รวบสองตัวการอ้างตัวเป็นหมอ เจ้าลัทธิ -พิลึก! ลวงร่วมลงทุนยัดเยียดทำเจ๊ง ทุบ-น้ำร้อนราด
สืบนครบาลบุกช่วยเหลือ 3 อดีตพยาบาล พร้อมลูก 2 คน ถูกสาวสองพร้อมพวกกักขังทารุณในคอนโดฯ หรูย่านอรุณอมรินทร์ หลังญาติเหยื่อขอความช่วยเหลือผ่านเฟซบุ๊ก ‘สืบสวนนครบาล IDMB’ ผงะเหยื่ออัดอยู่ในห้องเดียวกันสภาพถูกน้ำร้อนลวก-มีแผลฟกช้ำทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แฉอ้างเป็นแพทย์ลูกครึ่งเกาหลี-ญี่ปุ่น อุปโลกน์ธุรกิจคอลลาเจนชักชวนเหยื่อลาออกจากพยาบาลมาร่วมลงทุน สุดท้ายสร้างลัทธิล้างสมองสูบเงินขู่ยัดเยียดหนี้กว่า 140 ล้าน ใครขัดขืนสาด น้ำร้อนลวก ทั้งบังคับให้ทารุณลูกๆ
เมื่อวันที่ 17 ต.ค. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. เผยว่าสั่งการพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.จักรภพ สุคนธราช ผบก.น.7 พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย พ.ต.อ.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรี พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. และชุดสืบสวน กก.สส.4 บก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น.เข้าตรวจสอบห้องพักเลขที่ 95 ตึก A คอนโด มิเนียมชื่อดัง ริมถ.อรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ช่วย เหลือน.ส.ไพริน (นามสมมติ) อายุ 46 ปี น.ส.พลอย (นามสมมติ) อายุ 34 ปี น.ส.ไข่มุก (นามสมมติ) อายุ 48 ปี ด.ญ.ยา (นามสมมติ) อายุ 10 ขวบ บุตรของน.ส.ไพริน ด.ช.เช่ (นามสมมติ) อายุ 6 ขวบ บุตรของน.ส.ไพริน ที่มีสภาพถูกจับแต่งกายเป็นผู้หญิง เมื่อวันที่ 16 ต.ค. เวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. รับแจ้งเบาะแสจากผู้เสียหายรายหนึ่งผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก “สืบสวนนครบาล IDMB” ว่า ญาติผู้หญิง พร้อมลูกชาย ลูกสาว และเพื่อนอีก 2 คน รวมทั้งหมด 5 คน ถูกบังคับทำงานอยู่ในห้องพักภายในคอนโดฯ ดังกล่าว โดยผู้ถูกกักขังแอบส่งข้อความมาให้กับชุดลาดตระเวนออนไลน์ ส่งรูปภาพมีสภาพร่างกายถูกโกนผมสั้น และมีบาดแผลถูกน้ำร้อนลวก นอกจากนั้นยังแจ้งข้อมูลว่ามิจฉาชีพบังคับให้ตบหน้าลูกชายและลูกสาวหลายครั้ง ถ้าไม่ทำจะสาดน้ำร้อนใส่เด็กๆ
หลังได้รับแจ้ง พล.ต.ต.ธีรเดชให้เจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น.ลงพื้นที่ตรวจสอบจนทราบถึงสถานที่ที่ถูกกักขัง ก่อนขออนุมัติศาลอาญาธนบุรีออกหมายค้นห้องพักเลขที่ดังกล่าว ตามหมายค้นที่ ค.273/2565 ลงวันที่ 16 ต.ค. 65 โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สั่งการให้พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. เร่งรัดดำเนินการโดยเร็ว
จากการตรวจสอบสภาพทั้ง 5 คน อยู่ด้วยกันภายในห้องอย่างแออัด ส่วนสภาพร่างกายตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าน.ส.ไพรินมีบาดแผลการถูกน้ำร้อนลวกทั่วบริเวณไหล่ซ้าย น.ส.ไข่มุกถูกน้ำร้อนลวกทั่วบริเวณหน้าอก ด.ญ.ยาฟกช้ำบริเวณเบ้าตา และ ด.ช.เช่ฟกช้ำบริเวณเบ้าตาและลูกตามีรอยแดง เมื่อสอบถามน.ส.ไพริน น.ส.พลอย และ น.ส.ไข่มุก มีอาการหวาดกลัว เสมือนคนเกิดภาวะผิดปกติทางจิต ให้ข้อมูลว่าถูกบังคับให้ทำงานหาเงินใช้หนี้ให้กับนายทุนสาวประเภทสอง อ้างเป็นนายแพทย์หญิงลูกครึ่งเกาหลี-ญี่ปุ่น ทำงานสถานทูตประเทศใหญ่ แต่มีลักษณะเป็นผู้คลั่งลัทธิ โดยมีลูกน้อง 1 คนเป็นคนคอยมาควบคุม

พ้นนรก – พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สอบถามลูกของ 1 ใน 3 พยาบาลเหยื่อที่ถูกทารุณกักขังบังคับทำงานใช้หนี้ทิพย์รวม 5 ชีวิต หลังบุกเข้าช่วยเหลือในคอนโดฯ ย่านพระราม 8 สามารถจับหัวหน้าแก๊งได้ 2 ราย (รูปเล็ก) เมื่อ 17 ต.ค.
จากสภาพความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของเหยื่อทั้ง 5 ราย มีความผิดปกติ ประกอบกับเรื่องราวที่สลับซับซ้อนที่เกิดขึ้น พล.ต.ท.ธิติ พล.ต.ต.นพศิลป์ และพล.ต.ต. ธีรเดช จึงเข้าสอบปากคำโดยละเอียดทีละคนเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด และสืบสวนขยายผลทำให้ทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าน.ส.ไพริน น.ส.พลอย และน.ส.ไข่มุก เป็นอดีตพยาบาลในโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งสังกัดกรุงเทพมหานคร แต่ลาออกและมาทำธุรกิจร่วมกับนายทุนผู้ก่อเหตุ
โดยนายทุนรายดังกล่าวใช้อุบายหลอกลวงทั้งสามร่วมธุรกิจขายคอลลาเจน แต่ให้รวมเงินไว้ที่นายทุน เมื่อเริ่มขับเคลื่อนธุรกิจคนร้ายอ้างตัวนายทุนผู้นี้จะใช้ทุนดำเนินการต่างๆ โดยที่ทั้งสามไม่ทราบแต่อย่างใด โดยมีการจัดงานอีเวนต์ขึ้นมาหลอกให้ผู้เสียหายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ไลฟ์สดขายของในงานประกวดนางงามปลอมที่สร้างช่องทางผ่านเฟซบุ๊กขึ้นมา เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อยอมมาลงทุนโดยมีการขายบ้าน จำนองที่ดิน มาร่วมลงทุน จากนั้นจะใช้ความกลัวเข้ากดขี่ เช่น หลอกว่าหากทำงานให้ไม่สำเร็จจะต้องเสียค่าปรับ รวมถึงลูกค้าเรียกเงินคืน และขอเงินจำนวนหลายแสนบาทเพื่อฝากบุตรเข้าโรงเรียนดัง ฯลฯ
นายทุนรายดังกล่าวยังอุปโลกน์ยัดเยียดหนี้และหลอกว่ารู้จักกับตำรวจจะดำเนินคดีกับทั้ง 3 คน ทำให้เกิดความกลัวและยอมตกเป็นเบี้ยล่างทำงานใช้หนี้ทิพย์นี้เรื่อยมากว่า 3 ปี โดยล่าสุดทั้งสามเข้าใจว่าเป็นหนี้นายทุนผู้นี้ถึงจำนวน 140 ล้านบาท ทั้งที่แท้จริงถูกนายทุนหลอกลวงทรัพย์สินไปรวมเป็นความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5,000,000 บาท ล่าสุด เจ้าหน้าที่พาเหยื่อทั้ง 5 รายเข้ารับการรักษาที่ร.พ.ตำรวจ
ต่อมาเวลา 18.00 น. ร.ต.อ.สุริยา บุญไหล รอง สว.(สอบสวน) สน.บวรมงคล ขอหมายจับจากศาลอาญาตลิ่งชัน ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทั้งหมด 2 รายคือ นายฮารุ ฮวังสิริ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154 ถ.เทอดไท แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ และนายตรีเพชรรัตน ณพชร อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ซ.รามอินทรา 58 แยก 3-2 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นนั้นได้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ก่อนตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ บก.สส.บช.น.
พล.ต.ต.ธีรเดช เผยว่า จากการสอบปากคำและเช็กประวัติข้อมูลผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ทราบว่าไม่ได้มีเชื้อสายหรือเป็นชาวเกาหลีและไม่ได้เป็นแพทย์แต่อย่างใด โดยทั้งคู่ยอมรับร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหาย และใช้กลอุบายแอบอ้างว่าเป็นนักลงทุนจากประเทศเกาหลี เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อเท่านั้น หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะควบคุมตัวนายฮารุและนายตรีเพชร ส่งให้พนักงานสอบสวน สน.บวรมงคล สอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาที่มาที่ไปและแผนประทุษกรรมทุกขั้นตอนที่ผู้ต้องหาใช้หลอกลวงผู้เสียหายจนหลงเชื่อ ตลอดจนการนำตัวผู้เสียหายและลูกๆ มากักขัง ที่ห้องพักภายในคอนโดมิเนียมและก่อเหตุทำร้ายร่างกาย จากนั้นจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป