หนูลั่นชิงนายกเป้าสส.120ที่นั่ง
‘ตู่-ป๊อก’ ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วม เพชรบูรณ์ ‘ป้อม’ หายป่วย ลุยปทุมธานี เพื่อไทยเชื่อ ‘2 ป.’ ขิงกัน ‘ตู่-ป๊อก’ ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมเพชรบูรณ์ ‘ป้อม’ หายป่วย ลุยปทุมธานี เพื่อไทยเชื่อ ‘2 ป.’ ขิงกัน แข่งลงพื้นที่ชิงแคนดิเดตนายกฯ พปชร.เปิดตัว ‘ลูกชายบุญทรง’ ลงส.ส.เขต 5 เชียงใหม่ ‘สันติ’ โวกระแสพรรคทั่วประเทศดีมาก ‘หัวหน้าป้อม’ สั่งส.ส.ที่คิดซบภูมิใจไทยกลับใจ ‘อนุทิน’ ลั่นไม่ล้อเล่น ภูมิใจไทยจะกวาด 120 ส.ส. พร้อมนั่งนายกฯ ‘จุรินทร์’ ออนทัวร์ถี่ยิบ ปชป.นัดกรรมการบริหาร 12 ต.ค. ถกปรับครม.เสียบเก้าอี้ รมช.มหาดไทย ‘นิพนธ์’ ยันไม่แตะตำแหน่งอื่น ชาติไทยพัฒนาชูนโยบาย ‘ท็อปเท็น’ หวังคว้า 25 ที่นั่งในสภา
‘บิ๊กตู่’ควง‘ป๊อก’ลุยเพชรบูรณ์
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เก็บตัวอยู่ที่บ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภ รักษาพระองค์ หรือ ร1. รอ. ในช่วงเช้า และเวลา 10.55 น. เดินทางเข้ามายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเซ็นเอกสาร ท่ามกลางกระแสข่าวและการจับตามองเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ต้องการปรับในสัดส่วนของพรรค แทนนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มหาดไทยที่ลาออก อีกทั้งมีกระแสข่าวพรรคประชาธิปัตย์อาจรับเพิ่ม บางตำแหน่งด้วย
เวลา 12.30 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ออกเดินทางไปยัง ท่าอากาศยานเพชรบูรณ์ ต.ลานบ่า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เพื่อตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาสถานการณ์อุทกภัย โดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) มาส่ง
ปชช.ให้กำลังใจ-ชู3นิ้วป่วนก็มี
เวลา 14.53 น. ที่หมู่ที่ 11 ต.ตาลเดี่ยว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ พล.อ.ประยุทธ์ พบปะให้กำลังใจประชาชนและเยี่ยมเยียนบ้านเรือนที่ประสบอุทกภัย มีประชาชนตะโกนให้กำลังใจนายกฯ “สู้ๆ” 2 ครั้ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้ประชาชนสู้ๆ 3 ครั้ง นายกฯ ต้องสู้มากกว่า นอกจากนี้ มีชาวบ้านมาขอถ่ายรูปและให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มาด้วยใจ ขอให้มีความรักความสามัคคีกัน เพื่อประเทศชาติ ฝากทุกๆ คนด้วย แม้ตนเองไม่ได้ไปทุกบ้าน บอกไปด้วยว่านายกฯ ห่วงทุกบ้านทุกหลังเป็นห่วงทุกคน ซึ่งชาวบ้านตะโกนให้กำลังใจว่านายกสู้ๆ โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้ชูสองนิ้ว ตอบว่า สู้ๆ นายกฯ เป็นกำลังใจให้ทุกคน และเอาหัวใจมาฝากไม่ว่ายากดีมีจน ทำให้หมด เดี๋ยวนายกฯ จะดูภาพรวมให้
เวลา 16.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินพบปะพูดคุยกับประชาชนที่สวนสาธารณะดงตาล เทศบาลเมืองหล่มสัก ต.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ประสบอุทกภัย ปรากฎว่ามี วัยรุ่นชาย ที่นั่งอยู่ด้านหน้าเวที ในจุดที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องพบประชาชน พยายามชู 3 นิ้ว เป็นสัญลักษณ์ต่อต้านนายกฯ แต่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนายกฯ และ เจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร (สห.) เห็นทัน จึงนำตัวออกไปด้านนอก เพื่อสอบถามทำความเข้าใจ พร้อมขอให้อย่าทำแบบนี้อีก
ต่อมาที่สวนสุขภาพเทศบาลเมืองหล่มสัก พล.อ.ประยุทธ์ เยี่ยมเยียนประชาชนผู้ประสบภัยในเขตพื้นที่เศรษฐกิจเทศบาลเมืองหล่มสัก 11 และได้ถามชาวบ้านที่มารอต้อนรับว่า “หน้าตาแบบนี้ทรยศไหม หน้าตาแบบนี้ทำอะไรไม่ดีไหม ไม่มีหรอก จะทำให้ดีที่สุด”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ครั้งนี้ เป็นอีกครั้งไม่มีการขึ้นป้ายต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ ตามที่ได้ประกาศห้ามไว้ โดยนายกฯใช้รถทรานส์ฟอร์เมอร์ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หมายเลขทะเบียน 1 นข 1385 กรุงเทพมหานคร เป็นยานพาหนะ
‘บิ๊กป้อม’หายป่วย-ไปปทุมธานี
เช้าวันเดียวกันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อาการดีขึ้นแล้ว หลังจากวันที่ 5 ต.ค. มีอาการไข้จนต้องลาประชุม ครม.กะทันหัน โดยเวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ครั้งที่ 1/2565 ที่ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เขตพญาไท กทม. โดยเปลี่ยนสถานที่จากเดิมจะประชุมที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
เวลา 13.00 น. พล.อ.ประวิตร ซึ่งมีสีหน้ายิ้มแย้ม เดินทางไปตรวจราชการสถานการณ์น้ำท่วม ที่ จ.ปทุมธานี และให้สัมภาษณ์ถึงการลาประชุมครม.เมื่อวันที่ 5 ต.ค. เนื่องจากป่วยด้วยไข้หวัด ว่า ตอนนี้หายป่วยแล้ว และเมื่อวันที่ 5 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.อนุพงษ์ ได้มาเยี่ยมตนที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผู้สื่อข่าวถามว่าทำให้กำลังใจดีขึ้นใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ไม่เป็นอะไรนี่
สั่งส.ส.คิดซบภท.ให้กลับใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ของพล.อ.ประวิตร ครั้งนี้มีนายชัยวุฒิ ที่ไปส่ง นายกฯ แล้วมาร่วมคณะด้วย และนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่แสดงความจำนงจะลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) พรรคพลังประชารัฐ คณะสส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐจาก 7 เขตในจ.ปทุมธานี มาต้อนรับ อาทิ นายเศวก ประเสริฐสุข นายปรีชา ชื่นชนกพิบูล นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง นายคิว อรุโณรส นายสุรศักดิ์ สุรทัตโชค นายประเสริฐศรี ฮ้อแสงชัย และนาง ฐิตินันท์ เจริญอาจ นอกจากนี้ ยังมีนายชณทัต ปัทะมะภูวดล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อยุธยา เขต 3
อีกทั้งพบว่ามี ส.ส.ที่มีกระแสข่าวว่าจะ ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) และได้ไป ร่วมงานวันคล้ายวันเกิดนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาร่วมต้อนรับพล.อ.ประวิตร ที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ด้วย โดยพล.อ.ประวิตร เรียกให้ส.ส.คนดังกล่าวอยู่กับพรรคพลังประชารัฐต่อไป
เพื่อไทยเขย่า‘2 ป.’ขิงกัน
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่า พระจันทร์ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมของพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ว่า ในแง่ดีถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะผู้นำต้องลงไปรับทราบปัญหาอย่างแท้จริง แต่ต้องระมัดระวังไม่ใช้อำนาจหน้าที่และภาษีประชาชนไปหาแสวงหาผลประโยชน์หรือ หาเสียงแอบแฝง แต่หากมองในมุมการเมืองจะพบว่าการลงพื้นที่ของทั้งสองคนเป็นการลงพื้นที่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไปซ้ำรอย พล.อ.ประวิตร ถ้าภาษาวัยรุ่น อาจใช้คำว่า ขิงกัน หรือเป็นการแข่งขันกันทางการเมือง เพราะขณะนี้นายกฯ ตัวจริงกลับมาแล้ว
“เชียร์ให้ทั้งสองคนทำแบบนี้ตลอด แม้จะเป็นเรื่องความขัดแย้งภายในแต่ประชาชน ได้ประโยชน์ และในอนาคตจะทำให้ภาพการเมืองชัดเจนขึ้นว่าใครเหมาะเป็นแคนดิเดต นายกฯ ส่วนตัวมองว่า พล.อ.ประวิตรถือเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งวิธีการทำงานและการเข้าถึงประชาชน ดังนั้นใครที่อยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ ยากที่จะชนะการ เลือกตั้ง” นพ.ชลน่านกล่าว
เย้ยสร้างดาวคนละดวง
ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มองว่าวิธีการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร เหมือนหันหน้าไปคนละทาง สร้างดาวคนละดวง แต่ในภาพอื่นๆ พยายามสร้างภาพว่าเข้าใจและรักกัน แต่ภาพภายนอกเห็นไม่เป็นเช่นนั้น ฉะนั้นอย่ามัวแต่มาสร้างภาพว่ารักกัน ให้ลงไปทำงานร่วมกันทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือประชาชนจะดีกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลและรัฐมนตรีลง พื้นที่กันอย่างต่อเนื่อง ห่วงหรือไม่ว่าจะทำให้เกิดความได้เปรียบทางการเมืองโดยเฉพาะช่วงน้ำท่วม นายสมคิดกล่าวว่า ใช่ เราจึงให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีความชัดเจนว่ารัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง หรือรัฐมนตรีของพรรคการเมือง อะไรทำได้หรือไม่ได้บ้าง หากลงไปช่วยพี่น้องประชาชนก็ให้เขาทำ เราเห็นด้วย เพราะเมื่ออ่านจากที่ กกต.ประกาศมา ดูเหมือนจะกลายเป็นกติกาที่ได้เปรียบเสียเปรียบ
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยหวั่นไหวหรือไม่ว่าจะมีส.ส.หรือสมาชิกย้ายไปซบพรรคอื่นเพิ่มอีก นายสมคิด กล่าวว่า ตอนนี้เท่าที่พอจะรู้กันบ้างมี 7-9 คน คงจะไม่มีอีก พรรค เพื่อไทยมีทั้งออกและเข้า เราไม่ซีเรียสเรื่องนี้ เป็นสิทธิของส.ส.แต่ละคน ส่วนที่นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทยไปร่วมงานวันเกิดนายเนวิน นั้น นายสมคิดกล่าวว่า หัวหน้าและเลขาธิการพรรคกระบุว่าจะเรียกมาพูดคุยกัน แต่ไม่เป็นไร จะไปหรือจะอยู่ขอให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าพรรคจะตัดสินใจไม่ถูก หากจะไปพรรคจะต้องเตรียมคนลงทดแทน
พปชร.ดันลูกบุญทรงสู้เชียงใหม่
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส. 6 คน ได้แก่ 1.นายจำลอง รุ่งเรือง อดีตส.ส.แม่ฮ่องสอน พรรคกิจสังคม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 แม่ฮ่องสอน 2.พ.ต.เฉลิม ปิยะศิริวัฒน์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองยวมใต้ อ.แม่สะเรียง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 แม่ฮ่องสอน 3.นายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ อดีตรองโฆษกกระทรวงพลังงาน ลูกชายนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 5 เชียงใหม่
4.นายสันติ ตันสุหัช อดีตส.ส.เชียงใหม่ พรรคความหวังใหม่ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 7 เชียงใหม่ 5.นายนรพล ตันติมนตรี ที่ปรึกษา รมว.ดีอีเอส ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 11 เชียงใหม่ และ 6.นายพิชิต โมกศรี อดีตปลัดเทศบาลนครน่าน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 น่าน
นายสันติกล่าวว่า ที่ผ่านมามีการเปิดตัว ผู้สมัคร ส.ส.ไปเป็นจำนวนมาก และจะมีการเข้ามาเรื่อยๆ จะเน้นพัฒนาให้ตรงตามความต้องการของแต่ละภูมิภาคเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ตรงตามจุด ในภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่ไปดูแลพัฒนา โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร ได้พัฒนาแหล่งน้ำ แก้ปัญหาภัยแล้ง กระแสพรรคในภาคเหนือ ดีมาก เรามั่นใจในประชาชนภาคเหนือ
โวกระแสพรรคดีมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่ามียุทธศาสตร์อย่างไรเพราะโพลต่างๆ พรรคพลังประชารัฐคะแนนไม่ค่อยดี นายสันติ กล่าวว่า โพลไม่ได้มีความแม่นยำ จากการที่ตนติดตาม พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่ไปทุกภูมิภาคได้รับการตอบรับตอบสนอง กระแสดีมาก ประชาชนให้เครดิตพรรคพลังประชารัฐ อย่างมาก แม้พรรคจะมีอายุ 4 ปี แต่ทำงานให้กับประชาชนมาอย่างมากมาย
ต่อข้อถามว่าภาพ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐหลายคน ที่ไปร่วมงานวันคล้ายวันเกิดนายเนวิน เป็นห่วงจะโดนดูดไปอยู่พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายสันติกล่าวว่า ส.ส.ทุกคนเป็นเพื่อนรัก สนิทสนมกัน ในระหว่างเป็น ส.ส.และรัฐบาลช่วยกันดูแลสารทุกข์สุกดิบกันมา ฉะนั้นวันดีวันเป็นมงคลแบบนี้ ส.ส.บางคนมีเวลาจึงไปร่วมงาน ไปให้เกียรติกัน เป็นไปไม่ได้ที่ ส.ส.ไปเจอใครในงานวันเกิด งานแต่ง งานบวชแล้วต้องถูกดูด พลังประชารัฐมั่นใจใน ส.ส.ของพรรค เรากอดคอกันมา ดูแลประชาชนด้วยอุดมการณ์ของพรรค แต่เป็นเรื่องธรรมดาถ้ามี ส.ส. 1-2 คนที่จะไปก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อถามว่ามั่นใจจะมีนโยบายสู้กระแสแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย ได้หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า คำว่าแลนด์สไลด์เป็นคำเปรยเฉยๆ เรามั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐ มีนโยบายที่ดี มีผลงานมากมายแต่ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ ส่วนการหาเสียงโดยการโจมตีกันโดยบอกว่าเป็นแลนด์สไลด์ อยู่ที่ประชาชนว่าใครมีผลงาน ซื่อสัตย์ สุจริตต่อบ้านเมืองมากกว่ากัน
‘หนู’ไม่ล้อเล่น120ส.ส.-พร้อมนายกฯ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคาดหวังของพรรคในการเลือกตั้งรอบหน้าต้องได้ส.ส.อย่างน้อย 120 เสียง ว่า “เป็นพรจากผู้ใหญ่และเป็น เป้าหมายของพรรค ท่านพูดก็แปลว่าพรรคภูมิใจไทยมีศักยภาพที่จะทำได้ เรื่องแบบนี้ เราไม่ล้อเล่น มันต้องพยายามเต็มที่ จะผ่อนเครื่องไม่ได้ ส่วนจะมาจากไหนนั้นก็ต้องมาจากการทำงานหนักของพรรค ที่หมายถึง ส.ส.และสมาชิกพรรคทุกคนต้องลงพื้นที่เข้าชาร์จปัญหา การทำนโยบาย อย่าไปมองว่าต้องทำเฉพาะที่หาเสียงไว้แต่อะไรที่เป็นประโยชน์ก็ต้องทำด้วย”
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากได้เป็นนายกฯ คือตำแหน่งที่เป็นทุกขลาภ นายอนุทินกล่าวว่า มาทำงานการเมืองมีเรื่องให้เจ็บตัวอยู่แล้ว ส่วนตัวมีความพร้อมแล้วทั้งการศึกษาและประสบการณ์ อยากนำมาช่วยบ้านเมือง แน่นอนว่าเข้ามาตรงนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่เข้าใจได้เพราะงานของเราเกี่ยวพันกับคนทั้งประเทศ ตนพร้อมรับฟังและปรับใช้
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่มี ส.ส.เตรียมย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทยจำนวนมาก อาจสร้างความไม่พอใจให้พรรคอื่น นายอนุทินกล่าวว่า การย้ายพรรคเป็นเรื่องปกติ ตนก็เคยย้ายพรรค ก่อนจะมาอยู่พรรคไทยรักไทย (ทรท.) ก็อยู่พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) มาก่อน แล้วก็ย้ายจากพรรคไทยรักไทยมาอยู่พรรคภูมิใจไทย เรื่องนี้ธรรมดามาก อยู่ที่ว่าย้ายมาแล้วทำงานได้หรือเปล่า ซึ่งตนอยู่ตรงนี้ตนทำงานได้เต็มที่
‘อู๊ดด้า’จัดทัพเดินสายทั่วประเทศ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงแนวโน้มการยุบสภาหลังการประชุมเอเปกกลางเดือนพ.ย.นี้ ว่า ยังไม่มีสัญญาณอะไรทั้งสิ้น ถ้ามีความเห็นใดๆ ในทางที่จะนำไปสู่การยุบสภา คิดว่าอย่างน้อยนายกฯ คงได้หารือกับพรรคร่วมรัฐบาล
ส่วนการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สนามเลือกตั้ง นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคเตรียมตัวมานานพอสมควรแล้วขณะที่พรรคอื่นยังไม่ขยับ แต่พรรคประชาธิปัตย์ทยอยเดินหน้าเปิดตัวหลายพื้นที่หลายจังหวัดมาก่อนหน้านี้แล้วและยังดำเนินการต่อเนื่อง ส่วนนโยบายพรรคดำเนินการไปเกือบ 80-90% เหลือเพียงรอรับกาารฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นถ้าถามว่าพร้อมจะเข้าสู่สนามเลือกตั้งหรือไม่ คำตอบสุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์พร้อม และมั่นใจเสียงตอบรับยังดีอยู่ ซึ่งจะดีขึ้นกว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาในทุกภาคทุกพื้นที่ทั่วประเทศ วันเสาร์ที่ 8 ต.ค.นี้จะนำ “จุรินทร์ ออนทัวร์ นครสวรรค์” เปิดตัวผู้สมัครและจะทยอยเปิดตัวพื้นที่อื่นๆ ด้วย และจะเดินทางพบปะพี่น้องประชาชนทุกภาค รวมทั้งกทม.ด้วย
จ่อถกปรับครม.เสียบมท.2
ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับครม.แทนตำแหน่งที่ว่างว่า พรรคได้นัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ใน วันที่ 12 ต.ค.ที่ทำการพรรค แต่หนังสือเชิญยังไม่ออกอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะมีการพิจารณาหาคนมาแทนตำแหน่งที่ว่างด้วย คือแทนตำแหน่งที่ตนลาออกจาก รมช.มหาดไทย ส่วนจะเป็นใครมาแทนนั้นคงต้องรอฟัง กก.บห. และส.ส.ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับพรรค เบื้องต้นจะพิจารณาเพียงตำแหน่งเดียว
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมในพรรค นายนิพนธ์กล่าวว่า เชื่อว่าไม่มีแรงกระเพื่อม เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าต้องพิจารณาคนมาแทนตำแหน่งที่ว่างไม่ใช่รื้อทั้ง 7 ตำแหน่ง
ชทพ.ตั้งเป้า 25 ที่นั่ง
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม กก.บห.
นายวราวุธให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวปรับครม. ว่า พรรคชาติไทยพัฒนาไม่มีแนวทางที่จะปรับ ไม่ว่าจะมีกระแสข่าวการปรับครม.หรือไม่ก็ตาม ยังคงสภาพนี้อยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่ายุบสภาหลังการประชุม เอเปก อาจทำให้พรรครัฐบาลได้เปรียบเรื่องย้ายพรรค นายวราวุธกล่าวว่า ยุบหลังประชุมเอเปกหรือหลังตรุษจีนคงไม่ต่างกัน เพราะถ้ายุบสภาผู้จะลงสมัคร ส.ส.ต้องเป็นสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่า 30 วัน ขณะนี้มีข่าวมากมายทั้งข่าวยุบสภา ปรับ ครม. แต่ตนเห็นว่าถ้าจะปรับ ครม.จริงๆ แปลว่าไม่น่าจะมีการยุบสภาเกิดขึ้น แต่ถ้ายุบสภาคงไม่ปรับ ครม.
ผู้สื่อข่าวถามว่า เลือกตั้งครั้งหน้ามีเป้า ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 25 ที่นั่ง มีพื้นที่ไหนบ้าง นายวราวุธกล่าวว่า นอกจาก จ.สุพรรณบุรี ยังมีอีสานบางส่วน ภาคเหนือบางจังหวัด เรามีการพูดคุยและเปิดตัวผู้สมัครและจะเพิ่มในพื้นที่ภาคกลาง รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ตอนบน พรรคเตรียมส่งนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารมว.ทส.ให้เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เพชรบุรี จากการพูดคุยทาบทามยังมีอีกหลายพื้นที่ มั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าหมาย เชื่อว่าท้ายที่สุดจะสามารถปักธง กทม.ได้ในอนาคต แต่ต้องดูกระแสและความนิยมด้วย
ต่อข้อถามว่าการประกาศยึดคืนพื้นที่พรรคชาติไทยในอดีต ได้พูดคุยกับอดีต ส.ส.ที่เคยอยู่กับพรรคหรือไม่ และมีโอกาสมากน้อย แค่ไหนที่จะกลับมา นายวราวุธกล่าวว่า มีโอกาสแน่นอน ปีนี้ตนอายุ 49 ปี ตั้งใจจะทำงานอีก 40 ปี สามารถปักธงในพื้นที่ที่มีศิษย์เก่าของพรรคชาติไทยและได้มากกว่า เมื่อก่อนแน่นอน เมื่อถามว่ากังวลว่าจะโดนดูด ส.ส.ทางหลังบ้านหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า หลังบ้านตนตีรั้วสูงสิบฟุตเอาไว้
ชูนโยบาย‘ท็อปเท็น’แข่ง
นายปรเมศวร์ กุมารบุญ โฆษกพรรค แถลงหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งประธานคณะกรรมการดำเนินงานตามข้อบังคับพรรค 6 คณะ ดังนี้ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา เป็นประธานคณะกรรมการ อำนวยการ นายนิกร จำนง เป็นประธาน คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ เป็นประธานคณะกรรมการกฎหมายและการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร นายธีระ วงศ์สมุทร เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินกิจกรรมของพรรค สาขาพรรคและตัวแทนประจำจังหวัด นายเสมอกัน เที่ยงธรรม เป็นประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์และเทคโนโลยีสารสนเทศ นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ เป็นประธาน คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม
นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ กล่าวว่า การเลือกตั้งแต่ละครั้งจะมีสโลแกนขึ้นอยู่กับสถานการณ์แต่ละครั้ง ครั้งนี้คุยกันเบื้องต้นจะค้นหาปัญหาของประชาชนที่จำเป็นเร่งด่วน 10 เรื่อง หรือท็อปเท็น เพราะหัวหน้าพรรคชื่อเล่นว่า ท็อป เราจะเสนอให้ประชาชนเลือกนโยบายไม่ใช่ตัวบุคคล จะเร่งรัดทำเรื่องนี้เพื่อกำหนดเป็นนโยบายถือเป็นเรื่องด่วน ขณะนี้เราปลี่ยนโลโก้พรรค ต้องเร่งประชาสัมพันธ์เพราะเกรงว่าประชาชนจะจำไม่ได้
สำหรับเป้าหมาย ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 25 ที่นั่งนั้น เป็นเป้าหมายเพื่อก้าวข้ามไปอีกมิติของพรรค จำนวน ส.ส. 25 คน ทำให้เราเสนอชื่อหัวหน้าพรรคตัวเองเป็นนายกฯ ได้ ถ้าถึงจำนวนดังกล่าว ตนในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทะศาสตร์จะเสนอชื่อนายวราวุธ เมื่อถามว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะรุนแรงหรือไม่ นายนิกรกล่าวว่า เราไม่อยู่ในภาวะสงครามอย่างนั้น เราต้องทำให้ได้ถึง 25 ที่นั่ง เพื่อเสนอชื่อหัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดต นายกฯ ได้ ต้องก้าวบันได 25 ที่นั่งให้พ้นก่อน ถ้าก้าวไม่พ้นก็เปล่าประโยชน์
ก.ก.หวังได้ผู้แทนเขตทุกภาค
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ ถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งที่มีขึ้นว่า ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ตนจะลงพื้นที่ภาคอีสาน 7 จังหวัด รวมถึง ภาคตะวันออก และกลางเดือนต.ค.นี้จะมี นโยบายแรกออกมา ตอนนี้พรรคเตรียม งานอยู่ แต่พอมีกฎเหล็ก เรื่องข้อปฏิบัติในระยะเวลาหาเสียง 180 วัน ก่อนสภาผู้แทนราษฎรครบวาระ วันที่ 23 มี.ค.2566 ต้องระมัดระวังมากขึ้น
“ผมอยากให้ได้ ส.ส.มากขึ้น เรามองเรื่องความครอบคลุมด้วย พรรคก้าวไกลอยากได้ ส.ส.เขตครบทุกภาค เราไม่อยากเป็นพรรคบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) อยากได้ส.ส.เขตมากกว่า” นายพิธากล่าว
เมื่อถามว่าคิดถึงเงื่อนไขว่าจะร่วมมือทำงานกับพรรคใดหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า คิดไว้บ้างแล้วหลังเลือกตั้งจะจับมือพรรคไหน แต่สิ่งสำคัญคือนโยบายหลักของพรรคก้าวไกลต้องนำไปปฏิบัติได้จริง
กกต.แจ้งขั้นตอนยื่นหาเสียง
วันเดียวกัน สำนักงานกกต. แจ้งว่าการดำเนินการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป กรณีครบอายุของสภา ผู้ที่ประสงค์จะหาเสียงเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จะต้องยื่นรายละเอียดเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งต่อ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด หรือกรุงเทพมหานคร ส่วนพรรคการเมืองหรือผู้ที่ประสงค์จะหาเสียงเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สามารถยื่นรายละเอียดเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งได้ที่สำนักกฎหมายและคดี สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ชั้น 8 ในวันเวลาราชการ 08.30 ถึง 16.30 น.
สำหรับรายละเอียดมีดังนี้ การแจ้งก่อนดำเนินการหาเสียงเลือกตั้ง กรณีผู้ช่วยหาเสียง ให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของ ผู้ช่วยหาเสียงทุกคน โดยผู้ช่วยหาเสียงต้องอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง การหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้แนบภาพถ่ายหน้าชื่อบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ทุกช่องทาง ที่แจ้ง (แคปหน้าจอ) ระบุ Uniform Resource Locator (URL) ของสื่ออิเล็กทรอนิกส์
การแจ้งภายใน 10 วัน หลังจากปิดรับสมัคร กรณีพาหนะหาเสียง ให้แนบสำเนารายการจดทะเบียนรถยนต์ของทุกคัน พร้อมแนบสำเนาใบขับขี่หรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขับขี่ และแนบภาพถ่ายรถยนต์ และกรณีจัดสถานที่หรือเวทีโฆษณาหาเสียง จะต้องระบุวันเดือนปี สถานที่ กลุ่มเป้าหมาย จำนวนและผู้ร่วมปราศรัยให้ ชัดเจน
เอกสารในการแจ้งดังกล่าวผู้สมัครต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเอง โดยเอกสารประกอบที่นำส่งทุกฉบับ ให้ผู้สมัครลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องแต่สำหรับในส่วนของสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาใบขับขี่ให้ ผู้ที่มีชื่อปรากฏในบัตรหรือใบขับขี่เป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
นอกจากนี้ กรณีผู้สมัครยื่นหนังสือด้วย ตัวเอง ให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัครด้วย และกรณีที่ผู้สมัครมิได้ยื่นหนังสือด้วยตัวเองสามารถทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้ โดยแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมปิดอากรแสตมป์ 30 บาท ซึ่งกรณีดำเนินการเรื่องเดียวครั้งเดียวปิดอากรแสตมป์ 10 บาท

ไทยถกลาว – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นำคณะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนไทย เดินทางไปร่วมประชุมกับคณะผู้แทนลาว เกี่ยวกับโครงการเชื่อมต่อทางรถไฟหนองคาย-เวียงจันทน์ ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เมื่อวันที่ 6 ต.ค.