หลังพบผู้ป่วย ปอดติดเชื้อรา

สสจ.นครศรีธรรมราชติดป้ายเตือนภัยมุดโพรงต้นไม้ใหญ่เข้าไปดูค้างคาวในพื้นที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราชแล้ว หลัง ‘หมอมนูญ’ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจเผยคณะเดินป่า 7 ใน 10 คนปอดติดเชื้อและมีราจากการหายใจเอาสปอร์ของเชื้อราที่ลอยขึ้นมาในอากาศจากมูลค้างคาวที่ตกลงบนพื้นดินเข้าไปในปอด ทำให้ป่วยเป็น ‘โรคฮิสโตพลาสโมซิส’ เบื้องต้นแนะให้ติดป้ายเตือนที่หน้าโพรงต้นไม้ต้นนี้ และใครที่เคยเข้าไปในโพรงต้นไม้ต้นนี้โดยไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัยควรไปหาแพทย์ขอทำเอกซเรย์ปอดด่วน

วันที่ 4 ต.ค. นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยา บาลวิชัยยุทธ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ระบุว่า “ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า การเดินเข้าไปในโพรงต้นไม้ใหญ่ในป่า เพื่อชมค้างคาวในเวลาเพียง 2-15 นาที จะหายใจสปอร์ของเชื้อราฮิสโตพลาสมา แคปซูลาตุม (Histoplasma cap sulatum) ลอยขึ้นมาในอากาศจากมูลค้างคาวที่ตกลงบนพื้นดิน เข้าไปในปอด ทำให้ป่วยเป็นโรคฮิสโตพลาสโมซิส (Histoplasmosis)

โพรงอันตราย – ภาพจากเฟซบุ๊กนพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ โพสต์เรื่องราวคณะศึกษาธรรมชาติเข้าไปในโพรงต้นไม้ใหญ่ในป่าคลองวังหีบ หนานตากผ้า ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช แล้วพบว่า 7 ใน 10 คนได้รับเชื้อและราจากมูลค้างคาวเข้าปอดจนป่วยเป็นโรคฮิสโตพลาสโมซิส

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2565 มีคณะเดินทางศึกษาธรรมชาติเข้าไปในโพรงต้นไม้ เท่าที่ทราบ 7 ใน 10 คนของคณะนี้ 2-3 สัปดาห์หลังเข้าโพรงต้นไม้ บางคนเริ่มป่วย ไอ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เอกซเรย์ปอด 7 คน มีจุดขนาดแตกต่างกันกระจายทั่วปอด ไล่ตั้งแต่คนมีจุดเล็กที่สุดในปอดขนาด 3 มิลลิเมตร ไปถึงคนที่มีลักษณะเป็นก้อนขนาด 1 เซนติเมตรกระจายทั่วปอด

คนที่มีก้อนในปอดพิสูจน์แล้วว่าเป็นโรคฮิสโตพลาสโมซิส ด้วยการตัดชิ้นเนื้อจากปอด พบเชื้อรา Histoplasma capsulatum เจริญเติบโตแบ่งตัวในปอด

ต้นไม้ที่มีโพรงนี้ชื่อไทย “ช้าม่วง” เป็นต้นไม้กลุ่มวงศ์ยาง อายุกว่า 100 ปี สูงกว่า 40 เมตร โพรงต้นไม้นี้เกิดตามธรรมชาติ แคบเข้าได้ ทีละคน ต้องก้มศีรษะเพื่อเข้าในโพรง มีพื้นที่ในโพรงให้คนเข้าไปได้ 6-7 คน ความสูงของโพรง 3 เมตร เป็นที่พักอาศัยของ “ค้างคาวแวมไพร์แปลงเล็ก” Lesser false vampire bat บริเวณที่ค้างคาวอยู่สูงถึง 5 เมตรจากพื้น ค้างคาวชนิดนี้อาศัยในถ้ำและโพรงต้นไม้

ต้นไม้ต้นนี้อยู่ในป่าที่สมบูรณ์ โชคดีไม่เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยี่ยมชม เพราะต้องให้คนในพื้นที่พาเดินเข้าไป อยู่ในบริเวณคลอง วังหีบ หนานตากผ้า ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

ผมได้แนะนำให้ติดป้ายเตือนที่หน้าโพรงต้นไม้ต้นนี้ “อันตราย ห้ามเข้าในโพรงต้นไม้ อาจติดเชื้อราจากมูลค้างคาว” และใครที่เคยเข้าไปในโพรงต้นไม้ต้นนี้ โดยไม่ใส่หน้ากากอนามัย ควรไปหาแพทย์ ขอทำเอกซเรย์ปอด และแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยว่า ตัวเองอาจติดเชื้อราที่ก่อโรคฮิสโตพลาสโมซิส คนที่อายุน้อยสุขภาพแข็งแรง ถึงติดเชื้อรา ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ หายเองได้ ไม่ต้องรักษา คนที่อายุมากมีโรคประจำตัว ต้องรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อรา

เตือนอันตราย – เจ้าหน้าที่ติดป้ายเตือนอันตราย ห้ามมุดโพรงต้นไม้ในป่าวังหีบ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังหมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ โพสต์เตือนมีคนได้รับเชื้อราจากมูลค้างคาวเข้าปอด จนป่วยเป็นโรคฮิสโพลาสโมซิส เมื่อวันที่ 4 ต.ค.

รายงานข่าวแจ้งว่าเบื้องต้นโรงพยาบาลในพื้นที่ ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของนพ.มนูญ คือนำป้ายเตือนเข้าไปติดตั้งบริเวณต้นไม้ต้นดังกล่าว เพื่อให้นักท่องไพรที่อยากจะเข้าไปชมค้างคาว ระมัดระวัง และปฏิบัติตัวด้วยการสวมหน้ากากอนามัย หรือหลีกเลี่ยงการมุดเข้าไปในโพรงไม้ดังกล่าวแล้ว

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สสจ.นครศรีธรรม ราช เกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นเพราะสถานที่เกิดเหตุเป็นที่บ้านวังหีบ อ.ทุ่งสง โดยทางจนท.กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สสจ.นครศรีธรรม ราช ได้บอกว่าได้ประสานเรื่องนี้ไปยังสำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งสง ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งขั้นตอนแรกก็ได้ทำป้ายห้ามเข้าไปในโพรงไม้ดังกล่าวเพื่อนำไปติด โดยจะไปติดในวันที่ 5 ต.ค. เนื่องจากวันเดียวนี้มีฝนตกหนัก การเดินทางเข้าไปค่อนข้างลำบาก ต้องให้ชาวบ้านที่ชำนาญพื้นที่นำทางเข้าไป เพราะเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอทุ่งสง ไม่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ อาจหลงป่าได้เนื่องจากจุดที่เกิดเหตุนั้นเป็นป่าทึบต้องเดินเท้าเข้าไปและเป็นพื้นที่ที่ไม่ชำนาญจริงๆ จะเข้าไปไม่ถูก

สำหรับรายละเอียดของโรคดังกล่าวนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งสง จะแถลงข่าวในวันที่ 5 ต.ค. ต่อไป โดยแจ้งกับประชาชนว่าอย่าตื่นตระหนกกับกรณีดังกล่าว

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอทุ่งสง ได้นำป้ายเตือนไปติดไว้ที่หน้าโพรงต้นไม้ต้นดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่เมื่อช่วงหัวค่ำวันเดียวกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน