ยืนยันมีเลือกตั้งแน่รุมติงกฎเหล็ก180วันปชป.ก็ยังไม่เคลียร์ฝ่ายค้านจี้จับตารมต.
กกต.แจงยิบกติกาหาเสียง 180 วัน แบ่ง 3 กลุ่มใหญ่ กลุ่มพรรค-ผู้สมัคร กลุ่มรัฐบาล-นายกฯ-รมต.-ขรก.การเมือง และกลุ่มหน่วยงานรัฐ รัฐบาล-ฝ่ายค้าน รุมท้วงติง ปชป.ชี้บางประเด็นไม่ชัด แนะทำคู่มือแจก พร้อมเปิดสายด่วน ก้าวไกลคาใจ กกต.ยังไม่เคลียร์เรื่องป้ายที่เพชรบูรณ์ เพื่อไทย-สมชัย ให้จับตารัฐมนตรีลงพื้นที่ ใช้ทรัพย์สินราชการ ด้านพปชร.พร้อมทำตาม กติกา แต่วอน กกต. ยกเว้นกรณีช่วยชาวบ้านจากเหตุภัยพิบัติฉุกเฉิน ‘ป้อม’ เผยคุยกับ ‘ตู่’ ทุกวัน บอกดีใจ ถ้าได้กลับมาทำหน้าที่ ย้ำการข่าวไม่มีม็อบ 30 ก.ย. ยันมีเลือกตั้งตามปกติ แจงปมโปรยทาน แค่โปรยขนม เป็นประเพณีทำกันมา 500 ปีแล้ว เมิน พท.แลนด์สไลด์ร้อยเอ็ด แค่ชนะนิดหน่อย
ป้อมไม่รู้-ไบเดนไม่มา‘เอเปก’
เวลา 12.40 น. วันที่ 27 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. โดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอีเอส) นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ยืนขนาบข้าง
เมื่อถามกรณี โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แจ้งยืนยันอย่างเป็นทางการกับสถานทูตไทยในสหรัฐ จะไม่มาร่วมการประชุม สุดยอดเอเปกที่ไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนพ.ย. จะส่งผลอะไรกับประเทศอื่นด้วยหรือไม่ว่า “ยังไม่รู้ ผมยังไม่ทราบและผมก็ไม่ใช่ไบเดน”
เมื่อถามกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มสภาเครือข่าย ประชาชนอีสานและสภาประชาชน 4 ภาค ปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบตั้งแต่กลางเดือนที่ผ่านมา ได้ขึ้นป้ายสนับสนุนบอกรักลุงป้อม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ตนไม่เห็นและไม่ได้ดู ส่วนการขึ้นป้ายรักลุงป้อม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็มีทั้งคนรักผมและคนที่เกลียดผม ก็เป็นธรรมดา มีทั้งรักมีทั้งเกลียดนั่นแหละ คนที่เกลียดก็เกลียดไปไม่ว่าอะไรหรอก” เมื่อถามว่าการปักหลักปิดถนนจะทำได้นานแค่ไหนเพราะส่งผลต่อการจราจร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่แล้ว
คุยตู่ทุกวัน-ดีใจถ้ากลับมา
เมื่อถามว่าวันที่ 30 ก.ย.นี้ (วันตัดสินคดีนายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) มีข่าวจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหว เตรียมรับมือ อย่างไร พล.อ.ประวิตรปฏิเสธว่า ไม่มี รายงาน ด้านการข่าวก็ยังไม่มีรายงานอะไรเข้ามา ยืนยัน สถานการณ์ทุกอย่างยังปกติดี
เมื่อถามว่าได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ บ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “อุ้ย…คุยทุกวันอยู่แล้ว” เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นห่วงและกังวลอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่กังวลอะไรสักเรื่อง เมื่อถามว่า 30 ก.ย.จะนั่งรอฟังการวินิจฉัยที่ไหน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนก็ทำงานตามปกติ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ทำงานของท่านตามปกติ เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ห่วงใยอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ ดีกว่า อย่ามาถามตน ยืนยันว่าไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ เลย คุยกันเรื่องส่วนตัว ตนจะไปคุยอะไรกัน
เมื่อถามว่าถ้าพล.อ.ประยุทธ์ได้กลับมา ดีใจ หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ดีใจ ผมดีใจทั้งนั้นแหละ” เมื่อถามว่า ไม่กังวลอะไรใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ส่ายหัว พร้อมร้อง “วู้ จะกังวลอะไร”
ยันมีเลือกตั้งปกติ
เมื่อถามว่า 30 ก.ย.นี้ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร รัฐบาลยังทำงานต่อได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีอะไร รัฐบาลก็เดินหน้า มีอย่างไร ก็ทำอย่างนั้น เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังเข้าประชุม ครม.ปกติใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ประชุมอยู่ทุกครั้ง โดยประชุมออนไลน์ เมื่อถามว่าคิดว่าทุกอย่างจะผ่าน ไปได้ด้วยดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็ผ่านไปด้วยดี ทุกอย่างปกติ ไม่มีอะไร เลือกตั้งเลือกเติ้งก็ปกติทุกอย่าง แล้วไปเอาที่ไหนมาว่าจะไม่มี”
ผู้สื่อข่าวระบุรัฐมนตรีที่ยืนข้างๆ พูด ทำให้ นายชัยวุฒิที่อยู่ข้างๆ ยิ้มแหยๆ ขณะที่นายสันติ และนายอธิรัฐ หัวเราะ โดยที่ พล.อ.ประวิตรปรายตามองแต่ไม่ตอบคำถาม
แจงโปรยทานแค่โปรยขนม
เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรยังจะลงพื้นที่ตามปกติใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนยังปกติทุกอย่าง และทุกอย่างก็อยู่ที่พวกคุณ ถาม เมื่อถามว่าเวลาลงพื้นที่ดูแข็งแรงมียาดีอะไร พล.อ.ประวิตรหัวเราะพร้อมกล่าวว่า “จะมาถามอะไรผมเฮ้อ”
เมื่อถามกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุการลงพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ พล.อ.ประวิตร โปรยทานในพิธีอุ้มพระดำน้ำส่อขัดกฎหมายเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตรกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “โอ้ย! ผมโปรยขนม โปรยขนมรู้จักหรือ กันมั้ย เป็นประเพณีที่ทำกันมา 500 ปีแล้ว”
เมินพท.แลนด์สไลด์
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งนายกอบจ. ที่พท. ชนะแลนด์สไลด์ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า “แลนด์สไลด์อะไร ก็ชนะไปนิดหน่อย ธรรมดา แบ่งๆ คะแนนกันไป ไม่เป็นไรหรอก” เมื่อถามว่าจะส่งผลถึงการเลือกตั้งใหญ่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมจะไปรู้เหรอ พอผมไม่รู้คุณก็บอกว่าผมไม่รู้ ปัดโธ่”
เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะปรับกลยุทธ์เพื่อสู้เลือกตั้งอย่างไร พล.อ.ประวิตรไม่ตอบ เดินออกจากไมโครโฟน สัมภาษณ์ทันที
ทีมกฎหมายตู่พร้อมแจงศาลรธน.
พล.ต.วิระ โรจนวาศ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบจัดทำคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีคำร้องวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันศุกร์ที่ 30 ก.ย. ตนจะเดินทางไปฟังคำวินิจฉัย ด้วยตัวเอง โดยศาลนัดอ่านคำวินิจฉัยเวลา 09.30 น. ตนจะไปถึงก่อนเวลา เพื่อเป็นตัวแทน ของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งจะไปรอฟังคำวินิจฉัยเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องชี้แจงอะไรเพิ่มเติม
เมื่อถามว่าล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ มีความเห็น อย่างไรบ้าง พล.ต.วิระกล่าวว่า มีการเจอกัน บางครั้งไปพบ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งเรื่องงานและเรื่องต่างๆ เมื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์มั่นใจหรือเป็นห่วงกังวลอะไรหรือไม่ พล.ต.วิระ กล่าวว่า ขอให้รอวันศุกร์ที่ 30 ก.ย. แล้วกัน มื่อถามว่ายืนยัน พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ไปศาล พล.ต.วิระกล่าวว่า “ผมไป ผมไปเอง”
ปชป.เอามั่ง-เตือนม็อบ
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะไม่มีการเลือกตั้งว่า ต้องไปถามคนมีอำนาจ เมื่อถามว่าได้ยินข่าวนี้บ้างหรือไม่ นายเฉลิมชัย โบกมือพร้อมกล่าวว่า “ไม่มีหรอก” เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ นายเฉลิมชัยไม่ตอบคำถาม
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกปชป. กล่าวถึง กรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดี นายกฯ 8 ปี วันที่ 30 ก.ย.ว่า คำวินิจฉัยที่จะออกมาไม่สามารถถูกใจใครทั้งหมด แต่ต้องรับฟังด้วยเหตุและผล ยอมรับและให้เกียรติในอำนาจศาล ไม่เช่นนั้นข้อที่ถกเถียงเป็นประเด็นในสังคมก็ไม่มีข้อยุติ ขณะนี้ยังไม่มีใครทราบว่าผลคดีจะมีคำวินิจฉัยออกมาทิศทางใด ควรรอฟังคำวินิจฉัย ทุกฝ่ายไม่ควรกระทำลักษณะข่มขู่ คุกคาม กดดันการทำหน้าที่ ของศาลรัฐธรรมนูญ ตัวอย่างมีให้เห็น การชุมนุม ปี 2552 และปี 2553 มีการชุมนุมกดดัน ศาลรัฐธรรมนูญ ถึงขั้นประกาศชื่อที่อยู่ครอบครัวตุลาการ ข่มขู่ คุกคาม กดดันทุก รูปแบบจนติดคุกกันไปหลายคน ไม่อยาก ให้บ้านเมืองต้องวนกลับไปในสถานการณ์เช่นนั้นอีก
อนุทินยันลงพื้นที่งานราชการ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายชัยวุฒิ ระบุถ้าผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวมากระวังอาจไม่มีเลือกตั้ง ว่า ให้ไปถามคนพูด ตนไม่ได้พูด เมื่อถามว่าได้ยินแล้วรู้สึกอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้ฟังว่าเป็นการตอบคำถามอะไร ประโยค เต็มคืออะไร ขอให้ไปถามคนพูด และพรรคที่รัฐมนตรีคนดังกล่าวสังกัด เมื่อถามว่าหากไม่เกิดการเลือกตั้งขึ้นมาจริงๆ นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลนี้ก็รักษาการไปตามรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์การลงพื้นที่ของพรรค รัฐบาล ได้เปรียบพรรคอื่น นายอนุทินกล่าวว่า ของตนไม่มีและการลงพื้นที่ก็เป็นเรื่องงานราชการ ไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนที่มีการเตรียมร้องเรียนเรื่องป้ายนั้นก็ต้องระวัง เพราะมีข้อห้ามและข้อแนะนำออกมาแล้วว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ ทางที่ดีที่สุดอย่าไปทำผิดกฎ ถ้ากกต.ออกกฎอะไรมาให้ชัดเจนเราก็พร้อมปฏิบัติ
เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะมีม็อบใหญ่แล้วจะทำให้ไม่มีการเลือกตั้ง นายอนุทินว่า ม็อบที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย คงเรียกร้องอยากให้มีเลือกตั้ง ส่วนตัวเชื่อว่าการเลือกตั้งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ สภาครบวาระก็ต้องเลือกตั้งภายใน 45 วัน ถ้ายุบสภาก็ต้องเลือกตั้ง ใน 45-60 วัน
แลนด์สไลด์หรือตอกเสาเข็ม
นายอนุทินยังกล่าวกรณี พท.ชนะเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ภท.หวั่นว่าจะเกิดกระแสแลนด์สไลด์ในอีสานใต้หรือไม่ว่า ร้อยเอ็ดไม่ใช่ เป้าหมายหลัก เพราะส่งแค่ 1 เขต ทุกอย่าง จะรู้ว่าแลนด์สไลด์หรือตอกเสาเข็มก็วันเลือกตั้ง ไปดูกันวันนั้น
เมื่อถามว่ามองว่าสิ่งที่พท.ดำเนินการ เป็นความพยายามโหมโรงในพื้นที่ของตัวเองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกคนเวลาลง พื้นที่ต้องทำให้ผู้สมัครและสมาชิกมีกำลังใจ เป็นเรื่องธรรมดา และเป็นกติกาที่รับได้อยู่แล้ว ภท.ลงพื้นที่ก็เฮเป็นแถว
กกต.แจงกฎเหล็ก 180 วัน
เวลา 09.00 น. ที่สำนักงาน กกต. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ร่วมประชุมกับ ผอ.กต.จังหวัดทั่วประเทศ ผ่านระบบซูม เพื่อชี้แจง กกต.จังหวัดให้รับทราบแนวทางปฏิบัติ และชี้แจงพรรคการเมืองในแนวทางเดียวกัน เกี่ยวกับเกณฑ์การหาเสียงช่วง 180 วัน ก่อนสภาครบวาระ
เลขาฯ กกต.แจกแจงแนวปฏิบัติแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ กลุ่มที่ 1 พรรคการเมืองและผู้สมัคร ไปงานแต่ง งานบวช งานศพได้ แต่ห้ามให้เงิน หรือทรัพย์สิน มีชื่อเป็นประธานงานกฐินทำได้ โดยไม่ได้มอบเงินหรือทรัพย์สิน และเจ้าภาพจะประกาศชื่อ-หมายเลขสมัครในลักษณะ ช่วยหาเสียงไม่ได้ แต่ไม่สามารถมอบของ ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย และโรคระบาด
กลุ่มที่ 2 ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือ รัฐบาล นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือข้าราชการ การเมืองอื่น ออกรายการวิทยุโทรทัศน์ เป็นประธานเปิดงาน ลงตรวจงาน พบปะประชาชนในพื้นที่ หรือลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนได้ตามปกติ แต่ห้ามอาศัยตำแหน่งหน้าที่หาเสียง ไปร่วมงานบวช งานแต่งงาน งานศพ วางพวงหรีดได้ แต่ต้องไม่ให้เงิน-ทรัพย์สิน เป็นประธานงานกฐินได้แต่เจ้าภาพจะประกาศชื่อลักษณะช่วยหาเสียงไม่ได้ ส.ส.และกมธ.ก็ไปรับฟังความเห็นในพื้นที่ พบประชาชน ก็เป็นการหาเสียงอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ขัดกฎหมาย
กลุ่มที่ 3 หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการ พนักงานทุกระดับทั้งในส่วนกลาง ภูมิภาคและท้องถิ่นต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง การทำเอกสารเผยแพร่ผลงานรัฐมนตรี ปฏิทินปีใหม่ที่มีรูปและผลงานของรัฐมนตรี ให้จัดทำ เผยแพร่ในนามหน่วยงานเท่านั้น การจัดทำป้าย ต้อนรับการลงตรวจพื้นที่ของรัฐมนตรี กมธ.ที่มาปฏิบัติงานตามหน้าที่ ระวังไม่ให้เข้าข่ายหาเสียง แต่การจัดทำป้ายต้อนรับหรือป้ายขอบคุณของพรรคหรือ ส.ส.ทำไม่ได้ (อ่านรายละเอียด หน้า 7)
ปชป.แนะทำคู่มือ-เปิดสายด่วน
นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และผอ.เลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวหลังกกต.ชี้แจงระเบียบหาเสียง 180 วัน ว่า ถ้ากกต.ยืนยันกฎระเบียบหาเสียงช่วง 180 วัน อย่างนี้ ปชป.จำเป็นต้องปฏิบัติ และกกต.ต้องทำให้เป็นบรรทัดฐานเหมือนกันทั่วประเทศ อย่าให้แต่ละจังหวัดไปตีความเอาเอง จะสร้างความสับสนให้ผู้ปฏิบัติ โดยกกต.ต้อง ออกเป็นประกาศออกมาให้เป็นระบบ ทำเป็นคู่มือในการปฏิบัติให้แต่ละพรรค ผู้สมัครส.ส. ที่สำคัญต้องมีหน่วยตอบคำถามทุกข้อ สงสัยและแก้ปัญหาความสับสน ให้มีความเข้าใจ เพื่อทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
“ผมจะเสนอให้กกต.จัดสายด่วน เพื่อตอบคำถามและข้อสงสัยของพรรคการเมือง จะได้ไม่เสียเวลาจนนำไปสู่การร้องเรียนกันได้ ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายพรรคกำลังดำเนินการอยู่ รวมทั้งแจ้งไปยังสมาชิกพรรคและผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคบ้างแล้ว ให้ทราบถึงข้อปฏิบัติตามที่กกต.ชี้แจงมา” นายนิพนธ์กล่าว
บางเรื่องยังไม่กระจ่าง
เมื่อถามว่า ยังมีเรื่องอะไรที่ต้องการให้กกต.ชี้แจงให้ชัดหรือไม่ นายนิพนธ์กล่าวว่า ฟังแล้วบางเรื่องกกต.ต้องให้ความกระจ่าง เช่น การจัดงานใหญ่ ต้องบอกให้ชัดว่าใหญ่ขนาดไหน ไม่เกิน 500 คน หรือ 1,000 คน อย่าให้ต้องตีความกันเอง แต่ส่วนใหญ่ถือว่าพอจะเข้าใจได้ แต่มีบางประการที่ต้องมีความชัดเจน ไม่อย่างนั้นต่างคนต่างตีความ ก็ไม่ก่อให้เกิดความยุติธรรม
เมื่อถามว่าสิ่งที่กกต.ชี้แจงมาทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกันหรือไม่ นายนิพนธ์กล่าวว่า ถ้าใช้กติกาเดียวกันอย่างนี้การได้เปรียบ เสียเปรียบคงเท่ากัน แต่ต้องบังคับใช้เท่ากันทุกคน
ก้าวไกลแนะเปิดช่องทางรับเรื่อง
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า หลังกกต.ส่วนกลาง ทำความเข้าใจกับกกต.จังหวัด คำถามที่เราตั้งไว้ ตอนแรก 3 คำถาม 1.กฎเกณฑ์ต่างๆ ต้องนิ่ง ไม่ใช่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา 2.ขอให้แนวปฏิบัติในแต่ละจังหวัดเหมือนกันและยกตัวอย่างได้ และ 3.หากมีคำถามจากพรรคการเมืองหรือว่าที่ผู้สมัคร ขอให้มีช่องทางรับเรื่องต่างๆ
จากที่ติดตามเห็นได้ชัดเจนเรื่องระเบียบ ประกาศและแนวทางชัดเจน เป็นรูปธรรม ไม่สามารถตีความเป็นอื่นได้และมีการลงละเอียดเยอะมาก หลายเรื่องทำให้เราเข้าใจง่ายขึ้น เช่น กรณีการไปร่วมงานศพ ซึ่ง กกต.ยืนยันว่าวางพวงหรีดได้แต่ต้องระมัดระวังการประกาศชื่ออย่าให้เข้าข่ายหาเสียง ฉะนั้นรูปธรรมของตัวอย่างมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ที่เหลือคงเป็นคำถามที่ 3 ซึ่งหากเกิดกรณีต่างๆ ที่ กกต.ไม่ได้ยกตัวอย่าง ก็ขอให้กกต.แต่ละจังหวัดใช้แนวปฏิบัติของกกต.ส่วนกลาง และเวลาพรรคหรือผู้สมัครถามไป ขอให้ตอบคำถามให้เร็ว
พอใจแต่ติดใจกรณีเพชรบูรณ์
เมื่อถามว่าพอใจกับกฎที่ออกมาหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า กฎเกณฑ์ต่างๆ เราไม่ได้มีปัญหา เพราะกฎเกณฑ์ที่ออกตามระเบียบเดิม แต่มาเพิ่มเติมปี 63 เรากังวลแค่ความ ไม่ชัดเจนที่ห่วงจะเป็นเครื่องมือการตัดสิทธิ์ หรือไปทำลายคนใดคนหนึ่ง โดยภาพรวม ก็ถือว่าค่อนข้างพอใจกับสิ่งที่กกต.ทำความเข้าใจ แต่อยากขอให้กกต.เพิ่มการสอดส่อง ไม่ใช่แค่การตั้งรับเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจ มีการอาศัยช่องโหว่ตรงนี้ไปเอื้อประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่นที่จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งกกต.ก็ยังไม่สามารถพูดได้อย่างชัดเจนว่าลักษณะนี้เข้าข่ายผิดกฎหรือไม่
สมชัยจี้จับตารมต.ใช้งบหลวง
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย (สร.) อดีตกกต. กล่าวกรณีส.ส.ซึ่งเป็น กมธ.ใช้งบสภาจัดเวทีสัมมนาและเชิญส.ส.ที่คาดจะลงสมัครมาร่วม มีการพูดเชิงการเมืองทำได้หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่าการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นนำไปสู่การแก้ปัญหา แต่การพูดบนเวทีอาจถูกมองว่าเข้าข่ายหาเสียง เช่นเดียวกับกรณีรัฐมนตรีใช้ทรัพยากรของราชการไปลงพื้นที่ แม้จะตรวจเยี่ยมราชการ ช่วยชาวบ้านก็ต้องระวัง
“ขอตั้งข้อสังเกตว่ารัฐมนตรีที่แม้จะใช้เวลาราชการลงพื้นที่ ซึ่งพบใช้เงินหลวงจ่ายค่าที่พัก ค่าเดินทาง และนอกเวลาราชการไปหาเสียง อาจถือว่าใช้งบหลวงหรือทรัพยากรของราชการเอื้อหาเสียงได้ เช่น ไปงานในราชการ แต่นอกเวลาราชการไปเดินสายหาเสียงในพื้นที่ที่ไปตรวจราชการ หรือลงพื้นที่ กกต.พื้นที่มีหน้าที่จับตาดูเพื่อรายงานกกต.ส่วนกลาง อย่าให้ประชาชนหรือพรรคคู่แข่งเป็นฝ่ายต้องร้องกกต.เท่านั้น เพื่อเป็นการทำให้ กกต.ดูแลการเลือกตั้งไม่ให้ฝ่ายใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบช่วงเลือกตั้ง” นายสมชัย กล่าว
พปชร.แนะกกต.ทำข้อยกเว้น
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ โฆษก พปชร. กล่าวว่า พรรคพร้อมปฎิบัติ และกำชับส.ส.ทุกคนปฎิบัติตามเงื่อนไขกฎหมายและกติกาที่กกต.กำหนด ยอมรับว่าพรรคเป็นห่วงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ เนื่องจากมีข้อจำกัดในการเข้าไปช่วยเหลือ จึงอยากให้มีแนวทางช่วยเหลือสำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ห่วงว่าหลังจากนี้ประชาชนอาจได้รับความช่วยเหลือล่าช้า
“อยากให้กกต.มีแนวทางสำหรับเหตุฉุกเฉินภัยธรรรมชาติ เช่น การช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วน การขนย้ายผู้ป่วย อุปกรณ์ทางการแพทย์ ควรมีข้อยกเว้น คำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก พล.อ.ประวิตร กำชับให้ส.ส.ทุกคนและว่าที่ผู้สมัคร ปฏิบัติตามแนวทางและกติกากกต.อย่างเคร่งครัด” น.ส.ทิพานัน กล่าว
พท.ติงกฎเหล็กอย่าสร้างเหลื่อมล้ำ
ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการ คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พท. กล่าวกรณีประชาชนจับตามองกฎเหล็ก กกต.จะบังคับใช้อย่างเสมอภาค และเป็นธรรม กับพรรคและนักการเมืองทุกพรรคหรือไม่ว่า หลังกฎเหล็ก กกต.มีผลบังคับใช้ก็ถูกทดสอบทันที โดยเฉพาะการลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ของ พล.อ.ประวิตร เป็นประเด็นตั้งแต่การ ทำป้ายต้อนรับที่เกินขนาด มีภาพว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 6 เขตของพปชร. ประชาชนตั้งคำถามว่าเจตนาหาเสียงแฝงหรือไม่ การแจกสิ่งของ การโปรยทานหรือการสัญญาว่าจะให้ ล้วนแต่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ถ้าสิ่งเหล่านี้ฝ่ายรัฐบาลทำได้ทั้งหมด แล้วฝ่ายค้านไม่สามารถทำได้เลยจะเกิดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมได้อย่างไร
“แม้วันนี้รัฐบาลจะสวมหมวกรัฐมนตรีลงพื้นที่ แต่หมวกอีกใบที่ใส่ซ้อนทับคือการเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กฎเหล็กกกต.ต้องไม่ทำ ให้เกิดความเหลื่อมล้ำเพิ่ม หรือไม่สร้างปัญหา จนทำให้การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมไม่สามารถเกิดขึ้นได้” นายอนุสรณ์กล่าว
ไม่ประมาทพรรคเล็กยุบรวม
ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯ พท. กล่าวกรณีพรรคขนาดเล็กอย่างพรรคชาติพัฒนา และพรรคกล้า รวมพรรคเป็นพรรคชาติพัฒนากล้าเพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง ว่า พรรคเล็กก็ต้องหาวิธี แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชน พท.ไม่ประมาท ไม่ว่าพรรคเล็กหรือพรรคใหญ่เราจะทำอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะมีพรรคเล็ก รวมพรรคอีกหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ที่ทราบมีหลายพรรคหารือกันอยู่บ้าง รัฐธรรมนูญกำหนดให้ใช้บัตร 2 ใบในการเลือกตั้งและหารด้วย 100 ทำให้จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ต่อหนึ่งคนต้องใช้เสียง 3 แสนกว่าคะแนน หลายพรรคต้องคำนึงว่าจะอยู่รอด ในสถานการณ์นี้อย่างไร
วราวุธกั๊กนั่งหน.ชทพ.คนใหม่
ที่ทำเนียบ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รักษาการประธานคณะกรรมการนโยบาย และยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ลาออกจากหัวหน้าพรรค จากการที่ตนพูดคุย กับน.ส.กัญจนา จะเป็นการเตรียมการและปรับองคาพยพของพรรคเพื่อเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง เมื่อถามว่าจะรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค เองเลยหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ผู้จะตอบคำถามนี้ได้ต้องเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งจะทราบผล ในวันที่ 3 ต.ค.นี้ว่าจะออกมาอย่างไร ตนไม่ได้ ปิดกั้น เมื่อถามว่าหัวหน้า ชทพ.จะเป็นแคนดิเดต นายกฯ ด้วยหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ปกติของทุกพรรค หัวหน้าพรรคจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคจะเสนอ
เอนกอุบรวมพรรค‘รทสช.’
นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หัวหน้าพรรครวมพลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการ ขับเคลื่อนพรรคเพื่อเตรียมพร้อมเลือกตั้ง หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองยกฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ปรึกษาพรรครวมพลัง คดีทุจริตฮั้วก่อสร้างโรงพักและแฟลตตำรวจ ว่า พรรครวมพลังไปเรื่อยๆ
เมื่อถามว่ามีแนวโน้มจะไปรวมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) หรือไม่ นายเอนกกล่าวว่า ยังไม่บอก เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ เคยบอกว่าหากใช้สูตรคำนวณส.ส.หารด้วย 100 อาจต้องไปรวมกับ รทสช. นายเอนก กล่าวว่าค่อยๆ คิดไป

ยื่นสอบ – แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านเข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป.ป.ช.เพื่อให้ไต่สวนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ และนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษาฯ กับพวกกระทำการทุจริตต่อหน้าที่ ที่สำนักงานป.ป.ช. สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี เมื่อ 27 ก.ย.
ยื่นปปช.ฟันตู่-เอนก-จุรินทร์
ที่สำนักงาน ป.ป.ช. แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาฯ พรรคประชาชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ ยื่นหนังสือขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กับพวก ร่วมกันกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ กรณีอนุมัติและใช้จ่ายงบกลางให้ อว. รวมทั้งไต่สวนพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ กับพวก กรณีทุจริตทำสัญญาลวงซื้อขายถุงมือยางขององค์การ คลังสินค้า มูลค่า 112,500 ล้านบาท