ดับสยองคาเก๋งชนคว่ำ-ไฟท่วมถ.กาญจนาภิเษก
นางแบบสาวดับสยอง บึ่งเก๋ง ฝ่าสายฝนกลางดึกเสียหลักชนเหล็กกั้นริมถนนพลิกคว่ำไฟคลอกดับสลด บนถนนกาญจนาภิเษกช่วงเชียงรากน้อย บางปะอิน มุ่งหน้าบางบัวทอง นนทบุรี เสียหลักชนเหล็กกั้นริมถนนพลิกคว่ำไฟคลอกดับสลด เผยจุดเกิดเหตุกำลังก่อสร้างทางและมืดมาก คาดผู้ตายไม่คุ้นเส้นทางขับรถเฉี่ยวเหล็กกั้นริมถนนจนเสียหลักพลิกคว่ำ เพราะฝนตกถนนลื่นจนบาดเจ็บติดคาซากรถออกมาไม่ทันถูกไฟคลอกเสียชีวิต ญาติรุดยืนยันศพยังทำใจไม่ได้ จนท.เร่งตรวจวงจรปิดหาสาเหตุที่แท้จริง
เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 25 ก.ย. พ.ต.ท. นักรบ ชอบทำงาน สว.สอบสวน สภ. บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักพลิกคว่ำเกิดเพลิง ลุกไหม้ บนถนนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงหมายเลข 9) ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 77 มุ่งหน้าไปบางบัวทอง ม.3 ต.เชียงรากน้อย จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลเชียงรากน้อย เจ้าหน้าที่ มูลนิธิพุทไธสวรรย์ ไปควบคุมเพลิง
จุดเกิดเหตุมีฝนตกบนถนนพบรถยนต์ มาสด้า 2 ไม่ทราบสี ทะเบียน 6 กล 6860 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำอยู่ เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงทั้งคัน เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำควบคุมเพลิง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที สามารถควบคุมเพลิงได้ ตรวจสอบภายในรถพบร่างผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นหญิง สภาพถูกเพลิงไหม้ทั้งตัว พบเพียงเล็บเท้าทาสีฟ้า ภายในรถพบเอกสาร และบัตรผู้ป่วยของโรงพยาบาล ระบุชื่อตรงกันคือ น.ส.สุรีรัตน์ มนัสสิริอมร

ชนย่างสด – น.ส.สุรีรัตน์ มนัสสิริอมร นางแบบอิสระ ขับรถเก๋งฝ่าสายฝนเสียหลักพลิกคว่ำ ไฟไหม้คลอกย่างสดเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนกาญจนาภิเษก ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนคร ศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 25 ก.ย.
จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบถนนอยู่ระหว่างการปรับปรุงถนนซ่อมแซมและมืด ใกล้กับจุดเกิดเหตุพบการ์ดเลนหรือเหล็กกั้นริมถนนมีรอยเฉี่ยวชน เศษชิ้นส่วนรถกระจัด กระจาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตขับขี่รถมาในขณะที่ฝนตกหนัก ถนนมีการก่อสร้าง รถเกิดเสียหลักไปชนการ์ดเลนแล้วพลิกคว่ำจนเพลิงลุกไหม้คนขับออกจากรถไม่ได้เสียชีวิต อยู่ระหว่างประสานติดตามญาติของผู้เสียชีวิตมาสอบสวน และ รับร่างไปดำเนินการตามประเพณี
ต่อมาพ.ต.ท.นักรบเผยว่า มีญาติเข้ายืนยันศพแล้วว่าผู้เสียชีวิตคือน.ส.สุรีรัตน์ มนัสสิริอมร อายุ 33 ปี ชาวกรุงเทพฯ อาชีพนางแบบอิสระ แต่ทางญาติและครอบครัวไม่สะดวกที่จะให้รายละเอียด โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป