ชี้ป้ายรับป้อมไม่น่าผิดโอ๋ แจงฮึ่มม็อบ30กย.
ชพน.เปลี่ยนชื่อพรรคเป็น‘ชาติพัฒนากล้า’
‘ชัยวุฒิ’ อ้างเตือนม็อบเคลื่อนไหว 30 ก.ย. ระวังไม่ได้เลือกตั้ง เพราะห่วงทหารปฏิวัติ เพื่อไทยดักคอ อย่าคิดล้มเลือกตั้ง จี้กกต.เอาผิด ‘ป้อม’ โปรยทานที่เพชรบูรณ์ ป้ายต้อนรับเข้าข่ายผิดกฎหมาย ผอ.กต.เพชรบูรณ์ยันทำกันเป็นประเพณี โปรยทานสิ่งบวงสรวง ส่วนเรื่องป้ายต้อนรับ รอหารือกกต.กลาง ‘แสวง’ ถกด่วน กกต.จังหวัดวันนี้ เคลียร์กฎเหล็ก 180 วัน อะไรทำได้-ไม่ได้ ‘ชวน’ ร่วมจี้ต้องชี้แจงให้ชัด เผยส.ส.ผวา ถึงขั้นเก็บพวงหรีดงานศพ ‘กัญจนา’ ลาออกหัวหน้า ชทพ. เปิดทางรื้อโครงสร้างพรรค ชาติพัฒนาเปลี่ยนชื่อเป็น ‘ชาติพัฒนากล้า’ ตั้ง ‘กรณ์’ นั่ง กก.บห.พรรค เพื่อไทยคึกอีก ‘เศกสิทธิ์’ ชนะนายกอบจ.ร้อยเอ็ด แบบถล่มทลาย ระบุเป็นสัญญาณแลนด์สไลด์
ชัยวุฒิอ้างเตือนม็อบ-ห่วงปฏิวัติ
วันที่ 26 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ในวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งเป็นวันวินิจฉัยวาระนายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ว่า ยอมรับเสาร์ที่ 24 ก.ย. ให้สัมภาษณ์เรื่องการชุมนุม ในฐานะรัฐมนตรี ในฐานะนักการเมืองก็แค่เตือนประชาชน หากมีการเคลื่อนไหวในวันที่ 30 ก.ย.นี้ มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี กังวลจะไม่ได้เลือกตั้ง หากมีความวุ่นวายอาจซ้ำรอยอดีตปี 2556-2557 วันที่ กปปส.เดินขบวน สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองและที่สุดก็มีการปฏิวัติ จึงกังวลว่าหากมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นในวันที่ 30 ก.ย.นี้จึงมองว่าเป็นเรื่องที่น่าห่วง
“ผมไม่ได้ขู่แค่เตือน ถ้าไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวายอย่าออกมาเคลื่อนไหวมากนัก หากไม่พอใจรัฐบาลก็อยากให้ใจเย็นๆ อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงช่วงของการเลือกตั้งแล้ว ถ้าเคลื่อนไหวมากๆ ระวังจะไม่ได้เลือกตั้งนะ ผมพูดจริงๆ คำนี้ แต่ก็ห่วงสถานการณ์บ้านเมือง เพราะอดีตเมืองไทยเคยเกิดขึ้น ขณะนี้กฎหมายเลือกตั้งก็ยังไม่เสร็จ หากมีม็อบมีปฏิวัติก็จะไม่ได้เลือกตั้งอีกยาว แต่เรื่องนี้ ขอบอกว่าการปฏิวัติไม่ได้เกิดจาก 3 ป. นะ 3 ป.ไม่ได้ปฏิวัติ คนที่ปฏิวัติก็คงเป็นคนที่มีอำนาจ มีกำลัง ขณะนี้ก็คงเป็นทหารนั่นแหละ” นายชัยวุฒิกล่าว
พท.เตือน-อย่าคิดล้มเลือกตั้ง
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค กล่าวกรณี นายชัยวุฒิกล่าวถึงผู้ชุมนุมเตรียมเคลื่อนไหว 30 ก.ย.นี้ หากเคลื่อนไหวมากๆ ระวังจะไม่ได้เลือกตั้ง ว่า มองเป็นสองส่วน 1.เป็นเรื่องกลอนพาไป ไม่ได้ให้ความสำคัญ เพราะพูดต่อเนื่องจากที่สันนิษฐาน และ 2.นักวิชาการหลายคนมองว่าคนระดับรัฐมนตรีดีอีเอส เป็นรองหัวหน้าพรรคขนาดใหญ่ พูดแบบนี้ย่อมมีความหมาย เป็นการส่งสัญญาณว่าอาจไม่มีการเลือกตั้ง
ถ้าจะไม่มีการเลือกตั้งไม่ว่ากรณีใด เช่น การชุมนุมเรียกร้องต่อต้าน 30 ก.ย. หรือยุบสภาแล้วไม่มีเลือกตั้งเพราะกฎหมายเลือกตั้งยังไม่เสร็จ จะใช้เหตุนี้ทำให้ไม่เกิดการเลือกตั้งไม่ได้ ถือเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตย ไม่เคารพสิทธิประชาชน ขอฝากผู้มีอำนาจอย่าคิดเรื่องนี้ ถึงจุดนี้ถ้าทนไม่ไหวเจ้าของอำนาจที่แท้จริงจะมาทวงสิทธิ์เอาอำนาจเขาคืน
จี้กกต.เอาผิดป้อมโปรยทาน
นพ.ชลน่านกล่าวถึงป้ายขนาดใหญ่ต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาราชการแทนนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่จ.เพชรบูรณ์ โดยมีภาพว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อยู่ด้วยว่า ได้ว่าแฝงเรื่องหาเสียง และป้ายก็มีขนาดใหญ่เกินกว่า กกต.กำหนด เข้าข่ายขัดกฎหมาย แต่อาจไม่ชัดเจนเท่ากับกรณีโปรยทาน ที่ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน กกต.เพชรบูรณ์ต้องตรวจสอบในทันที ถือเป็นเหตุซึ่งหน้า ไม่ต้องรอให้มีผู้ร้อง หาก กกต.เพชรบูรณ์ไม่ดำเนินการ จะถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
นพ.ชลน่านกล่าวถึงลงพื้นที่ของพรรคพท.ในกรอบ 180 วันว่า พรรคจะยังลงพื้นที่ตามเดิม แต่จะต้องระมัดระวังภายใต้ข้อจำกัดค่า ใช้จ่าย เพราะสามารถนำไปสู่การยุบพรรคได้ ยืนยันแม้จะมีข้อจำกัดเรื่องการแจกของ แต่พรรคจะไม่ลดการลงพื้นที่เข้าหาประชาชนแน่นอน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการ พท. กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญและระมัดระวังเรื่องนี้อย่างมาก ฝ่ายกฎหมายพรรคได้ส่งรายละเอียดให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนทราบเบื้องต้นแล้ว และวันที่ 5 ต.ค.นี้พรรคจะจัดอบรมว่าที่ผู้สมัครทุกคน เพื่อให้ความรู้เรื่องกรอบระยะเวลา 180 วัน และการบันทึกค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส่วนการลงพื้นที่ยังคงดำเนินการตามปกติ แต่ต้องไม่ขัดระเบียบ กกต. พท.พร้อมสู้ทุกกติกา ยินดีปฏิบัติตามทุกกฎ แต่ต้องใช้กฎกติกาอย่างเท่าเทียมกันกับทุกพรรค ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ
พปชร.ติวเข้มส.ส.
นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมการกฎหมายและข้อบังคับพรรค ให้สัมภาษณ์ ถึงกระแสจับจ้องการลงพื้นที่ของรัฐมนตรี และการขึ้นป้ายของส.ส.พปชร. หลัง กกต.ประกาศกฎเหล็ก 180 วัน ว่า พปชร.ได้นัดประชุมส.ส. 28 ก.ย.นี้ เวลา 15.00 น. ที่ทำการพรรค เพื่อจะชี้แจงและให้ข้อมูลกับส.ส.เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติ ตามประกาศ กกต. เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และป้องกันไม่ให้เกิดการ กระทำผิด การกล่าวหาหรือมีใครจับจ้อง โจมตีพรรค เป็นเรื่องส่วนบุคคล เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน การตรวจสอบอะไรถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง แต่มั่นใจและยืนยันพรรคระมัดระวังและดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามที่กกต.กำหนด
เมื่อเสียงวิจารณ์พรรคแกนนำรัฐบาล อาจใช้ความได้เปรียบของฝ่ายบริหารในการลงพื้นที่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่การลงพื้นที่ไปปฏิบัติงานของรัฐมนตรี ถือเป็นการบริหารราชการแผ่นดินที่ต้องทำหน้าที่ โดยมีระเบียบปฏิบัติตามข้อกฎหมายกำกับไว้ให้ทำได้หรือไม่ อย่างไร เชื่อว่า ทุกคนระมัดระวังตัวอยู่แล้วไม่ให้สุ่มเสี่ยงที่จะถูกร้อง
กกต.เพชรบูรณ์แจงโปรยทาน
ที่จ.เพชรบูรณ์ นายสุวิทย์ ศรีวงษา ผอ.กต.เพชรบูรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสังเกตของ นพ.ชลน่าน เกี่ยวกับการโปรยทานของ พล.อ.ประวิตร ว่า เบื้องต้นเห็นจากภาพในข่าว มี พล.อ.ประวิตร และรัฐมนตรีที่ไปร่วมพิธีร่วมกันโยนด้วย สิ่งของที่โยนก็เป็นพวกข้าวต้ม กระยาสารท ข้าวต้มลูกโยน ซึ่งเป็นสิ่งบวงสรวงที่ในวัดทำกันอยู่แล้ว ดังนั้นที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นไม่น่าจะเข้าข่ายเป็นการให้ เนื่องจากไม่ใช่สิ่งจูงใจ เพราะเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมา
ส่วนเรื่องป้ายต้อนรับ พล.อ.ประวิตร ที่ระบุมีรูปว่าที่ผู้สมัคร 1 คน และส.ส. 5 คน อยู่ในป้ายเดียวกันนั้น ส่วนนี้ตนยังไม่สามารถรระบุได้ว่าจะผิดหรือไม่ แต่จะนำเข้าหารือต่อที่ประชุมกกต.ในวันที่ 27 ก.ย. ซึ่งกกต.เรียกประชุมกกต.จังหวัด
ป้ายไม่เข้าข่ายหาเสียง
รายงานข่าวจากกกต.เผยว่า กรณีนพ.ชลน่าน ขอให้กกต.ตรวจสอบป้ายต้อนรับ พล.อ.ประวิตร เนื่องจากมีรูป ส.ส.พปชร.ในป้าย เข้าข่ายตามข้อห้ามกกต.อย่างชัดเจนนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ป้ายยังไม่มีรายละเอียดที่อาจเข้าข่ายเป็นป้ายหาเสียงที่ขัดระเบียบกกต. แต่แนวทางปฏิบัติว่าอะไรทำได้หรืออะไรทำไม่ได้ เลขาฯกกต.จะประชุมทำความเข้าใจกับ ผอ.กต.จังหวัดทุกจังหวัดให้เกิดความชัดเจนในวันที่ 27 ก.ย.นี้
กกต.เรียกด่วนกกต.จังหวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 27 ก.ย. นายแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงาน กกต. ได้เรียกประชุม ผอ.กต.จังหวัดทั่วประเทศผ่านระบบซูม ซึ่งจะมีการชี้แจงเพื่อให้ กกต.แต่ละจังหวัดรับทราบแนวทางปฏิบัติและชี้แจงพรรคการเมืองให้เป็นแนวทางเดียวกัน ในเรื่องของการติดป้าย การร่วมงานประเพณี งานศพ ว่าสิ่งไหนทำได้หรือไม่ได้ จากที่ก่อนหน้านี้ เลขาธิการ กกต.ให้สัมภาษณ์แต่ก็ยังมีข้อข้องใจและยังไม่ตรงกันเรื่องการปฏิบัติระหว่าง กกต.กลาง และกกต.จังหวัด จึงจะประชุมเพื่อทำความเข้าใจให้ชัดเจน ประกอบกับก่อนหน้านี้ มีเสียงสะท้อนจากบรรดานักการเมือง และ ส.ส.ที่วิพากษ์วิจารณ์ ว่ากกต.จังหวัดในแต่ละจังหวัด ได้ให้คำชี้แจงต่อ ส.ส.ไม่ตรงกับ กกต.ส่วนกลาง
กมธ.เชิญเลขากกต.แจงกฎเหล็ก
นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.พปชร. ประธานกมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากปัญหาและข้อปฏิบัติที่เกิดขึ้นในช่วง 180 วันนั้น วันที่ 28 ก.ย. เวลา 09.00 น. กมธ.ได้เชิญเลขาธิการกกต.มาชี้แจง เกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆ ที่ต้องปฏิบัติ ทั้งช่วงยุบสภา รัฐบาลครบวาระ หรือช่วงที่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ซึ่งเป็นช่วงที่ ส.ส.กับกมธ.ที่ต้องปฏิบัติภารกิจ จึงอยากให้กกต.ชี้แจงให้ชัดว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ซึ่งมีด้วยกัน 3 กลุ่มคือ 1.ผู้สมัคร ส.ส. 2. ส.ส. และ 3.กมธ. จะทำอะไรได้แค่ไหน รวมถึงการติดป้ายต่างๆ ที่ขณะนี้กำลังมีปัญหา และต้องสอบเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติทั้งทำตามประเพณี ข้อกฎหมาย ข้อยกเว้น และคำวินิจฉัยของศาลฎีกาในอดีตที่กำหนดก้ำกึ่งไม่ต้องปฏิบัติ ทำได้ ไม่ได้ กกต.ต้องชี้แจงให้ชัดเจน และเมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะออกหนังสือเวียนแจ้งให้กมธ.ทั้ง 35 คณะ รับทราบ เพื่อปฏิบัติได้ตรงกัน
“ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงกฐิน มีการทำบุญตามประเพณี รวมถึงงานบวช งานแต่งจะทำได้หรือไม่ กลัวชาวบ้านไม่เข้าใจเพราะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่าทำไปแล้วอาจผิดกฎหมายได้” นายอนันต์กล่าว
‘ชวน’ชี้ส.ส.ผวา-กฎกกต.ไม่ชัด
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวกรณีระเบียบ 180 วันของ กกต.ว่า เท่าที่พูดคุยกับ ส.ส.ก็ระมัดระวังตัวอยู่แล้ว มีการเตือนกันทุกพรรคว่าอย่าทำอะไรที่ขัดต่อกฎหมาย ไม่เช่นนั้นจะเป็นเหยื่อของคู่ต่อสู้นำมาร้องเรียนได้และเชื่อว่าในพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก็มีการย้ำเตือนเช่นกัน ขณะที่ กกต.ยังไม่ชัดเจนบางเรื่อง ความเห็นของ กกต.จังหวัดกับส่วนกลางอาจยังไม่ตรงกัน ดังนั้นขอให้เพื่อน ส.ส.ทุกคนระมัดระวังและยึดกฎหมายเป็นหลัก
การลงพื้นที่ตลอดส่วนตัวไม่กังวล เพราะตนไม่ได้ไปหาเสียงแต่ไปเยี่ยมเยียนประชาชนตามปกติ และกรณีประชาชนเดือดร้อนจากน้ำท่วม ส.ส.ก็สามารถไปเป็นปากเสียงแทนประชาชนได้ แต่ต้องระมัดระวังเรื่องการให้สิ่งของและคำมั่นสัญญา และต้องรอให้ระเบียบ กกต.ออกมาให้ชัดเจนว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เช่นการไปร่วมงานศพ มีการพูดเรื่องการวางพวงหรีด ขณะนี้ส.ส.ที่นำไปวางต่างเอาพวงหรีดออก รวมถึงต้องระมัดระวังเรื่องการใส่ซองทำบุญ ซึ่งไม่แน่ใจว่าทำได้หรือไม่ ดังนั้น กกต.ควรต้องทบทวน เพราะ ส.ส.ต่างมีคำถามเรื่องนี้ และขอให้ประชาชนเข้าใจว่าต่อไปนี้ ส.ส.อาจไม่ได้ร่วมทำบุญ และวางพวงหรีด
นิกรแนะรอกฎหมายลูก
ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายนิกร จำนง รักษาการผู้อำนวยการพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงประกาศระเบียบ กกต.ข้อปฏิบัติช่วง 180 วันว่า หากยุบสภาค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เริ่มนับไปแล้วต้องไปนับใหม่ โดยเริ่มนับในวันยุบสภาแทน และความผิดที่เกิดในช่วง 180 วันจะหายไปด้วย และแม้ กกต.จะออกประกาศเรื่องแนวปฏิบัติ 180 วัน แต่ถ้าร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ กกต.ก็ต้องเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
ส่วนเรื่องความได้เปรียบของฝ่ายรัฐบาลนั้นต้องยอมรับว่าเป็นเช่นนั้น เพราะระหว่างนี้นายกฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรียังต้อง เดินหน้าทำงาน การพูดในฐานะผู้แทนรัฐบาลก็มีผลต่อการเมือง แยกกันลำบาก จึงต้องระมัดระวังเพราะคาบเกี่ยวกันอยู่ เชื่อว่า หลังจากนี้คงมีการตามฟ้องกันเรื่องนี้
ส่วน ชทพ. ต้องมีการอบรม สัมมนาเพราะกฎหมายมีความซับซ้อนมาก คิดว่าถ้าจะให้ดีจะรอให้กฎหมายเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ก่อน เพราะถ้ากฎหมายออกมาทุกอย่างจะเปลี่ยนไป คิดว่าศาลรัฐธรรมนูญทราบเรื่องนี้คงจะรีบพิจารณา และวันที่ 28 ก.ย. กกต.จะไปชี้แจงต่อกมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าความชัดเจนจะมีมากขึ้น
เจ๊นาลาออก-ชทพ.ปรับโครงสร้าง
นายนิกรยังแถลงข่าวว่า น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้า ชทพ. ลงนามในหนังสือลาออกจากหัวหน้าพรรคเมื่อ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ กก.บห.พรรคต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ตามข้อบังคับพรรคระบุต้องมีการเลือกตั้ง กก.บห.ชุดใหม่ ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ กก.บห.พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ รวมถึงกรรมการสรรหาผู้สมัคร ในสัดส่วน กก.บห.พรรคทั้ง 4 คน ต้องพ้นจากตำแหน่งเช่นกัน กรรมการสรรหาในสัดส่วนหัวหน้าสาขาพรรคทั้ง 4 สาขา และตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ก็ลาออกจากตำแหน่งด้วย
ที่ประชุม กก.บห.พรรคเมื่อ 20 ก.ย. เห็นชอบให้จัดประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 2/2565 ในวันจันทร์ที่ 3 ต.ค.นี้ เวลา 08.00 น. ห้องแกรนด์ A-B โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ วาระสำคัญคือ การเลือกตั้ง กก.บห.พรรคชุดใหม่ และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครชุดใหม่ และจะพิจารณาเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคหลายข้อ ที่สำคัญซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คือการเปลี่ยนแปลงจำนวน กก.บห.พรรค ทั้งหมดนี้แสดงถึงความพร้อมของพรรคสำหรับการเลือกตั้ง
ชพน.เปลี่ยนชื่อ‘ชาติพัฒนากล้า’
ที่โรงแรมแคนทารี โคราช มีการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ที่มีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค เป็นประธาน ที่ประชุมมีมติร่วมกัน คือ การเปลี่ยนชื่อจากพรรคชาติพัฒนา เป็น “พรรคชาติพัฒนากล้า” พร้อมลงมติให้นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคกล้า ดำรงตำแหน่ง กก.บห.พรรค
หลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกรณ์ พร้อม นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ, นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และว่าที่ผู้สมัครส.ส.ที่เคยจะลงรับเลือกตั้งในนามพรรคกล้า เกือบ 40 คน ปรากฏตัวต่อหน้าสมาชิก ชพน. โดยที่สมาชิก ชพน.ร่วมมอบดอกกุหลาบสีแดงให้กำลังใจ บรรยากาศชื่นมื่น
นายกรณ์กล่าวเปิดใจว่า ชพน.มีหลักนิยมเดียวกันกับอุดมการณ์ของการก่อตั้งพรรคกล้าคือ การลงมือทำงานให้สำเร็จและแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยใช้ความกล้า ซึ่งการเปลี่ยนชื่อพรรคที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาต้องใช้ ความกล้า การทำงานหลังจากนี้ มีเป้าหมายคือทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี โดยผู้มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและด้านต่างๆ มาร่วมกันอยู่ที่นี่แล้ว
ด้าน นายเทวัญกล่าวว่า ยินดีต้อนรับนาย กรณ์ และคณะ หวังว่าคนโคราชยินดีต้อนรับ พร้อมกล่าวนำ ว่า “พรรคชาติพัฒนากล้า” ปลุกใจสมาชิกพรรคและถ่ายภาพร่วมกัน
สุวัจน์ชี้รีแบรนด์แก้สับสน
เวลา 14.15 น. นายสุวัจน์ นายเทวัญ นายกรณ์ นายกอร์ปศักดิ์ นายอรรถวิชช์ และสมาชิกพรรค ร่วมแถลงข่าว โดยนายสุวัจน์กล่าวว่า ตนได้แจ้งที่ประชุมว่านายกรณ์จะช่วยงานด้านเศรษฐกิจที่เป็นวิกฤตประเทศพร้อมกับคณะ รวม 80 คน ทำให้ ชพน.มั่นคงในด้านเศรษฐกิจ และมติที่ประชุมเห็นชอบกับการรีแบรนด์พรรค เนื่องจากสมาชิกเห็นว่ามีความซ้ำซ้อนและสับสนกับหลายพรรค จึงต้องการสร้างความชัดเจน และสอดคล้องการเปลี่ยนกติกาเลือกตั้ง ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ การมีบัตรเลือกปาร์ตี้ลิสต์ทำให้การเปลี่ยนชื่อตอบโจทย์และไม่ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสับสน อีก 1-2 วันนี้จะประชุม กก.บห.เพื่อเตรียมการทำงาน ส่วนความคาดหวังว่าจะได้กี่เสียงประเมินยากและเร็วเกินไป ต้องรอพิจารณารายละเอียด เช่น การทำโพล จังหวะการยุบสภา การรวมบุคลากร เชื่อว่าจะขยายฐานพรรคชาติพัฒนากล้าให้เข้มแข็งมากขึ้น
ส่วนการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค นายสุวัจน์กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ยังเป็นไปตามโครงสร้าง คือ นายเทวัญ เป็นหัวหน้าพรรค ส่วนนายกรณ์ เป็น กก.บห.พรรค เมื่อถามถึงการจับมือกับพรรคที่ชูประเด็นแก้ปากท้อง เช่น พรรคสร้างอนาคตไทย ของนายอุตตม สาวนายน หรือพรรคสร้างอนาคตไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายสุวัจน์กล่าวว่า ไม่ได้คุยกัน แต่พร้อมพูดคุยกับทุกฝ่าย เพื่อทำให้เกิดการประนีประนอม ร่วมมือแก้ขัดแย้ง แก้เศรษฐกิจ
พท.คึก-ชนะนายกอบจ.ร้อยเอ็ด
เวลา 10.30 น. ที่ทำการ พท. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค แถลงข่าวขอบคุณผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด เพื่อไทยแลนด์สไลด์ ประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ผลการเลือกตั้งชัดเจน นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ผู้สมัคร พท.หมายเลข 2 ได้รับความไว้วางใจอย่างท่วมท้น 3 แสนกว่าคะแนน เกินร้อยละ 50 ของผู้มาใช้สิทธิ์ เลือกตั้ง พูดได้อย่างเต็มภาคภูมิว่า พท. แลนด์สไลด์ ผลเลือกตั้งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า 8 ปีที่ผ่านมาเป็นวิกฤต เป็นทุกข์ยาก ความลำบาก ประชาชนอยากออกจากวิกฤต อยากให้พท. เข้ามาดูแล เลยออกมาเลือก พท.อย่างถล่มทลาย ไม่ต่างจากการเลือกตั้งนายกอบจ.กาฬสินธุ์
สัญญาณที่เกิดขึ้นบ่งบอกว่าต้องแลนด์สไลด์ ถ้าพี่น้องอยากออกจากวิกฤต อยากได้คุณภาพชีวิตที่ดี พท.ขอฉันทามติจากประชาชน ต้องได้คะแนนเกินร้อย 50 ขึ้นไป เราไม่สามารถหลุดพ้นหรือยกเลิกกลไกของรัฐธรรมนูญ เช่น 250 ส.ว.มีส่วนเลือกนายกฯ ได้ ดังนั้นถ้าไม่แลนด์สไลด์ ประชาชนเลือกรัฐบาลของตัวเองไม่ได้ พี่น้องจะได้นายกฯ และรัฐบาลที่ตนเองไม่ได้เลือก
ผลคะแนนแลนด์สไลด์
ด้านนายประเสริฐกล่าวว่า ตั้งแต่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นายก อบจ.กาฬสินธ์ จนที่ร้อยเอ็ด ชี้ให้เห็นว่าประชาชนไม่เอาระบอบเผด็จการแล้ว เป็นสัญญาณที่ดีของ พท.ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ผลเลือกตั้งที่ร้อยเอ็ดชี้ชัด 2 เรื่อง คือประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านการเมือง และสังคมไทยคาดหวังว่าอยากได้ผู้นำคนใหม่ เพราะ 8 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าผู้นำที่มาจากระบอบเผด็จการ ระบอบสืบทอดอำนาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้
สำหรับผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในการเลือกตั้งนายกอบจ.ร้อยเอ็ด นายเศกสิทธิ์ สร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ ได้ 301,187 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งถล่มทลายเกือบสองแสนคะแนน โดยนางรัชนี พลซื่อ ลงในนามอิสระ เป็นตัวแทนนายเอกภาพ พลซื่อ อดีตนายกอบจ.ร้อยเอ็ด ที่ได้ใบแดง ได้ 116,027 คะแนน นางจุรีพร สินธุไพร น้องสาวนายนิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.พท. เลือกตั้งใหญ่นางจุรีพรไปสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ทำให้คนในตระกูลสินธุไพร ประกาศไม่สนับสนุน การสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด จึงลงในนามอิสระ ได้ 126,649 คะแนน ผู้มาใช้สิทธิ์ 576,017 จากจำนวนผู้มีสิทธิ์ 1,042,552 คิดเป็นร้อยละ 55.25
ทั้งนี้ ช่วงหาเสียง ครอบครัวเพื่อไทย นำโดย อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร นำทีมลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายเศกสิทธิ์ ชูนโยบายอยู่ดีกินดี และขับไล่เผด็จการ โดยอุ๊งอิ๊งคาดหวัง ชาวจังหวัดร้อยเอ็ดจะสร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ อย่างที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งที่ จ.กาฬสินธุ์

แลนด์สไลด์ – น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พร้อมน.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แสดงความยินดีกับนายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ชนะเลือกตั้งนายกอบจ.ร้อยเอ็ด ด้วยคะแนน 301,187 คะแนน ทิ้งคู่แข่งแบบแลนด์สไลด์ เมื่อวันที่ 26 ก.ย.
ให้เครดิตอุ๊งอิ๊งช่วยหาเสียง
นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ว่าที่นายกอบจ.ร้อยเอ็ด ให้สัมภาษณ์ช่วงดึกวันที่ 25 ก.ย. โดยเปิดใจกับนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ผู้ดำเนินรายการ โอเวอร์วิว ‘วอยซ์ทีวี’ ถึงผลการ เลือกตั้งที่มีเป็นอันดับ 1 นำโด่งเหนือผู้สมัคร คนอื่นว่า ส่วนตัวกะไว้ว่าต้องได้กว่า 2 แสนคะแนนอยู่แล้ว ซึ่งผลเลือกตั้งนายกอบจ.ร้อยเอ็ดครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณการ นำเสนอนโยบายในอนาคต พท.จะมีนโยบายกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น จึงใช้สนามเลือกตั้ง จ.ร้อยเอ็ด ส่งสัญญาณว่าประชาชนอยากได้ พท.มาก
นายเศกสิทธิ์ ระบุ ตอน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย มาลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อช่วยหาเสียงก็มีประชาชนเรียกว่านายกฯ ชาวบ้านเรียกเอง คงคิดว่าอยากได้ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯ น.ส.แพทองธาร ก็เขินบอกว่าเอานายก อบจ.ร้อยเอ็ดก่อน ยอมรับว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และ น.ส.แพทองธาร เก่งทั้งสองคน แต่ น.ส.แพทองธาร เป็นคนรุ่นใหม่ ถือว่าเป็น คนเก่งทั้ง 2 คน พร้อมย้ำว่า คนร้อยเอ็ด เป็นจังหวัดอันดับ 1 ในภาคอีสานที่ลงประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 2560
ยกฟ้องตู่-ปมฉุกเฉินร้ายแรง
ที่ศาลแพ่ง รัชดาฯ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่นักกิจกรรมและนักศึกษา รวม 7 คนร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงการคลัง จากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขต กทม. ระหว่าง 15-22 ต.ค.2563
คดีนี้กลุ่มนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร, จุฬาฯ และม.ธรรมศาสตร์ ฟ้องตั้งแต่ 27 พ.ย.2563 ขอให้ศาลแพ่งสั่งเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงและประกาศที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมชดเชยค่าเสียหายโจทก์ท คนละ 500,000 บาท รวม 3.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย
น.ส.ศุกรียา วรรณายุวัฒน์ นิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ระบุหลังศาลอ่านคำพิพากษาเให้ยกฟ้องว่า ศาลพิพากษายกฟ้องการกระทำทั้งหมดของจำเลย เห็นว่าเป็นไปตามอำนาจและหน้าที่เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ รวมถึงการสลายการชุมนุมช่วง 14 16 ต.ค. 63 ไม่ได้เกินกว่าเหตุและสมเหตุสมผล ส่วนการสลายการชุมนุมที่แยกปทุมวันก็เป็นพื้นที่ของบุคคลสำคัญ จึงต้องรักษาความปลอดภัย
ทอ.ชะลอซื้อซี 130
เวลา 09.00 น. พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ. มอบหมาย พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้ช่วยผบ.ทอ. เป็นประธานในพิธีปิดโครงการปรับปรุงขีดความสามารถเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 (C-130H) ณ โรงซ่อมอากาศยาน บริษัทอุตสาหกรรมการบิน จำกัด ดอนเมือง
พล.อ.อ.อลงกรณ์กล่าวตอนหนึ่งว่า เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 (C-130H) หรือ ซี130 S มีภารกิจสำคัญหลายมิติด้านการสนับสนุนการรบ การส่งกำลังบำรุง และการช่วยเหลือประชาชน สนับสนุนภารกิจของรัฐบาล โครงการนี้มุ่งเน้นพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยสูงสุด และยกระดับมาตรฐานการบินของ ทอ.ตามมาตรฐานสากล ขณะนี้เป็นเพียงเฟสแรก 8 เครื่อง ส่วนอีก 4 เครื่อง ที่ของบไปแล้วในปี 2566 เน้นปรับปรุงโครงสร้างและหน้าจอเช่นกัน
ส่วนแผนจัดหาเครื่องบินใหม่ทดแทนซี 130 ยังไม่ตัดสินใจจะซื้อหรือไม่ หลังประเมินยังสามารถใช้เครื่องซี 130 ได้ดี ความจำเป็นในการซื้อต้องนำมาประเมินใหม่อีกครั้ง จะทดลองบินให้ครบทั้ง 12 เครื่อง ว่ามีปัญหาอีกหรือไม่ หากไม่มีปัญหาก็ใช้งานไปก่อน เพราะสภาพงบทอ.ขณะนี้อยู่ในสภาวะต้องประหยัดพอสมควร เมื่อถามว่างบ ทอ.จะ ตึงมือหรือไม่เพราะมีการจัดซื้อโครงการ เอฟ-35 และซ่อมบำรุงเครื่องบินซี 130 พล.อ.อ.อลงกรณ์กล่าวว่า ไม่ เพราะการปรับปรุงใช้งบไม่มาก ขณะที่การจัดหาเครื่องบินเอฟ-35 เป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องไปว่ากันในอนาคตต่อไป
ทั้งนี้ ผลจากการปรับปรุงขีดความสามารถครั้งนี้ ทำให้เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 (C-130H) ทำให้ทอ.ใช้งานต่ออย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ไม่ต่ำกว่า 10 ปี

เสาโกเต้ง – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย สักการะศาลเจ้ากระทู้หรืออ๊ามกะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุด และประธานพิธียกเสาโกเต้ง สัญลักษณ์การเริ่มต้นของเทศกาลถือศีลกินผัก เมื่อวันที่ 26 ก.ย.