ดต.ปากเกร็ดติดหนี้พนันสั่งเด้ง‘ผู้กำกับ’-สอบซ้ำผบ.ตร.ให้เช็กยอดทุกสภ.
รวบด.ต.ลักปืนหลวงของสภ. ปากเกร็ดไปจำนำ-ขาย ฉวยทำหน้าที่คุมคลังอาวุธ ลอบขโมยครั้งละ 1-2 กระบอก โป๊ะแตกหลังเหตุสลดหนองบัวลำภู ‘บิ๊กเด่น’ สั่งทุกโรงพักเช็กยอดอาวุธ พบหายไป 95 กระบอก ผบ.ตร.สั่งเด้งผกก.ปากเกร็ด พร้อมตั้งกก.สอบ
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 ต.ค. พล.ต.ต. พรชัย ชลอเดช ผบก.ภ.จ.หนองคาย, พ.ต.อ. สุรกิจ ค้วนเครือ ผกก.สส.ภ.จ.หนองคาย, พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.เมืองหนองคาย พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย ร่วมกันจับกุม ด.ต.เชาวลิต พุ่มขจร ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ในข้อหา ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ
สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย ได้รับการประสานจากสภ.ปากเกร็ด ว่า ด.ต.เชาวลิต ผู้ต้องหาลักอาวุธปืนของทางราชการกว่า 100 กระบอก ได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.หนองคาย จึงได้จัดกำลังตรวจสอบ จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น. ทราบว่า ด.ต.เชาวลิตเปิดห้องพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ที่บ้านหนองเดิด ต.เมืองหมี อ.เมืองหนองคาย เมื่อไปถึงก็พบด.ต.เชาวลิตอยู่ภายในห้องพักตามลำพัง ตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายหรืออาวุธปืน มีเพียงกระเป๋าเดินทางและเสื้อผ้าจำนวนหนึ่ง จึงได้ควบคุมตัวมาที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย ก่อนที่จะถูกคุมตัวไปสอบปากคำและดำเนินคดีที่ บช.ภ.1
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น ด.ต.เชาวลิตเดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.หนองคาย แล้ว 4 วัน เพื่อทำหนังสือเดินทาง โดยพฤติการณ์ในครั้งนี้เมื่อเดินทางมาหนองคายแล้ว ได้เช่ารถจักรยานยนต์จากร้านแห่งหนึ่งในตัวเมืองหนองคายเป็นพาหนะ เพื่อใช้เดินทางในระหว่างรอหนังสือเดินทาง และเพิ่งได้รับหนังสือเดินทางในวันนี้ กำลังจะเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ โดย ด.ต.เชาวลิตมีพฤติการณ์ขโมยปืนของทางราชการมาเรื่อยๆ ครั้งละ 1-2 กระบอก นำไปจำนำ เมื่อได้เงินมาแล้วก็จะไปใช้จ่ายและ เล่นพนันฟุตบอล
วันเดียวกัน พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.จ.นนทบุรี มีคำสั่งที่ ที่ 454/65 ให้ ด.ต.เชาวลิต พุ่มขจร ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน หลังถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยต้องหาคดีอาญาในความผิดฐานลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 65 ที่สภ.ปากเกร็ด
พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ 1 กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเป็นความบกพร่องของตร. โดยเบื้องต้นทุกวันที่ 5 ของทุกเดือน จะต้องตรวจนับอาวุธปืน เมื่อตรวจคงพบว่าปืนประจำกายหายไปกว่า 100 กระบอก โดยปืนที่หายไป เป็นปืนลูกโม่ ออโต้ เบื้องต้นทราบว่า ด.ต.เชาวลิตเอาไปจำนำ และมีหน้าที่ถือคลังกุญแจไว้ โดยทำหน้าที่นี้มาตั้งแต่ปี 47 โดยทำหน้าที่รับผิดชอบเบิกจ่ายอาวุธปืน ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบหัวหน้าสถานีแล้ว ส่วนด.ต.เชาวลิต ศาลได้อนุมัติหมายจับแล้ว ข้อหาลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ

ลักปืนหลวง – ตำรวจจับกุมด.ต.เชาวลิต พุ่มขจร ผบ.หมู่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ขโมยปืนพกของทางราชการไปจำนำ 95 กระบอก หลบหนีไปจนมุมที่รีสอร์ตในอ.เมือง จ.หนองคาย สารภาพติดหนี้พนันบอล เมื่อวันที่ 20 ต.ค.
ทั้งนี้หลังเหตุการณ์ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ อดีตตำรวจ สภ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู ใช้อาวุธปืนประจำกายไปก่อเหตุสลดที่อบต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ต.ร.) ได้มีคำสั่งให้โรงพักทั่วประเทศตรวจสอบอาวุธปืน โดยบก.ภ.นนทบุรี มีคำสั่งให้ตรวจสอบอาวุธปืนที่ข้าราชการตำรวจในสังกัดแต่ละโรงพักเบิกปืนหลวงไปใช้ ต่อมาพบว่า อาวุธปืนสวัสดิการของสภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หายไป 95 กระบอก โดยด.ต.เชาวลิต ซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบเบิกจ่ายอาวุธปืนได้หลบหนีไปแล้ว พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงษ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด จึงได้ แจ้งความร้องทุกข์สภ.ปากเกร็ด ให้ดำเนินคดีด.ต.เชาวลิต พร้อมขอหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 573/65 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 65 ข้อหา ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ
รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งให้พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชา การุณพงษ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด มาช่วยราชการประจำ ศปก.ภาค 1 เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนอาวุธปืนที่หายไปนั้น ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่เร่งระดมสืบหาเอากลับมาคืนให้ได้มากที่สุด
วันเดียวกันนี้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีหนังสือคำสั่งตร. เลขที่ 463/2565 ลงวันที่ 19 ต.ค.2565 เรื่อง ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ ใจความว่า เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 63 แห่ง พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2563 จึงให้ พล.ต.ต.แวสาแม สาและ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผบ.ตร.ได้ลงนามคำสั่งตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา และอาจมีการตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนรื้อคดีใหม่ เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมเป็นไปด้วยความโปร่งใส
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า กรณีผบก.ภ.จว.นราธิวาส ถูกร้องเรียนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดกฎหมาย โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อาวุธปืน หรือความผิดอื่นๆ ว่า ตร.ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งให้จเรตำรวจ เป็นหน่วยพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้น และตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนของ ตร. ลงไปตรวจสอบแล้ว และขณะนี้สั่งการให้ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. ก่อน โดยให้ พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล รอง ผบช.ภ.9 มารักษาราชการแทน และได้ตั้งผู้บังคับบัญชาระดับ ตร.ลงไป ตรวจสอบ สืบสวน ขยายผล และรายงาน ข้อเท็จจริงให้ทราบ หากมีมูลก็จะตั้งเป็นคณะทำงานสืบสวนสอบสวนอีกคณะหนึ่ง โดยจะเป็นคนละคณะกับจเรฯ เนื่องจากเรื่องที่ถูก ร้องเรียนมีความเกี่ยวข้องกับคดีอาญา เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม หากพบว่ามีการ กระทำความผิดจริงจะมีดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา โดยได้วางกรอบระยะเวลาการทำงานไว้ให้รายงานทุก 7 วัน