เพื่อไทยแลนด์สไลด์ร้อยเอ็ด‘เศกสิทธิ์’ชนะขาดนายกอบจ.
ป้อมปลื้มเพชรบูรณ์รับพรึบ

นิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจ ‘อิ๊ง’ คะแนนแซง ‘บิ๊กตู่’ รุ่นใหม่หนุนนั่งนายกฯ พปชร.เรตติ้งวูบ หล่น มาอันดับ 5 เพื่อไทยแลนด์สไลด์ ร้อยเอ็ด ‘เศกสิทธิ์’ เข้าวิน นายก อบจ. คะแนนทิ้งห่างคู่แข่งท่วมท้น พบฉีกบัตร 1 ราย ด้านฝ่ายค้าน รุมฉะ ‘ชัยวุฒิ’ น่ารังเกียจ หลังข่มขู่ม็อบ ระวังจะไม่ได้เลือกตั้ง จตุพร ยันนัดระดมพลแยกราชประสงค์วันชี้ชะตา ‘บิ๊กตู่’ ด้าน ‘บิ๊กป้อม’ ลงพื้นที่เพชรบูรณ์ประธานงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ปลื้มป้ายเชียร์พรึบ ชาวบ้านแห่รับนับพัน ลั่นมาในนามรัฐบาล อย่าโยงการเมือง ชี้พปชร.เชื่อขึ้นป้ายต้อนรับ ‘ป้อม’ ไม่ผิด กมธ.กิจการสภา จ่อเชิญเลขาฯ กกต. เคลียร์ข้อสงสัย เพื่อไทย-ก้าวไกล จี้กกต.ทำกติกาให้แฟร์ ไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาล-รมต.ทำได้

กกต.ย้ำกฎเหล็กยึดตามปี 62
วันที่ 25 ก.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงประกาศใช้ระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่ 3) ว่า ไม่น่ามีข้อกังวล ทั้งฝั่ง กกต.และพรรคการเมือง ซึ่งสรุปใจความสำคัญได้ ดังนี้ 1.กกต. ออกระเบียบ บนหลักการเพื่อประโยชน์แห่งความเที่ยงธรรมและเรียบร้อย ไม่ได้คำนึงว่าพรรคไหนจะได้อะไร ทุกคนอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน

2.ระเบียบวิธีหาเสียงใช้บังคับมาตั้งแต่ปี 2562 แต่ต่างตรงที่เงื่อนเวลาจาก 60 วัน เป็น 180 วัน แก้ไขเพิ่มเติมเพียงกรณีปัจจุบันยังไม่มีเขตเลือกตั้ง เนื่องจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ และกรณีบังคับใช้กับผู้ที่ประสงค์สมัครรับเลือกตั้งด้วย 3.การหาเสียง ให้ศึกษาจากระเบียบ กกต. ฉบับที่ 1-4 หากดูทั้ง 4 ฉบับ ท่านจะไม่มีคำถาม ทั้งนี้ กกต.ได้ชี้แจงทำความเข้าใจต่อตัวแทนของทุกพรรค จึงไม่มีอะไรต้องกังวล ส่วนป้ายหาเสียง สามารถใช้ตามปี 2562 ทุกพรรคเข้าใจ ไม่เคยมีปัญหา

เตือนทุกพรรคต้องระวังมากขึ้น
นายแสวงกล่าวว่า กิจกรรมของพรรค ทุกอย่างต้องเดินไปตามกฎหมายพรรคการเมือง เมื่อเข้าระยะเวลา 180 วันที่ยาวนานขึ้นนั้น พรรคต้องระมัดระวังขึ้น เพราะโครงการของพรรคบางอย่างต้องไปดำเนินการกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยห้ามจัดเลี้ยง ให้ทรัพย์สิน สนับสนุนค่ายานพาหนะหรือที่พัก นอกเหนือจากนี้ พรรคก็ดำเนินการได้ตามปกติ

ส่วนการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีที่อาจเอื้อประโยชน์ต่อพรรคร่วมรัฐบาล นายแสวงกล่าวว่า กฎหมายมีพร้อมอยู่แล้ว ไม่ต้องไปแก้ไข ซึ่งข้อเท็จจริงต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป แต่หลักการ คือ รัฐมนตรีและข้าราชการ ถ้ามีอำนาจหน้าที่ดูแลประชาชนก็ทำได้ โดยต้องระมัดระวังการไปในตำแหน่งหน้าที่ สำหรับการลงพื้นที่ของส.ส. เช่น กรณีเกิดภัยพิบัติ จะเข้าไปทำได้หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ส.ส. มีอำนาจอะไรที่จะไปดูแลประชาชนแบบนั้น ตนจะไม่บอกว่าใครทำอะไรได้ แต่ขอให้ทำในสิ่งที่ตัวเองมีอำนาจหน้าที่ กฎหมายก็จะคุ้มครอง

‘ป้อม’บุกเพชรบูรณ์-ส.ส.แห่รับ
เมื่อเวลา 08.45 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยน.ส. ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะ ออกเดินทางด้วยเครื่องบิน Embraer 135 (บ.ท.135) จากกองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้าย กองทัพบกดอนเมือง ไปยังท่าอากาศยานเพชรบูรณ์ เพื่อตรวจราชการในพื้นที่จ.เพชรบูรณ์

โดยเมื่อพล.อ.ประวิตร และคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานเพชรบูรณ์ มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อาทิ นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ส.ส.เพชรบูรณ์ นายจักรัตน์ พั้วช่วย นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ นายเพชรภูมิ อาภรรัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร รอต้อนรับ ขณะที่มีส.ส.พรรค พปชร.บางส่วน รอรับอยู่ที่วัดโบสถ์ชนะมาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พล.อ.ประวิตรใช้รถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน กฉ 9 เพชรบูรณ์ ซึ่งระหว่างเส้นทาง มีการติดป้ายต้อนรับพล.อ.ประวิตร ในการลงพื้นที่เพชรบูรณ์ เป็นระยะ

ลูกโยน – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รรท.นายกรัฐมนตรี โยนขนมลูกโยนและขนมมงคล แจกจ่ายให้ประชาชนเพื่อเป็นสิริมงคล ระหว่างเป็นประธานงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ที่วัดโบสถ์ชนะมาร อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 25 ก.ย.

อารมณ์ดี-ป้ายเชียร์ลุงป้อมพรึบ
เวลา 10.30 น. ที่วัดโบสถ์ชนะมาร ต.สะเดียง พล.อ.ประวิตร เป็นประธานในพิธีอุ้มพระดำน้ำ และเมื่อเสร็จพิธี พล.อ.ประวิตรได้โยนขนมลูกโยน กระยาสารท กล้วย และขนมมงคล แจกจ่ายให้ประชาชนที่มาร่วมงาน ซึ่งบรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้าร่วมพิธีกว่า 3,000 คน พร้อมถือป้ายข้อความต้อนรับพล.อ.ประวิตร อาทิ ในน้ำมีปลา บนฟ้ามีนก, รองนายกลุงป้อม ฮักแพงลุงป้อม, ลุงป้อม..สู้..สู้, รักลุงป้อมสุดใจ, เรารักประวิตร ซึ่งพล.อ.ประวิตรได้ยิ้มทักทาย พร้อมทำมือมินิฮาร์ตให้ประชาชนอย่างเป็นกันเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่จัดงาน มีการขึ้นป้ายขนาดใหญ่ต้อนรับพล.อ.ประวิตร เป็นประธานพิธีอุ้มพระดำน้ำประจำปี 2565 ขณะเดียวกันยังมีป้ายต้อนรับ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง

ยันลงพื้นที่ในนามรัฐบาล
จากนั้นเวลา 11.20 น. ที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ พล.อ.ประวิตร เป็นประธานประชุมติดตามการปฏิบัติงาน และมอบนโยบายแก่ ผู้ปฏิบัติงาน โดยมีรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ มีการรายงานสถานการณ์น้ำภาพรวม ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและการบริหารงานในพื้นที่ รวมถึงปัญหาที่ดินทำกิน

พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ระหว่างที่กกต. ประกาศกฎเหล็ก 180 วันให้ส.ส.และพรรคการเมืองเป็นแนวทางปฏิบัติว่า การลงพื้นที่ของตน เพื่อดูแลประชาชนเป็นหลัก เพราะประชาชนเดือดร้อนจากน้ำท่วม ตนมาช่วยเหลือประชาชน ไม่ได้เล่นการเมือง ข้าราชการทุกคนไม่ใช่เจ้านายประชาชน แต่เป็นลูกน้อง ฉะนั้น ต้องเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง ต้องดูแลให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าการตรวจราชการครั้งนี้ ยืนยันว่ามาในนามรัฐบาลใช่หรือไม่ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า “ใช่ ในนามรัฐบาล ผมเป็นรัฐบาล” เมื่อถามว่ากังวลกับระเบียบของกกต.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้องกังวล ทำตามระเบียบกกต.ทุกอย่าง กกต.ว่าอย่างไรก็ทำตามนั้น

ลั่นช่วยปชช.อย่าโยงการเมือง
เมื่อถามว่าเกรงจะถูกวิจารณ์การลงพื้นครั้งนี้เป็นการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวย้อนว่า เรื่องการเมืองอะไร เพราะมาในนามรัฐบาล มาตรวจเยี่ยมประชาชน จะกลัวอะไร ส่วนที่มีการติดป้ายต้อนรับพล.อ.ประวิตร ก่อนลงพื้นที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นป้ายต้อนรับในนามของรองนายกฯ จะมาต้อนรับไม่ได้หรือ ผู้สื่อข่าวตอบว่าได้ พล.อ.ประวิตรจึงกล่าวว่า ถ้าได้ก็จบ

เมื่อถามว่าพรรคอื่นเปิดตัวผู้สมัครอย่างครึกครื้น พรรค พปชร.เตรียมตัวอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “โอ้ย ไม่ต้องห่วง ผมทำเอง เรื่องนี้พรรคมีหัวหน้าภาค ทำอยู่แล้ว”

ปัดตอบรับมือม็อบวันชี้ชะตา‘ตู่’
เมื่อถามว่าจากประเพณีอุ้มพระดำน้ำที่มีประชาชนมาร่วมงานจำนวนมาก แสดงว่าการท่องเที่ยวจะเริ่มดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เริ่มดีขึ้นแล้วจากที่ได้รับรายงานจากทุกฝ่ายดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้นเป็นเดือนที่สามแล้ว ซึ่งตนไม่ต้องกำชับแล้ว ทุกอย่างดีขึ้นเอง ทั้งการท่องเที่ยวและเรื่องต่างๆ ดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมเตรียมเคลื่อนไหวในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยวาระนายกฯ 8 ปี ของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เตรียมรับมืออย่างไร พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าว

แฟนคลับตะโกนให้กำลังใจ
เวลา 13.00 น. ที่พุทธอุทยานเพชรบุระ อ.เมืองเพชรบูรณ์ พล.อ.ประวิตร และคณะได้เข้าสักการะพระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิม พระเกียรติ 84 พรรษาฯ โดยทันทีที่มาถึงมีกลุ่มสภาสตรี กลุ่มอสม. ชาวไร่ยาสูบเพชรบูรณ์ และประชาชน มารอถือป้ายต้อนรับและป้ายขอบคุณที่ช่วยแก้ปัญหา เช่น เรื่องที่ทำกินบนเขาค้อ ขอบคุณโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยตะโกนให้กำลังใจ “รักลุงป้อมๆ เป็นกำลังใจให้” พร้อมเข้าสวมกอดพล.อ.ประวิตร และมอบดอกกุหลาบให้ พล.อ.ประวิตรยังถ่ายภาพหมู่ร่วมกับประชาชน

จากนั้นพล.อ.ประวิตรเดินทางไปที่สะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก เทศบาลเมืองหล่มสัก เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและแนวทางแก้ไขปัญหา มีตัวแทนนักเรียนจ.เพชรบูรณ์ ขับร้องเพลงดอกไม้ให้คุณ โดยพล.อ.ประวิตรร้องเพลงคลอด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและมีขยับมือตามจังหวะเพลง

ลั่นรัฐบาลอยู่ได้เพราะประชาชน
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พิธีอุ้มพระดำน้ำ ถือว่าตื่นตาตื่นใจสำหรับตนอย่างยิ่ง และภูมิใจที่คนไทยทุกคนมีความรักใคร่กลมเกลียวกันอย่างนี้ ตนขอให้ประชาชนทุกคนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน อำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องหนี้นอกระบบ เรื่องดิจิทัลออนไลน์ต่างๆ และสวัสดิการต่างๆ ส่วนราคายาสูบที่ขอ 3 บาท เดี๋ยวตนจะอนุมัติเอง ยืนยันว่ารัฐบาลอยากเห็นประชาชนอยู่ดีกินดี มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นหลักในการบริหารงานของพล.อ. ประยุทธ์ ซึ่ง 7-8 ปี เราพยายามทำทุกอย่าง เพื่อพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ฝากทุกคนว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ก็เพราะประชาชน

ก่อนเดินทางกลับ พล.อ.ประวิตรได้นั่งรถและเปิดกระจก ทักทายกับประชาชน 22 ตำบลที่รอต้อนรับตลอดทาง รวมถึงตรวจดูระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักด้วย

‘สันติ’ย้ำชัดไม่ทิ้งพปชร.
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะ เลขาธิการพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ของพล.อ.ประวิตร ว่า เป็นการยืนยันว่าตนยังอยู่พรรค พปชร. และเป็นไปไม่ได้ที่ตนจะไปอยู่พรรคอื่น เพราะเราอยากช่วยทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชน ส่วนการเตรียมผู้สมัครส.ส.นั้น พรรคมีส.ส.ครบอยู่แล้ว โดยเฉพาะเพชรบูรณ์ พิษณุโลก นคร สวรรค์ พิจิตร ส่วนจ.เพชรบูรณ์ จะกวาดที่นั่งส.ส.ได้หมดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชน เพราะเราทำงานเพื่อดูแลประชาชน รัฐบาลดูแลช่วยเหลือทั้งเกษตรกร เรื่องเศรษฐกิจ รวมถึง โควิด-19 ที่เราทำได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และการลงพื้นที่ครั้งนี้ ประชาชนให้การตอบรับ ส่วนปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนระบุมาก็จะรับไว้พิจารณาเพื่อช่วยแก้ไขต่อไป

ยันป้ายบิ๊กป้อมไม่ใช่การหาเสียง
นายเอี่ยม ทองใจสด ส.ส. เพชรบูรณ์ พรรค พปชร. กล่าวถึงระเบียบข้อกำหนดเรื่องป้ายหาเสียงของ กกต. ที่กำหนดขนาดไม่เกิน 1.2 ม.x 2.4 ม. โดยมีการติดตั้งช่วงที่พล.อ.ประวิตรลงพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ว่า งานอุ้มพระดำน้ำเป็นประเพณีที่มีมายาวนาน จึงจำเป็นต้องประชา สัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนรับทราบ ตนจึงไม่คิดว่าจะมีปัญหากับข้อระเบียบของกกต. และป้ายดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นที่การหาเสียงเพราะเสียงได้หามานานแล้ว จึงเชื่อไม่มีปัญหา

นายเอี่ยมกล่าวว่า ทุกพื้นที่ได้นำป้ายลงหมด ยกเว้นพื้นที่จัดงานอุ้มพระดำน้ำ และไม่ใช่ป้ายของ ส.ส. ยืนยันว่าไม่กังวล และมองว่าคงเป็นเรื่องทั่วไปที่คนมักจับจ้อง และผู้ใหญ่ก็ได้คุยกับกกต. แล้ว ว่าไม่ใช่การหาเสียง แต่หากมีปัญหาก็ต้องแก้กันไป ทั้งนี้ ยังไม่รู้ว่ากรอบ 180 วันที่ กกต.ประกาศ จะแน่นอนหรือเปล่า

กมธ.หนักใจกติกากกต.
นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรค พปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า วันที่ 28 ก.ย. เวลา 09.00 น. กมธ.นัดประชุม และเชิญนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เข้าหารือถึงแนวทางการหาเสียงเลือกตั้งของส.ส. ในช่วงงาน 180 วันก่อนครบอายุของสภา ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยเฉพาะบทบาทหน้าที่ส.ส. ในการพบปะประชาชน และการเข้าร่วมประเพณีต่างๆ ซึ่งหลังจากหารือแล้วจะนำรายละเอียดที่ได้ แจ้งเวียนไปยังกมธ.สามัญทุกคณะ เพื่อแจ้งการปฏิบัติให้ถูกต้อง ป้องกันการถูกร้องว่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

“นอกจากรัฐธรรมนูญ และตามกฎหมายเลือกตั้งที่แก้ไขบางส่วน หลักการที่ทำไม่ได้คือ สัญญาว่าจะให้ หรือทำให้ แต่การทำหน้าที่ส.ส.ในบทบาทของ กมธ.นั้น จำเป็นต้องสอบถามเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้อง ครบถ้วนทุกประเด็น เช่น ฤดูกาลประเพณี ทอดกฐิน หากจะทำบุญตามประเพณีทำได้หรือไม่ หากทำได้ในวงเงินเท่าไร อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าระเบียบ กกต.ที่ออกมามีความหนักใจ เพราะกติกาที่ออกมาทำให้ต้องตีความ” นายอนันต์กล่าว

‘ป้อม’สั่งลูกพรรคระวังกฎเหล็ก
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรค พปชร. เผยว่า พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้กำชับให้สมาชิกพรรค โดยเฉพาะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ระมัด ระวังเรื่องกฎ 180 วัน ของกกต.อย่างเคร่งครัด ต้องระมัดระวังหรือเข้มงวดในสิ่งที่ทำไม่ได้ เช่น การแจกของเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายพรรคจะชี้แจงประกาศ กกต. ให้กับส.ส.ทุกคนทราบในการประชุมพรรค พปชร. วันที่ 28 ก.ย. เวลา 15.00 น. ด้วย

“พรรคไม่รู้สึกกังวล แต่อาจต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลลงพื้นที่ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ได้เพิ่งจะมานึกได้ว่าห่างหายจากการช่วยประชาชนไปนาน เพราะมัวแต่เล่นเกมการเมืองในสภาแล้ว มาเร่งรีบลงพื้นที่ช่วยประชาชนเอาตอนนี้ ถ้าใครมองเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เท่ากับการยอมรับที่ผ่านมาตัวเองทำงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ น้อยกว่าคนอื่นใช่หรือไม่ แต่ถ้าได้ทำมาตลอด แค่ศึกษาข้อกำหนดที่กกต.ออกมาให้เข้าใจ ก็ไม่น่ามีปัญหา ผลงานที่ทำมานั้น จะทำให้ชนะใจประชาชนเอง” นายธนกรกล่าว

ปชป.แนะตั้งคอลเซ็นเตอร์
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง และระเบียบของ กกต. ส่วนที่หลายพรรคตั้งคำถามถึงแนวทางปฏิบัติต่างๆ นั้น ขอเสนอให้ กกต. ปรับปรุงการทำงาน เพื่อให้พรรคและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน โดยขอให้กกต. ทำข้อสรุปแนวทางปฏิบัติให้ กกต.ทุกระดับชี้แจงให้ตรงกันทั่วประเทศ และกกต.ควรตั้งศูนย์ประสานงาน หรือ คอลเซ็นเตอร์ พร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อทุกฝ่ายปฏิบัติตามระเบียบ และกฎหมาย และกกต.ต้องติดตามตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา เท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของฝ่ายใด

นายองอาจกล่าวต่อว่า ขอให้ กกต.ทำตามอำนาจหน้าที่อย่างจริงจัง เท่าเทียมกัน ซึ่งจะช่วยทำให้การเลือกตั้ง ส.ส.เป็นไปตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงต่อไป

พท.จี้กกต.จับตารมต.ลงพื้นที่
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคได้กำชับว่าที่ผู้สมัครส.ส. และส.ส.ให้ระมัดระวัง ตามที่กกต.ระบุ เชื่อว่าไม่ใช่ปัญหา เขาทำตามอยู่แล้ว ส่วนที่พรรคร่วมรัฐบาลมีรัฐมนตรี อาจทำให้ได้เปรียบกว่านั้น อยากให้กกต.ไปดูจุดความได้เปรียบเสียเปรียบ และเราจะไม่ตั้งคณะทำงานเพื่อจับตาตรวจสอบ ไม่ให้ถูกเอาเปรียบ เราไม่ได้คุยเรื่องนี้เลย ไม่ใช่หน้าที่เรา เป็นหน้าที่กกต.จะต้องดู กฎหมายว่าอย่างไร พรรค พท.ก็เดินตามนั้น ไม่มีปัญหา

เมื่อถามถึงการลงพื้นที่ต่างจังหวัดของพล.อ.ประวิตร ซึ่งมีตำแหน่งหัวหน้าพรรค พปชร. ด้วยนั้น นายสมคิดกล่าวว่า ดูที่วิธีการทำ ถ้าใช้วิธีที่แฝงหาเสียงก็ไม่ควรทำ แต่เรื่องนี้ต้องให้กกต.ดู เราไม่มีหน้าที่ไปดูเขาได้ อยู่ที่พรรคใครพรรคมัน

ซัด‘ชัยวุฒิ’พูดไม่คิดปมขู่ม็อบ
ส่วนที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรค พปชร. ออกมาเตือนผู้ชุมนุมที่นัดชุมนุมวันที่ 30 ก.ย. หากไม่พอใจรัฐบาล อยากให้ใจเย็นๆ เพราะอีกไม่กี่เดือนจะถึงเลือกตั้ง หากมีการเคลื่อนไหวมาก ระวังไม่ได้เลือกตั้งนั้น นายสมคิดกล่าวว่า การเคลื่อนไหวของม็อบเป็นหน้าที่ของประชาชน เขาอยากจะแสดงออกก็เรื่องของเขา พรรคไม่ได้วิตกกังวล เพราะเหลือเวลาอีกไม่นานจะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการอยู่แล้ว ส่วนผู้แสดงออกที่เป็นภาคประชาชน เราห้ามเขาไม่ได้

เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายมองว่านายชัยวุฒิ พูดเช่นนี้ อาจเรียกให้เกิดรัฐประหารอีกหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า เขาพูดอาจไม่ได้คิดอะไร แต่เรื่องจริงคือ ภาคประชาชนเคลื่อนไหวได้ตามกฎหมาย แม้นายชัยวุฒิไม่พูด เขาก็เคลื่อนไหวได้ ไม่มีปัญหา

ก้าวไกลจวกคำพูดน่ารังเกียจ
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีนายชัยวุฒิ ขู่ม็อบว่า เป็นเรื่องน่ารังเกียจที่มีคำพูดแบบนี้ เพราะพูดเหมือนคนที่ไม่ได้อยู่ในกระบวน การประชาธิปไตย หากไม่ได้เลือกตั้ง หมายถึงจะมีอำนาจอื่นมาแทรกแซง ก็ไม่ค่อยสร้างสรรค์ ไม่อยากให้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวแทนประชาชนมีคำพูดแบบนี้ออกมาจากปาก พูดเหมือนการเอื้อให้มีอำนาจนอกระบบที่ไม่ใช่อำนาจที่ประชาชนควรจะมี และไม่ให้มีการเลือกตั้ง ตนไม่สบายใจและไม่อยากให้คนที่เป็นตัวแทนประชาชนพูดแบบนี้

นายธีรัจชัยกล่าวถึงการเริ่มเข้าสู่ช่วง 180 วัน ที่พรรค ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ต้องปฏิบัติตามระเบียบของกกต.ว่า สัปดาห์หน้าจะอบรมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ ส่วนที่พรรคร่วมรัฐบาลอาจได้เปรียบนั้น กกต.ต้องระวัง และให้ความเป็นธรรม ไม่ควรให้รัฐมนตรีหรือพรรคร่วมรัฐบาลได้เปรียบ จากการมีงบประมาณของรัฐ ใช้กลไกข้าราชการช่วยเหลือ ถ้ากกต.ไม่มีมาตรการอะไรเลย อยากให้กกต.ทบทวนทำกติกาให้แฟร์เกมทุกฝ่าย

เมื่อถามถึงการลงพื้นที่ของพล.อ.ประวิตร นายธีรัจชัยกล่าวว่า มองว่าเป็นการเอาเปรียบ หากจะให้ยุติธรรมจริงๆ ต้องไม่เอาพรรคไปพ่วง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ค่อยเป็นธรรม สิ่งสำคัญ กกต.ต้องควบคุมกติกา ไม่ให้ผู้แข่งขันมีความได้เปรียบกัน เช่น ในช่วงก่อน 6 เดือน ห้ามพรรค แต่ไม่ห้ามคนที่มีอำนาจรัฐ ซึ่งกติกาเหล่านี้ไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งที่พึงจะมีในโลกเสรีประชาธิปไตย

จตุพรเมินชัยวุฒิ-ยันม็อบมาแน่
เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ห้องประชุมมูลนิธิอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ คณะหลอมรวมประชาชน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา และกลุ่มประเทศไทยต้องมาก่อน แถลงข่าวแนวทางความเคลื่อนไหว โดยยืนยันนัดชุมนุมตาม เดิม ไม่เปลี่ยนแปลงคือ วันที่ 30 ก.ย. เวลา 17.00 น. ที่แยกราชประสงค์ ซึ่งตรงกับวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์

ส่วนที่นายชัยวุฒิออกมาเตือนหากมีการเคลื่อนไหวมาก ระวังไม่ได้เลือกตั้งนั้น นายจตุพรกล่าวว่า นายชัยวุฒิ ต้องรู้จักพวกตนว่าไม่ใช่คนที่ใครจะมาขู่อะไรง่ายๆ เพราะในสายตาของตน นายชัยวุฒิกระจอกมาก และหากไม่มีการเลือกตั้ง สาเหตุเกิดจากการออกแบบของ 3ป. เนื่องจากเวลานี้มีการสร้างละครลวงโลก โดย กกต.ประกาศกรอบเวลา 180 วันว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ครบวาระจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 7 พ.ค.2566 แต่คนไทยลืมว่า ขณะเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องกรณีขอให้ตีความ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง

ซัดไม่มีเลือกตั้งเพราะ 3 ป.
นายจตุพรกล่าวว่า ต้องยอมรับความจริงว่าขนาดมีกติกาครบ แต่การเลือกตั้งก็ไม่เกิดหลายครั้ง ซึ่งครั้งนี้จะกลับไปใช้บัตรใบเดียวไม่ได้ เพราะแก้รัฐธรรมนูญเป็นบัตรสองใบ แต่พอจะเลือกแบบบัตรสองใบ จะขัดกับเรื่อง ส.ส.พึงมีในรัฐธรรมนูญ ส่วนการจะใช้สูตรหาร 100 หรือหาร 500 ถูกวางไว้ให้ขัดรัฐธรรมนูญทั้งคู่ และอายุของสภาเหลืออยู่สมัยเดียว ดังนั้น การที่นายชัยวุฒิออกมาพูดว่าไม่มีการเลือกตั้งนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการชุมนุมของประชาชน แต่ถ้าไม่ได้เลือกตั้ง เพราะ 3 ป.ไม่ยอมให้เลือกตั้ง ด้วยการเล่นแร่แปรธาตุในเรื่องรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก

“นายชัยวุฒิไม่ได้มีความหมายใดๆ กับพวกผม การขู่ว่าประชาชนออกมาชุมนุมแล้วจะไม่มีการเลือกตั้ง ผมไม่เชื่อ เพราะไม่ชุมนุมก็ไม่มีการเลือกตั้ง แต่หน้าที่ของเราคือ การนับหนึ่งประเทศไทย วันนี้อย่ามาสร้างสถานการณ์อะไร อ้างเรื่องการประชุมเอเปก คณะหลอมรวมประชาชนยืนยันชัดเจนไม่เป็นอุปสรรคขัดขวางการประชุมเอเปก เพียงแต่เราไม่เอา 3 ป. ไม่เอารัฐประหาร สถาปนาอำนาจอธิปไตยของปวงชน” นายจตุพรกล่าว

โพลเผย‘อิ๊ง’แซง‘ตู่’หนุนนายกฯ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจเรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 3/2565” สำรวจระหว่างวันที่ 15-21 ก.ย. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง โดยบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 24.16 ระบุยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 21.60 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ชื่นชอบพรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรคทำได้จริง

อันดับ 3 ร้อยละ 10.56 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ชื่นชอบอุดมการณ์และนโยบายของพรรคก้าวไกล อันดับ 4 ร้อยละ 10.12 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์สุจริต ทำให้บ้านเมืองสงบ

ล่องใต้ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นำคณะผู้บริหารพรรคร่วมเวทีสัมมนากับตัวแทนผู้ประกอบการจังหวัดภูเก็ต-พังงา พร้อมชูนโยบาย “อันดามันเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว” ที่หนุมานเวิลด์ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 25 ก.ย.

‘หน่อย-อนุทิน’คะแนนเพิ่มขึ้น
อันดับ 5 ร้อยละ 9.12 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะชื่นชอบผลงานในอดีต มีประสบการณ์ ซื่อสัตย์สุจริต อันดับ 6 ร้อยละ 6.28 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริงทำจริง อันดับ 7 ร้อยละ 2.56 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

อันดับ 8 ร้อยละ 2.40 นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา อันดับ 9 ร้อยละ 2.20 นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) เพราะเป็นคนพูดจริงทำจริงและมีความน่าเชื่อถือ อันดับ 10 ร้อยละ 2.16 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เพราะมีความรู้ ความสามารถ ตั้งใจในการทำงาน

เมื่อเทียบกับผลการสำรวจ รายไตรมาส ครั้งที่ 2/65 เดือนมิ.ย. 2565 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า น.ส.แพทองธาร นายพิธา พล.อ.ประยุทธ์ และนายชัชชาติ มีสัดส่วนลดลง ขณะผู้ที่ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้, ผู้ที่ระบุว่าคุณหญิงสุดารัตน์ และนายอนุทิน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

พลังประชารัฐวูบอันดับ5
สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 34.44 ระบุเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 24.00 ระบุว่าไม่สนับสนุนพรรคใดเลย อันดับ 3 ร้อยละ 13.56 พรรคก้าวไกล อันดับ 4 ร้อยละ 7.56 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 5.56 พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 6 ร้อยละ 3.04 พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 7 ร้อยละ 2.56 พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 8 ร้อยละ 2.44 ระบุไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 9 ร้อยละ 2.32 พรรคภูมิใจไทย อันดับ 10 ร้อยละ 1.00 พรรคชาติพัฒนา

เมื่อเทียบกับผลการสำรวจ รายไตรมาส ครั้งที่ 2/65 เดือน มิ.ย. 2565 พบว่า ผู้ที่ระบุว่าพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคพลังประชารัฐ มีสัดส่วนลดลง ขณะผู้ที่ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคใดเลย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติพัฒนา มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

ซูเปอร์โพลยกผลงาน‘ตู่’แก้ขัดแย้ง
นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ เรื่อง หัวหน้ายาม กับ จุดเด่น นักการเมือง สอบถามกลุ่มตัวอย่าง 1,952 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 21-24 ก.ย. จากกรณีข่าวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุว่าทหารเป็นเสมือนหัวหน้ายามนั้น พบว่า ร้อยละ 81.4 รับรู้และทราบมาก่อนว่า นายทักษิณ เคยเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร ร้อยละ 18.6 ไม่ทราบ มาก่อน

ทั้งนี้ ร้อยละ 87.2 ระบุว่าการที่นายทักษิณออกมาว่าทหารเป็นเหมือนหัวหน้ายาม เป็นการดูถูกดูแคลนทหารและอาชีพยาม ขณะที่ร้อยละ 12.8 ระบุว่าไม่เป็นการดูถูก

ส่วนจุดเด่นของพล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 35.3 ระบุแก้ปัญหาขัดแย้งของคนในชาติ ร้อยละ 37.5 แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชนช่วงวิกฤต ร้อยละ 24.1 แก้ปัญหาวิกฤตโควิด

ขณะที่นายอนุทิน มีจุดเด่น ร้อยละ 25.6 แก้ปัญหาวิกฤตโควิด ร้อยละ 8.1 แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน ร้อยละ 7.4 แก้ปัญหาขัดแย้งของคนในชาติ ส่วนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีจุดเด่น ร้อยละ 7.4 แก้ปัญหาขัดแย้งของคนในชาติ ร้อยละ 4.8 แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชนช่วงวิกฤต ร้อยละ 3.5 แก้ปัญหาวิกฤตโควิด

‘กรณ์’ร่วมประชุมใหญ่ชพน.
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) เปิดเผยว่า วันที่ 26 ก.ย. พรรคจะจัดประชุมใหญ่สามัญ ที่จ.นครราชสีมา มีวาระ อาทิ การเลือกกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในตำแหน่งที่ว่าง การเตรียมพร้อมเลือกตั้งส.ส. ทั้งนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกพรรคและทีมงาน จะเข้าร่วมประชุมด้วย ส่วนจะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคนั้น ต้องรอมติที่ประชุม ส่วนที่มีข่าวว่าจะเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคด้วยนั้น ตนไม่ทราบ

นพ.วรรณรัตน์กล่าวถึงประกาศกกต.ว่า พรรคจะปฏิบัติตามประกาศและระเบียบกกต.อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ทำผิดกฎหมาย ส่วนการเปิดตัวผู้สมัครส.ส.นครราชสีมา ทั้ง 16 เขตนั้น พรรคได้ตัวผู้สมัครแล้ว รอเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

พท.แลนด์สไลด์ที่ร้อยเอ็ด
ที่จ.ร้อยเอ็ด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ร้อยเอ็ด บรรยากาศการลงคะแนนทั้งจังหวัด 2,535 หน่วยเลือกตั้ง ใน 20 อำเภอ ไม่คึกคัก มีประชาชนไปลงคะแนนไม่มาก ท่ามกลางสภาพอากาศครึ้ม บางพื้นที่มีฝนตก

นายดัมพ์ สุริโย ผอ.กกต.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า หลังเปิดหีบบัตรตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเวลา 17.00 น. การจัดการเลือกตั้งทั้ง 2,535 หน่วยใน 20 อำเภอเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พบประชาชนฉีกบัตรเลือกตั้ง 1 แห่งที่ ต.ขวัญเมือง อ.เสลภูมิ ส่วนการร้องคัดค้านการเลือกตั้ง มีส่งเข้ามายังกกต. 2 เรื่อง เป็นการร้องตามสิทธิของผู้สมัคร ซึ่งต้องตรวจสอบข้อมูลที่ชัดเจน อีกครั้ง

เมื่อเวลา 19.50 น. ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการนับไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่า นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 111,313 คะแนน ตามมาด้วยนางจุรีพร สินธุไพร ได้ 42,234 คะแนน และนางรัชนี พลซื่อ ได้ 42,131 คะแนน ถือเป็นการแลนด์สไลด์อย่างที่พรรคเพื่อไทยต้องการ เพราะก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแกนนำคนสำคัญของพรรค ไม่ว่าจะเป็นนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ไปช่วยปราศรัยหาเสียงด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน