ศุภชัยทันที-ขู่เอาคืนให้หนัก กกต.ย้ำเตือน-ครม.หาเสียง สมคิดเปิดทางรวมเจ๊หน่อย ป้อมลุยสุราษฎร์-เชียร์พรึบ
ฝ่ายค้านจ่อยื่นญัตติด่วน 3 พ.ย. รับเปิดสมัยประชุม หารือปมโศกนาฏกรรมหนองบัวลำภูกับปัญหาน้ำท่วม ส่วนเปิดการอภิปรายรัฐบาลตามมาตรา 152 รอหลังจบเอเปค ฝ่ายค้านหารือ 1 พ.ย. ประเด็นยื่น กกต.ยุบพรรคภูมิใจไทย ปมกัญชาเสรี ‘ศุภชัย’ขู่เอาคืนพท.อย่างหนักหน่วง ‘ตู่’เก็บตัวเงียบ เลี่ยงให้สัมภาษณ์หวังลดอุณหภูมิการเมือง ‘ป้อม’ลุยสุราษฎร์ฯ ส.ส.พปชร.แห่รับ กองเชียร์กระหึ่ม ชูป้าย-ตะโกนให้กำลังใจ แฟนคลับขอหอมแก้ม ร่วมเซลฟี่ ‘สมคิด’ โยนกก.บห.ชี้ขาด สร้างอนาคตไทย รวมกับไทยสร้างชาติ ชี้ถ้ารวมแล้วสร้างประโยชน์ดีกว่าแตกแยก กกต.ย้ำระเบียบ เตือนครม.ห้ามใช้ทรัพยากรรัฐหาเสียง
ตู่เก็บตัวเงียบ-หลีกทางป้อมโชว์
วันที่ 17 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ถึงความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ว่า แม้ไม่มีภารกิจในวาระงานปกติ แต่เข้าปฏิบัติหน้าที่ภายในตึกไทยคู่ฟ้า ตั้งแต่เวลา 08.50 น. และตลอดทั้งวันเก็บตัวอยู่บนห้องทำงานเพื่อเซ็นเอกสาร โดยไม่มีใครเข้าพบ
สำหรับบรรยากาศโดยรอบทำเนียบยังคงปกติ ไม่มีกลุ่มเคลื่อนไหวมาชุมนุมกดดัน แต่ยังมีการปิดถนนเส้นพระราม 5 ตั้งแต่แยกพณิชยการ ด้านข้างศาลกรมหลวงชุมพร จนถึงเชิงสะพานอรทัย และยังคงวางตู้คอนเทนเนอร์และแนวลวดหนามเหมือน เช่นเดิม
เป็นที่น่าสังเกตว่าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ยังคงสงวนท่าทีการตอบคำถามประเด็นการเมือง โดยเฉพาะเรื่องที่นายวีระกร คำประกอบ กรรมการยุทธศาสตร์ พปชร. กดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์แสดงความชัดเจนเพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง และการให้ตรวจสอบงบ 50 ล้านบาท อุดหนุนผู้ปลูกยาสูบ รวมถึงประเด็นร้อนทางการเมืองในรอบสัปดาห์
ส่วนวันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์หลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน คาดว่านอกจากเรื่องการลดกระแสความขัดแย้งภายใน พปชร.แล้ว ส่วนหนึ่งเพื่อหลีกทางข่าวให้กับ พล.อ.ประวิตร ในการลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อประชุมรับทราบสถานการณ์น้ำและแผนการจัดการ

เซลฟี่ – ประชาชนและบรรดาข้าราชการรุมล้อมขอถ่ายเซลฟี่กับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และส่งเสียงเชียร์สู้ๆ ระหว่างลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินที่จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 17 ต.ค.
ป้อมลุยสุราษฎร์-เขินถูกหอม
เวลา 09.50 น. คณะของ พล.อ.ประวิตรเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร บน.7 ต.มะลวน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ฯ มีรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อาทิ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ร่วมคณะ โดยมีนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าฯสุราษฎร์ฯ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 ข้าราชการ รวมถึงส.ส. นครศรี ธรรมราช พปชร. อาทิ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นายสายัณห์ ยุติธรรม รอต้อนรับ การลงพื้นที่ครั้งนี้มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ และนายอภิชัย เตชะอุบล สมาชิก พปชร. ร่วมคณะด้วย
ทันทีที่ถึงศาลากลางจังหวัด ประชาชนและเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่มารอต้อนรับตะโกนให้กำลังใจ “ลุงป้อมสู้ๆ” พร้อมชูถือป้ายต้อนรับ โดยมีตัวแทนชาวสวนปาล์มยื่นหนังสือร้องเรียนเรื่องที่ดินทำกิน ระหว่างนี้มีผู้หญิงกลางคนนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมาคล้อง และขอหอมแก้ม ขอกอด พล.อ.ประวิตรเอียงแก้มให้หอม ก่อนเดิน จับมือทักทายเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ขณะที่เด็กผู้ชาย 2 คนอายุ 3-4 ขวบ เข้ามาสวมกอดพล.อ.ประวิตร ตลอดการเดินพบปะชาวบ้าน พล.อ.ประวิตรมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและโบกมือทักทายชาวบ้าน อีกทั้งรับปากชาวบ้านที่เรียกร้องให้จัดหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินว่า “โอเคครับจัดเลย”
ยันสวนปาล์มกิโล 8 บ.ดีอยู่แล้ว
เวลา 11.30 น. พล.อ.ประวิตรประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์น้ำและแผนการเตรียมการรับมือฤดูฝน รวมทั้งความคืบหน้าการแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันในพื้นที่ภาคใต้
โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นโยบายการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันของรัฐบาลส่งผลราคาปาล์มน้ำมันดีขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งเตรียมออกมาตรการระยะยาว แปรรูปเพิ่มมูลค่า พร้อมขอบคุณเกษตรกรปาล์มน้ำมันและ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมขับเคลื่อน
จากนั้น พล.อ.ประวิตรเยี่ยมชมนิทรรศการการบริหารจัดการปาล์มน้ำมัน พร้อมพบปะประชาชนและพูดคุยกับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ที่ขอให้ปาล์มราคากิโลกรัมละ 10 บาท พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ปัจจุบัน 8 บาทก็เยอะแล้ว สมัยก่อนกิโลฯ ละ 1 บาทกว่า แต่ ชาวบ้านแย้งว่าปุ๋ยราคาแพง พล.อ.ประวิตรจึงย้ำว่า 8 บาทก็ดีแล้ว เดี๋ยวปุ๋ยจะลดราคาลง ก่อนชี้ไปที่คอชายคนหนึ่ง แซวว่า สวมสร้อยทองเส้นเบ้อเร่อ เกษตรกรคนข้างๆ จึงบอกว่า “ผมยังไม่มีทอง” พล.อ.ประวิตรจึงแซวว่าถอดไว้ที่บ้าน พร้อมย้ำว่าปาล์มขึ้นราคามาตั้งแต่ปี 62 แล้ว ตอนนี้ 8 บาทกว่าก็ดีแล้ว
โวใช้เวลา 3 ปีทำราคาพุ่ง
พล.อ.ประวิตรกล่าวย้ำชาวสวนปาล์มว่า ในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการปาล์มน้ำมันได้ดูแลแก้ไขปัญหาล้นตลาดและราคาตกต่ำมาตลอด จนสำเร็จเป็นรูปธรรมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การนำน้ำมันปาล์มดิบในสต๊อกส่วนเกิน 3.6 แสนตันไปผลิตไฟฟ้า ก็มาจากความคิดของตน ทำให้ราคาปาล์ม สูงขึ้น ตั้งแต่ปี 2562 ราคาปาล์มน้ำมันไม่เคย ต่ำกว่า 4 บาท ตอนนี้ขึ้นจาก 1 บาทกว่ามาถึง 8 บาทกว่า
ตลอด 9 เดือนราคาปาล์มเฉลี่ยกิโลกรัมละ 8.50 บาท คาดว่าทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 7.50 บาท ถึง 8 บาท จากนี้จะให้ทีมงานออกมาตรการระยะยาว คือการแปรรูปให้ปาล์มเป็นพืชเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เราพยายามทำทุกอย่างให้ราคาปาล์มไม่ต่ำกว่า 8 บาทต่อกิโลกรัม รัฐบาลไม่ได้นิ่งดูดาย พยายามทำให้ราคา ไม่ต่ำกว่านี้ และจะทำให้สูงกว่านี้ต่อไป
ยันพปชร.เนื้อหอม
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณีชาวสวนปาล์มขอปรับราคาปาล์มน้ำมันเป็นกิโลฯ ละ 10 บาท ว่า เราก็พยายามทำแตะไปเรื่อยๆ เพราะปาล์มขึ้นราคามาตั้งแต่กิโลกรัมละบาทกว่า
ในฐานะหัวหน้าพปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการวางตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.สุราษฎร์ฯ ของพปชร.ว่า อยู่ระหว่างกำลังพิจารณา เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่ามีผู้สนใจลงสมัครถึง 15 คน ขณะที่ จ.สุราษฎร์ฯ มี 7 เขต พล.อ.ประวิตรย้อนว่า “ก็ใช่สิ มีตั้ง 20 กว่าคน”
เมื่อถามกรณี นายวีระกร คำประกอบ เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์รีบสมัครเป็น สมาชิกพปชร. เพื่อทำงานร่วมกับ พล.อ. ประวิตร ในการนำพรรคสู้ศึกเลือกตั้ง ครั้งหน้า พล.อ.ประวิตรไม่ได้ตอบคำถาม ดังกล่าวก่อนขึ้นรถ
แฟนคลับผู้หญิงแห่เซลฟี่
เวลา 14.00 น. คณะของพล.อ.ประวิตร ติดตามโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองสุราษฎร์ฯ ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง และโครงการแก้มลิงสระบัว (อ่างเก็บน้ำทุ่งกระจูด) ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ พล.อ.ประวิตรกล่าวกับประชาชนว่า รัฐบาลนี้ต้องการให้ประชาชนอยู่ดีกินดี และมีความเป็นอยู่ที่ดี รัฐบาลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว
บรรยากาศในระหว่างที่พล.อ.ประวิตร เดินทักทายกับประชาชนเป็นไปอย่างคึกคัก แฟนคลับได้เดินเข้ามาขอเซลฟี่และขอถ่ายรูปกับพล.อ.ประวิตร และอวยพรให้สุขภาพ แข็งแรง และฝากความคิดถึงไปยังพล.อ. ประยุทธ์ ด้วย
ฝ่ายค้านยื่นญัตติด่วนถก‘ฆ่าหมู่’
เวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมนายสุขุมพงศ์ โง่นคำ ผู้ช่วยเลขานุการผู้นำฝ่ายค้าน นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ และนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลัง ปวงชนไทย ร่วมแถลงหลังการประชุมวิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน
นพ.ชลน่านกล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน มีมติ 4 เรื่อง 1.ความก้าวหน้าของการดำเนินคดีนายกฯ และรัฐมนตรีที่เป็นผลพวงอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2.การเสนอเปิดสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาปมปัญหาจากเหตุกราดยิงหนองบัวลำภู เนื่องจากมีการประกาศราชกิจจานุเบกษาเรียกประชุมสมัยสามัญ 1 พ.ย. ดังนั้น การเปิดสมัยวิสามัญจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและช้ากว่าการเปิดสมัยสามัญ จึงจะไม่ยื่นเปิดวิสามัญ แต่จะยื่นเป็นญัตติด่วนด้วยวาจาในวันที่ 3 พ.ย.นี้ ซึ่งเป็นการประชุมวันแรกเพื่อให้สภาร่วมกันพิจารณาพูดคุยประเด็นปัญหารายละเอียดและสาเหตุ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องยาเสพติด อาวุธปืนและสภาพทางจิตใจ รวมทั้งปัญหาน้ำท่วม เราจะประสานวิปรัฐบาล มั่นใจไม่ปฏิเสธ เชื่อว่าราบรื่นจากเสียงข้างมาก
เล็งยื่นซักฟอกหลังเอเปค
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ส่วนการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติมาตรา 152 นั้น เนื่องจากได้ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาแล้ว เช่น ปัญหายาเสพติด ภัยแล้งและอุทกภัย จึงขอประเมินสถานการณ์และจะยื่นขอเปิดอภิปรายหลังจากประชุมเอเปค แต่ต้องคำนึงโอกาสอยู่รอดของสภาว่าจะมีการยุบสภาหรือไม่ หากมีโอกาสยุบสภาจริงเราจะเร่งยื่นญัตติดังกล่าวทันที

ยื่นยุบ‘ภท.’ – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วยตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงข่าวเตรียมเสนอญัตติด่วนกรณีเหตุกราดยิงที่ จ.หนองบัวลำภู ปัญหาน้ำท่วม รวมถึงจะยื่นยุบพรรคภูมิใจไทยปมกัญชาเสรีด้วย เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่รัฐสภา
ยื่นยุบภท.ปมปลดล็อกกัญชา
ด้านนายสุขุมพงศ์กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นฟ้องนายกฯ และรัฐมนตรีรวม 16 เรื่อง ยื่นต่อองค์กรอิสระและศาลไปแล้ว 12 เรื่อง เหลือ 4 เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณา ล่าสุดเพิ่มประเด็นอีก 3 เรื่อง รวมเป็น 19 เรื่อง อาทิ ทุจริตถุงมือยาง การใช้งบกลางของ นายกฯ ทุจริตโครงการบ้านเคหะสุขประชา และที่ดินเขากระโดง
เราจะยื่นในประเด็นปลดล็อกกัญชา เพิ่มเติมต่อศาลปกครองให้คุ้มครองชั่วคราว เนื่องจากเป็นการประกาศใช้กฎหมายมิชอบ และจะยื่นต่อกกต.เพื่อยุบพรรคที่สนับสนุนนโยบายดังกล่าว โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นอกจากนี้ จะตั้งกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบคู่ขนานกรณีนาฬิกาเพื่อนและจีที 200 ที่ป.ป.ช.ยังไม่ชี้มูลความผิด เพราะอาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แม้ว่าจะครบ 4 ปี ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจมา 4 รอบแล้ว เมื่อเขายังดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปี มติสภาไม่สามารถพ้นตำแหน่งได้ แต่อะไรที่เป็นความผิดต่อกฎหมาย ความผิดต่อจริยธรรม หรือเป็นเหตุยุบพรรค พรรคร่วมฝ่ายค้านต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด
รอเคาะ 1 พย.ยื่นยุบพรรค
นพ.ชลน่านกล่าวเพิ่มเติมถึงการเตรียมยื่นยุบพรรคจากนโยบายกัญชาว่า เบื้องต้นคือ ภท. เพราะการประกาศนโยบายกัญชาเสรีนั้นเข้าข่ายพฤติกรรมที่นำไปสู่การยุบพรรคตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 ประเด็นการให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศโดยไม่ชอบ เนื่องจากการประกาศนโยบายที่หาเสียงเมื่อตอนปี 62 เกี่ยวกับนโยบายกัญชา อาทิ การให้ครัวเรือนปลูก การปลดล็อก ซึ่งไม่เกี่ยวกับการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ ประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งรัฐสภาให้ความเห็นชอบ
กรณียุบพรรคที่เกี่ยวข้องออกนโยบายที่เป็นปัญหาและเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมายถือเป็นการใช้นโยบายพรรคให้ได้มาซึ่งอำนาจทางปกครองที่เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยการยื่นยุบพรรคนั้นจะยื่นให้กกต. ในฐานะองค์กรที่กำกับดูแลพรรคการเมือง การยื่นคำร้องนั้นจะพิจารณาให้รอบด้าน ทั้งการนำเสนอนโยบาย การปฏิบัติตามนโยบาย การโฆษณาที่เข้าข่ายหลอกลวง เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจทางการปกครอง ส่วนในรายละเอียดนั้นฝ่ายกฎหมายของพรรคฝ่ายค้านอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด คาดว่า 1 พ.ย.นี้นั้นจะทราบความชัดเจน
ยื่นศาลปค.คุ้มครองชั่วคราว
สำหรับประเด็นการยื่นศาลปกครองให้มีคำสั่งคุ้มครองและมีคำสั่งให้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 5 พ.ศ.2565 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อ 9 มิ.ย. 65 ที่ทำให้ทุกส่วนของกัญชา กัญชงไม่เป็นยาเสพติด ยกเว้นสารสกัดที่มีสารทีเอชซีเกิน 0.2% นั้น ออกไม่ชอบตามกฎหมาย เพราะสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนให้ประชาชนและมีผลกระทบต่อสังคม
ศุภชัยโพสต์สวนฝ่ายค้าน
นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียน ภท. โพสต์เฟซบุ๊กกรณีมติพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นยุบ ภท.ปมใช้นโยบายกัญชาลวงคะแนนนิยมปี 2562 ว่า เราทำถูกต้อง ตนมั่นใจว่าสมาชิก พท.หลายคนก็เคยน้ำตาตกเมื่อครั้งพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนถูกยุบ ตอนนั้นพูดกันว่าเป็นการลงโทษทางการเมืองที่ไม่เป็นธรรมที่สุด ทำลายความหวังของประชาชนนับล้านที่เลือกพรรคนั้น การยุบพรรคไม่ได้ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง
การยุบพรรคผิดหลักประชาธิปไตย แต่กลับกลายเป็นว่าพรรคที่พยายามกอดประชาธิปไตยอย่าง พท. รวมทั้งพรรคฝ่ายค้านอื่น กลับจะมายื่นยุบภท. เพราะนโยบายกัญชาทางการแพทย์ ซึ่งเป็นนโยบายหาเสียงเมื่อปี 2562 และเราเป็นเพียงไม่กี่พรรคที่ดำเนินการตามกฎหมายในการทำนโยบายและยื่นให้ กกต.ตรวจสอบและเห็นชอบ ต่อมา นโยบายนี้ก็ได้ถูกกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ 4 ของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภา
ขู่เอาคืนพท.อย่างหนักหน่วง
ย้อนกลับไป เราคือพรรคที่เห็นอกเห็นใจตอนที่พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ และเห็นว่าการยุบพรรคนั้นเป็นกระบวนการเล่นงานทางการเมือง บั่นทอนความเข้มแข็งของประชาธิปไตย แต่วันนี้ พท.กลับเลือกวิธีนี้เล่นงานภท. เราไม่กังวลเลยว่านโยบายของเราจะนำไปสู่การถูกยุบ เพราะเป็นนโยบายที่ได้รับการตรวจสอบจาก กกต.แล้ว การปลดล็อกกัญชาหรือที่ประกาศ ยส.5 ที่รมว.สาธารณสุข ลงนาม ก็ออกประกาศตามคำเสนอของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด โดยความเห็นชอบของ ป.ป.ส.ที่มีนายกฯ เป็นประธาน
“แปลกใจที่ท่านใช้การยุบพรรคมาเล่นงานเรา เท่ากับว่าพรรคท่านก็เห็นดีเห็นงามกับการใช้เรื่องยุบพรรคมาเล่นงานทางการเมือง ถ้าคิดว่าการยุบพรรคคือสิ่งที่ท่านโหยหา ผมจะจัดให้ในไม่ช้า ด้วยข้อมูลข้อเท็จจริงที่แน่นหนาและหนักหน่วง” นายศุภชัยระบุ
สมคิดโยนกก.บห.ชี้-รวมทสท.
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) กล่าวถึงการรวมพรรคกับ ทสท. ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เป็นหัวหน้าพรรค ว่า จะรวมพรรคหรือไม่ต้องให้ กก.บห.ไปหารือกันเอง ส่วนตนกับคุณหญิงสุดารัตน์ รู้จักกันมานาน และเห็นเป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง หากมีการรวมพรรคแล้วจะสร้างประโยชน์ มีพลังในการทำงานให้ส่วนรวมก็จะดีกว่ามาสร้างความแตกแยกกัน และไม่ใช่รวมเพื่อหวังจะได้ ส.ส.เยอะแล้วไปต่อรองตำแหน่ง ส่วนใครจะเป็นหัวหน้า ใครจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ยังเร็วไปที่จะพูดตอนนี้ เพราะขณะนี้ร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องรอดูความชัดเจนของกติกาก่อน
กกต.ปทุมสอบเพิ่มเอาผิดป้าย3พรรค
ที่สำนักงาน กกต.ปทุมธานี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้าให้ถ้อยคำ หลังยื่นเบาะแสให้ไต่สวนสอบสวนเอาผิดหลายพรรค ที่จัดทำและติดตั้งป้ายโฆษณาหาเสียงบริเวณริมถนนต่างๆ ทั่วประเทศไม่เป็นไปตามระเบียบ กกต.
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า สมาคมตรวจสอบป้ายหาเสียงของพรรคต่างๆ พบว่าไม่เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยวิธีการหาเสียง และลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565 เมื่อ 22 ก.ย.65 รวมทั้ง ขัดพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 ในส่วนของมาตราที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง ที่กำหนดให้ว่าที่ผู้สมัครและพรรคต้องปฏิบัติตาม ในช่วง 180 วัน นับแต่ 24 ก.ย.2565 ก่อนสภาจะครบวาระ 23 มี.ค.66 จากการตรวจสอบป้ายหาเสียงของ ภท. พรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) และพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) ที่เริ่มติดตั้งอยู่ริมถนน ตรอก ซอย ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะใน จ.ปทุมธานี แผ่นป้ายโฆษณาหาเสียงส่วนใหญ่ของ 3 พรรค มีพิรุธจัดทำและหรือติดตั้งไม่เป็นไปตามระเบียบ กกต. และพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. กกต.จึงมอบหมายสำนักงานกกต.ปทุมธานี เรียกสมาคมมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม เพื่อยืนยันและชี้ให้เห็นข้อพิรุธในความผิด
กกต.ย้ำระเบียบ-เตือนครม.หาเสียง
วันเดียวกัน สำนักงานกกต. ชี้แจงระเบียบ กกต.ว่าด้วยการใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐ เพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง พ.ศ.2563 ซึ่งมีความสำคัญต้องใช้บังคับเมื่ออายุสภาสิ้นสุดลง หรือมีการยุบสภา ซึ่งใกล้ครบอายุสภาในวันที่ 23 มี.ค.66
การปฏิบัติหน้าที่ของครม.ระหว่างอายุสภาสิ้นสุดลงหรือยุบสภา ต้องไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐ เพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลเกิดความไม่ทัดเทียมต่อการเลือกตั้ง ด้วยวิธีการ 1.ใช้ทรัพยากรของรัฐ บุคลากรของรัฐ โดยการกำหนดนโยบาย โครงการ แผนงานโดยให้มีผลบังคับใช้ในทันที 2.จัดประชุมครม.นอกสถานที่ นอกเหนือจากการประชุมตามปกติ ใช้ทรัพยากร/บุคลากรของรัฐ 3.กำหนด สั่งการหรือมอบหมายให้มีการประชุม อบรม หรือสัมมนาบุคลากรของรัฐหรือเอกชน โดยใช้เงินงบประมาณของรัฐหรือรัฐถือหุ้นใหญ่ โดยอาจให้แจกจ่ายทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด
4.กำหนด สั่งการหรือมอบหมายให้มีการอนุมัติ โอนหรือเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่าย เพื่อแจกจ่ายทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดให้แก่ประชาชน 5.กำหนด สั่งการหรือมอบหมายให้มีการแจกจ่ายหรือจัดสรรทรัพยากรของรัฐโดยไม่มีเหตุอันสมควร 6.ใช้พัสดุหรือเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากหน่วยงานของรัฐ รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือใช้บุคลากรของรัฐปฏิบัติงาน 7.ใช้ทรัพยากรรัฐ เช่น คลื่นความถี่ เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม หรือใช้งบด้านการประชาสัมพันธ์
สั่งสกัดส่งยาเสพติดผ่านปณ.
วันที่ 17 ต.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดทั้งการผลิต การนำเข้า การนำผ่าน และการลักลอบจำหน่าย โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวด ล่าสุดกรมศุลกากร จับกุมการลักลอบการขนย้ายเฮโรอีน ที่ซุกซ่อนมากับสินค้าทางพัสดุไปรษณีย์ ที่สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 7,210 กรัม มูลค่ากว่า 21 ล้านบาท จากประเทศกัมพูชา ผ่านประเทศไทย โดยมีปลายทางที่ไต้หวัน
รองโฆษกฯ กล่าวต่อว่า กรมศุลกากรร่วมมือกับบริษัทโลจิสติกส์ ระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการสร้างภาคีความร่วมมือเพื่อสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดทางพัสดุไปรษณีย์และสินค้าเร่งด่วนระหว่างประเทศ เฝ้าระวังการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านช่องทางศุลกากร โดยมี ชุดปฏิบัติการ Airport Interdiction Task Force (AITF) ประกอบด้วย กรมศุลกากร สำนักงาน ป.ป.ส. กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมกันตรวจสอบ
“นายกฯ ให้ความสำคัญกับการกวาดล้างกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในทุก ขั้นตอนทั้งการผลิต การนำเข้า การนำผ่าน และการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดมาโดยตลอด ซึ่งนายกฯ ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันทำงานเพื่อปราบปรามยาเสพติดมาอย่าง ต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่าหากทุกหน่วยงานร่วมมือกัน ย่อมทำให้สถานการณ์ด้านยาเสพติดดีขึ้นอย่างแน่นอน” น.ส.รัชดากล่าว