ก่อจลาจล-คฝ.ยิงแก๊ส อินโดฯเหยียบกันตาย

เร่งสอบปมจลาจลกลางสนามบอล คฝ.ยิงแก๊สน้ำตาสลายฝูงชน ก่อนบานปลายวิ่งหนีเหยียบกันตาย 125 ศพ บาดเจ็บอีก 180 ราย เหตุสลดที่อินโดฯ ประธานาธิบดี ‘โจโกวี’ สั่งหยุดแข่งฟุตบอลลีกใหญ่ของประเทศทันที จนกว่าผลสอบจะแล้วเสร็จ ขณะที่ ‘ฟีฟ่า’ แถลงไม่ควรใช้แก๊สน้ำตาควบคุมฝูงชนในการแข่งขัน สอดคล้องกับแฟนบอลที่รอดชีวิต ระบุเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาทั้งที่ยังไม่เกิดการจลาจล ทำให้ประชาชนแตกตื่นรีบออกจากสนามผลักกันไปมา จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมสลด

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุแฟนฟุตบอลก่อจลาจลและเหยียบกันเสียชีวิตในประเทศอินโดนีเซีย ประชาชนอย่างน้อย 125 รายเสียชีวิต และบาดเจ็บอีก 180 ราย ล่าสุดนายโจโก วิโดโด หรือโจโกวี ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์สั่งทบทวนมาตรการความปลอดภัยในการแข่งขันฟุตบอล โดยสั่งการให้รมว.กีฬาและเยาวชน ผบ.ตร. และหัวหน้าสมาคมฟุตบอล ประเมินการแข่งขันฟุตบอลอย่างละเอียด และมาตรการความปลอดภัยแล้ว สั่งลีกฟุตบอลใหญ่ของประเทศหยุดการแข่งขันชั่วคราวจนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และหวังให้เป็นโศกนาฏกรรมฟุตบอลครั้งสุดท้ายของประเทศ

สำหรับเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจบการแข่งขัน เมื่อแฟนบอลราว 3,000 คน กรูลงสนามเพื่อประท้วงผลการแข่งขันเมื่อช่วงดึกของวันเสาร์ที่ 1 ต.ค. ตำรวจตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาสลายฝูงชน แฟนบอลแย่งกันหนีจนเกิดเหตุการณ์โกลาหลขึ้น หลังจากที่ทีม ฟุตบอลอาเรมา เอฟซี พ่ายทีมเปอร์เซบายา สุราบายา 2-3 ประตู ในการแข่งขันที่เมือง มาลัง จ.ชวาตะวันออก ทั้งนี้ ความรุนแรงในการแข่งขันฟุตบอล ไม่ใช่เรื่องใหม่ในอินโดนีเซีย ทีมอาเรมา เอฟซี และเปอร์ เซบายา สุราบายา ต่างเป็นคู่แข่งกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งแฟนทีมเปอร์เซบายา สุราบายา ถูกห้ามไม่ให้ซื้อตั๋วในแมตช์นี้ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์แฟนบอลตีกัน

จลาจล – แฟนบอลชาวอินโดฯ ถูกหามออกจากสนาม ในเหตุตีกันระหว่างแฟนบอลทีมอาเรมา กับเปอร์เซบายา สุราบายา ที่สนามกีฬากันจูรูฮัน ในจังหวัดชวาตะวันออก มีผู้เสียชีวิต 125 ราย บาดเจ็บอีกเกือบ 200 ราย และเผารถยนต์ เสียหายจำนวนมากอีกด้วย เมื่อวันที่ 2 ต.ค.

ขณะที่สมาคมฟุตบอลอินโดนีเซียหรือ พีเอสเอสไอ ระบุว่าสมาคมขอโทษ และประกาศสอบสวนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนประกาศหยุดจัดการแข่งขันฟุตบอลของอินโดนีเซียซูเปอร์ลีก เป็นเวลา 1 สัปดาห์ หลังมองว่าเหตุการณ์นี้ทำให้โฉมหน้าฟุตบอลอินโดนีเซียเสื่อมเสีย

นายมาห์ฟุด เอ็มดี รัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคง กฎหมาย และการเมืองของอินโดนีเซีย โพสต์ว่าตั๋ว 42,000 ใบถูกขายให้แฟนบอลจนเกลี้ยง หมายความว่าจำนวนผู้ชมเกินความจุของสนามมาเกือบราว 4,000 คน จากที่สนามรองรับผู้ชมได้ 38,000 คน สวนทางกับที่รัฐบาลอินโดนีเซียแนะนำให้ขายตั๋วเพียง 38,000 ใบ อีกทั้งเจ้าหน้าที่รัฐบาลแนะนำให้จัดการแข่งขันในช่วงบ่ายแทนที่จะเป็นช่วงค่ำ

ส่วนนายนิโค อฟินตา หัวหน้าตำรวจกองบังคับการใน จ.ชวาตะวันออก กล่าวว่าตำรวจยิงแก๊สน้ำตานำไปสู่การเหยียบกันตาย และในหลายกรณีสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการหายใจไม่ออก เกิดสถานการณ์สับสน แฟนบอลเริ่มทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำลายรถยนต์ และในจำนวนผู้เสียชีวิตรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

“เราต้องการที่จะสื่อสารว่าไม่ใช่แฟนบอลทุกคนที่ลงสนามประท้วง โดยมีเพียงราว 3,000 คนเท่านั้นที่บุกลงสนาม” นายอฟินตากล่าว และว่าส่วนแฟนบอลคนอื่นๆ กรูเข้าไปที่ประตูทางออก จนเพิ่มมากขึ้นอัดเต็มแน่นประตู ทำให้เกิดภาวะขาดอากาศหายใจขึ้น ดังที่ปรากฏวิดีโอบนโซเชี่ยลมีเดียแสดงแฟนบอลปีนรั้วหาทางหนี อีกคลิปวิดีโอแสดงร่างไร้ชีวิตหลายร่างบนพื้น

ด้านสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ออกแถลงการณ์ระบุว่าไม่ควรใช้แก๊สน้ำตาควบคุมฝูงชน หรือผู้จัดการแข่งขัน หรือตำรวจไม่ควรใช้แก๊สน้ำตาในการแข่งขัน ซึ่งสอดคล้องกับนายโดนี อายุ 43 ปี ผู้ชมที่รอดชีวิตระบุว่า เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตา ทั้งที่ยังไม่เกิดการจลาจล และโดยอัตโนมัติประชาชนรีบวิ่งออกจากสนาม เกิดการ ผลักกันไปมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย พร้อมถามกลับว่าเหตุใดจึงไม่คำนึงถึงเด็กและผู้หญิง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน