พปชร.สานต่อประชารัฐ ทักษิณโผล่แจกลายเซ็น ในงานมหกรรมหนังสือ

พรรคก้าวไกลจัดชุดใหญ่ เปิดนโยบาย ‘ไทยก้าวหน้า’ล็อตแรก การเมืองไทยก้าวหน้า ชูทหาร-ศาลของประชาชน คนเท่ากัน ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เลือกตั้งผู้ว่าฯ ‘ป้อม’ยันแผน พปชร.สู้ศึกเลือกตั้ง สานต่อนโยบายประชารัฐ ขจัดเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม สังคมสงบสุข ลั่นทำจริงไม่ขายฝัน ปชป.เปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร มั่นใจชนะยกทีม จุรินทร์มั่นใจภาคใต้กวาด 40 ที่นั่ง ยันพูดจากฐานความจริง ไม่ได้ฝัน น้องเทพไทโวยผลโพล วืดลงชิงส.ส.นครศรีฯ แดงอุดรก่อม็อบ ค้านเพื่อไทยส่ง‘อีโต้อีสาน’ชิงส.ส. ‘โทนี่’แจกลายเซ็นข้ามประเทศ แฟนคลับที่แห่ซื้อหนังสือ ‘ทักษิณ ชินวัตร หลักการและความคิด’

กก.เปิดนโยบายการเมืองก้าวหน้า
เวลา 09.30 น. วันที่ 15 ต.ค. ที่อาคารอนาคตใหม่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เปิดงานแถลงนโยบายชุดแรกของพรรคคือ “การเมืองไทยก้าวหน้า” ว่า ชุดนโยบายของพรรคได้แก่ “ไทยก้าวหน้า”เป้าหมายคือการสร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้าใน 9 ประเด็น คือ การเมืองไทยก้าวหน้า ราชการไทยก้าวหน้าทุกจังหวัดไทยก้าวหน้า เศรษฐกิจไทยก้าวหน้า เกษตรไทยก้าวหน้า สวัสดิการไทยก้าวหน้า การศึกษาไทยก้าวหน้า สุขภาพไทยก้าวหน้า และสิ่งแวดล้อมไทยก้าวหน้า ทั้งหมดอยู่บนฐานคิดเดียวกันคือประเทศไทยเป็นของประชาชน สำหรับนโยบาย “การเมืองไทยก้าวหน้า” ที่แถลงวันนี้ ประกอบด้วย 4 หัวข้อหลัก คือ ทหารของประชาชน ศาลของประชาชน คนเท่ากัน และรัฐธรรมนูญใหม่ปลดล็อกประเทศไทย

ก้าวไกลโชว์ – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงเปิดนโยบายชุดแรก การเมืองไทยก้าวหน้า ชู 4 เรื่องหลัก ทหารและศาลของประชาชน คนเท่ากัน รัฐธรรมนูญใหม่ปลดล็อกประเทศไทย ที่อาคารอนาคตใหม่ กทม. เมื่อวันที่ 15 ต.ค.

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้า ก.ก. กล่าวถึงนโยบายปฏิรูปกองทัพว่า ต้องเริ่มจากการ “แจกใบแดงนายพล” ห้ามนายพลเกษียณอายุเป็นรัฐมนตรีจนกว่าจะเกษียณครบ 7 ปี เพื่อตัดวงจรการใช้อำนาจ เส้นสาย ระบบอุปถัมภ์ของกองทัพมาสู่อำนาจทางการเมือง พรรคยังมีนโยบายยุบ กอ.รมน. หน่วยงานที่ใช้อำนาจล้นเกิน ก้าวก่ายกิจการราชการพลเรือน ยกเลิกกฎอัยการศึกในจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งนำไปสู่การซ้อมทรมานในค่ายทหาร สร้างบาดแผล ความไม่ไว้วางใจให้คนพื้นที่ ขัดขวางการสร้างสันติภาพชายแดนใต้

และจะปรับโครงสร้างกองทัพให้กระชับ คล่องตัว ยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร ลดจำนวนนายพล เพิ่มสวัสดิการทหารชั้น ผู้น้อย ยกเลิกระบบทหารรับใช้ ทหารต้องมีศักดิ์ศรีและปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพ พรรคจะจัดการให้กองทัพคืนธุรกิจของกองทัพ ทั้งสนามกอล์ฟ โรงแรม ม้า มวยให้รัฐบาล รวมถึงคืนที่ดินของกองทัพที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศ ให้มาเป็นที่ทำกินของประชาชน ให้ท้องถิ่นนำมาใช้ประโยชน์ เช่น ทำสนามกีฬา หรือลานอเนกประสงค์

ปฏิรูปศาล-แก้กม.ละเมิดสิทธิ
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษก ก.ก. กล่าวว่า ในหมวดศาลและกระบวนการยุติธรรม เริ่มจากการปฏิรูปศาลให้ยึดโยงรับใช้ประชาชนผู้พิพากษาต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน และแก้ไขกฎหมายที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน ได้แก่ กฎหมายอาญามาตรา 112, มาตรา 116, พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งพรรคเสนอแก้ไขไปแล้ว และขณะนี้ร่างแก้ไขชุดกฎหมายเหล่านี้ ถูกบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาแล้ว ยกเว้น ร่างแก้ไขกฎหมาย 112 ที่สภาไม่ยอมบรรจุเข้าวาระอ้างว่าขัดรัฐธรรมนูญ แต่พรรคยืนยันจะเดินหน้าผลักดันต่อไปหากได้เป็นรัฐบาล และย้ำว่าการแก้ 112 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่ได้กระทบต่อพระราชสถานะขององค์พระมหากษัตริย์ ในฐานะประมุขของประเทศ

น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ก.ก. เขตสายไหม กล่าวว่า การส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีของทุกคนอย่างเท่าเทียม เริ่มจากการจ้างงานคนพิการ 20,000 ตำแหน่ง เพื่อให้ดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี รวมถึงการเสนอนโยบาย “อัตลักษณ์ทางเพศก้าวหน้า” รับรองความหลายหลายทางเพศอย่างเท่าเทียมกัน บุคคลเลือกคำนำหน้าได้ตามความสมัครใจ และเพิ่มตำรวจหญิงทุกสถานี อีกนโยบายที่ส่งเสริมสิทธิผู้หญิงคือการเพิ่มวันลาคลอดเป็น 180 วัน และยังจะเสนอให้พระเลือกตั้งได้เช่นเดียวกับนักบวชศาสนาอื่น

เลือกตั้งผวจ.-ยกร่างรธน.ใหม่
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารและรณรงค์นโยบาย ก.ก. กล่าวว่ารัฐธรรมนูญใหม่ยังต้องปลดล็อกท้องถิ่น 3 เรื่อง คือ ปลดล็อกอำนาจ ให้ท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดการบริการสาธารณะทั้งหมดในพื้นที่ ปลดล็อกงบประมาณ ให้ท้องถิ่นมีเงินเพียงพอในการแก้ไขปัญหา ที่สำคัญที่สุดคือการปลดล็อกทุกจังหวัด ให้ผู้บริหารสูงสุดของทุกจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องเป็นไปโดยตัวแทนของประชาชน โดยมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงจากประชาชน หาก ก.ก.ได้เป็นรัฐบาล จะจัดการประชามติเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันทีภายใน 100 วันแรก และจัดทำรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ เพื่อให้การเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าเป็นครั้งสุดท้ายที่จัดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 การเลือกตั้งครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ปลดล็อกประเทศไทยจากมรดกคณะรัฐประหารอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ชุดนโยบายการเมืองไทยก้าวหน้า เป็นชุดนโยบายแรกที่ ก.ก.เปิดต่อสาธารณะ เดือนพ.ย.พรรคจะเปิดชุดนโยบายต่อไป ได้แก่ “ทุกจังหวัดไทยก้าวหน้า” ว่าด้วยการปลดปล่อยศักยภาพของท้องถิ่น ให้เจริญทัดเทียมกันทั่วประเทศ และ “สวัสดิการไทยก้าวหน้า” เปิดชุดนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า ครบวงจร ไม่ต้องพิสูจน์ความจน ที่มั่นใจว่าจะโอบอุ้มประชาชนทั้งประเทศให้ก้าวไปสู่อนาคตที่ดีกว่าอย่างเท่าเทียมกันได้ ลดความเหลื่อมล้ำที่เกาะกินสังคมไทยมานาน

ป้อมสานต่อ 3 นโยบายหลักรบ.
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เผยถึงการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อเตรียมเลือกตั้งว่า พปชร.เดินหน้าสานต่อนโยบาย 3 พันธกิจหลัก คือ 1.สวัสดิการประชารัฐ ขจัดความเหลื่อมล้ำ 2.เศรษฐกิจประชารัฐ สร้างความสามารถและโอกาสที่เท่าเทียม และ 3.สังคมประชารัฐ สงบสุข เข้มแข็ง แบ่งปัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนและตอบโจทย์ประเทศภายใต้สถานการณ์เปลี่ยนแปลง ให้ประชาชนกินดีอยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นโยบาย พปชร.ต่อยอดจากการทำงานและขับเคลื่อนนโยบายพรรคในการบริหารราชการของรัฐบาล ให้เป็นนโยบายที่ดี เป็นประโยชน์กับประชาชน นำเสนอสิ่งใหม่ที่ตรงความต้องการประชาชน ชี้แจงแหล่งที่มาของงบประมาณได้ เพราะเราเน้นทำได้จริง ไม่ขายฝัน ฟังเสียงประชาชนว่าเดือดร้อนอย่างไร นำมาสู่การกำหนดนโยบาย โดยยึด 3 เสาหลักคือ สถาบันของการเมืองไทย คิดนโยบายเพื่อตอบโจทย์ความเหลื่อมล้ำ ความยากจน ทำให้สังคมสงบสุขโดยก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และคิดนโยบายบนพื้นฐานการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน พรรคให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนทุกช่วงวัย ทำให้ทุกคนมีโอกาส มีอนาคต ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยทำงาน จึงเกิดเป็นนโยบายสวัสดิการประชารัฐ ดูแลตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงคลอด ผู้ที่มีอายุ 60 ปี มีการดูแลสวัสดิภาพผู้สูงอายุ และสานต่อเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ บ้านพัก สวัสดิการรักษาพยาบาล กลุ่มเปราะบาง

17 ต.ค.ลุยสุราษฎร์ฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 17 ต.ค. พล.อ.ประวิตรจะลงพื้นที่ตรวจราช การ จ.สุราษฎร์ธานี ช่วงเช้าไปที่ห้องประชุมเมืองคนดี ศาลากลางจังหวัด เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมการดำเนินงานของจังหวัด สถานการณ์น้ำและแผนงานด้านทรัพยากรน้ำจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ แผนการดำเนินงานโครงการแก้มลิงสระบัว (อ่างเก็บน้ำทุ่งกระจูด) ของกรมชลประทาน ส่วนกรมโยธาธิการและผังเมือง นำเสนอแผนการดำเนินงานโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมืองสุราษฎร์ธานี และการเตรียมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ รวมทั้งรับฟังรายงานสถานการณ์ปาล์มน้ำมันในประเทศ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จากนั้นพล.อ. ประวิตรพบปะประชาชนและเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน

ช่วงบ่ายลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อ สร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมือง สุราษฎร์ และโครงการแก้มลิงสระบัว ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน และพบปะประชาชน

สอท.เตรียมลุยเหนือ
ที่บ้านวังไฮ ต.เวียงยอง อ.เมือง จ.ลำพูน พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) นำโดย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการพรรค พล.ต.ต.กริช กิติลือ ผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัครส.ส.ลำพูน เขต 2 และคณะทำงาน พบปะแกนนำพรรคในพื้นที่ ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกลำไย จ.ลำพูน เพื่อรับฟังปัญหาและรวบรวมข้อมูลจัดทำนโยบาย

นายสนธิรัตน์กล่าวถึงนโยบายในการเลือกตั้งว่า เรื่องปากท้องคือหัวใจใหญ่ ประชาชนประสบปัญหาหนี้สิน การประกอบอาชีพ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เมื่อถามว่าการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ตั้งเป้าต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า พรรคเราประกาศจุดยืนชัดเจนว่าเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความ ขัดแย้ง รวมถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เราขอความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนเพื่อให้ได้เข้าไปทำหน้าที่ ภาคเหนือมีหลายปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข เราจึงเร่งลงพื้นที่ ฝากพี่น้องชาวลำพูน การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญเพราะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากจากปัญหาการทำมาหากิน สินค้าเกษตร ขอฝากพรรคและพล.ต.ต.กริชให้กับ พี่น้องชาวลำพูน เขต 2 พิจารณาด้วย จ.ลำพูน พรรคจะส่งครบทั้ง 2 เขต เร็วๆ นี้จะนำ ผู้บริหารพรรคลงพื้นที่ภาคเหนือ

รทสช.โวมีเซอร์ไพรส์
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงการเตรียมตัวผู้สมัครว่า ภาคใต้ค่อนข้างชัดเจนในการวางตัวผู้สมัครแต่ละจังหวัด หลายจังหวัดมีผู้สมัครครบแล้ว โดยเฉพาะจ.สุราษฎร์ฯ ชุมพร พัทลุง ถือเป็นจังหวัดเป้าหมายของพรรคในภาคใต้ อาจต้องรอความชัดเจนในการแบ่งเขตเลือกตั้งเพื่อประกาศตัวผู้สมัคร ขณะที่ชุมพรและพัทลุงมีครบทั้ง 3 เขต ฝั่งอันดามันก็มีผู้สมัครพร้อมเช่นกัน เช่น จ.ระนอง ซึ่งเปิดตัวนายดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย เป็นคนรุ่นใหม่ หรือจ.ภูเก็ตหากเปิดตัวเชื่อว่าจะเป็นที่ฮือฮาแน่นอน

ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้พรรคกำลังเดินหน้าสร้างเครือข่ายและวางตัวผู้สมัคร เช่น จ.ยะลา จะเป็นจังหวัดต่อไปในการเปิดสาขาพรรค มีผู้สมัครดาวรุ่งอย่าง ส.จ.อาหมัด บอสสตาร์ นักการเมืองรุ่นใหม่ เป็นที่รู้จักในพื้นที่ มีฐานการเมืองที่เข้มแข็งมาก อาสาเข้ามาร่วมงานกับพรรค รวมทั้งส.ส.และอดีตส.ส.จังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ที่รอเวลาที่เหมาะสมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

เมินถูกว่าพรรคเฉพาะกิจ
สำหรับกระแสข่าวการรวมพรรคที่มีต่อเนื่อง ทุกคนที่ตั้งพรรคก็มีแนวคิดเป็นของตัวเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรวมกันไม่ได้ แต่เป็นการรวมกันแบบจับมือกันทำงานเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ถ้าเป็นการรวมแบบควบรวมพรรคคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ละพรรคต่างมุ่งมั่นทำงานตามแนวทางของตัวเองให้ดีที่สุด แต่หากมีการควบรวมพรรคกันแล้วทำให้แข็งแรงขึ้น สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้มากขึ้นก็อาจรวมกันได้

ส่วนประเด็นที่มีพรรคคู่แข่งสบประมาทว่า รทสช.เป็นพรรคเฉพาะกิจนั้น ตนไม่ได้ใส่ใจ ทั้งหมดอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนและคงต้องใช้เวลาพิสูจน์ รทสช.เป็นพรรคใหม่ก็จริงแต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นพรรคอายุสั้น เราวางแผนทำการเมืองระยะยาว ทุกคนตั้งใจทำพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองซึ่งต้องใช้เวลา

ว่าที่ผู้สมัคร – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ชุมพร ทั้ง 3 เขตของพรรค พร้อมประกาศกวาดส.ส. ภาคใต้มากกว่า 40 ที่นั่ง ที่เพื่อนใจรีสอร์ท จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 15 ต.ค.

ปชป.เปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัครชุมพร
เวลา 11.00 น. วันที่ 15 ต.ค. ที่เพื่อนใจรีสอร์ท จ.ชุมพร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ และคณะผู้บริหารพรรค เดินทางไปร่วมงาน “รวมพลังประชาธิปัตย์ ชุมพร” พร้อมสมาชิกพรรคเข้าร่วมงานจำนวนมาก บรรยากาศคึกคัก เพื่อเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ชุมพร 3 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายอิสรพงษ์ มากอำไพ หรือ ตาร์ต ส.ส.ชุมพร เขต 2 นายสราวุธ อ่อนละมัย ส.ส.ชุมพร 3 สมัย และเขต 3 นายมีศักดิ์ ภักดีคง อดีตรองปลัดเกษตรฯ และอดีตอธิบดีกรมประมง

นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ว่า มั่นใจ ผู้สมัครทั้ง 3 เขต สามารถคัมแบ๊กแน่นอน เพราะมีศักยภาพสูงทุกคน ส่วนเขต 3 เดิม อดีตส.ส.พรรคย้ายไปสนับสนุนพรรคอื่นนั้น ปชป.ก็มีฐานพรรค บวกกับผู้สมัครหน้าใหม่มีฐานเสียงส่วนตัว มีฐานครอบครัว ญาติมิตรเพื่อนฝูงจำนวนมากเช่นกัน ก็ต้องมั่นใจว่าเราสู้ได้ มั่นใจว่าเที่ยวนี้เราพร้อมมากสำหรับ 3 เขตของชุมพร

แย้มขยายกลุ่มประกันรายได้
เมื่อถามว่า ปชป.จะมีนโยบายด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง นอกเหนือจากประกันรายได้ เมื่อเปิดออกมาแล้วร้องว้าวบ้างหรือไม่ หัวหน้า ปชป.กล่าวว่า ประกันรายได้เป็นดีเอ็นเอของเราในการขับเคลื่อนต่อไป เพียงแต่จะไม่หยุดอยู่ที่ประกันรายได้เกษตรกร แต่ต้องขยายวงออกไปถึงกลุ่มอื่นๆ ที่จะทำให้กลุ่มเปราะบางและประชาชนที่เป็นกลุ่มสำคัญๆ มีหลักประกันเรื่องรายได้ หากเราเป็นแกนนำรัฐบาลจะได้ช่วยสร้างเงินเพื่อเป็นหลักประกันให้กลุ่มเหล่านี้

ในเรื่องภาพรวมมีอยู่ทั้งหมดแล้ว แต่จะพูดทั้งหมดก็ยังไม่ใช่เวลา แต่อย่างน้อยให้เห็นภาพรวมว่าเศรษฐกิจของประเทศต้องยืนอยู่ทั้งเรื่องการส่งออก เพื่อส่งผลให้ผู้ใช้แรงงานมีงานทำ และเกษตรกรสามารถขายพืชเกษตรได้ราคาดีเพราะมีตลาดส่งออก สิ่งนี้ถือเป็นผลงานเชิงประจักษ์แล้ว หากพูดเรื่องส่งออกก็เชื่อว่าทุกคนมั่นใจ “จุรินทร์ทำได้” และยังมีเรื่องการท่องเที่ยวมาเป็นตัวร่วมขับเคลื่อนจีดีพี เมื่อถึงเวลาแล้วจะเปิดแน่นอนไม่มีปัญหา

ไม่ได้ฝัน-ภาคใต้ซิว 40 ที่นั่ง
เมื่อถามว่ามั่นใจว่าการเลือกตั้ง ปชป.ต้องได้มากกว่า 52 ที่นั่ง ภาคใต้ต้องเพิ่มกี่ที่นั่ง นายจุรินทร์กล่าวว่า ภาคใต้เคยประกาศไปแล้ว 35-40 ที่นั่ง คิดว่าเป็นไปได้มาก 40 ที่นั่ง เราไม่ได้พูดจากความฝัน แต่เราพูดจากฐานความเป็นจริง ส่วนประเด็นที่บอกว่าทุกพรรคมารุมที่ภาคใต้นั้น ทุกครั้งก็เป็นอย่างนี้ ไม่เคยมีครั้งไหนที่พรรคการเมืองไม่มะรุมมะตุ้มอยู่ภาคใต้ เป็นเรื่องธรรมดา ที่ผ่านมาปชป.จะเป็นตัวยืนทุกครั้ง มีพรรคอื่นมาเป็น คู่แข่งขัน ได้ส.ส.มากบ้างน้อยบ้างแต่เราก็ ยืนหยัดมาได้

ยันย้ายเข้า-ออกปชป.นิ่งแล้ว
นายจุรินทร์ยังกล่าวกรณีมีสมาชิกพรรคย้ายเข้า-ออกจากพรรคว่า ขณะนี้คิดว่านิ่ง แต่ก็ธรรมดาใกล้โหมดเลือกตั้ง ไม่ใช่มีแต่ปชป.จะเข้าจะออก แต่มีทุกพรรค บางคนต้องย้ายเพราะพรรคส่งเขตเดียว 2 คนไม่ได้ ตนพูดในภาพรวม บางคนต้องการเงื่อนไขแต่พรรคนั้นๆ ให้ไม่ได้ก็เปลี่ยนพรรค

เมื่อถามว่าจากนี้ปชป.จะเปิดตัวผู้สมัครใหม่ๆ จนสังคมตื่นเต้นหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า มี เราจะมีคนใหม่ๆ เข้ามาหลายคน เมื่อถึงเวลาจะทยอยเปิดตัว และที่เปิดตัวไปแล้วก็หลายคน ไม่ได้ มีแต่ดร.เอ้ กับมาดามเดียร์ เรามีอีกหลายคนที่เป็นคนรุ่นใหม่ ในภาคใต้ที่เปิดตัวไปแล้วหลายเขตก็มี เช่นที่จ.สุราษฎร์ฯ จะมีจังหวัดอื่นๆ อีก แม้แต่ในกทม.ก็จะมีคนใหม่ๆ ที่จะเดินเข้าพรรคอีกหลายคน เมื่อถามว่ามีส.ส. กทม.ของพรรคร่วมรัฐบาลย้ายเข้าปชป.หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ขอพูดลึกลงไปถึงขนาดนั้น แต่ยืนยันว่ามีผู้สมัครหน้าใหม่ที่มีศักยภาพ มีโอกาสได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษฎรแน่นอนที่จะเดินเข้าพรรค

น้องเทพไทแห้วชิงสส.เมืองคอน
นายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการ ปชป. กล่าวว่า เลือกตั้งครั้งหน้า จ.นครศรีธรรมราชมี 9 เขต พรรคมีผู้สมัครส.ส.ครบแล้ว 8 เขต อีก 1 เขตมีการทำโพลหาผู้สมัครส.ส.เขต 3 ประกอบด้วย อ.ชะอวด เชียรใหญ่ หัวไทร ผู้ที่ยื่นแสดงความจำนงลงสมัครเขตนี้มี 2 คน คือ นายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ น้องชายนายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช และว่าที่ร้อยโทยุทธการ รัตนมาศ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนครศรีธรรมราช มีการสำรวจตั้งแต่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ผลการทำโพลเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ชนะได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 คือว่าที่ร้อยโทยุทธการ

พงศ์สินธุ์ไม่ยอมรับโพลพรรค
ด้านนายพงศ์สินธุ์ร่อนแถลงการณ์ “แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยผลโพล” ในแถลงการณ์ระบุ ตนแสดงจุดยืนไม่ยอมรับและไม่เห็นด้วยกับวิธีการทำโพลมาตั้งแต่ต้น เพราะไม่มั่นใจในวิธีการจัดทำโพลว่า มีความสุจริต เที่ยงธรรม มากน้อยแค่ไหน เพราะการทำโพลวัดคะแนนนิยมจะขึ้นอยู่กับธง หรือความต้องการของ ผู้จัดทำโพลว่าต้องการจะให้ผู้ใดได้รับความนิยมมากกว่ากัน ส่วนตัวเชื่อว่าการทำโพลครั้งนี้มีวาระซ่อนเร้น และมีธงคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้ว จึงปฏิเสธ ไม่ยอมรับผลการทำโพลในครั้งนี้อย่างเด็ดขาด ขอยืนยันว่ายังมีความมุ่งมั่นที่จะลงสมัคร ส.ส. และจะรอความชัดเจนจากมติพรรคอีกครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจทางการเมืองต่อไป

แดงอุดรอีโต้อีสาน
เวลา 10.00 น. ที่สวนธรรมชาติ (สวนลิง) ทต.กุมภวาปี อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี นางศิริฐา โรจน์ แกนนำคนเสื้อแดง จ.อุดรธานี และกลุ่มคนเสื้อแดงราว 500 คน รวมตัวกันคัดค้านพรรคเพื่อไทย(พท.) ส่งนายธีระชัย แสนแก้ว หรืออีโต้อีสาน อดีตรมช.เกษตรฯ ลงเลือกตั้งที่เขต 7 อ.กุมภวาปี อ.หนองแสง อ.โนนสะอาด เนื่องจากนายธีระชัยไม่มีความเหมาะสม มีชาวบ้าน

ทยอยเดินทางมารวมตัว มีรถปิกอัพติดตั้งเครื่องเสียง 1 คัน ติดป้ายไวนิลข้างตัวรถ คนทั้ง 3 อำเภอ ไม่สนับสนุนคนทรยศพรรคลงสมัคร ส.ส.เขตนี้ โดยแกนนำผลัดเปลี่ยนกันปราศรัย รวมตัวกันโบกธงคนเสื้อแดง ตะโกนต่อต้านนายธีระชัย ใช้เวลาจัดกิจกรรมเกือบ 2 ช.ม. จึงสลายตัว

แกนนำได้ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ในนามคนเสื้อแดงอุดรฯ รวมตัวเพื่อแสดงพลังให้พท.ได้เห็นว่า คนเสื้อแดงไม่เอาคนทรยศมาลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทย หากต้องการผลชนะแบบแลนด์สไลด์ ต้องฟังเสียงพวกเราบ้าง อย่าเอาคนที่ไม่มีอุดมการณ์มาลงสมัคร เขาเคยหักหลังเรา หากเป็นอย่างนั้น คงจะกาเลือกแค่พรรค จะไม่กาเลือกคน ทำไมพท.ยังให้โอกาสคนทรยศมาลงสมัครในนามพรรคอีกครั้ง

ด้าน นายธีระชัย แสนแก้ว กล่าวว่า คิดว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล แกนนำกลุ่มเป็นอดีตผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่นที่สอบตก ส่วนใหญ่ก็มาจากพรรคอื่นมากกว่า ชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรมก็เป็นชาวบ้านจากอำเภออื่น เป็นการ ดิสเครดิตกันเท่านั้น ตอนนี้จะยังไม่ตอบโต้อะไร แต่ได้รวบรวมหลักฐานทุกอย่างไว้หมดแล้ว ส่วนที่บอกว่าจะไปเรียกร้องที่ทำการ พพท. ก็แล้วแต่พวกเขา พรรคเองอาจรู้ด้วยซ้ำว่าใครอยู่เบื้องหลัง ใครเป็นนายทุนใน เรื่องนี้

คณะหลอมรวมเลื่อนชุมนุม
นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน ประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊กไลฟ์ “ประเทศไทยต้องมาก่อน” ว่า ขอเลื่อนนัดเคลื่อนไหวในวันที่ 16 ต.ค.นี้ เนื่องจากประชาชนมีความทุกข์ โศกเศร้าจากเหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่เด็กเล็กที่ จ.หนองบัวลำภู และเกิดความสูญเสียมากมายกับปัญหาน้ำท่วม แต่ช่วงนี้ประชาชนสามารถติดตามรายการพูดคุยในโซเชี่ยลมีเดียได้ตามปกติ โดยวันเสาร์-อาทิตย์ ขยับไปพูดคุยเวลา 10.00 น. ส่วนวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 น. คาดปลายเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้าจะนัดกันอย่างชัดเจน อีกครั้ง

นายนิติธรกล่าวว่า ด้วยปรากฏการณ์หลายอย่างทำให้ประชาชนต้องอดทน ใช้สติ ความรู้ เพราะการต่อสู้รอบนี้ไม่ได้เรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปประเทศ แต่ต้องการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างนวัตกรรมใหม่ โดยเฉพาะนวัตกรรมการเมือง มีกติกาเป็นธรรม จึงเลื่อนนัดเคลื่อนไหว 16 ต.ค.นี้ออกไปก่อน เนื่องจากจำเป็นให้ความเคารพต่อความรู้สึกประชาชนที่กำลังสูญเสีย

ดอนแจงงดประณามรัสเซีย
วันที่ 15 ต.ค. นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ กล่าวในรายการ “คุยเรื่องบ้าน คุยเรื่องเมือง คุยทุกเรื่องกับรัฐมนตรี” ว่า การลงมติในสมัชชา สหประชาชาติของไทยที่งดออกเสียงต่อกรณียูเครน-รัสเซีย เกิดคำถามว่าทำไมงดออกเสียงนั้น นโยบายต่างประเทศของเราคือความสงบสุขและสันติสุข ไม่ใช่การสู้รบหลังถูกคุกคามจากโควิด-19 เมื่อสหประชาชาติมีข้อมติเรื่องนี้ ครั้งแรกเดือนมี.ค. เราโหวตเหมือนส่วนใหญ่ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้กองกำลังรุกรานประเทศอื่น และโหวตไปในทิศทางเดียวกันตลอด แต่ช่วง 8 เดือน มีการประณามและการสู้รบ โดยไม่พยายามใช้หลักเจรจาหารือ ถ้าโหวตเป็น 1 ใน 144 ประเทศคงไม่ได้รับความสนใจ ดังนั้นแม้แต่สหรัฐก็ติดต่อขอทราบและอธิบายแล้วก็เข้าใจ

โต้เอาใจปูติน-ดึงถกเอเปค
ส่วนการเตรียมเป็นเจ้าภาพเอเปค ครั้งที่ 29 มีโอกาสที่เราจะโน้มน้าวประเทศใหญ่ให้สอดคล้องกับความต้องการของไทยได้ จึงจัดวาระประชุมให้สอดคล้องกับความต้องการของเราเป็นหลัก และส่งเสริมเรื่องภาวะหลังโควิด-19 ด้านการค้า การลงทุน และการประชุมนี้ไม่เกี่ยวกับการโหวตงดออกเสียงข้อมติรัสเซีย-ยูเครน ตามที่มีข้อสังเกต ผู้นำสูงสุดหลายประเทศมีความเสี่ยงสูงที่จะเดินทาง เขาจะไม่ยืนยันว่ามาจนกระทั่งช่วงใกล้งาน แต่จะให้คำตอบว่าจะมีผู้แทนแน่นอน ประเทศสมาชิกเอเปคที่จะมารวมถึงประธา นาธิบดี สี จิ้น ผิง ของจีนจะเดินทางมา ประธานาธิบดีมาครงของฝรั่งเศสจะมาในฐานะผู้รับเชิญ รวมถึงนายกฯอินเดีย สหรัฐจะส่งรองประธานาธิบดี ประธานาธิบดีปูติน มาหรือไม่ ก็มีเจ้าหน้าที่มาเตรียมการ ส่วนจะมาอย่างไรจะให้คำตอบเมื่อใกล้เวลา

ด้านนายรัศม์ ชาลีจันทร์ เจ้าของเพจ ทูตนอกแถว อดีตเอกอัครราชทูตไทย โพสต์ระบุ การงดออกเสียงของไทยได้รับข้อมูลจากหลายแหล่งว่า เป็นการสั่งการมาโดยตรงจากฝ่ายการเมือง อ้างผู้บริหารสูงสุดของประเทศ ขณะที่ฝ่ายข้าราชการประจำเสนอให้ออกเสียงสนับสนุนร่างมติยูเอ็น มาถึงตอนนี้ยิ่งดูชัดเจนว่าเหตุผลที่ไทยงดออกเสียง ไม่ใช่ความต้องการวางตัวเป็นกลาง แค่ต้องการเอาใจรัสเซียเพื่อหวังให้ประธานาธิบดีปูตินมาร่วมเอเปค

แจกลายเซ็น – นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แจกลายเซ็นข้ามประเทศให้แก่ผู้ซื้อหนังสือ ‘ทักษิณ ชินวัตร หลักการและความคิด’ ที่บูธ มูลนิธิไทยคม ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 15 ต.ค.

ทักษิณแจกลายเซ็นงานหนังสือ
เวลา 18.00 น. วันที่ 15 ต.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บูธ i 39 ของมูลนิธิไทยคม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ร่วมกิจกรรมแจกลายเซ็นผ่านระบบเทเลปรินเตอร์ให้ ผู้มาซื้อหนังสือ “THAKSIN SHINAWATRA Theory and Thought” (ทักษิณ ชินวัตร หลักการและความคิด) หนังสือใหม่ที่นายทักษิณเพิ่งเปิดตัวในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27 เป็นที่แรก เนื้อหาบอกเล่าเรื่องราวชีวิตนายทักษิณผ่านมุมมองครอบครัวและคน รอบข้าง เป็นบทสัมภาษณ์จากประสบการณ์ที่ตกผลึกมากกว่า 73 ปี ของนายทักษิณ พร้อมประสบการณ์การทำงาน จุดเริ่มต้นของนโยบายที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศ และมุมมองความสัมพันธ์กับครอบครัว

การแจกลายเซ็นครั้งนี้เป็นการแจกลายเซ็นแบบตัวต่อตัว โดยนายทักษิณพูดคุยกับแฟนหนังสือผ่านหน้าจอ ก่อนแจกลายเซ็นสดๆ จากดูไบมาปรากฏที่บูธ บรรยากาศคึกคัก มีประชาชนเข้าแถวขอลายเซ็นจำนวนมาก บางคนสวมเสื้อสกรีน “โทนี่ วู้ดซัม” บางคนสะพายกระเป๋ารูปเดียวกับหน้าปกหนังสือ จนต้องเปิดให้แฟนหนังสือรับบัตรคิวขอลายเซ็นก่อนเวลา 16.00 น. ถึง 2 ชั่วโมง และนายทักษิณใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงแจกลายเซ็นและพูดคุยกับแฟนหนังสือ กว่า 120 คน

หนังสือคุณภาพ – ประชาชนเลือกซื้อหนังสือคุณภาพที่บูธสำนักพิมพ์มติชน พร้อมเชิญนักเขียนขวัญใจมาแจกลายเซ็นด้วย ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กทม. เมื่อวันที่ 15 ต.ค.

ก่อนแจกลายเซ็นนายทักษิณใช้เวลาพบปะแฟนคลับช่วงสั้นๆ โดยกล่าวว่า “หนังสือเล่มนี้ลูกๆ ทั้ง 3 คนช่วยกันกับทีมงาน ไม่แน่ใจว่าจะออกมาเป็นเล่มได้สวยขนาดนี้ ขอบคุณ ผู้ร่วมให้สัมภาษณ์ โดยเฉพาะคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ปกติไม่ยอมให้สัมภาษณ์ ทั้งหมดเป็นการพูดจากใจ ไม่ได้เตรียมการมาก่อน พูดจากประสบการณ์ที่ผ่านชีวิตมาอย่างน้อย 50 กว่าปี ตั้งแต่ 20 ปีต้นๆ ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านความลำบากมาได้อย่างไร ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่ใจ ถ้าใจมันสู้ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมย่อท้อกับสิ่งที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้น เดี๋ยวก็จะผ่านพ้นไปได้ทุกอย่าง” นายทักษิณกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน