13 พนักงานดมกลิ่นก๊าซรั่ว ถึงสลบ หามส่ง ร.พ.ระทึก เหตุเกิดระหว่างซ่อมบำรุงใหญ่ โรงกลั่นไออาร์พีซี จังหวะเปิดท่อมีกลิ่นสารเคมีออกมา คนงานก่อสร้างสำนักงานที่ไม่คุ้น เลยมีอาการแพ้ ทั้งอาเจียนก่อนหมดสติ สธ.เผยเป็นสารเคมีที่ค้างอยู่ในท่อ เบื้องต้นอาการปลอดภัยทุกคน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 17 ต.ค. ที่บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) จ.ระยอง เกิดเหตุก๊าซรั่วภายในโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งอยู่ภายในบริเวณเขตประกอบการไออาร์พีซี ทำให้พนักงานของบริษัท ซัพคอนแทค ที่มารับเหมางานก่อสร้างในบริเวณใกล้เคียง เกิดอาการแพ้กลิ่นน้ำมันอย่างรุนแรง มีอาการอาเจียนก่อนหมดสติ จนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลรวม 13 คน โดยนำส่งร.พ.ระยอง 6 คน และร.พ.เอกชน 7 คน

นายรัฐพล อุณากัณฑ์พร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และ นายวิชัย ปิยพรธนา ผจก.ฝ่ายอาวุโส บ.ไออสร์พีซีฯ ร่วมแถลงข่าวที่ศูนย์การเรียนรู้ บ.ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับกรณีที่เกิดเหตุขึ้น โดยนายวิชัยกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.34 น. ระหว่างเปิดท่อน้ำมัน เพื่อซ่อมบำรุงใหญ่ประจำปี ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบ 13 คน เป็นพนักงานของบริษัทซัพคอนแทค ที่เข้ามาทำการก่อสร้างสำนักงาน ที่อยู่ห่างจากท่อน้ำมันประมาณ 50 เมตร ไม่ใช่พนักงานประจำ จึงเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ เพราะไม่คุ้นชินกับกลิ่นน้ำมัน จึงรีบนำตัวทั้ง 13 คน ส่งรักษาที่ร.พ.ระยอง และร.พ.เอกชนทันที ซึ่งกลิ่นน้ำมันดังกล่าวออกมาแค่วูบเดียวก็หายไป ทั้งนี้ มีพนักงานที่อยู่ในจุดเดียวกัน แต่ไม่แพ้ก็ยังคงทำงานตามปกติ

นายรัฐพลกล่าวว่า ล่าสุดพนักงานที่เกิดผลกระทบทั้ง 13 คน อาการปลอดภัยแล้ว ส่วนในจุดเกิดเหตุ ก็ได้มีการปิดท่อน้ำมัน และทำงานต่อไปได้แล้ว ส่วนการซ่อมบำรุงใหญ่ประจำปี จะมีไปถึงวันที่ 27 ต.ค.65 สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางบริษัทจะดูแลรับผิดชอบทั้งหมด

วันเดียวกัน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลจากโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง ว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ระยอง และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จ.ชลบุรี ว่าเป็นสาร heavy naphtha UN no. 1255 ที่ค้างอยู่ในท่อ เกิดรั่วไหลขณะที่ผู้รับเหมากำลังปฏิบัติงาน เบื้องต้นมีคนงานได้รับสารพิษ 13 ราย มีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ บ้านหมุน นำส่งรักษาที่ ร.พ.ระยอง ขณะนี้ทุกรายอาการดีขึ้น แพทย์จะให้กลับบ้านได้เย็นนี้ ส่วนประชาชนที่อยู่โดยรอบยังไม่มีรายงานว่าได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ สารเคมีดังกล่าวอยู่ในกลุ่ม hydrocarbon เมื่อเกิดเพลิงไหม้จะทำให้เกิดการระคายเคือง หรือก๊าซพิษทำปฏิกิริยากับน้ำแล้วอาจก่อให้เกิดความร้อนสูง ซึ่งจะเพิ่มความเข้มข้นของไอควันในอากาศเมื่อหายใจเข้าไป หากกลืนกินหรือสัมผัสไอ ฝุ่นหรือสารที่ผิวหนังและตา อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ หรือเกิดแผลไหม้ที่ผิวหนังได้ ซึ่งสสจ.ระยองยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี และศูนย์เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา ร.พ.ระยอง เฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน และลงพื้นที่เก็บตัวอย่างสารพิษในสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ และอสม. ลงพื้นที่แนะนำประชาชนรอบ พื้นที่เกิดเหตุด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน