รวบคาลานจอดรถ-ช่อง3 ได้ประกัน-มอบตัวชกพี่ศรี โดนอีกมีคดีใหม่ที่ จ.กระบี่

‘ลุงศักดิ์’ นักชกโดนกองปราบฯ บุกรวบคาช่อง 3 งัดหมายจับค้างเก่า คดีบุกตบ ‘แรมโบ้ อีสาน’ เมื่อปี 64 ใช้ 4 หมื่นประกันตัว คาใจหลังก่อเหตุ ไปโรงพักแจ้งลงประจำวันว่ายอมรับผิด หากถูกแจ้งความให้ช่วยบอก แต่เงียบมาตลอด พอถูกจับถึงรู้มีอีกคดีงอกที่กระบี่ด้วย อจ.มธ.ระบุสิ่งที่ ‘พี่ศรี’ ทำไว้กับคนอื่นหนักกว่าแค่ต่อย เพราะร้องเรียนมั่ว จนกระทบชีวิตไปหลายคน ‘บิ๊กเด่น’ สั่ง ล้อมคอกป้องเหตุเลียนแบบทุกหน่วยราชการ

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดเผยกรณีมีชายทำร้ายร่างกาย นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคม พิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณีนำหลักฐานมาเข้าพบพนักงานสอบ บก.ปอท. เพื่อตรวจสอบ ‘โน้ส’ อุดม แต้พานิช จากกรณีพูดล้อเลียนหรือพาดพิงรัฐบาลในทอล์กโชว์เดี่ยว ไมโครโฟน 13 ที่บช.ก.ว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบภาพและคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่ ไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ขณะเกิดเหตุ จึงสั่งการให้มีการ ตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ ว่ามีอะไรบกพร่องหรือไม่ หากมีตำรวจอยู่ ขณะเกิดเหตุถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า ตำรวจต้องจับกุมดำเนินคดี

ส่วนการดำเนินคดีชายคนดังกล่าวทราบว่า อยู่ระหว่างการออกหมายเรียกและติดต่อ ให้เข้ามอบตัว เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ให้เร็วขึ้น รวมถึงจะสอบปากคำผู้ก่อเหตุกรณีอ้างว่ามีนายตำรวจที่สนิทฝากมาทำร้ายนายศรีสุวรรณ หากเจอตัวผู้ก่อเหตุจะสอบประเด็นนี้ด้วยแต่ไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุจะพูดหรือไม่ เพราะเป็นสิทธิ์ที่จะไม่พูดได้ ส่วนจะจริงหรือไม่ต้องรอการสอบสวน ขณะนี้อยู่ระหว่าง รอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ว่าจะเข้าข่ายความผิดข้อหาใดเพิ่มเติม

“หลังเกิดเหตุดังกล่าวสั่งกำชับว่าสถานที่ราชการต่างๆ รวมถึงหน่วยงานของตำรวจให้ระมัดระวังไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าว หากมีคนมาร้องเรียนหรือยื่นหนังสือ โดยเฉพาะคนที่มี ชื่อเสียงต่างๆ ต้องเพิ่มความเข้มในการระมัด ระวังไม่ให้มีอีกฝ่ายที่เห็นต่างเข้าไปทำร้าย มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ดีที่ใช้ความรุนแรงซึ่งกันและกัน พยายามป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะสถานที่ราชการ ส่วนในที่สาธารณะคงจะป้องกันยาก แต่หากมีปัญหาก็สามารถร้องขอกำลังตำรวจได้” ผบ.ตร. กล่าว

วันเดียวกัน เวลา 13.00 น. ตำรวจ กก.1 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมนายวีรวิชญ์ หรือ ลุงศักดิ์ รุ่งเรืองศิริผล อายุ 62 ปี ผู้ก่อเหตุ บุกทำร้ายนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ขณะไปแจ้งความดำเนินคดี ‘โน้ส’ อุดม แต้พานิช จากกรณีพูดล้อเลียนหรือพาดพิงรัฐบาลในทอล์กโชว์เดี่ยว ไมโครโฟน 13 ที่ศูนย์รับแจ้งความ บช.ก. เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา บริเวณลานจอดรถอาคารมาลีนนท์ ถ.พระราม 4 ตามหมายจับศาลแขวงดุสิต ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น คดีค้างเก่าเมื่อปี 2564 ที่บุกไปสำนัก กพร. เพื่อหวังบุกทำร้ายนายเสกสกล หรือแรมโบ้ อีสาน อัตถาวงศ์ สมัยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี

ต่อมาเวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่คุมตัว นายวีรวิชญ์ถึงบก.ป. ระหว่างคุมตัวลงจากรถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงความกังวลใจ ที่ถูกดำเนินคดี เจ้าตัวทำท่าสัญลักษณ์สามนิ้วเท่านั้น ก่อนตำรวจจะพาไปสอบปากคำและแจ้งข้อหาทันที ขณะที่บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เนื่องจากมีกลุ่มคนเดินทางมาให้กำลังใจจำนวนมาก รวมถึงนายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมืองที่เคยถูกดักทำร้ายร่างกาย เข้ามาตะโกนส่งเสียงเชียร์และพยายาม จะเข้าไปหาลุงศักดิ์

ชู 3นิ้ว – นายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล หรือลุงศักดิ์ อายุ 62 ปี ชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว หลังถูกตำรวจกองปราบฯ นำหมายจับเก่าคดีบุกตบแรมโบ้มาควบคุมตัวไปดำเนินคดี ที่ลานจอดรถสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 กทม. เมื่อวันที่ 19 ต.ค.

ด้าน พ.ต.อ.เอนก ประสุภาพ รอง ผบก.ป. เผยว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามหมายจับค้างเก่าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป.ตรวจพบ จำเป็นต้องนำกำลังไปจับกุมตามขั้นตอนของกฎหมาย หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะลงบันทึกจับกุมที่บก.ป.และอาจนำตัวไปส่งให้ สน.ดุสิต ท้องที่เกิดเหตุ หรืออาจประสานให้ตำรวจ สน.ดุสิต มารับตัวที่กบก.ป. เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา และจะพิจารณาว่าจะควบคุมตัวไว้หรือจะส่งอัยการและศาลตามขั้นตอนภายในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้

“เรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง ผู้ต้องหา แต่เมื่อตำรวจทราบว่าผู้ต้องหา ตามหมายจับอยู่ที่ใดต้องนำกำลังไปควบคุมตัว ที่ผ่านมา กองบังคับการปราบปรามจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่ามาหลายคดี” รอง ผบก.ป. กล่าว

ต่อมานายวีรวิชญ์ให้สัมภาษณ์หลังให้ปากคำเสร็จว่า ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง แต่ขอตำหนิเจ้าหน้าที่ตำรวจสักนิดว่า หลังเกิดเหตุครั้งนั้นได้ไปมอบตัว พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าหากคู่กรณีต้องการจะดำเนินคดีให้โทรศัพท์แจ้งด้วย จะได้กลับมามอบตัว แต่หลังจากวันนั้น กลับไม่มีการติดต่อกลับมา ไม่ทราบว่ามีการแจ้งความ หรือแม้ออกหมายเรียก จนมามีการออกหมายจับดังกล่าว ยืนยันว่าไม่เคยหนี พร้อมมอบตัวอยู่แล้ว

“ไม่เคยมีอคติกับนายเสกสกล อัตถาวงศ์ แต่เพราะเคยเป็นคนเสื้อแดง กินข้าวหม้อเดียวกัน แล้วทำไมกลับเหยียบหัวคนอื่นเพื่อเอาตัวรอด ด้วยจิตวิญญาณจึงต้องตบสั่งสอน เช่นเดียวกับกรณีของนายศรีสุวรรณ ถ้าสิ่งไหน ที่ผมทำผิดดำเนินคดีได้เลยว่ากันตามกฎหมาย พร้อมยอมรับผิดอยู่แล้ว เพียงแต่ขอให้มีบรรทัดฐาน อย่าลำเอียง เพราะทุกคนเท่าเทียมกันหมด” นายวีรวิชญ์กล่าวในท้ายที่สุด ก่อนเจ้าหน้าที่คุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.ดุสิต ดำเนินคดีตามหมายจับ

ล่าสุด นายวีรวิชญ์ได้รับการประกันตัว ในชั้นสอบสวน ใช้เงินสด 4 หมื่นบาท เป็นหลักทรัพย์ ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้รับ ประกันตัวในคดีทำร้ายร่างกายนายเสกสกล ที่ สน.ดุสิต ซึ่งไม่เคยได้รับหมายเรียกในคดีนี้มาก่อน หลังเกิดเหตุยังเดินทางมาลงบันทึกประจำวัน และให้เบอร์ติดต่อกับตำรวจ แต่ไม่มีใครติดต่อมา จนมาถูกจับในวันนี้ และเพิ่งทราบอีกด้วยว่า ตนถูกออกหมายจับในคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ที่ สภ.อ่าวนาง จ.กระบี่ เพิ่มอีก 1 คดี ตั้งแต่ปี 2564 ตอนนี้ยังไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับหมายจับ ดังกล่าว แต่จะต้องเดินทางไปพบตำรวจที่กระบี่ ภายในสัปดาห์นี้ ยืนยันว่าจะไปพบอย่างแน่นอน

“ส่วนตัวมองว่าถูกกลั่นแกล้ง เพราะหากมีการออกหมายจับจริง ตำรวจต้องเดินทางมาควบคุมตัวผมทันทีแล้ว ไม่ใช่บอกให้เข้าไปรายงานตัว และที่เชื่อว่าที่โดนกลั่นแกล้ง เป็นเพราะผมไปทำร้ายร่างกายนายศรีสุวรรณ” นายวีรวิชญ์กล่าว

เมื่อถามว่าสามารถเปิดยอดเงินบริจาค ได้หรือไม่ นายวีรวิชญ์กล่าวว่า รอให้ตัวเลขนิ่งก่อน เปิดเผยแน่ไม่ต้องกลัว แต่ยืนยันว่า ยอดบริจาค 6 ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องจริง ทำไมต้องอยากดูยอดด้วย ถ้าไปตบแรมโบ้ บัญชีทั้งหมดยกให้เลย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า การกระทำของตนไม่เหมาะสม ไม่ชอบความรุนแรง แต่บางครั้งต้องโดนบ้าง เป็นการอบรม สั่งสอน แต่ไม่อยากให้ใครเลียนแบบ

รายงานข่าวแจ้งว่า นายวีรวิชญ์ได้โชว์ลีลาต่อยมวย ตีเข่า พร้อมหยิบตะเกียบขึ้นมา 1 คู่ พร้อมได้รับเสียงเฮดังจากกลุ่มคนที่มาให้กำลังใจ ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต นัดหมายนายวีรวิชญ์ให้มารายงานตัวอีกครั้ง ในวันที่ 25 ต.ค. เวลา 10.00 น.

วันเดียวกัน นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (มธ.) โพสต์ข้อเขียนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ในฐานะคนเคยโดนศรีสุวรรณ ไล่ฟ้องเรื่อยเปื่อย จนส่งผลกระทบต่อชีวิตและอาชีพ ไม่มีใครติดตามว่า หลังจากศรีสุวรรณยื่นฟ้อง เรื่องนี้เป็นเท็จจริงอย่างไร คนที่ไม่ได้ติดตามหลายคนไม่รู้ เพราะมีแต่ข่าวนี้ลง ทำให้ถูกแหล่งทุนปฏิเสธ ยกเลิกการบรรยายพิเศษ ฯลฯ คนในครอบครัวเกิดความกังวลต้องคอยรับสายโทรศัพท์ จากการฟ้องเรื่อยเปื่อยที่เลือกคดี โทษสูงแบบไร้มูลเพื่อให้เป็นข่าว ฟ้องคนไปทั่ว

นายษัษฐรัมย์โพสต์อีกว่า สิ่งที่ศรีสุวรรณทำกับตนและหลายคน รุนแรงกว่าการต่อยหน้ามาก เป็นความรุนแรงที่มองไม่เห็น แต่บ่อยครั้งมันฆ่าคนทั้งเป็น เหมือนวิทยุยานเกราะช่วง 6 ตุลา เหมือนความเห็นทางการเมืองของทมยันตี และฝ่ายขวาอีกหลายคน พวกนี้ก็อาจไม่เคยฆ่ามดสักตัว แต่ความเห็นของพวกเขาก็นำสู่ความเกลียดชังมากมาย ส่วนตัวโกรธและเกลียดเขามาก ทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักอะไรกัน หน้าที่การงานไม่เกี่ยวกัน และไม่ได้ เป็นผู้มีอำนาจทางการเมืองอะไร แต่ยังอุตส่าห์ ผูกกรรมต่อกัน

วันเดียวกัน ที่บช.น. นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย ยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำรายละเอียดการทอล์กโชว์ เดี่ยว 13 ของโน้ส อุดม แต้พานิช ทั้งหมด 15 ประเด็น มาให้ตำรวจตรวจสอบว่า ถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่ โดยระหว่างยื่นหนังสือให้ตำรวจรับเรื่อง นายวรัญชัย โชคชนะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง รุ่นใหญ่ โผล่เข้ามาชูป้ายกระดาษ เขียนข้อความว่า “ขอสนับสนุนและให้กำลังใจโน้ส อุดม” ก่อนจะจับมือและร่วมถ่ายรูปกับนายสนธิญา

นายสนธิญาเผยว่า ไม่ได้โกรธโน้สและ ไม่ได้มาแจ้งความ แต่หากการพูดทอล์กโชว์ ในเดี่ยว 13 ไม่ได้ถูกนำไปเผยแพร่ในช่องทาง โซเชี่ยลอาจไม่เข้าข่ายตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายอาญา ม.116 เพียงต้องการให้ตรวจสอบเท่านั้น ถ้าไม่มีความผิดก็ไม่ผิด เพียงทำหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติในรัฐธรรมนูญกำหนดเท่านั้น ส่วนตัวมองว่าความคิดต่างเป็นเรื่องสร้างสรรค์ในสังคม

“ไม่แน่ใจว่าโน้ส ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าวจริงหรือไม่ จึงมายื่นเรื่องให้ตำรวจตรวจสอบ เพื่อให้เรื่องนี้ได้รับการตรวจสอบและเป็นบรรทัดฐานต่อไป สำหรับกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา ถูกทำร้ายร่างกาย มองว่าคนทั่วไปรับไม่ได้กับการใช้กำลัง ผมเรียนจบวิทยาลัยพลศึกษา จะสอนหลักสูตรการต่อสู้ทุกอย่าง เทควันโด มวยไทย มวยสากล เคยต่อยมาแล้ว 3-4 ครั้ง น็อกทุกราย แต่ตอนนี้ให้มาต่อยก็ไม่เอาเพราะแก่เกินจะไปทำอะไรกับใครแล้ว แต่หากมีปัญหา ผมก็วิ่งก่อนอยู่แล้ว ต้องรักษาตัวเองก่อน” นายสนธิญากล่าว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยความคืบหน้าคดี ทำร้ายร่างกายนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กลางวงสัมภาษณ์สื่อมวลชน เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล ตามหมายจับเก่าคดีทำร้ายร่างกายนายเสกสกล อัตถาวงศ์ และยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนที่ สน.ดุสิต แล้ว จากนั้นนายวีรวิชญ์ ไปรับทราบข้อกล่าวหา กรณีทำร้ายร่างกายนายศรีสุวรรณ ที่ สน.พหลโยธิน

พนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำ และจะสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการในวันที่ 21 ต.ค. เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน สองปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ

“ผบ.ตร.ได้กำชับการดำเนินคดีให้ตรงไปตรงมา ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ขณะเดียวกัน ได้กำชับหน่วยเพิ่มความเข้มมาตรการไม่ให้เกิดความรุนแรงในสถานที่ราชการ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์พฤติกรรมเลียนแบบขึ้นอีก” โฆษก ตร.กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน