ศธ.ปลดล็อกรร.เลิกคุมเข้มโควิด – กระทรวงศึกษาฯ เลิก เข้มงวด โควิดสถานศึกษา 1 ต.ค.นี้ รอปฏิบัติตามมาตรการที่สาธารณสุขกำหนด สปสช.ย้ำรักษาฟรี ตามสิทธิ์ทุกบัตรหลังลดระดับโควิดวันที่ 1 ต.ค.นี้ พร้อมหยุดแจกชุดตรวจ ATK ผ่านแอพฯ เป๋าตัง ครม.เคาะงบกลาง 2 พันล้านจ่ายค่าตอบแทนอสม.-อสส.ทั่วประเทศ และเติมเงินให้อีกก้อน 986 ล้านบาท สนับสนุนค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข หลังเงินที่ได้จัดสรรจากพ.ร.บ.เงินกู้ 1.2 หมื่นล.ไม่พอใช้
เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานว่า วันนี้ผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง RT-PCR และ ATK รวม 351 ราย สะสม 4,679,022 ราย หายป่วย 801 ราย สะสม 4,639,886 ราย เสียชีวิต 10 ราย สะสม 32,736 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 6,400 ราย อยู่ร.พ.สนามและอื่นๆ 1,762 ราย และอยู่ในร.พ. 4,638 ราย
วันเดียวกัน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แถลงข่าวสิทธิการรักษา หลังประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังวันที่ 1 ต.ค. ว่า สิทธิการรักษาโควิดหลังวันที่ 1 ต.ค. ยังสามารถรับบริการรักษาพยาบาลได้ตามสิทธิ ทั้งหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ข้าราชการ และประกันสังคม ดูแลรักษาตามอาการและตามดุลพินิจแพทย์
ทั้งนี้ การรักษาแบบเจอ แจก จบ กรณีไม่มีอาการ หรือไม่มีอาการที่ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อรับการวินิจฉัยและจ่ายยาตามอาการ มีรูปแบบของเทเลเฮลท์ผ่าน 4 แอพพลิเคชั่น โดยพบแพทย์ทางไกล วินิจฉัยอาการ และหากต้องจ่ายยาจะส่งยาผ่านไปรษณีย์นั้น ไม่ว่าสิทธิข้าราชการ ประกันสังคม หรือหลักประกันสุขภาพยังสามารถรับบริการได้ตามปกติ ส่วนเรื่องการแจก ATK ผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตังไปรับที่ร้านยาสำหรับสิทธิหลักประกันฯ จะยุติการแจก แต่หากไปโรงพยาบาลแล้วแพทย์พิจารณาเห็นว่าควรตรวจคัดกรองจะไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเบิกมายัง สปสช.ได้
ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญ วีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 2,100.61 ล้านบาท เป็นค่าตอบแทนให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 1,039,729 คน และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) 10,577 คน รวม 1,050,306 คน ในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ย.65 รวม 4 เดือน ในอัตรา 500 บาทต่อคนต่อเดือน รวมเป็น 2,000 บาทต่อคน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เกิดโควิด-19 ชดเชยให้ อสม.ไปแล้วทั้งสิ้น 2 ปี 6 เดือน
ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.อนุมัติการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 งบกลาง ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ 2 รายการ ประกอบด้วย 1) งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น วงเงิน 986.45 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขกลุ่มต่างๆ ที่สนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขในการเฝ้าระวัง สอบสวน ป้องกัน ควบคุมและรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่เสร็จแล้วในช่วงเดือน ต.ค.64-มิ.ย.65 และได้รับการจัดสรรงบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงิน เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ในคราวประชุมครม. เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา วงเงิน 12,123.10 ล้านบาท แต่ไม่เพียงพอจึงได้จัดสรรงบกลางเพิ่มเติมในครั้งนี้
วันเดียวกัน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดศธ. ลงนามยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องมาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง หลักเกณฑ์การเปิดโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาตามข้อกำหนด พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาด ของโควิด-19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มคลี่คลายลงตามลำดับ ประกอบกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้มีการประกาศยกเลิก โควิด-19 จากโรคติดต่ออันตรายเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็น ต้นไป โดยให้สถานศึกษาปฏิบัติตาม แนวทางที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหรือกระทรวงสาธารณสุขกำหนด เริ่ม 1 ต.ค.นี้
“ขณะนี้รอแนวปฏิบัติจาก สธ.ว่าควรจะปฏิบัติอย่างไร แต่คิดว่าแนวปฏิบัติหลังจากนี้จะมีความยืดหยุ่น และผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาโรงเรียนปฏิบัติการตามมาตรการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เด็ก และครูสามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกับโควิด-19 ได้มากขึ้น” รมว.ศึกษาธิการกล่าว