เริ่มเปิดขายวันนี้ 1 ต.ค. ‘สเปรย์พ่นจมูก’ ยับยั้งโควิดฝีมือคนไทย หาซื้อได้ที่ ร้านยาองค์การเภสัชกรรม สาขาราชเทวี และ เครือข่ายภาคี ขณะเดียวกันเปิดสิทธิรักษาป่วยโควิดทุกบัตร ยันยูเซป พลัส รับรักษาเฉพาะผู้ป่วยโควิดฉุกเฉินวิกฤตสีแดง ‘อนุทิน’ ปิดแล้วศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ หลังเปิดฉีด 477 วัน รวม 6.5 ล้านโดส 3.3 ล้านคน
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง RT-PCR และ ATK รวม 839 ราย สะสมระลอกโอมิครอนตั้งแต่ 1 ม.ค. 2565 จำนวน 2,457,874 ราย สะสมตั้งแต่ระลอกแรก 4,681,309 ราย หายป่วยเพิ่ม 733 ราย สะสม 4,642,083 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 9 ราย สะสมระลอกโอมิครอน 11,066 ราย สะสมตั้งแต่ระลอกแรก 32,764 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 6,462 ราย อยู่ร.พ.สนามและอื่นๆ 2,129 ราย และอยู่ในร.พ. 4,333 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 480 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 263 ราย ภาพรวมผู้ป่วยเฉลี่ยรายวัน ผู้ป่วยอาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิตมีทิศทางลดลง
ผู้เสียชีวิต 9 ราย มาจากกทม. นครราชสีมา พิษณุโลก พิจิตร สระบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ตราด และฉะเชิงเทรา จังหวัดละ 1 ราย ไม่มีรายงานเสียชีวิตจากปริมณฑลและภาคใต้ ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 4 ราย หญิง 5 ราย อายุ 54-86 ปี เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและโรคเรื้อรัง 100% ปัจจัยเสี่ยงที่เสียชีวิต คือโรคหัวใจ 4 ราย อ้วน 3 ราย โรคไต 2 ราย ติดเตียง 2 ราย มะเร็ง 1 ราย และหลอดเลือดสมอง 1 ราย
วันเดียวกัน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 นับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไปที่ได้ปรับเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยืนยันการรักษาพยาบาลได้ตามสิทธิฟรี ครอบคลุมทั้งสิทธิบัตรทอง สิทธิข้าราชการ และสิทธิประกันสังคม ส่วนสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) มีศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต เป็นหน่วยประสานระหว่างประชาชนและสถานพยาบาล ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและให้ข้อมูล สอบถามโทร.0-2872-1669
น.ส.รัชดากล่าวด้วยว่า สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เปิดตัวผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งโควิด-19 ทางกายภาพครั้งแรกของไทย ภายใต้ยี่ห้อ เวลล์โควิแทรป แอนติ-โคฟ นาซาล สเปรย์ ที่ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม (อภ.) และได้ขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้ว พร้อมวางจำหน่ายวันที่ 1 ต.ค.2565 นี้ ที่ร้านยาองค์การเภสัชกรรม สาขาราชเทวี และเครือข่ายภาคี เช่น สถานพยาบาล The Senizens, และสถานพยาบาล Panacura
“สเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งโควิด-19 นี้ มีคุณสมบัติสามารถดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพบริเวณโพรงจมูกต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง ด้วยหลักการทำงาน 2 กลไก ได้แก่ 1.ดักจับด้วย HPMC ที่ทำหน้าที่เคลือบบริเวณพื้นผิวโพรงจมูก ทำให้ความสามารถในการเกาะของเชื้อไวรัสที่บริเวณโพรงจมูกลดลง 2.ยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพ ที่เข้ามาในบริเวณโพรงจมูกด้วยภูมิคุ้มกัน ใช้พ่นที่โพรงจมูกทั้ง 2 ข้าง สอดหัวพ่นเข้าไปในโพรงจมูกในแนวตั้ง พ่นข้างละ 1-2 ครั้ง ใช้ได้ตามต้องการทุก 6 ชั่วโมง ได้ถึงวันละ 3 ครั้ง มีขนาด 15 ม.ล.” น.ส.รัชดากล่าว
วันเดียวกัน ที่สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และ พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง และ ผอ.ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ร่วมพิธีปิด “ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ” โดยช่วงสุดท้ายผู้บริหารได้ร่วมกันมอบดอกกุหลาบสีแดง และเหรียญ ‘Vaccine Hero’ ให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์และส่งเจ้าหน้าที่กลับบ้าน
พญ.มิ่งขวัญกล่าวว่า ศูนย์วัคซีนบางซื่อฯ เปิดบริการตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. 2564 วันนี้ศูนย์ดำเนินการเป็นวันที่ 477 ฉีดวัคซีนแล้ว กว่า 6.5 ล้านโดส ครอบคลุม 3.3 ล้านคน เกิดอาการไม่พึงประสงค์หลังรับวัคซีนเพียงร้อยละ 0.05 ระดับความพึงพอใจของประชาชนสูงถึง 90% เป็นความสำเร็จและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน ทั้งจิตอาสา เจ้าหน้าที่ภาครัฐ เอกชนและประชาสังคม รวม 251 องค์กร อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิดได้คลี่คลายลง จึงมีการปิดศูนย์อย่างเป็นทางการ