ขึ้นฝั่งเวียดนาม28กย.ถึงไทย29กทม.ซื้อเพิ่ม2.5ล. กระสอบทราย เร่งกั้นตลิ่ง-จุดฟันหลอเจ้าพระยา เตือน26จว.เสี่ยงน้ำป่า-ดินถล่ม

รัฐบาลตั้งวอร์รูมรับ ‘ไต้ฝุ่นโนรู’ เข้าไทยเช้ามืด 29 ก.ย. ชี้ฝนถล่มหนักทั่วประเทศตั้งแต่ 28 ก.ย.ยาวถึง 1 ต.ค. ตั้งแต่ภาคเหนืออีสาน กลาง รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร คมนาคมสั่งเจ้าท่ารับมือ กรมธรณีเตือน 26 จังหวัดเสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก-ดินถล่ม ‘ชัชชาติ’ สั่งซื้ออีกถุงทราย 2.5 ล้านใบ แจกให้ชาวกรุงริมตลิ่งอุดแนวฟันหลอ- เสริมคันกั้นริมเจ้าพระยา จี้พร่องน้ำคลอง

ตั้งวอร์รูมจับตาไต้ฝุ่น‘โนรู’
เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่กรมอุตุนิยมวิทยา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธาน เปิดศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์ พายุไต้ฝุ่นโนรู เพื่อติดตาม ประเมิน และรายงานสถานการณ์พายุร่วมกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภูมิภาค ทั้ง 5 ศูนย์ ประกอบด้วย ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จ.ขอนแก่น ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จ.อุบลราชธานี ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จ.สงขลา และศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก จ.ภูเก็ต รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการภัยเพื่อรายงานสภาพอากาศในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบและเตรียมพร้อมรายงานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที

นายชัยวุฒิกล่าวว่า การทำงานของศูนย์ อำนวยการฯ จะคอนเฟอเรนซ์ กับสถานีอุตุนิยมวิทยาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ หรือบริเวณที่พายุจะเคลื่อนผ่าน จะร่วมกันประเมินสถานการณ์ของพายุ และหากมีความรุนแรงจะสั่งการให้ตรวจวัดสภาพอากาศและปริมาณฝนให้ถี่ขึ้นในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ เพื่อจะได้ข้อมูลช่วยในการประเมินสถานการณ์ให้มีความแม่นยำมากขึ้น

ด้านน.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า เมื่อเวลา 07.00 น. วันเดียวกัน พายุไต้ฝุ่นโนรู บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 16.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.4 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 28 ก.ย.

ฤทธิ์‘โนรู’ – ชาวบ้านในเขตซาน มิเกล จังหวัดบูลาคัน ประเทศฟิลิปปินส์ หนีน้ำท่วมจากฤทธิ์ไต้ฝุ่นโนรูขึ้นไปอยู่บนหลังคา โดยคาดว่าพายุโนรูจะมาถึงไทยวันที่ 29 ก.ย.นี้ ซึ่งรัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม รับมือ เมื่อ 26 ก.ย.

บุกไทย 29 ก.ย.-ฝนเททั่วปท.
น.ส.ชมภารี กล่าวต่อว่า คาดว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนก่อนเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเช้ามืดของวันที่ 29 ก.ย. ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมาก บางแห่งกับมีลมแรงในช่วงวันที่ 28 ก.ย.-1 ต.ค.นี้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตราย จากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 27 ก.ย.-1 ต.ค. ทั้งนี้ ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข้อมูล ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th หรือที่ โทร.0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สั่งเจ้าท่ารับมือ
ขณะที่นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค ที่ 1-7 และสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษา ทางน้ำ 1-8 ทั่วประเทศ เตรียมการรับมือพายุไต้ฝุ่นโนรู ดังนี้ 1.จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กรมเจ้าท่า 2.เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ รถ เรือ อุปกรณ์การช่วยเหลือผู้ประภัย 3.จัดเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุประจำศูนย์และให้กำชับเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมสนับสนุนให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และ 4.ออกประกาศให้ระมัดระวังการเดินเรือ ช่วงวันที่ 27 ก.ย.-1 ต.ค. โดยเรือที่มีความยาวต่ำกว่า 12 เมตร ไม่ควรออกจากฝั่งหรืองดการเดินเรือ และเรือที่มีความยาวมากกว่า 12 เมตร ให้ใช้ความระมัดระวังการเดินเรือในระยะนี้ รวมถึงให้ตรวจสอบความพร้อมของตัวเรือ เครื่องยนต์เรือ ตลอดจนเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ประจำเรือและอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ ให้พร้อมใช้งานและให้ผู้โดยสารสวมเสื้อชูชีพตลอดเวลาขณะอยู่ในเรือด้วย

26จว.ฝนหนัก-ดินถล่ม-น้ำป่า
ด้านศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แจ้งเตือนเฝ้าระดังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 26-27 ก.ย. โดยขอให้อาสาสมัครเครีอข่ายกรมทรัพยากรธรณี และประชาชนทั่วไปพื้นที่ จ.ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร อุทัยธานี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ หนองคาย เลย ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี กาญจนบุรี นครนายก สระบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด

โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มบริเวณอ.แม่สอด แม่ระมาด ท่าสองยาง อุ้มผาง พบพระ จ.ตาก, อ.เมือง สะเมิง แม่ริม ฮอด อมก๋อย จ.เชียงใหม่, อ.เถิน เสริมงาม วังเหนือ งาว แจ้ห่ม เมืองปาน แม่พริก จ.ลำปาง, อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย, อ.คลองลาน ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร, อ.บ้านไร่ ลานสัก จ.อุทัยธานี, อ.ชาติตระการ เนินมะปราง นครไทย วังทอง จ.พิษณุโลก, อ.เมือง น้ำหนาว ชนแดน เขาค้อ หล่มเก่า หล่มสัก หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์, อ.สังขละบุรี ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี, อ.ภูกระดึง ภูหลวง วังสะพุง ด่านช้าย ภูเรือ จ.เลย และอ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เนื่องจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องวัดปริมาณน้ำฝนต่อวันได้มากกว่า 150 มิลลิเมตร (ม.ม.) ทำให้ชั้นดินบนภูเขาอุ้มน้ำไว้มาก อาจส่งผลให้เกิดดินถล่มได้

ลุ่ม‘ชี-มูน-เจ้าพระยา’รับน้ำบ่า
ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ (กทม.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยมี นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหาร จัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชล ประทาน เปิดเผยว่า ได้สั่งการไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำชี-มูน และลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมตรวจสอบและควบคุมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด พิจารณาพร่องน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้าย พร้อมปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินต้องสามารถเข้าไปแก้ไขได้ทันที

4เขื่อนใหญ่ยังรับน้ำได้
นายทวีศักดิ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ข้อมูล ณ 26 ก.ย.2565 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 54,416 ล้านลูกบาศก์เมตร ลบ.ม. คิดเป็น 72% ของความจุอ่างฯ ยังรับน้ำได้อีก 21,692 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แแก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน 15,967 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 64% ของความจุอ่างฯ รับน้ำได้อีก 8,904 ล้าน ลบ.ม. โดยที่เขื่อนภูมิพล ยังคงมีปริมาณน้ำอยู่ใน 51% ของความจุอ่างฯ เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำอยู่ 48% ของความจุอ่างฯ ซึ่งยังมีพื้นที่สำหรับรับน้ำได้อีก อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเก็บกัก 80% ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมนำข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ มาพิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสม

ด้านสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำชี-มูน ปัจจุบันมีแนวโน้มสูงขึ้น จนไหลล้นตลิ่งบางแห่ง กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 6, 7 และ 8 ได้บูรณาการร่วมกันในการบริหารจัดการน้ำและจัดจราจรน้ำ พร้อมทั้งยกบานประตูระบายน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดัน ตลอดแนวแม่น้ำชี-มูน เพื่อเร่งระบายน้ำในลำน้ำชีและมูน ลงสู่แม่น้ำโขงโดยเร็ว เพื่อเตรียมรองรับปริมาณฝนที่จะเพิ่มขึ้นในสัปดาห์นี้

30เขตกทม.ฝนเทหนัก
วันเดียวกันศูนย์ควบคุมระบบป้องกัน น้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ (สนน.) รายงานสถานการณ์ฝนตกในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง ปริมาณฝนสูงสุดวัดได้ที่จุดวัด คลองลำชะล่า-ถ.นวมินทร์ เขตคันนายาว 51 มิลลิเมตร (ม.ม.) จุดวัด คลองบางนา-ถ.ศรีนครินทร์ เขตบางนา 44 ม.ม. จุดวัดสำนักงานเขตบึงกุ่ม 41 ม.ม. จุดวัดสำนักงานเขตสวนหลวง 39.5 ม.ม. มีรายงานจุดเร่งการระบายน้ำในถนนสายหลัก ที่รับผิดชอบ จำนวน 2 จุด ได้แก่ หน้าห้างมาบุญครอง-หน้าสนามกีฬาแห่งชาติ ถ.พระราม1 เขตปทุมวัน 2. พหลโยธินซ.10-ซ.8 ถ.พหลโยธิน เขตพญาไท ปัจจุบันแห้งเป็นปกติ

ส่วนค่าระดับน้ำแนวคันกั้นน้ำด้านตะวันออกวันนี้ ที่ประตูระบายน้ำคลองสอง (สายใต้) (ระดับวิกฤต +1.80) ระดับ +1.46 ม.รทก. ระดับปกติ ประตูระบายน้ำแสนแสบ (มีนบุรี) (ระดับวิกฤต +0.90) ระดับ +0.93 ม.รทก. ระดับวิกฤต และประตูระบายน้ำลาดกระบัง (ระดับวิกฤต +0.60) เวลา 07.00 น. ระดับ +0.47 ม.รทก. ระดับเตือนภัย

ด้านสำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร แจ้งเตือนและคาดการณ์ฝนตกในพื้นที่ เฝ้าระวังกลุ่มฝน ตั้งแต่ 13.00-20.00 น. คาดการณ์บริเวณที่มีฝนหนัก-หนักมาก ที่เขตหนองจอก บางเขน ห้วยขวาง ดินแดง บึงกุ่ม จตุจักร หลักสี่ ดอนเมือง ลาดพร้าว สายไหม คันนายาว วังทองหลาง คลองสามวา ทวีวัฒนา และคาดการณ์บริเวณที่มีฝนปานกลาง ที่เขตดุสิต บางกะปิ ปทุมวัน มีนบุรี วัฒนา พญาไท ตลิ่งชัน บางกอกน้อย บางพลัด บางซื่อ ลาดกระบัง ประเวศ คลองเตย สวนหลวง ราชเทวี บางแค และสะพานสูง

ซื้อถุงทรายอีก2.5ล้านใบ
ที่อาคาธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม.2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะ ผู้บริหาร ถึงการเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สถานการณ์ฝนใน กทม.จนถึงปัจจุบัน ปริมาณฝนเฉพาะเดือนก.ย. อยู่ที่ 755 ม.ม. มากกว่าค่าเฉลี่ย 180.9% ซึ่งค่าเฉลี่ย 30 ปีอยู่ที่ 268.8 ม.ม. ซึ่งเกิน 2 เท่าตัวทั้งๆ ที่ไม่มีพายุ เป็นสัญญาณเตือนว่าภาวะโลกเปลี่ยนแปลง แต่ กทม. มีการบริหารจัดการได้ดีขึ้น จึงทำให้มีน้ำท่วมขังเป็นบางแห่ง เช่น ลาดกระบัง บางเขน และดอนเมืองบางส่วน ขณะที่ปริมาณฝนสะสมรายปีตั้งแต่ 1 ม.ค. ถึง 25 ก.ย. อยู่ที่ 1933 ม.ม. มากกว่าค่าฉลี่ย 49.2 % ซึ่งค่าเฉลี่ย 30 ปี อยู่ที่ 1295.2 ม.ม. ส่วนปริมาณน้ำเหนือปัจจุบันที่จุดวัดบางไทรอยู่ที่ 1254 ลบ.ม./วินาที

ส่วนการเตรียมความพร้อมรับมือพายุโนรูนั้น จากการติดตามเส้นทางพายุ ฝนจะตกที่ภาคอีสานและภาคกลาง กทม.จึงเตรียมความพร้อมในทุกด้าน จึงได้สั่งให้ สนน.จัดทำฉากทัศน์จำลองสถานการณ์ 2 รูปแบบ คือ รูปแบบของน้ำเหนือที่กำลังจะเข้ามา และรูปแบบระดับน้ำหนุนในแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งให้ทำแผนเตรียมรับทางด้านสถานการณ์กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก และแผนรองรับกรณีน้ำหนุนในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เขื่อนป่าสัก ชลสิทธิ์ปล่อยมาทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนริมน้ำเจ้าพระยาได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ให้ สนน.เตรียมความพร้อม 3 ส่วน ได้แก่ 1.พร่องและเร่งระบายน้ำในคลอง 2.เสริมคันกั้นน้ำในจุดอ่อนแอและเสริมแนวป้องกันเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งปัจจุบันได้จัดเตรียมกระสอบทรายไว้แล้ว 2 แสนใบ และได้จัดซื้อกระสอบทรายเพิ่มอีก 2.5 ล้านใบ และ 3.ให้ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยามีส่วนร่วมในการป้องกันน้ำท่วม โดย กทม. จะจัดกระสอบทรายให้ พร้อมทั้งเฝ้าระวัง ระดับน้ำเพื่อ ไม่ให้เอ่อล้นขึ้นมาในพื้นที่

ด้านนายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขณะนี้ทราฟฟี่ ฟองดูว์ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในการแจ้งน้ำท่วม ขอข้อมูลระดับน้ำ และระยะเวลาท่วม ซึ่งภายในสัปดาห์นี้จะมีการรายงานอัพเดตสถานการณ์ปัจจุบันกลับไป โดยขณะนี้มีประชาชนแจ้งเรื่องน้ำท่วมเข้ามา 15,067 ปัญหาแล้ว

4จว.อีสานล่มแล้ว5.4หมื่นไร่
ขณะที่่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า เผยข้อมูลจากดาวเทียม COSMO-Skymed-2 พบน้ำท่วมขังบางส่วนในพื้นที่ 4 จังหวัดลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูน ทั้งสิ้น 54,889 ไร่ แบ่งออกเป็น จ.อุบลราชธานี 38,999 ไร่ จ.ศรีสะเกษ 10,458 ไร่ จ.อำนาจเจริญ 3,201 ไร่ และ จ.ยโสธร 2,241 ไร่ ในขณะที่พื้นที่นาข้าวได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 27,283 ไร่

ที่จ.นครราชสีมา จากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพน้ำในลำน้ำลำตะคอง ช่วงไหลผ่านเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมหลายชุมชนที่อยู่ในที่ลุ่มต่ำแล้ว โดยเฉพาะที่บริเวณชุมชนมิตรภาพซอย 4 ต.ในเมือง อ.เมือง บางจุดน้ำท่วมสูงกว่า 40 ซ.ม. ชาวบ้านไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านได้ เทศบาลต้องนำเรือท้องแบนไปให้ใช้ในการสัญจรเข้าออกบ้านแทน นอกจากนี้เทศบาลนครนครราชสีมา ได้รายงานว่า จากการสำรวจพบว่าขณะนี้มีชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่เอ่อล้นจากลำตะคองไหลเข้าท่วมบ้านเรือนแล้ว 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนมิตรภาพซอย 4, ชุมชนมิตรภาพซอย 6 และชุมชนคุ้มวงศ์ รวมบ้านเรือนที่ได้รับ ผลกระทบทั้งสิ้น 19 ครัวเรือน

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกหนังสือประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ 18 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง, เสิงสาง, ปักธงชัย, ครบุรี, วังน้ำเขียว, โชคชัย, เฉลิมพระเกียรติ, ปากช่อง, หนองบุญมาก, สีคิ้ว, ขามทะเลสอ, บ้านเหลื่อม, แก้งสนามนาง, พิมาย, ชุมพวง, ลำทะเมนชัย และเมืองยาง รวมทั้งเทศบาลนครนครราชสีมา ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมเฉียบพลัน อีกทั้งจะได้รับอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่นโนรู ที่คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 27-28 ก.ย.นี้

ขณะที่ อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ได้ปรับแผนการปล่อยน้ำลงสู่คลองธรรมชาติ จากเดิม 47 ล้านลบ.ม. เป็น 52 ล้านลบ.ม. ในช่วงเดือนก.ย. และเดือนต.ค. จากเดิม 34 ล้านลบ.ม. เป็น 59 ล้านลบ.ม. เพื่อรองน้ำปริมาณน้ำฝนที่จะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงในช่วง 2 เดือนดังกล่าว จึงได้แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มน้ำลำพระเพลิง ให้เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างใกล้ชิด

น้ำป่าภูหลวงทะลักวังสะพุง
ส่วนที่จ.เลย น้ำป่าได้ไหลหลากมีจำนวน 5 อำเภอ อ.ผาขาว,ภูกระดึง, วังสะพุง, ภูเรือ และด่านซ้าย ที่ได้รับผลกระทบ น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะที่บ้านหนองงิ้ว ต.หนองงิ้วอ.วังสะพุง นาย ภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอวังสะพุง ได้รับแจ้งว่ามียายตาบอด อยู่บ้านหนองงิ้ว ต.หนองงิ้ว อ.วังสะพุง น้ำป่าจากภูหลวงไหลท่วมบ้าน คุณยายอายุ 68 ปี ที่อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง ขอให้ช่วยเหลือด่วน จึงได้ประสานกำนันผู้ใหญ่บ้านเข้าช่วยเหลือ

ขณะที่ถนนเส้นหลัก วังสะพุง-ภูเรือ ผ่านกลางหมู่บ้าน ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 60 ซ.ม. ทั้งถนน ระยะทางยาว 2 ก.ม. ส่วนในเขตเทศบาลเมือง ได้ออกแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่ติดแม่น้ำเลย เก็บของขึ้นที่สูง คาดว่า ระดับน้ำเลยขึ้นชั่วโมงละ 15 ซ.ม.

ขอนแก่นอพยพร.ร.คนตาบอด
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมถนนสายบ้านกอกบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น ระดับน้ำยังไม่ลดลง เนื่องจากเป็นบริเวณที่ลุ่ม ภายหลังจากน้ำฝนที่ตกค้างอยู่ในหมู่บ้าน อยู่ตามบริเวณทุ่งนา และพื้นที่ว่างเปล่าได้ไหลลงมารวมกันที่บริเวณแห่งนี้ โดยระดับน้ำยังสูงอยู่ประมาณ 30-80 ซ.ม. รถยนต์เก๋ง และรถกระบะที่ไม่ยกสูงไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ เด็กนักเรียนที่เดินทางไปเรียนหนังสือต้องอ้อมไปใช้เส้นทางอื่น นอกจากนี้น้ำในหมู่บ้านกอก ต.บ้านเป็ด ยังได้เอ่อล้นไปท่วมโรงเรียน วัด และตลาดขายของ สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อค้าแม่ค้า ที่ต้องวิ่งเก็บข้าวของที่ตั้งอยู่หน้าร้านและได้ไหลไปกับกระแสน้ำ

ขณะเดียวกันที่โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดขอนแก่น ระดับน้ำยังคงท่วมสูง ประมาณ 1 – 1.50 เมตร เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ทาง ร.ร.จึงได้ประสานไปยัง ปภ.เขต 6 ขอนแก่น ให้นำเรือท้องแบน และนำรถบรรทุกขนาดใหญ่มาช่วยขนย้ายนักเรียนคนตาบอดออกจากหอพักที่ถูกน้ำท่วมซึ่งมีจำนวนประมาณ 40 คน ออกจากโรงเรียน โดยทาง ร.ร.ได้สั่งปิดไปจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายขึ้น

14อ่างเก็บน้ำสุรินทร์ล้นแล้ว
ด้านเขตเทศบาลบาลเมืองเกิดน้ำท่วมขังรอการระบายทั่วทั้งเขตเทศบาล บางจุดน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านทั้ง 2 ฝั่งถนน รวมไปถึงสถานศึกษา โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งระบายน้ำออกอย่างเต็มที่และเข้าสู่ปกติ

นายสมชาย อังศิริลาวัลย์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุรินทร์ เปิดเผยว่า จากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายวันที่ผ่านมา เป็นผลมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่าน ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ จ.สุรินทร์ เต็มความจุแล้ว 14 อ่าง จากทั้งหมด 17 อ่าง และทุกอ่างฯ ตัวเขื่อน และอาคารชลประทานต่างๆ มีความปลอดภัยใช้งานได้ตามปกติ ขณะที่อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง จังหวัดสุรินทร์มีปริมาณน้ำเกินความจุร้อยละ 130 ล้าน ลบ.ม. โดยอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงมีปริมาณความจุที่ระดับกักเก็บน้ำ 21.96 ล้าน ลบ.ม. จึงได้ระบายน้ำออกวันละ 1.25 ล้าน ลบ.ม.เพื่อรักษาระดับน้ำ ซึ่งได้แจ้งให้ชาวบ้านที่อยู่ที่ลุ่มติดลำห้วยท้ายอ่างให้เตรียมรับมือย้ายสัตว์เลี้ยงและอุปกรณ์การเกษตรไว้ในที่สูง

ขณะที่สถานการณ์น้ำของแม่น้ำมูน มีปริมาณสูงขึ้น จากมวลน้ำที่ไหลมาจาก จ.นครราชสีมา และบางส่วนจาก จ.มหาสารคาม บางพื้นที่ล้นตลิ่งเกิน 1 เมตร ส่งผลทำให้พื้นที่การเกษตรที่อยู่ติดแม่น้ำมูนได้รับผลกระทบหลายพันไร่ มีอ.ชุมพลบุรี, ท่าตูม ซึ่งทางชลประทานสุรินทร์ได้สั่งเปิดประตูระบายน้ำกั้นแม่น้ำมูนทั้งสองแห่งก่อนหน้า ประกอบด้วย ฝายราษีไศลและหัวนา อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ แล้ว

ด้านนายยอดชาย จินาพันธ์ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 โครงการชลปะทานอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานมีปริมาณกักเก็บอยู่ที่ 103% ซึ่งทางชลประทานได้แจ้งเตือนไปยังประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำแล้วก่อนหน้านี้ ตอนที่น้ำมีปริมาณกักเก็บ 80% และได้เร่งระบายน้ำภายในอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน เพื่อเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่จะมาจากพายุโนรู เพราะระดับวิกฤตของอ่างเก็บน้ำอยุ่ที่ 115% และให้เจ้าหน้าที่นำกระสอบสายมาวางตามจุดเสี่ยงต่างๆ บริเวณสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำ

ขณะที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยโมง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ได้เปิดประตูระบายน้ำทั้ง 4 บาน เร่งการระบายน้ำจากลำห้วยโมง ซึ่งเป็นลำห้วยสาขาของแม่น้ำโขง ลงสู่แม่น้ำโขง เพื่อเตรียมรับพายุโนรู เช่นกัน

ระยองอ่วม-ท่วมอีก
ที่จ.ระยอง หลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง จนทำให้มวล น้ำไหลเข้าท่วมบริเวณถนนบายพาสสาย 36 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ช่วงหลัก ก.ม.42 ขาเข้า-ออกเมืองระยอง เกิดเหตุน้ำท่วม ผิวจราจร ระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 50 ซ.ม.การจราจรผ่านได้เพียง 1 ช่องทาง ซึ่งเป็นจุดเดิมที่เคยมีน้ำท่วมขังมาแล้ว เมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้รถที่สัญจรไปมาต้องชะลอตัว รถเล็กหลายคันผ่านไม่ได้ โดยเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงระยอง ได้มาคอยอำนวยความสะดวกผู้ใช้รถสัญจรไปมา พร้อมนำรถและเครื่องจักรมาเปิดทางระบายน้ำให้ไหลเร็วขึ้น

กันพื้นที่ – เทศบาลนครเชียงใหม่ กันพื้นที่กำแพงเมืองประตู ช้างเผือก เพื่อให้จนท.จัดการเศษซากวัสดุ ที่ถูกน้ำเซาะพังลงมา รอกรมศิลปากรเข้าตรวจสอบความเสียหายและวางแนว ทางบูรณะซ่อมแซม เมื่อวันที่ 26 ก.ย.

เร่งบูรณะกำแพงเชียงใหม่
ด้านอ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ หลังจากฝนตกลงมาข้ามคืน ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำแม่ตื่นและลำน้ำแม่ต๋อม มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น เอ่อล้นท่วมบริเวณสะพานคู่รัก สะพานเชื่อมบ้านหลิม ไปยังบ้านหลวง ต.ยางเปียง ส่วนกรณีที่กำแพงเมืองเชียงใหม่ บริเวณประตูช้างเผือก ด้านนอกที่ก่อจากอิฐได้เกิดการทรุดตัวและพังทลายลงมาเป็นทางยาวประมาณ 10 กว่าเมตร โดยเบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นผลจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้ดินที่เป็นแนวกำแพงอุ้มน้ำไว้ไม่ไหวและพังทลายลงมา

ขณะที่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณสุรพล ดำริห์กุล อดีตอาจารย์สังกัดภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ข้อความหลังประตูช้างเผือกและกำแพงเมืองโบราณของเชียงใหม่พังถล่มลงมาเนื่องจากฝนตกหนัก โดยระบุว่า ส่วนที่พังเสียหายเป็นส่วนที่สร้างใหม่ แต่ไม่เหมือนเค้าโครงกำแพงเมืองโบราณตามแบบเดิม ทำให้เกิดเป็นประเด็นดราม่าในเมืองเชียงใหม่

ด้านนายเทอดศักดิ์ เย็นจุระ ผอ.กลุ่มงานอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากตรวจสอบพบว่ากำแพงที่พังลงมาดังกล่าวนี้เป็นกำแพงที่ก่อขึ้นใหม่ช่วง พ.ศ.2500 ต้นๆ เพื่อคลุมแนวกำแพงเก่าโบราณไว้เท่านั้น ส่วนแนวกำแพงเก่าไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ซึ่งเบื้องต้นจากนี้จะติดตั้งอุปกรณ์ค้ำยันป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม พร้อมสำรวจความเสียหายและดำเนินการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน รวมทั้งจะดำเนินการสำรวจตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของกำแพงเมืองเชียงใหม่ทั้งหมดด้วย

ท่วมร.พ. – ร.พ.ศรีเทพ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ น้ำท่วมขังสูงหลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกัน ทำให้ผู้เข้าไปใช้บริการ เข้า-ออกด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องขนย้ายอุปกรณ์บางส่วนขึ้นที่สูง เมื่อวันที่ 26 ก.ย.

น้ำทะลักร.พ.ศรีเทพ
ที่จ.ลำปาง แม่น้ำวังล้นตลิ่งท่วมรอบที่ 3 ท่วมถนนหลายสายในเขตเทศบาลนครลำปาง หลังเขื่อนกิ่วลม ระบายน้ำมากถึง 250 ลบ.ม.ต่อวินาที สบทบกับลำห้วยสาขาไหลลงแม่น้ำวัง โดยมีชุมชนที่ถูกน้ำท่วมประจำได้รับผลกระทบแล้ว โดยที่ชุมชนศรีบุญโยง ถนนเจริญประเทศ ต.เวียงเหนือ มีน้ำท่วมยาวกว่า 100 เมตร นอกจากนั้นถนนเลียบแม่น้ำวัง รวมไปถึงบ้านเรือนชาวบ้าน ทั้งฝั่ง ต.เวียงเหนือ ต.สบตุ๋ย และต.สวนดอก น้ำได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมถนนเช่นเดียวกัน รวมทั้งบริเวณฝายน้ำวังเฉลิมพระเกียรติ (เขื่อนยาง) และที่ก่อสร้างบ้านพักคนงานก่อสร้างชั่วคราว ฝั่งบ้านดงไชย ต.สบตุ๋ย พบว่าตลิ่งใต้ฐานบ้านพักทรุดตัวอย่างน่ากลัว แต่ตัวบ้านพักยังไม่ได้รื้อถอนออก ทางเทศบาลนครลำปางแจ้งเตือนระดับน้ำวังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง (สีเหลือง) ขอแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ลุ่มต่ำสองฝั่งแม่น้ำวัง ให้ขนย้ายทรัพย์สินไว้ในที่ปลอดภัย และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

ส่วนที่อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ หลังจากมีฝนตกลงมาข้ามคืนเช่นกัน ทำให้น้ำเอ่อท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลศรีทพ มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 30 ซ.ม. ทำให้ผู้ที่จะเข้าไปใช้บริการในโรงพยาบาลเข้า-ออกด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องขนย้ายอุปกรณ์บางส่วนขึ้นสู่ที่สูง ในขณะที่อาสามูลนิธิเตรียมนำรถและเรือมารอให้บริการรับส่งประชาชนที่จะเข้าไปในโรงพยาบาล

นอกจากนั้นถนนหลวงหมายเลข 21 สระบุรี-หล่มสัก น้ำได้ท่วมขังหลายจุด ระดับน้ำสูง 20 – 30 ซ.ม.ทำให้รถเล็กผ่านไม่ได้ แต่ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงแล้ว ส่วนที่หมู่บ้านต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน น้ำได้ไหลเข้าท่วมถนนในหมู่บ้านสูง 50 ซ.ม.

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน