ตร.ส่งฝากขังศาลวันนี้เชื่อยังมีเหยื่ออีกมาก

ตร.แจ้งเพิ่ม 2 ข้อหาหนุ่มบาร์โฮสต์ฆาตกรต่อเนื่อง ฐานทำร้ายร่างกายจนสาหัส และหน่วงเหนี่ยวกักขังหลังลวงสาวลำพูนไปทำร้ายทรมาน กักขังที่พัทลุง เตรียมนำตัวฝากขังต่อศาลวันนี้ ส่วนเหยื่อล่าสุดอาการ ปลอดภัยแล้วแต่ยังนอนร.พ. เร่งฟื้นฟูสภาพจิตใจ ด้านตร.บางยี่ขันสอบคดีทำร้ายแฟนสาวจนเสียชีวิต วอนเหยื่อรายอื่นเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีเพิ่ม

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามบุกเข้าจับกุมนายธนเดช แก้วช่วง อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/4 หมู่ 2 ต.ลิดล อ.เมืองยะลา จ.ยะลา หนุ่มฆาตกรต่อเนื่องซึ่งเพิ่งพ้นโทษคดีฆ่าคนตายออกมาเมื่อปี 64 และก่อเหตุฆ่าแฟนสาวเสียชีวิตในห้องพัก ย่านอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงปเทพฯ เสียชีวิต เมื่อ 4 เดือนก่อน ต่อมาตำรวจกองปราบฯ สืบทราบว่านายธนเดชหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่แมนชั่นแห่งหนึ่ง พื้นที่ต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง จึงบุกเข้าไปจับกุมได้ เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังพบน.ส.เนย (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ชาวลำพูน ถูกนายธนเดชทุบตีจนหน้าตาปูดบวม ถูกขังอยู่ภายในห้องพักด้วย จึงนำตัวน.ส.เนยส่งร.พ.เมืองพัทลุง ส่วนนายธนเดช เจ้าหน้าที่นำตัวขึ้นกรุงเทพฯ เพื่อสอบปากคำที่กองปราบปราม ช่วงคืนวันที่ 13 ต.ค. ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. นพ.จรุง บุญกาญจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทลุง เปิดเผยว่า ขณะนี้น.ส.เนยอาการปลอดภัย พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังคงเฝ้าดูอาการและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณ 1 เดือน จากการตรวจของทีมแพทย์ พบน.ส.เนยถูกผู้ก่อเหตุทำร้าย ทั้งบริเวณใบหน้าที่เป็นแผลฟกช้ำ ดั้งจมูกหัก 1 ซี่, กระดูกซี่โครงทั้งด้านซ้ายและขวาหักรวม 9 ซี่, กระดูกสันหลัง บริเวณเอว และหลัง หัก 3 ตำแหน่ง ซึ่งเกิดจากผู้ก่อเหตุลงมือทำร้าย ทั้งเตะ ต่อย ชกหน้า และกระทืบติดต่อกันนานหลายวัน หลังจากนี้แพทย์จะเข้ามาดูแลรักษา และนำจิตแพทย์มาร่วมฟื้นฟูสภาพจิตใจเจ้าตัวอีกด้วย

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุงเข้าเยี่ยมอาการของน.ส.เนย ที่ร.พ.พัทลุง

ภายหลังการเยี่ยม พล.ต.ต.ตานิตย์เปิดเผยว่า อาการของเหยื่อสาวดีขึ้นตามลำดับ โดยแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนของคดีในพื้นที่จ.พัทลุง หลังจากตำรวจกองปราบฯ นำตัวนายธนเดชไปสอบสวนที่สน.บางยี่ขันแล้ว พนักงานสอบสวนสภ.เมืองพัทลุงกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน สอบสวนผู้เสียหาย เตรียมออกหมายจับนายธนเดชเพิ่มอีก 2 ข้อหา คือทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และหน่วงเหนี่ยวกักขัง หลังจากศาลออกหมายจับ จะขออายัดตัวจากสน.บางยี่ขันมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกันในการดูแลความปลอดภัยที่ร.พ.พัทลุง ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองพัทลุงเฝ้าดูแลตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยของเหยื่อสาวผู้เคราะห์ร้าย

ด้านพ.ต.อ.จารุวัตร สิงหศรีชัย ผกก.สน.บางยี่ขัน เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามควบคุมตัวนายธนเดช ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน มาส่งพนักงานสอบสวนสน.บางยี่ขัน ซึ่งเป็นการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ตลิ่งชัน ที่ 473/2565 ลงวันที่ 29 ก.ย. 65 ข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยการทรมาน หรือกระทำทารุณโหดร้าย ภายหลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายน.ส.กมลเนตร (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมาในห้องเช่าย่านอรุณอมรินทร์ แขวงบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ก่อนหลบหนีไป โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจริง จึงให้สืบสวนเพื่อขยายผล โดยเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่ถูกหลอกไปทำร้ายร่างกายอีก ขอฝากให้ผู้เสียหายที่เคยถูกกระทำในลักษณะดังกล่าวเข้าให้ข้อมูลหรือแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ใกล้บ้าน เพื่อจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมและดำเนินคดีต่อไป โดยในวันที่ 15 ต.ค. เวลา 09.00 น. พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายธนเดชไปขอฝากขังที่ศาลตลิ่งชัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนเดชยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขัง โดยไม่มีญาติเข้ามาเยี่ยม

ด้านพ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. เปิดเผยว่า ในส่วนของกองปราบฯ ได้นำตัว ผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวนสน.บางยี่ขัน รับตัวไปดำเนินคดีกรณีการเสียชีวิตของน.ส.กมลเนตร (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตอยู่ในบ้านเช่าย่านบางกอกน้อย ส่วนคดีทำร้ายร่างกายน.ส.เนย (นามสมมติ) อายุ 31 ปี เหยื่อที่กองปราบฯ บุกช่วยเหลือออกมาได้ ทราบว่าพนักงานสอบสวนสภ.เมืองพัทลุงกำลังสอบสวน พร้อมขออายัดตัวผู้ต้องหานำตัวกลับไปดำเนินคดีเพิ่มเติมด้วย

พ.ต.อ.พงศ์ปณตกล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าทางการสืบสวน จนถึงขณะนี้ยังไม่มี ผู้เสียหายที่เคยตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหาเข้าแจ้งความเพิ่มเติมแต่อย่างใด ซึ่งพล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบให้ชัดเจน เนื่องจากเชื่อว่าน่าจะยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ยังไม่กล้าเข้าแจ้งความอีกด้วย

ทั้งนี้มีรายงานว่า สำหรับประวัติของนายธนเดช ทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีออกจาก บ้านที่จ.ยะลามาตั้งแต่อายุ 14 ปี หลังจากพ่อแม่แยกทางกัน นายธนเดชนั้นทนความรุนแรงของแม่ไม่ได้ เพราะมักจะลงมือทำร้ายนายธนเดชทุกครั้งที่เมาเหล้า จนต้องหนีขึ้นมาที่กรุงเทพฯ โดยไม่มีเป้าหมายว่าจะไปไหน และมีเงินติดตัวมาแค่ 100 บาท เมื่อเข้ามาถึงกรุงเทพฯ แล้วก็ไปเป็นเด็กเร่ร่อนอยู่ที่สนามหลวง จนสุดท้ายถูกชักชวนเข้าไปอยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ และยาเสพติด เคยถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้ง ส่วนเหยื่อสาวที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตนั้น ทราบว่าผู้ตายเป็นคนมาจากจ.อำนาจเจริญที่เข้ามาทำงานในกทม. กระทั่งมารู้จักกับผู้ต้องหาผ่านทางเฟซบุ๊กจนสนิทสนมกัน หลังจากผู้ตายแช็ตคุยกับ ผู้ต้องหาอยู่ได้ 2-3 เดือน นายธนเดชก็ชักชวนให้มาอยู่ด้วยกันที่ห้องเช่าเกิดเหตุ หลังจากนั้นเป็นต้นมาผู้ตายมักถูกทำร้ายร่างกายเป็นประจำ จนเพื่อนบ้านรู้สึกเอือมระอา เนื่องจากคิดว่าเป็นเรื่องของผัวเมียทะเลาะกัน ทำให้ไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว สุดท้ายเลยทำให้ถูกทำร้ายจนถึงกับเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนนายธนเดชก็หลบหนีไป กระทั่งมาถูกจับกุมในที่สุด

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน