สมคิดหวัง‘สอท.’พลิกสมการกกต.ห้ามหรีดพัดลม-ผ้าห่มพท.โวยลั่น-ถูกสกัดช่วยท่วม

‘บิ๊กตู่’ รอฟังผลที่บ้านพัก ศาลรธน.ตัดสินคดีวาระนายกฯ 8 ปี 30 ก.ย.นี้ โฆษกกลาโหมยันไม่มีรัฐประหาร ขอให้สบายใจได้ ‘อนุทิน’ ลั่นต้องให้กำลังใจกัน หวังนายกฯได้กลับมาเป็นผู้นำจัดเอเปก เลขาฯ กกต. ไม่หนักใจ ทัวร์ลงกฎเหล็ก 180 วัน ส่ง รองเลขาฯ แจงกมธ.-ตัวแทนพรรค ระบุห้ามมอบพวงหรีดพัดลม-ผ้าห่ม ต้องเป็นหรีดดอกไม้ ได้บุญมากกว่า ‘บิ๊กป้อม’ กำชับ ลูกพรรคลงพื้นที่ พบชาวบ้านเดือดร้อนให้บอกรัฐบาล เพื่อไทยโวยโดนสกัดช่วยชาวบ้าน น้ำท่วม ข้องใจเปิดช่องรัฐบาลทำได้ฝ่ายเดียว ‘สมคิด’ หวังหลังเลือกตั้งครั้งหน้า มี 2 พรรคใหม่เป็นตัวแปรเปลี่ยนการเมือง

‘บิ๊กตู่’ลุ้นฟังผล 8 ปีที่บ้านพัก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ก.ย. ที่กระทรวงกลาโหม (กห.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติหน้าที่ โดยมีคณะ ผู้จัดงาน Defense Security Thailand เข้าพบ รวมทั้งให้คณะผู้ช่วยทูตทหารที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ต่างประเทศเข้าพบเพื่อรับนโยบาย

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เข้าประชุมสภากลาโหม ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายในปีงบประมาณ 2565 ที่สำคัญเป็นการประชุมของผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดเดิม ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.นี้ ทั้ง พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และพล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)

นอกจากนี้ ในวันที่ 30 ก.ย. เวลา 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังที่ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่

ช่วงเช้าวันที่ 30 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จะเข้าทำงานในกระทรวงกลาโหม ตามปกติ และคาดว่าช่วงบ่ายจะกลับเข้าบ้านพักที่ ร.1 รอ. เพื่อลุ้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

กห.ยันไร้รปห.-เชื่อม็อบไม่แรง
พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวรัฐประหาร (รปห.) ว่า ไม่มีรัฐประหาร ใครจะพูดอย่างไร ด้วยวัตถุประสงค์อะไร ก็ต้องไปถามคนนั้น เพราะทหารไม่มีเงื่อนไขอะไรที่นำไปสู่ตรงนั้น ในที่ประชุมสภากลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้พูดถึงประเด็นดังกล่าว ส่วนตนยืนยันว่าไม่มีรัฐประหารทั้งสิ้น ขอให้อุ่นใจ และสบายใจ

ด้าน พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในที่ประชุมสภากลาโหม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวขอบคุณ สมาชิกสภากลาโหมทุกคนที่ปฏิหน้าที่ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา บรรยากาศมีความเป็นกันเอง พล.อ.ประยุทธ์มีท่าทีผ่อนคลาย และไม่ได้พูดกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยวาระนายกฯ 8 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมสภากลาโหม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้นำแผนรับมือผู้ชุมนุมในวันที่ 30 ก.ย. โดยยืนยันว่า สถานการณ์ไม่รุนแรงเหมือนปี 2552 และ 2553

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้พรผู้ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.นี้ พร้อมฝากถึงผู้ที่ได้รับตำแหน่งต่อให้ทำหน้าที่ให้ดีเหมือนกับคนก่อนหน้านี้ และกำชับให้ดูแลกำลังพล โดยเฉพาะการแสดงออก พฤติกรรมต่างๆ เพราะทหาร 1 คน ส่งผลเสียต่อภาพรวมของหน่วยทหาร เช่น กรณีจ่าสิบเอก ก่อเหตุยิงเพื่อนร่วมงานในห้วงที่ผ่านมา

หลังเสร็จการประชุมสภากลาโหมพล.อ. ประยุทธ์ ได้หลบผู้สื่อข่าวไปลงประตูด้านข้างศาลาว่าการกลาโหม ก่อนจะขึ้นรถส่วนตัวกลับออกไป

‘หนู’ลั่นร่วมทุกข์-มีสุขร่วมเสพ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า เราต้องให้กำลังใจหัวหน้ารัฐบาลของเรา ทำงานร่วมกันมาจะ 4 ปีอยู่แล้ว ถ้าสปิริตที่ดีที่สุดคือ มีทุกข์ร่วมทุกข์ มีสุขร่วมเสพ ผู้สื่อข่าวถามว่าจากการที่ได้พบพล.อ.ประยุทธ์ 2 ครั้งช่วงที่ศาลสั่งพักปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ได้พูดคุย อะไรกันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ท่านก็รอคำพิพากษา จะไปวิตกกังวลอะไรมากกว่านี้คงไม่ได้ เพราะไม่ทราบว่าผลพิพากษาจะเป็นอย่างไร ของบางอย่างอยู่เหนือความควบคุมของตัวเอง

ขอสังคมไม่ต้องเป็นห่วง รัฐสภาชุดนี้จะครบเทอมในวันที่ 23 มี.ค.2566 อยู่แล้ว เหลือเวลาอีก 5 เดือน พอเข้าเดือนต.ค.นี้จะเข้าสู่การเริ่มต้นปีงบประมาณ 2566 มีการสับเปลี่ยนหน้าที่ของข้าราชการประจำเป็นส่วนใหญ่ เราก็ประคับประคองบ้านเมืองไป จะมีงานประชุมเอเปกในเดือนพ.ย.นี้ ใครจะมา ไม่มางานประชุมก็ต้องเกิด เพราะต่อให้ตัวจริงไม่มาก็มีตัวแทนมา แต่ข้อหารือยังคงอยู่

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ อาจไม่มาร่วมประชุม เอเปกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ นายอนุทินกล่าวว่า เราเป็นเจ้าภาพ จะไปบังคับว่าคุณต้องมา เป็นเรื่องของแต่ละประเทศ โจ ไบเดนไม่มา ก็มีรองประธานาธิบดีมา ถือว่าส่งคนที่มีอำนาจมา

ต่อข้อถามว่า การประชุมจะไม่กร่อยใช่หรือไม่ เพราะโจ ไบเดนไม่มา นายอนุทินกล่าวว่า หากดูจากการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขเอเปก กร่อยหรือไม่ผู้สื่อข่าวก็เห็น ก็คึกคักดี และบรรลุข้อตกลงด้านสาธารณสุขโลก และมีรัฐมนตรีสาธารณสุขโลกมามากมาย ยืนยันว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุข้อตกลง

ครั้งสุดท้าย – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม เข้าประชุมสภากลาโหม ครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2565 ร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพที่จะเกษียณอายุราชการสิ้นเดือนนี้ ที่ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 28 ก.ย.

หวังได้คัมแบ๊ก-อาจยุบสภาก่อน
“ใครจะมาไม่มา เป็นอีกเรื่องหนึ่งเราบังคับไม่ได้ แต่การประชุมจะต้องดำเนินต่อไป จะให้ดีที่สุดคือความเป็นประเทศเจ้าบ้านเจ้าภาพ ควรมีผู้ที่เป็นผู้นำประเทศ ได้ดำเนินการประชุมทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพอย่างเต็มที่ พอพ้นเดือนพ.ย. และธ.ค.จะเป็นเทศกาลปีใหม่ แป๊บเดียว อาจจะยุบสภาก่อนเลือกตั้งก็ได้ ใครจะไปรู้ ทุกอย่างรอเต็มที่ถึงแค่เดือนมี.ค.2566 เท่านั้น” นายอนุทินกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลมองว่า หากผ่านพ้นการประชุมเอเปกไปแล้วควรยุบสภาหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องยุบสภาเป็นเรื่องของคนตึกนู้น เราไม่มีหน้าที่ตรงนี้ เราก็ไม่เคยคิด ต่อข้อถามว่า มีการ ตั้งรับไว้ก่อนหรือไม่ หากมีการยุบสภาก่อนครบวาระ นายอนุทินกล่าวว่า ตั้งรับมาตลอด ไม่อย่างนั้นวันหยุดคงไม่ขึ้นเหนือล่องใต้ เยอะขนาดนี้

เมื่อถามถึงความเห็นว่ารัฐบาลควรอยู่ครบเทอมหรือยุบสภา นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้อะไรก็ได้แล้ว 3 ปีกว่าแล้ว ทำหน้าที่ทุกวัน ไม่ได้บกพร่องอะไร ความพร้อมในความเป็นพรรคการเมืองที่จะต้องเข้าสู่สนามการเลือกตั้งมีอยู่แล้ว ทำทุกวันให้ดีที่สุดแล้วอะไรจะเกิดเพราะเราไม่ใช่คนตัดสินใจเอง แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความพร้อมและความสบายใจมากที่สุด ไม่ว่าใครจะตัดสินใจอย่างไร ทางพรรคภูมิใจไทยก็พร้อมเสมอ ที่จะเข้าสู่สนามการเลือกตั้งหรืออะไรก็แล้วแต่ พรรคภูมิใจไทยก็พร้อมหมด

กกต.เร่งสอบป้ายรับ‘บิ๊กป้อม’
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์กรณีพรรค เพื่อไทย (พท.) ร้องขอให้ตรวจสอบป้ายต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งมีรูปว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชารัฐรวมอยู่ด้วย ว่า กกต.ต้องตรวจสอบทุกประเด็นอยู่แล้ว ถึงไม่ร้องก็ต้องตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กกต.จะให้ความชัดเจนได้หรือไม่กรณีป้ายมีชื่อและรูปว่าที่ผู้สมัคร ทำได้หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ได้ชี้แจงไปแล้วว่าทำไม่ได้ แต่ในพื้นที่เราไม่รู้ เพราะประกาศมีผล 24 ก.ย. แต่คณะของพล.อ. ประวิตร ไปวันที่ 25 ก.ย. และวันที่ 26 ก.ย.มีการนำป้ายลง ขณะที่บางป้ายยังไม่นำลง อาจเป็นเพราะกฎหมายเขียนให้เวลาไว้โดยระบุว่าให้ ผอ.กต.จว.แจ้งให้เจ้าของสถานที่นำลงภายใน 7 วัน จึงเท่ากับว่าเขาเห็นว่ามีวิธีการที่จะทำให้ถูกต้อง คล้ายกับว่าเขารู้ว่าผิดก็เอาลง จะเข้าลักษณะแก้ไขให้ถูกต้องแล้วโดยที่กกต.ยังไม่มีหนังสือแจ้งให้เอาลง สำนักงาน กกต.กำลังสอบเรื่องนี้อยู่ ซึ่งอำนาจวินิจฉัยเป็นหน้าที่ของกกต. ตนไม่ขอก้าวล่วง

ไม่หนักใจทัวร์ลงกฎเหล็ก
ต่อข้อถามว่ากฎเหล็กของกกต.เหมือน ไม่คุมเข้มผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทำให้ขณะนี้รัฐมนตรีลงพื้นที่จำนวนมาก นายแสวงกล่าวว่า ที่ผ่านมาใครเป็นรัฐบาลก็ทำอย่างนี้เพราะเขามีหน้าที่ จะไปห้ามไม่ให้ดูแลประชาชนตามอำนาจหน้าที่ที่มีคงไม่ได้ เพียงแต่เมื่อลงพื้นที่ไปแล้วอย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ส่วนที่ส.ส.และพรรคการเมือง อยากให้กกต.คลายความเข้มข้นของกฎเหล็ก 180 วัน คงไม่ได้เพราะเป็นกฎหมาย ซึ่งปี 2562 ก็ปฏิบัติแบบนี้ การที่ส.ส.หรือคณะกรรมาธิการ (กมธ.) จะลงพื้นที่ พบปะพูดคุย นำเสนอนโยบายกับประชาชนซึ่งเป็นการหาเสียงทำได้อยู่แล้ว แต่อย่าทำผิดกฎหมาย เช่น ไปให้ทรัพย์สินเงินทอง หรือสิ่งของที่มีมูลค่า เช่น ถุงยังชีพทำไม่ได้ เมื่อถามว่า กกต.หนักใจหรือไม่ เพราะขณะนี้มีกระแสมาลง นายแสวงกล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่าทัวร์คืออะไร แต่ไม่หนักใจ

ชี้แจงกมธ.กฎเหล็ก 180 วัน
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรค พลังประชารัฐ ประธานกมธ. เป็นประธานการประชุม มีวาระหารือรายละเอียดแนวทางการหาเสียงเลือกตั้งของส.ส.ในช่วงระยะเวลา 180 วัน ก่อนสภาผู้แทนราษฎรครบวาระ ในวันที่ 23 มี.ค.2566 โดยเชิญตัวแทนจากสำนักงาน กกต. ซึ่งมอบหมาย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการกกต. มาชี้แจง และมีตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมรับฟัง

นายอนันต์แจ้งว่า กมธ.ขอแบ่งเป็น 4 กลุ่มให้ กกต.ชี้แจงแนวปฏิบัติ 1.ผู้ประสงค์ลงรับสมัครส.ส. 2.รัฐมนตรีและข้าราชการการเมือง 3.ข้าราชการทั้งระบบ และ 4.ส.ส.และกมธ. ที่ต้องลงไปปฏิบัติหน้าที่ ทั้ง 4 กลุ่มจะปฏิบัติได้แค่ไหน

ร.ต.อ.ชนินทร์ชี้แจงว่า ช่วงเวลา 180 วัน ยังคำนวณค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งหาเสียงตามกฎเกณฑ์เดิม โดยสามารถโฆษณาหาเสียง ใช้แผ่นป้ายตามระเบียบ และดำเนินชีวิตตามปกติในการร่วมงานประเพณีต่างๆ ได้ เช่น ร่วมงานศพวางพวงหรีดได้ แต่ไม่สามารถวางพัดลม ผ้าห่ม หรือของใช้ต่างๆ ได้ เพราะถือเป็นสิ่งของ สิ่งใดที่สุ่มเสี่ยงไม่ควรทำและ ไม่ควรใช้ความได้เปรียบในการหาเสียง

ทำผิดก่อนยุบสภา-เป็นความเสี่ยง
จากนั้น มีสมาชิกซักถามหลายประเด็น อาทิ เช่น นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เลขานุการกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่) พ.ศ….และและร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง หรือกฎหมายลูกเลือกตั้ง มีข้อสงสัยว่า การคิดคำนวณค่าใช้จ่ายตามระเบียบกกต. ยึดตามวันครบอายุสภา 23 มี.ค.2566 แต่หากมีการยุบสภาเกิดขึ้นก่อน ต้องเริ่มต้นคิดคำนวณค่าใช้จ่ายอย่างไร และช่วงเวลานี้ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นปัญหาต่อการคำนวณค่าใช้จ่ายหรือไม่ รวมถึงมีการตั้งข้อสังเกตถึงเอกสารชี้แจงรายละเอียด ของกกต. ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา แม้จะมีรายละเอียดครบถ้วนจริง แต่ไม่มีการ ลงนามรับรองตามกฎหมายจึงไม่มั่นใจว่าจะสามารถนำไปใช้อ้างอิงได้จริงหรือไม่

ร.ต.อ.ชนินทร์ชี้แจงว่า หากทำผิดก่อนช่วงครบวาระต่อมามีการยุบสภา ที่เป็นความเห็นทางกฎหมายฐานความผิดในขณะที่กระทำมีกรอบอยู่กรอบหนึ่ง และเมื่อกรอบเดิมยกเลิกก็มาเริ่มกรอบใหม่ ซึ่งต้องมีการหารือกันอีกหลายรอบ แต่ถ้าทำผิดต้องรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

มอบหรีดดอกไม้ได้บุญกว่าพัดลม
ขณะที่ น.ส.นภาพร เพ็ชรจินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) โฆษกกมธ. สอบถามถึงการไปร่วมงานศพให้พวงหรีดได้ หากเป็นผ้า พัดลม ทำไมมอบให้ไม่ได้ และการหาเสียงทางโซเชี่ยลมีเดีย กกต.จะคิด ค่าใช้จ่ายอย่างไร

ร.ต.อ.ชนินทร์ ชี้แจงว่า การไปร่วมงานศพให้พวงหรีดที่เป็นดอกไม้สดได้ กกต.มองว่าเป็นการคารวะศพ แต่อย่างอื่นมองว่าเป็นสิ่งของ การให้พวงหรีดที่เป็นดอกไม้สดจะได้บุญมากกว่า สำหรับการหาเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ถ้ามีค่าใช้จ่ายก็ให้นำมาคิด หรืออย่างกรณีมีแฟนคลับมาช่วยหาเสียงในโซเชี่ยลหากเกิน 10,000 บาท ให้นำมาแจ้งกับพรรค เพื่อคิดเป็นค่าใช้จ่าย ส่วนวิธีการตรวจสอบนั้นหากมีการร้องเรียนเกิดขึ้น กกต.ต้องพิสูจน์ความผิดนั้น สำหรับข้อความที่จะเขียนในป้ายหาเสียงที่สามารถเขียนได้จะเป็นการเขียนชื่อผู้สมัคร เบอร์โทรศัพท์ นโยบายพรรค สโลแกน และให้พึงระวัง เรื่องการใส่ร้ายป้ายสีบุคคลอื่น

พปชร.หวั่นหาเสียงผ่านออนไลน์
นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ประธานกมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม กมธ.ว่า จากแนวทางที่ กกต.ออกประกาศไปก่อนหน้านี้ไม่ครอบคลุมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของส.ส.ในช่วงที่สภายังอยู่ รวมถึงส.ส.ภายใต้กมธ.คณะต่างๆ ยังมีภารกิจที่ต้องทำงาน ทั้งการประชุมสัมมนา การติดตามมติของสภา กกต.ไม่สามารถตอบได้ชัดเจนว่าสิ่งใดทำได้ หรือทำไม่ได้

แนวทางที่กกต.ประกาศว่าด้วยระยะ 180 วัน เมื่อสภาอยู่ครบเทอมนั้น เป็นไปตาม หลักการของร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยเลือกตั้ง ส.ส. แต่ขณะนี้กฎหมายถูกแก้ไขและรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับการหาเสียงผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่กกต.ควรควบคุมด้วย เพราะหากเผยแพร่เกิน 10,000 บาท ต้องแจ้งเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง กรณีดังกล่าวอาจทำให้เกิดการได้เปรียบหากผู้สมัครมีทุนมาก จะสามารถเผยแพร่ได้มากกว่าคนที่มีทุนน้อย โดยกกต.แจ้งกับกมธ. ว่าจะพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง

เมื่อถามถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐและพล.อ.ประวิตร ถูกจับตาเรื่องการกระทำที่ ส่อว่าขัดระเบียบกกต. นายอนันต์กล่าวว่า กรณีที่พูดถึงเรื่องป้ายต้อนรับพล.อ.ประวิตร ที่จ.เพชรบูรณ์ รวมถึงการร่วมประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ไม่มีประเด็นที่เข้าข่ายการจูงใจหรือสัญญาว่าจะให้ การระบุนโยบายของพรรค การเมืองถือเป็นเรื่องปกติที่ทำได้ เพราะ ส.ส.ต้องพูดถึงนโยบายที่จะดำเนินการ และกรณีจะมีผู้ร้องกกต.ถึงป้ายต้อนรับหรือป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงก็มีสิทธิร้อง ถือเป็นเรื่องดีที่กกต.จะมีคำวินิจฉัย สร้างความชัดเจน ในการปฏิบัติ

จวก‘ชลน่าน’ความคิดไม่สูงส่ง
ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านนำการจัดงานอุ้มพระดำน้ำ จ.เพชรบูรณ์ ที่พล.อ.ประวิตรไปร่วมงานมาเป็นประเด็นโจมตี ว่า ประเพณีอุ้มพระดำน้ำเป็นประเพณีศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเพชรบูรณ์และจังหวัดใกล้เคียงให้ความศรัทธา มากราบไหว้บูชาองค์พระใหญ่ หรือพระพุทธมหา ธรรมราชา และมาร่วมงาน เป็นประเพณีอันดีงามที่จัดงานในช่วงวันสารทไทยทุกปี และปฏิบัติสืบเนื่องกันมามากหลายร้อยปี

ผู้สื่อข่าวถามว่านพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย วิจารณ์พาดพิงคนเพชรบูรณ์ไปรับโปรยทานหลังเสร็จพิธี นายสันติกล่าวว่า หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ไม่น่าพูดกล่าวหาพี่น้องชาว จ.เพชรบูรณ์ เพราะการโยนขนมลูกโยนเมื่อเสร็จพิธีอุ้มพระดำน้ำ เทวดาในงานก็จะโยนขนมจากเรือขึ้นมาให้ประชาชนริมฝั่งเพื่อเก็บไว้เป็นสิริมงคล หรือรับสิ่งของไปกราบไหว้บูชา ส่วนขนมนำไปรับประทาน

“การที่หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านมากล่าวหาดูถูกชาวเพชรบูรณ์ว่ามีการไปรับทาน ทั้งที่ความจริงไม่ใช่ เพราะเป็นประเพณีปฏิบัติกันมาเป็นร้อยๆ ปี และไม่น่าที่คนระดับหัวหน้าพรรค จะมีความคิดที่ไม่สูงส่ง หรือมีความคิดที่ไม่ดี มากล่าวหาทั้งที่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ดีและผมไม่เห็นด้วย” นายสันติ กล่าว

‘บิ๊กป้อม’สั่งส.ส.ขยันลงพื้นที่
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม ส.ส. เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับประกาศหลักเกณฑ์เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองปฏิบัติตามในช่วง 180 วันก่อนการเลือกตั้งของกกต. โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 30 นาที

หลังการประชุมแกนนำพรรคและส.ส. ของพรรคได้ทยอยขึ้นไปพบ พล.อ.ประวิตร ที่เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคตั้งแต่เวลา 15.05 น.แต่ไม่ได้เข้าประชุม ส.ส. โดยขึ้นไปที่ห้องทำงานชั้นที่ 21 และแจกเสื้อยืดคอกลมสีขาวสกรีนรูปหน้า พล.อ.ประวิตร พร้อมกับข้อความ “ใจบันดาลแรง” ให้กับส.ส.และสมาชิกพรรค

จากนั้นเวลา 16.05 น. พล.อ.ประวิตรได้ลงจากห้องทำงานชั้นที่ 21 เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการประชุมพรรคที่ต้องกำชับ ส.ส.เรื่องการลงพื้นที่ แต่พล.อ.ประวิตรยกนิ้วชี้ ทำท่าปฏิเสธว่าไม่พูด แล้วขึ้นรถยนต์ออกจากที่ทำการพรรคไป

เวลา 16.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงการกำชับลูกพรรคและส.ส.ว่า ก็ปฏิบัติตามคำสั่งของกกต. เมื่อถามว่าในส่วนรัฐมนตรีปฏิบัติอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ว่าจะใครทั้งนั้น ก่อนขึ้นรถกลับทันที

‘นิโรธ’บ่นอึดอัดข้อจำกัดเยอะ
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ และประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิป รัฐบาล) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมส.ส. พรรค ว่า ฝ่ายกฎหมายของพรรคได้กำชับและติวเข้ม ส.ส.ให้ระวังหลังจากเข้าสู่โหมด เลือกตั้งและมีกฎเหล็ก 180 วันของ กกต.ว่าห้ามทำอะไรบ้าง ฝ่ายกฎหมายได้แนะนำและแจกเอกสารเป็นคู่มือให้ ส.ส.ในการปฏิบัติตนช่วงลงพื้นที่ ซึ่งส.ส.ส่วนใหญ่เข้าใจระเบียบและหลักเกณฑ์ เพราะเมื่อเป็นผู้แทนต้องเตรียมพร้อม แต่บางอย่างอาจมีลักษณะคาบลูก คาบดอก เช่น มีการไปทำป้ายหาเสียงก่อน วันที่ 24 ก.ย. ขนาดอาจจะไม่เป็นไปตามที่กำหนด จึงต้องปรับปรุงหรือปลดป้ายออก คิดว่าเรื่องนี้ กกต.คงแจ้งเตือน คงไม่ถึงกับลงโทษอะไร

ส่วนพล.อ.ประวิตรกำชับ ส.ส.ของพรรคว่าถ้าลงพื้นที่ต้องระวัง อย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย และย้ำให้ช่วยงานชาวบ้านในช่วงเวลานี้ที่มีพายุโนรู แต่อย่าไปแจกของ ห้ามทำ และให้ลงพื้นที่มากๆ ถ้าพบว่าชาวบ้านเดือดร้อนให้มาบอกรัฐบาล ส่วนตัวยอมรับว่าอึดอัดกับการลงไปพื้นที่โดยมีข้อจำกัด ไม่สามารถแจกของช่วยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนได้ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ยกตัวอย่างเรื่องการมอบพวงหรีดไปร่วมงานศพ ถ้าใช้ดอกไม้สดทำได้ แต่ยุคใหม่ถ้าใช้เป็นพัดลมหรือดอกจันทน์มาทำเป็นพวงหรีดไม่สามารถทำได้ เพราะอาจมีการนำไปใช้ต่อ เรื่องนี้ถือว่าละเอียดมาก

‘ชวน’เตือนส.ส.ระวัง-ยึดกม.
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องขอบคุณ กกต.ที่พยายามให้แนวทางเพื่อการปฏิบัติ จะได้มีความเข้าใจชัดเจนขึ้น แต่อะไรที่ยังเป็นข้อสงสัย ตนก็แนะนำเพื่อนสมาชิกว่าระมัดระวัง ถ้าเห็นว่าเสี่ยงก็อย่าไปทำ เพราะเดี๋ยวตีความแตกต่างกันไป และทุกคนต้องรู้ว่าอะไรที่ควรจะเสี่ยง อะไรที่ไม่ควรจะเสี่ยง แต่คำแนะนำกกต.ก็ดีเป็นประโยชน์

ผู้สื่อข่าวถามว่าบทบาทประธานสภาที่อาจต้องปฏิบัติควบคู่กับความเป็นส.ส.ด้วย กังวลหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ให้ฝ่ายกฎหมายสภาศึกษาคำแนะนำและระเบียบกกต. รวมทั้งข้อกฎหมายอื่น และจัดส่งข้อมูลที่ฝ่ายกฎหมายสภาศึกษาให้ ส.ส.ทุกคน ได้รับทราบ เพื่อเป็นประโยชน์ในการแนะนำกัน เหนือสิ่งอื่นใดให้ยึดกฎหมายเป็นหลักไว้ ส่วนรายละเอียดที่นอกเหนือจากข้อบังคับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าเรายึดกฎหมายเป็นหลักไว้ปลอดภัยกว่า จึงอยากให้ส.ส.ทุกคนระมัดระวัง

เมื่อถามว่า ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยเลือกตั้งส.ส. ยังไม่มีผลบังคับใช้จะเป็นปัญหาหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญคงทราบดีว่าต้องวินิจฉัยในเวลาเท่าไร เพียงแต่ยังไม่ได้กำหนดเวลา ช่วงเช้า 27 ก.ย. ตนได้เซ็นหนังสือแจงให้ผู้ที่ยื่นคำร้องมาส่งหลักฐานตามที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งมา ก็ให้รีบส่งไป

ส่วนข้อสังเกตส.ส.ใช้งบของกมธ. ของสภาผู้แทนราษฎร ไปจัดเวทีเสวนาในพื้นที่ของตัวเอง อาจผิดประกาศของกกต.ว่า เป็นเรื่องบทบาทกมธ. ไม่น่ามีปัญหา เพราะสภายังอยู่ กมธ.ก็ยังอยู่ ส่วนข้อสังเกตที่ว่าในเวทีเสวนาอาจเชิญหัวคะแนนนั้น ตนคิดว่าต้องดูที่ข้อเท็จจริง กมธ.ไม่ได้มีคนเดียวหรือพรรคเดียว เขาคงดูแลกัน ขอย้ำว่าหลังจากนี้ต้องยึดตามกฎหมาย ยึดตามระเบียบของกกต. ไม่แน่ใจเรื่องใดก็อย่าไปทำ คนระดับผู้แทนราษฎรทราบอยู่แล้วว่าอะไรควรทำ หรือไม่ควรทำ

ปชป.ติวแนวปฏิบัติเข้ม
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคจะจัดสัมมนา ส.ส.ที่ จ.กระบี่ ระหว่างวันที่ 1-2 ต.ค. เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ช่วงเวลาเลือกตั้ง ซึ่งอาจมีขึ้นเร็วๆ นี้ นอกจากนั้นจะได้ซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติตัวให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. ในช่วง 180 วันอันตราย ถึงแม้ กกต.จะได้ประชุมร่วมกับ กกต.จังหวัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของ กกต.ทั่วประเทศเข้าใจตรงกันถึงแนวทางปฏิบัติตามระเบียบที่กกต.ออกมา แต่ยังมีคำถามอีกพอสมควรว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ซึ่งในการประชุมสัมมนา ส.ส.พรรคครั้งนี้จะทำความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติต่างๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ในส่วนของพรรคได้ให้ฝ่ายกฎหมายพรรคสรุปแนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคได้รับทราบ ถ้าว่าที่ผู้สมัครส.ส.คนใดมีอะไรที่ยังสงสัย สามารถสอบถามฝ่ายกฎหมาย เพื่อปฏิบัติให้ถูกต้อง พรรคพร้อมทำตามกฎหมายและระเบียบที่ กกต.ออกมาทุกประการ

ภท.เมิน‘ศรีสุวรรณ’ร้องตั้งป้าย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมาย ทำข้อแนะนำให้แก่สมาชิกและผู้สมัครทุกคนแล้ว ยืนยันว่าต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมายและระเบียบของกกต. อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้มีเรื่องมีราวในอนาคต รวมทั้งไม่ให้เป็นอุปสรรคการทำงาน

เมื่อถามถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมยื่นชี้เบาะแสให้ กกต.ตรวจสอบ กรณีพรรคภูมิใจไทยจัดทำป้ายหาเสียงและ ติดตั้งหลายพื้นที่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่อง ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีประเด็นครบ 180 วัน ต้องไปดูส่วนไหนผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบ ก็ต้องดำเนินการตามระเบียบกกต.

เพื่อไทยโวยสกัดช่วยน้ำท่วม
ที่พรรคเพื่อไทย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรค แถลงเรียกร้องให้กกต.ทบทวนระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบวิกฤตจากพายุโนรู

นายวรวัจน์กล่าวว่า ชัดเจนว่าไทยกำลังจะได้รับผลกระทบจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นโนรู ที่จัดได้ว่ารุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ประชาชนกำลังจะได้รับผลกระทบมากกว่าครึ่งประเทศ แต่กกต.ออกระเบียบ 180 วันห้ามหาเสียงก่อนสภาครบวาระอย่างเข้มงวด ระบุไม่ให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่างๆ เช่น อุทกภัย ทำให้ส.ส.ที่พี่น้องประชาชนเลือกมาไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ แล้วประชาชนจะหันหน้าไปพึ่งใคร และกรณีนี้รวมถึงค่าใช้จ่ายที่อาจคำนวณเป็นตัวเงินด้วยใช่หรือไม่

จะเปิดช่องให้เพียงฝ่ายรัฐบาลดำเนินการได้ฝ่ายเดียวเท่านั้น แล้วมั่นใจหรือว่าในสถานการณ์แบบนี้เฉพาะฝ่ายรัฐบาลจะช่วยได้อย่างครอบคลุม จึงขอเรียกร้องให้กกต. ผ่อนคลายระเบียบตรงนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อให้ทุกคนสามารถดำเนินการตั้งแต่เตรียมการ ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก่อนที่ภัยจะมา ไม่ใช่ถึงเวลาที่น้ำท่วมหนักแล้วค่อยลงไปช่วยเพียงแค่แจกของ การช่วยต้องระดมกำลังกัน ตั้งแต่เตรียมการขุดลอก เตรียมถุงทรายกั้นน้ำ อพยพคนและสิ่งของ

“พายุโนรูจะเดินทางเข้าทางภาคอีสานก่อน จากนั้นเข้าภาคกลาง และขึ้นที่ภาคเหนือเป็นลำดับต่อไป พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่หลักที่พรรคเพื่อไทยมีผู้แทนราษฎรมากที่สุด ที่กกต.ออกระเบียบลักษณะนี้มาจำกัดความช่วยเหลือในช่วงเวลาวิกฤตถูกต้องหรือ ต่อให้รัฐบาลใช้งบประมาณและสรรพกำลังของรัฐได้อย่างเต็มที่ แน่ใจหรือว่าจะช่วยคนไทยทุกคนได้อย่างทั่วถึง มีเจตนาเช่นใดถึงออกระเบียบ เข้มงวดขนาดนี้ออกมาในสถานการณ์วิกฤตของประชาชน” นายวรวัจน์กล่าว

สอท.บี้แบ่งเขตเลือกตั้ง-กกต.แจง
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) และประธานภาคกรุงเทพ กล่าวว่า แม้กกต.จะออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ มากมาย แต่สำคัญที่สุดคือ กกต.ควรรีบแบ่งเขตพื้นที่การเลือกตั้ง 400 เขตให้ชัดเจน เพราะผู้ลงสมัครหน้าใหม่จะ เสียเปรียบเจ้าของพื้นที่เดิม เนื่องจากไม่รู้พื้นที่ของตัวเองมีขอบเขตแค่ไหน กกต.ต้องเร่งเรื่องนี้เพื่อทุกคนมีโอกาสแนะนำตัวให้ประชาชนรู้จักอย่างเท่าเทียมกัน

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า กกต.จะทำได้เมื่อกฎหมายเลือกตั้งประกาศใช้ แต่ขณะนี้ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ยังไม่บังคับใช้ ทำให้กกต.ยังไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการ

รวมพลังยันไม่รวม‘รทสช.’
นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ โฆษกพรรครวมพลัง กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าพรรครวมพลัง จะควบรวมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคที่ผ่านมายังมีมติว่าให้พรรครวมพลังหาสมาชิกพรรคเพิ่มและตั้งสาขาพรรคเพิ่มเติม จึงขอ ย้ำว่าพรรครวมพลังยังเคลื่อนไหวและจัดกิจกรรมทางการเมืองของพรรค รวมถึงยังมีแนวคิดที่จะสร้างโรงเรียนการเมือง เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกับพรรค และสมาชิกของพรรค เพื่อให้ความรู้ทางการเมืองและให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้ง รวมถึงอุดมการณ์และแนวทางของพรรค

“เข้าใจว่าการที่สูตรคำนวณส.ส.บัญชี รายชื่อจากหาร 500 เปลี่ยนเป็นหาร 100 นั้น ทำให้เกิดข่าวลือไปต่างๆ รวมถึงเกิดปรากฏ การณ์ เกิดพรรคใหม่ขึ้นหลายพรรคที่รวมตัวกัน ยืนยันว่าพรรครวมพลังยังไม่มีแนวคิดที่จะควบรวมกับใคร” นายเขตรัฐกล่าว

สมคิดหวัง‘สอท.’พลิกการเมือง
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่อาคารมติชน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ให้สัมภาษณ์ข่าวสด มติชนและในเครือ ถึงการตั้งพรรคว่า จริงๆตั้งใจจะเลิกเล่นการเมืองแล้ว แต่ชีวิตเปลี่ยนไป สุขภาพดีขึ้นในช่วง 2 ปี แต่ลูกน้องอยากทำต่อและได้เห็นถึงความตั้งใจของเขาในการเริ่มทำหลายอย่าง จนไปตั้งพรรคแล้วมาขอให้ตนเป็นแคนดิเดต นายกฯ ซึ่งตนไม่ได้รับปาก แต่สถานการณ์การเมืองเช่นนี้เป็นไปไม่ได้ที่เราจะอยู่แค่เบื้องหลัง ตนก็อยากสร้างพรรคที่ดี การสร้างพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องยาก แต่การสร้างพรรคที่ดีและ ให้คนใหม่ๆ ที่ตั้งใจทำงาน ปราศจากการครอบงำไม่ใช่เรื่องง่าย

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ 30 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีวาระนายกฯ 8 ปีของพล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประเทศจะเดินหน้าอย่างไร นายสมคิด กล่าวว่า จะตัดสินอย่างไรก็แล้วแต่ อยู่ที่ประชาชน อย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้ง และถ้ายังเลือกตั้งโดยไม่ดูอะไรเลย สมการการเมืองจะไม่เปลี่ยน ด้วยโครงสร้างการเมืองที่มีส.ว. 250 เสียง เลือกนายกฯ แบบนี้ ถ้าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ก็ต้องเลือกนายกฯได้ แบบนี้พรรคไหนจะได้นายกฯ

ถ้าไม่สามารถได้นายกฯก็ต้องอาศัยพรรคอื่น แล้วถ้าพรรคอื่นที่ว่านั้นไม่มีพรรคใหม่เลยก็จะเป็นเหมือนเดิม ดังนั้นอยู่ที่มือของประชาชน ถ้ามีพรรคใหม่สัก 2 พรรค ที่มีจำนวนส.ส. พอสมควร บังเอิญทำให้สมการทางการเมืองต้องอาศัยพรรคเหล่านี้ เชื่อว่าการเมืองจะเปลี่ยน แต่ที่สมการการเมืองไม่เคยเปลี่ยนเพราะไม่มีตัวแปรใหม่ ตนจึงตั้งใจเมื่อเห็นน้องๆ สร้างพรรคที่ดี ถ้าไม่ได้ก็กลับไปสู่ความสุขของตน และคิดว่าการที่ออกจากรัฐบาลชุดที่แล้วเป็นการ จากกันด้วยดี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน