมาณลำน้ำมูนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ศูนย์ส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์เขื่อนพิมาย ต้องเดินเครื่องผลักดันน้ำ 20 เครื่องอย่างต่อเนื่องเพื่อเร่งดันน้ำที่อยู่เหนือเขื่อนพิมายลงลำน้ำมูนโดยเร็ว

ขณะที่เทศบาลตำบลพิมายเร่งกรอกกระสอบทรายนำไปใช้เสริมคันกันน้ำบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมายที่อยู่ติดกับลำน้ำมูน และนำไปอุดท่อระบายน้ำไม่ให้น้ำมูนทะลักเข้าท่วมอุทยานปราสาทหินพิมาย และแหล่งเศรษฐกิจในอำเภอพิมาย ซึ่งภาพจากมุมสูงจะเห็นว่าปริมาณน้ำมูนได้ไหลเข้าท่วมนาข้าว ในตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย แล้วนับพันไร่ และคาดว่าปริมาณจะท่วมสูงขึ้นอีก

ประทายเร่งพร่องน้ำรับ‘โนรู’
เมื่อเวลา 10.00 น. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่แก้ไขปัญหาอุทกภัยในเขตเทศบาลตำบล (ทต.) ประทาย อ.ประทาย พบน้ำท่วมขังผิวจราจรบนถนนเทศบาล 9 ระดับความสูงประมาณ 20 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 200 เมตร เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้าสู่ตัวอ.ประทาย จึงส่งผลกระทบต่อการเดินทาง โดยเฉพาะรถยนต์ขนาดเล็ก และรถจักรยานยนต์ที่ต้องแล่นลุยน้ำ พบเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.จ.) นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารีเร่งสูบน้ำออกและวางแผนผันน้ำออกจากคลองน้ำธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เตรียมรับมวลน้ำจากอิทธิพลพายุดีเปรสชัน “โนรู” ที่จะเคลื่อนตัวผ่านในช่วงต้นสัปดาห์หน้า

โดยนายวิเชียรและอปท.มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน

ทั้งนี้ สถานการณ์ที่อ.พระทองคำ ซึ่งมีฝนตกปริมาณกว่า 100 มิลลิเมตร ในเขตรอยต่อจ.ชัยภูมิ ทำให้มวลน้ำจากที่สูงไหลหลากท่วมในพื้นที่ ต.ทัพรั้ง เส้นทางกำลังไหลผ่านต.สระพระ และต.พังเทียม ล่าสุดระดับในฝายพระทองค้ำล้นออกจากช่องทางระบายน้ำฉุกเฉิน ขณะนี้ยังไม่มีน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

น้ำยมล้นตลิ่งท่วม4หมู่บ้านพิจิตร
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่น้ำยม หนึ่งในแม่น้ำในเขตลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งไหลผ่านพื้นที่ 4 อำเภอของจ.พิจิตร คือ อ.สามง่าม, อ.โพธิ์ประทับช้าง, อ.บึงนาราง และอ.โพทะเล ระดับน้ำยังสูง ล่าสุด ระดับในแม่น้ำยมที่จุดวัดระดับน้ำ วาย 5 ที่อ.โพทะเล อยู่ที่ 7.40 เมตร ระดับความสูงตลิ่ง 8.10 เมตร ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งเพียง 70 ซ.ม. ปริมาณน้ำที่ไหล 249 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที โดยระดับน้ำสูงจนล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมถนนสายวังจิก-วังเทโพ ซึ่งเป็นถนนสายหลักของประชาชน 4 หมู่บ้านของต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง ได้แก่หมู่ที่ 1,3,8 และหมู่ที่ 10 ถนน เข้าออก ถูกน้ำท่วมขังเป็นช่วง ระดับท่วมสูง 20-30 ซ.ม. ทำให้รถทุกชนิดที่ใช้การเดินทางต้องขับรถลุยน้ำเข้าออก

ด้านชาวบ้านในพื้นที่ต.วังจิกต่างนำเรือออกมาซ่อมแซมอุดรอยรั่วของเรือ เพื่อใช้สัญจรในช่วงน้ำท่วม รวมถึงจับสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลาเพื่อหารายได้ ในช่วงน้ำท่วมขังในระยะ 2-3 เดือนที่น้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตรและทุ่งรับน้ำต.วังจิก

เตือน 41 จว.รับมือพายุ‘โนรู’
วันเดียวกัน กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกประกาศเตือนฉบับที่ 41/2565 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ระบุว่ากองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุดีเปรสชันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกได้ทวีกำลังขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “โนรู (NORU)” คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 27-28 ก.ย. 2565 ส่งผลทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรงในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 2565 และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง

ทั้งนี้ กอนช.ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำด้วย ฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำช่วงวันที่ 27 ก.ย.-2 ต.ค.2565 ดังนี้ 1.เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และน้ำท่วมขัง ดังนี้ ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ (อ.ฮอด จอมทอง ดอยหล่อ ดอยเต่า และแม่วาง), จ.แม่ฮ่องสอน (อ.สบเมย และแม่สะเรียง), จ.ลำปาง (อ.ห้างฉัตร เกาะคา เสริมงาม เมืองลำปาง และสบปราบ), จ.ลำพูน (อ.เวียงหนองล่อง ป่าซาง แม่ทา และป่าซาง)

จ.กำแพงเพชร (อำเภอปางศิลาทอง และคลองลาน), จ.ตาก (อำเภอพบพระ อุ้มผาง และแม่สอด), จ.แพร่ (อำเภอวังชิ้น ลอง และเด่นชัย), จ.อุตรดิตถ์ (อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ลับแล และทองแสนขัน), จ.พิษณุโลก (อำเภอนครไทย วัดโบสถ์ และชาติตระการ), จ.นครสวรรค์ (อำเภอแม่วงก์), จ.อุทัยธานี (อำเภอบ้านไร่), จ.เพชรบูรณ์ (อำเภอหล่มสัก เมืองเพชรบูรณ์ บึงสามพัน และวิเชียรบุรี)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ชัยภูมิ (อ.คอนสาร เกษตรสมบูรณ์ และหนองบัวแดง), จ.ขอนแก่น (อ.ภูผาม่าน และภูเวียง), จ.นครราชสีมา (อ.เสิงสาง ปักธงชัย ครบุรี วังน้ำเขียว โชคชัย ปากช่อง หนองบุญมาก สูงเนิน สีคิ้ว และเมืองนครราชสีมา), จ.บุรีรัมย์ (อ.บ้านกรวด ประโคนชัย ละหานทราย เฉลิมพระเกียรติ พลับพลาชัย โนนดินแดง ปะคำ นางรอง กระสัง โนนสุวรรณ หนองกี่ เมืองบุรีรัมย์ และชำนิ), จ.สุรินทร์ (อ.พนมดงรัก สังขะ บัวเชด พนมดงรัก ปราสาท กาบเชิง ลำดวน ศรีณรงค์ ศีขรภูมิ เขวาสินรินทร์ และเมืองสุรินทร์), จ.ศรีสะเกษ (อ.ขุขันธ์ ภูสิงห์ ไพรบึง ปรางค์กู่ ขุนหาญ วังหิน และกันทรลักษ์)

กรุงเทพฯ-ปริมณฑลก็โดนด้วย
ภาคกลาง จ.สิงห์บุรี (อ.พรหมบุรี บางระจัน และท่าช้าง), จ.อ่างทอง (อ.เมืองอ่างทอง แสวงหา ไชโย วิเศษชัยชาญ และโพธิ์ทอง), จ.ลพบุรี (อ.ลำสนธิ และพัฒนานิคม), จ.สระบุรี (อ.เมือง แก่งคอย หนองแซง หนองแค พระพุทธบาท เสาไห้ และเฉลิมพระเกียรติ), จ.พระนครศรีอยุธยา (อ.ผักไห่ เสนา บางบาล บางปะหัน พระนคร ศรีอยุธยา นครหลวง ภาชี และท่าเรือ), จ.นครปฐม (อ.กำแพงแสน และบางเลน), จ.สุพรรณบุรี (อ.ด่านช้าง และเดิมบางนางบวช), จ.กาญจนบุรี (อำเภอสังขละบุรี และหนองปรือ), จ.ราชบุรี (อ.เมืองราชบุรี บ้านโป่ง ปากท่อ สวนผึ้ง และบ้านคา)รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก จ.นครนายก (อ.ปากพลี), จ.สระแก้ว (อ.ตาพระยา โคกสูง อรัญประเทศ วัฒนานคร และคลองหาด), จ.ระยอง (อ.เมืองระยอง แกลง วังจันทร์ และบ้านค่าย), จ.จันทบุรี (อ.ขลุง แหลมสิงห์ ท่าใหม่ เมืองจันทบุรี เขาคิชฌกูฏ โป่งน้ำร้อน และนายายอาม), จ.ตราด (อ.เกาะกูด คลองใหญ่ เมืองตราด บ่อไร่ เกาะช้าง แหลมงอบ และเขาสมิง)

ภาคใต้ จ.ระนอง (อ.เมืองระนอง กระบุรี ละอุ่น กะเปอร์ และสุขสำราญ), จ.พังงา (อ.เมืองพังงา กะปง ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า และตะกั่วทุ่ง), จ.ภูเก็ต (อ.เมืองภูเก็ต และถลาง), จ.นครศรีธรรมราช (อ.เมืองนครศรีธรรมราช ท่าศาลา และปากพนัง) และจ.นราธิวาส (อ.ศรีสาคร จะแนะ และสุคิริน)

2.เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่ง บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ของแม่น้ำสาย แม่น้ำกก แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย แม่น้ำเลย แม่น้ำชี ลำน้ำเชิญ ลำน้ำพรหม ลำน้ำพอง แม่น้ำมูน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำตราด

เฝ้าระวัง 13 อ่างเก็บน้ำใหญ่
3.เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำสูงกว่าเกณฑ์ปฏิบัติการเก็บกักน้ำสูงสุด (Upper Rule Curve) 13 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ อ่างเก็บน้ำแม่มอก และกิ่วคอหมา จ.ลำปาง อ่างเก็บน้ำทับเสลา จ.อุทัยธานี อ่างเก็บน้ำ กระเสียว จ.สุพรรณบุรี อ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น อ่างเก็บน้ำลำตะคอง ลำพระเพลิง และมูลบน จ.นครราชสีมา อ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล จ.นครนายก อ่างเก็บน้ำคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี และอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี รวมทั้งอ่างขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีปริมาตรน้ำมากกว่าร้อยละ 80 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้นกระทบพื้นที่ด้านท้ายน้ำทั่วประเทศ

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้ 1.ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ 2.ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม โดยปรับแผนระบายน้ำจากเขื่อนและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำและบริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำ เพื่อลดผลกระทบจากมวลน้ำที่จะไหลหลากมายังบริเวณพื้นที่เสี่ยง 3.เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักร เครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที และ 4.ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

อุตุฯเตือน‘โนรู’ทำฝนตกหนักทั่วปท.
ด้าน น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนฉบับที่ 2 เรื่องพายุโนรู ว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 กันยายน 2565 พายุโซนร้อนกำลังแรง “โนรู” บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 600 กิโลเมตรทางตะวันออกของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ หรือที่ละติจูด 15.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 126.9 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางใต้เล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยจะเคลื่อนผ่านประเทศฟิลิปปินส์ลงทะเลจีนใต้ตอนกลางในช่วงวันที่ 25-26 ก.ย. 2565 คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 27-28 ก.ย. 2565 ส่งผลทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรงในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 2565 ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 2565 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

กระสอบทราย2แสนสู้ท่วมกรุง
วันเดียวกัน ที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรองรับน้ำเหนือไหลหลาก และน้ำทะเลหนุนในพื้นที่กทม. ว่า ต้องพร่องน้ำอย่างเต็มที่และให้ต่ำที่สุด นอกจากนี้ยังจัดเตรียมกระสอบทรายประมาณ 2 แสนใบ เพื่อกระจายให้ชุมชนที่เปราะบาง ขณะเดียวกันสั่งการให้จัดลำดับเหตุการณ์ว่า หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เช่นฝนตกที่เขตไหน ให้สำนักการระบายน้ำส่งข้อมูลไปที่เขต และเขตต้องรู้ว่าสถานการณ์แบบนี้ต้องเข้าไปดูแลที่ชุมชนไหนก่อน เช่นการเรียงกระสอบทรายเพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้น เพราะหากเราป้องกันได้บางส่วนก่อน ความเสียหายอาจจะไม่รุนแรงมาก ซึ่งเอาชุมชนมาเป็นแนวร่วมในการแก้ปัญหาด้วย

“ที่ผ่านมาเรามีบทเรียนแทบทุกเขตแล้วว่าฝนตกแต่ละเขตเป็นอย่างไร ซึ่งแต่ละเขตก็รู้จุดอ่อน และตอนนี้เหมือนเรามีบทซ้อมไว้แล้ว แต่ถ้าเราดูแนวฝนจริงๆ จะไปกระทบกับภาคเหนือเยอะกว่า ของกรุงเทพฯจะเป็นอ่อนๆ แต่จะมีน้ำเหนือกับน้ำหนุนมาเสริม ซึ่งได้สั่งการให้เรียงกระสอบทรายตลอดแนวคันกั้นน้ำเป็นหลัก และได้ย้ำกับผอ.เขตว่าให้รีบทำ ถ้ามีจุดฟันหลอให้เสริมเข้าไป” ผู้ว่าฯกทม.กล่าว

สั่งเร่งเยียวยาท่วมลาดกระบัง
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ส่วนการเยียวยาในพื้นที่เขตลาดกระบังนั้น ขณะนี้ให้ถุงยังชีพบรรเทาในเบื้องต้น แต่การเยียวยาที่เป็นตัวเงินนั้น จะต้องจัดทำรายละเอียดความเสียหาย ซึ่งเขตอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล เพื่อส่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย โดยเขตต้องทำตัวเลขและหลักฐานอย่างชัดเจนอย่างรอบคอบ

ปภ.เผยน้ำล้นตลิ่ง 9 จว.
วันเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานผล กระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมกระโชกแรงบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ โดยช่วงวันที่ 22-24 ก.ย. มีสถานการณ์ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ กําแพงเพชร อํานาจเจริญ นครราชสีมา รวม 7 อำเภอ 7 ตำบล 17 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 14 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ 2 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ และนครราชสีมา รวม 5 อำเภอ 5 ตำบล 8 หมู่บ้าน แยกเป็น เชียงใหม่ เกิดฝนตกหนักทําให้ลําน้ำแม่เหียะ และลําน้ำคันคลอง ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ต.แม่เหียะ อ.เมือง อ.แม่ริม อ.สันทราย อ.หางดง ทําให้เกิดน้ำท่วมขัง บริเวณหน้าเทศบาลต.สุเทพ หน้าท่าอากาศยานเชียงใหม่ ความเสียหายอยู่ระหว่างสํารวจ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง นครราชสีมา เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ต.ประทาย อ.ประทาย ทำให้น้ำท่วมขังบริเวณถนนเทศบาล 9 และท่วมขังในวัดกระโดน บ้านเรือนประชาชน ได้รับผล กระทบ 14 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

ขณะที่ช่วงระหว่างวันที่ 13 ส.ค.-24 ก.ย. เกิดน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ ตาก ขอนแก่น มหาสารคาม อุบลราชธานี บุรีรัมย์ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ปทุมธานี ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ 7 จังหวัด ได้แก่ ตาก อุบลราชธานี บุรีรัมย์ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ปทุมธานี รวม 19 อำเภอ 134 ตำบล 704 หมู่บ้าน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ประชาชนได้รับผลกระทบ 32,055 ครัวเรือน ดังนี้ ตาก เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.สามเงา และ อ.บ้านตาก รวม 4 ตำบล 28 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 696 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

อุบลราชธานี น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองอุบลราชธานี อ.วารินชำราบ รวม 6 ตำบล 30 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 542 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น บุรีรัมย์ น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ ต.นิคม อ.สตึก รวม 5 หมู่บ้าน ระดับน้ำทรงตัว

อยุธยาท่วมแล้ว 6 อำเภอ
พระนครศรีอยุธยา น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.บางไทร อ.บางปะอิน และอ.พระนค รศรีอยุธยา รวม 88 ตำบล 535 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผ ลกระทบ 24,937 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น อ่างทอง น้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.วิเศษชัยชาญ อ.ป่าโมก อ.ไชโย และ อ.เมืองอ่างทอง รวม 11 ตำบล 36 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 784 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น

สิงห์บุรี เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมน้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.อินทร์บุรี และอ.เมืองสิงห์บุรี รวม 3 ตำบล 6 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 170 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว ปทุมธานี เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองปทุมธานี และ อ.สามโคก รวม 21 ตำบล 64 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,926 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

ตั้ง‘วอร์รูม’สู้พายุโนรู
น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่าในวันที่ 25 ก.ย. เวลา 10.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะจัดตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์เพื่อเฝ้าระวังพายุโนรูอย่างใกล้ชิด โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถเตรียมความพร้อมรับมือในการบริหารจัดการน้ำต่อไป

กรมชลฯ สั่งเขื่อนเร่งพร่องน้ำ
ด้านนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่าสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางในพื้นที่ภาคตะวันออก ปัจจุบัน (24 ก.ย.) มีปริมาณน้ำรวมกัน 2,077 ล้านลบ.ม. หรือ 84% ของความจุอ่างฯ รวมกัน ยังสามารถรับน้ำได้อีก 397 ล้านลบ.ม. แต่เนื่องจากมีฝนตกชุกในพื้นที่ส่งผลให้มีน้ำท่าเพิ่มสูงขึ้นและมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ อย่างต่อเนื่อง กรมชลประทานได้เร่งระบายน้ำในอ่างฯ เพื่อรักษาระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม รวมทั้งเพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่อาจจะตกลงมาอีกในระยะต่อไป โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ

จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ในช่วงวันที่ 26-29 ก.ย.ประเทศไทยจะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงแนวโน้มพายุโซนร้อนบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีโอกาสเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย จึงกำชับให้โครงการชลประทานและสำนักเครื่องจักรกลเตรียมพร้อมรับมือฝน โดยจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำจุดพื้นที่เสี่ยงให้สามารถช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที รวมทั้งให้พิจารณาปรับการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในแต่ละพื้นที่ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำในอ่างเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าด้วย

น้ำซัดพัง – ทหารกองพันภาคที่ 2 ก่อสร้างสะพานเหล็กชั่วคราวข่ามลำน้ำวังกระทะบ้านตลิ่งชัน ต.จระเข้หิน จ.นครราชสีมา หลังสะพานเดิมถูกกระแสน้ำป่าซัดพังเสียหายชาวบ้านเดือดร้อนนานดับเดือน เมื่อวันที่ 24 กย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน