2ป.ลั่น-ยังไม่มี‘อุ๋ย’ร่วมทีมศก.
‘บิ๊กตู่’ ยันยังไม่่ปรับครม.ไม่ตอบกรณี พปชร.ชงชื่่อ‘หม่อมอุ๋ย’ร่วมทีมเศรษฐกิจพรรค ‘บิ๊กป้อม’ แจง ยังไม่ได้คุยกับอดีตรองนายกฯ เผยสัมพันธ์ยังดีกันอยู่ ไม่แตกคอปมนาฬิกาหรู ส.ส.พลังประชารัฐ โวกระแสพรรคไม่ตก ซุ่มเตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง ชูพัฒนาพรรคต่อเนื่อง ‘หมดที่ลุงตู่ สู่ลุงป้อม’ เลขาฯ ภูมิใจไทยปัดวุ่น ‘เสี่ยหนู’ โพสต์ภาพร่วมโต๊ะ‘เอ๋-ชนม์สวัสดิ์’ ไร้ดีลการเมืองกลุ่มปากน้ำ ปชป.นัด 22 ต.ค.เปิดตัว 4 ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร สร้างอนาคตไทยยันไร้ดีลรวมพรรคอื่น ก้าวไกลเดินหน้านโยบายแก้ ม.112 ให้ประชาชนตัดสินใจ
‘บิ๊กตู่’นั่งรถรปภ.เข้าทำเนียบ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติราชการตามปกติ แต่ในขบวนรถไม่ปรากฏรถเบนซ์กันกระสุนประจำตำแหน่ง ทะเบียน 4 กต 29 กรุงเทพมหานคร มีเพียงรถจักรยานยนต์นำขบวน และรถติดตามของทีมรักษาความปลอดภัย (รปภ.) เท่านั้น และยังวนเข้าไปจอดบริเวณหลังตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งปกติจะจอดบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า
คนใกล้ชิดนายกฯ เผยว่า รถเบนซ์ประจำตำแหน่งนายกฯ เสียระหว่างทางเนื่องจากเกียร์ผิดปกติ นายกฯจึงเปลี่ยนมานั่งรถของ ทีมรปภ.แทน และไม่ได้ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าในทางขึ้นด้านหน้าเหมือนทุกครั้ง แต่มาลงรถและเดินขึ้นด้านหลังตึก ซึ่งเป็นที่จอดรถของขบวนรถนายกฯ
หลังจากผ่านไป 1 ชั่วโมงเศษ เจ้าหน้าที่ประจำรถได้นำรถกลับเข้ามาจอดในจุดประจำตำแหน่งหลังตึกไทยคู่ฟ้า คาดว่าได้แก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า เป็นเพราะช่วง ขาลงทำอะไรจึงขลุกขลักไปเสียทั้งหมด
ส่ายหัวมีชื่อ‘อุ๋ย’นำทีมศก.พปชร.
เวลา 09.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ครั้งที่ 2/2565 เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงสาเหตุที่รถยนต์ประจำตำแหน่งเสีย พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถาม
ต่อมาเวลา 11.30 น. หลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามถึงความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และล่าสุดมีชื่อ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ จะเข้ามาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ยังไม่มี พร้อมส่ายศีรษะรัวๆ ก่อนเดินขึ้นห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้าทันที
ก่อนหน้านี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่ห้องรับรอง ภายในตึกภักดีบดินทร์
‘ป้อม’รับเป็นคนเก่ง-ปัดแตกคอ
ที่สถานีกลาง บางซื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณี นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ดัน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคพลังประชารัฐ ว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ยอมรับว่าเป็นคนเก่ง แต่ยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ เพราะไปพูดก็ยังไม่รู้ว่าจะมาหรือไม่ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างตนกับม.ร.ว.ปรีดิยาธร ก็ดีกัน พูดคุยกันตลอด
ผู้สื่อข่าวถามกรณีม.ร.ว.ปรีดิยาธรให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า นาย ปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เพื่อนของพล.อ.ประวิตร ไม่มีมรดกเป็นนาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร จะไปรู้ได้อย่างไร เพราะเป็นมรดกของนายปัฐวาทและไม่ได้ลงในบัญชีมรดก เพราะไม่มีใบสำคัญต่างๆ เป็นเรื่องของมรดกที่ให้ลูก การที่เอามาให้ยืมจึงไม่ใช่ปัญหา และผู้จัดการมรดกไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างพล.อ.ประวิตรกับม.ร.ว.ปรีดิยาธร มีปัญหากันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจ ติดตามการขับเคลื่อนด้านการพัฒนาและด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จ.ยะลา และปัตตานี ในวันเสาร์ที่ 22 ต.ค. เมื่อเสร็จภารกิจ จะไปร่วมพิธีทอดกฐินสามัคคี ที่วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม จ.ปัตตานี ก่อนเดินทาง กลับกทม.
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ จะประชุมเพื่อสรุปผลงานพรรค และสรุปผลการทำงานของสมาชิก วันที่ 27 ต.ค. เวลา 15.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ
โวกระแสพปชร.ไม่ตก-ซุ่มสู้ศึก
นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรี ธรรมราช กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมเลือกตั้งว่า พรรคพลังประชารัฐไม่ต่างจากพรรคการเมืองอื่นที่เคลื่อนไหวกันคึกคัก แต่ไม่จำเป็นต้องบอกใคร เรียกว่าซุ่มซ้อม มีการจัดเตรียมโครงสร้าง ลงพื้นที่แบบ 100% ส่วนเรื่องส.ส.ย้ายเข้าหรือออกจากพรรค เป็นเรื่องธรรมชาติ ยืนยันว่าพรรคมีคนสมัครเข้าจนล้น สำหรับกระแสพรรคที่มองว่าตกต่ำเป็นการวิจารณ์และเชื่อไปเอง คนอาจจะเบื่อบ้างเพราะอยู่นานแล้วแต่คนที่ชอบก็มี ทั้งนโยบายเชิงสวัสดิการ โครงการประชารัฐ ประชาชนขานรับและยังสนับสนุน คนใต้ยังเชื่อมั่นศรัทธาพรรค เพราะรักใครรักจริงและ รักสถาบัน พล.อ.ประยุทธ์ เด่นชัดในเรื่องนี้ จึงเป็นที่นิยมศรัทธาของชาวใต้
พรรคเตรียมพร้อมส่งผู้สมัครส.ส.ครบทั้ง 500 คน ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ เราไม่ได้มึนงงสับสนอย่างที่วิจารณ์กัน และเป้าหมายของพรรคยังไม่เปลี่ยนแปลง คือส.ส.ภาคใต้ 20 คน และทั่วประเทศจะได้ 150 คน ที่เรานิ่ง เงียบอย่าคิดว่าไม่ทำอะไร เราทำแต่ยังไม่เปิดเผย เพราะยังไม่เป็นมติกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) หัวหน้าพรรค ทำสิ่งเหล่านี้กันอยู่
ชู‘หมดที่ลุงตู่ สู่ลุงป้อม’
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังเลือกตั้งครั้งหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯ ได้อีกแค่ 2 ปี นายรงค์กล่าวว่า เรากำลังพัฒนาพรรคให้เป็นพรรคต่อเนื่อง ไม่ใช่ผูกติดกับพล.อ.ประยุทธ์ อย่างเดียว ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ได้ 2 ปี อีก 2 ปีหลังต้องมีตัวแทนขึ้นมา ต้องมีกลไกที่จะอธิบายได้ “หมดที่ลุงตู่ สู่ลุงป้อม” ก็ไม่ได้เป็นปัญหาในการรับช่วงทางการเมืองภายใต้การเลือกตั้งของประชาชน เพื่ออธิบายให้ประชาชนเห็นว่าเราพร้อมบริหารประเทศในระบบประชาธิปไตย
“2 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้เป็นปัญหาแต่จะมีการวิเคราะห์ตีความกันว่าบัตรประชารัฐ ไปไม่ได้ แต่ผู้ออกเสียงเลือกตั้งอาจเห็นว่า 2 ปีหลังจากนี้บริหารให้ประเทศเดินหน้า หลังจากนั้นก็ผ่องถ่ายไปสู่คนอื่นตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นปัญหาอะไร เรื่องเหล่านี้ในพรรคจะเตรียมหารือเพื่อสร้างความเข้าใจทำเป็นนโยบายต่อไป” นายรงค์กล่าว
ภท.แจงภาพ‘หนู’ร่วมโต๊ะ‘เอ๋’
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐฒนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ภาพร่วมโต๊ะกินข้าวกับ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นักการเมืองพื้นที่จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มปากน้ำ ( 6 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ สมุทรปราการ) กับลูกชายและลูกสาวของทั้งคู่ เป็นการดีลทางการเมือง หรือไม่ ว่า ไม่ทราบ แต่เขารู้จักกันอยู่แล้ว เพราะลูกชายกับลูกสาวเขาเป็นแฟนกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การร่วมโต๊ะกินข้าวดังกล่าว อยู่ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับครม. ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร เคยไปพูดที่ จ.สมุทรปราการ ว่า หากมีการปรับ ครม.ถ้าพื้นที่ใดได้ ส.ส.ยกจังหวัด จะให้ตำแหน่งรัฐมนตรีเมื่อมีการปรับ ครม.
ปชป.จ่อเปิดตัว4ผู้สมัครมหาชัย
ด้านนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า วันเสาร์ที่ 22 ต.ค.นี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ( ดำเนินกิจกรรม “จุรินทร์ออนทัวร์” ลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร มีภารกิจสำคัญคือการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร ครบทั้ง 4 เขต พร้อมพบปะและร่วมกิจกรรมสัมมนาสมาชิกพรรคสมุทรสาครด้วย โดยว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทั้ง 4 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายชวพล วัฒนพรมงคล นักการเมืองรุ่นใหม่ เป็นรองนายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร และรองประธานหอการค้า จ.สมุทรสาคร เขต 2 นายภูดิส แก้วตระกูลโชติ วิศวกรหนุ่ม อดีตรองนายก อบต.ท่าทราย เขต 3 นาย ธนวัฒน์ ทองโต (ส.จ.ช้าง) เป็นทนายความ และ เขต 4 นายนิติรัฐ สุนทรวร อดีต ส.ส.เขต 3 สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์
นอกจากนี้ภารกิจออนทัวร์ของนายจุรินทร์ ในฐานะรมว.พาณิชย์ จะเป็นประธานเปิดศูนย์การเรียนรู้ “ศูนย์เรียนรู้สหกรณ์การเกษตรประสานกสิกิจ” อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร รวมถึงตรวจเยี่ยมโครงการ “คาราวาน พาณิชย์…ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 20”
ชพก.ตีปี๊บฟื้นโครงสร้างศก.สู้ลต.
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แกนนำพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ต.ค.แกนนำพรรคได้ประชุมถึงการกำหนดนโยบายเพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง โดยเป็นการหารือร่วมกันครั้งแรกระหว่างนักการเมืองรุ่นใหญ่จากพรรคชาติพัฒนาเดิม และนักการเมืองรุ่นใหม่จากพรรคกล้า การพูดคุยดังกล่าวเป็นไปในทิศทางที่ดี เบื้องต้นนโยบายที่จะใช้หาเสียงประเด็นหลักคือ การพลิกฟื้นโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่ทำได้จริง ทั้งด้านพลังงาน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งเป็นนโยบายใหม่ที่ไม่ซ้ำกับพรรคการเมืองใด ส่วนรายละเอียดอยู่ระหว่างการจัดทำ ซึ่งต้องมีแหล่งที่มาของเงินทุนที่จะดำเนินการ และต้องแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การแถลงนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นทางการคาดว่าจะเป็นช่วงปลายปี 2565
ขณะที่การวางยุทธศาสตร์ด้านพื้นที่ และวางตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีทีมของนายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชี รายชื่อ เลขาธิการพรรค และนายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา ดูแล ส่วนพื้นที่กทม. และพื้นที่ภาคใต้ในจังหวัดที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี สงขลา นครศรีธรรมราช ชุมพร และพัทลุง จะเป็นทีมของนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า และตนเป็นผู้ดูแล การวางตัว ผู้สมัครนั้นไม่มีความทับซ้อนกันระหว่างพรรคชาติพัฒนาเดิมกับพรรคกล้าเดิมแต่อย่างใด
สอท.ยันยังไร้ดีลรวมพรรค
ที่พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) นายนริศ เชยกลิ่น รองหัวหน้าพรรคและโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการรวมพรรคสร้างอนาคตไทย กับ พรรคการเมืองอื่น โดยเฉพาะพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ว่า พรรคสร้างอนาคตไทยยืนยันว่าไม่มีแนวคิดเช่นนั้นตามที่ผู้บริหารพรรคเคยชี้แจงไปแล้ว หากจะร่วมมือกับใคร จะต้องให้เกิดพลังทางการเมือง เพื่อประโยชน์ในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และหากจะมีการรวมกันต้องเห็นตรงกันในอุดมการณ์ทางการเมือง รวมถึงแนวทางการทำงานที่ชัดเจน
“ขอยืนยันว่าขณะนี้พรรคยังไม่มีข้อตกลงที่จะรวมพรรคกับพรรคใดทั้งสิ้น และพรรคกำลังทำงานเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหา ให้พี่น้องประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม และนำพาประเทศออกจากวิกฤตทางเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่นี้ไปให้ได้” นายนริศกล่าว
โวกวาดยก4เขตสระบุรี
ที่ศูนย์ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย จ.สระบุรี นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคกลาง และนายปรพล อดิเรกสาร ผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สระบุรี เขต 1 ร่วมเปิดศูนย์ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย จ.สระบุรี มีนาย ปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายนวกิจ พลวิเศษ ผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา พรรคสร้างอนาคตไทย นักการเมืองท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ร่วมงาน
นายวัชระกล่าวว่า การเปิดศูนย์ประสานงาน มีอยู่ 2 เรื่อง คือ 1.ดีใจที่เราจะเริ่มนับหนึ่ง ส.ส.ได้จากเขต 1 จ.สระบุรี ซึ่งนายปรพล เป็นคนหนุ่มมีอนาคตและความสามารถ 2.ดีใจที่นายปองพล กลับเข้ามาสู่วงการเมืองอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพราะเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์และบารมีทางการเมือง พรรคไหนก็ต้องการมาร่วมงานด้วย และจ.สระบุรี คือพื้นที่ที่ตระกูลอดิเรกสาร รับใช้ประชาชนมาตลอด สะท้อนให้เห็นว่ารักและจริงจังกับจ.สระบุรีมาเป็นระยะเวลายาวนาน พรรคสร้างอนาคตไทยจึงคาดหวังว่าทั้ง 4 เขตเลือกตั้งของสระบุรี จะชนะใจประชาชน และจะสร้างทีมสระบุรีที่แข็งแกร่งทั้งทางการทำงานทางการเมืองและการนำนโยบายของพรรคมาพัฒนา เพื่อรับใช้คนสระบุรี
‘ปรพล-ปองพล’มั่นใจฝีมือ‘สมคิด’
ด้านนายปรพลกล่าวว่า ตั้งแต่ตนร่วมงานกับพรรคสร้างอนาคตไทย เริ่มลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนในเขตอ.เมือง ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี พรรคสร้างอนาคตไทย ที่นำโดย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค และอดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นทางเลือกใหม่ของชาว จ.สระบุรี เพื่อช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ นโยบายต่างๆ ของพรรคสามารถทำเป็น รูปธรรมได้จริง โดยเฉพาะนโยบายกองทุนสร้างอนาคตไทย 300,000 ล้านบาท
นายปองพลกล่าวว่า ดีใจที่บุตรชายกลับเข้าสู่วงการเมืองอีกครั้ง เพื่อมารับใช้พี่น้องชาว จ.สระบุรี ที่คุ้นเคย ตนชอบชื่อพรรคสร้างอนาคตไทย มันมีความหมาย เพราะเราต้องสร้างสิ่งใหม่ อดีตสร้างไม่ได้ เราต้องสร้างอนาคต จะอยู่กับที่ไม่ได้ เพราะโลกหมุน เราต้องสร้างอนาคตของประเทศไทย และ วันนี้เราต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของชาวบ้านมากที่สุด ช่วงโควิด-19 ทุกคนรายได้ลดลงหมด ทำมาหากินไม่ได้ แต่เรามีนายสมคิด ที่อาสามาช่วยแก้เรื่องปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย

เฉลิมฉลอง – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร่วมจุดตะเกียงงาน “ดิวาลีเทศกาลแห่งแสงสว่าง” เทศกาลเฉลิมฉลองสำคัญสำหรับคนเชื้อสายอินเดียทั่วโลก ที่ย่านลิตเติ้ลอินเดีย พาหุรัด กทม. เมื่อวันที่ 21 ต.ค.
‘ชลน่าน’ร่วมเปิดงานดิวาลีฯ
ที่ย่านลิตเติ้ลอินเดีย พาหุรัด และคลองโอ่งอ่าง กรุงเทพฯ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภา และคณะร่วมพิธีเปิดงาน “ดิวาลีเทศกาลแห่งแสงสว่าง” Deepavali Bangkok Festival 2022 จัดโดยกรุงเทพมหานคร ร่วมกับสมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย (IAT) เครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการชาวไทยเชื้อสายอินเดีย กลุ่มชาวอินเดียในประเทศไทย มีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานในพิธีเปิด
นพ.ชลน่านได้ร่วมบูชาองค์พระพิฆเนศและพระแม่ลักษมี จุดเทียนชัยและกล่าวอวยพรในโอกาสเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี ว่ารู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณที่ได้มีโอกาสมาร่วมพิธีเปิดงานดังกล่าว เพราะความหมายของเทศกาลดิวาลี คือเทศกาลที่จะเป็นการนำแสงสว่างอันสดใสในอนาคตมาไล่ความความมืดมิดในอดีต ขอร่วมตั้งจิตอธิษฐานต่อองค์เทพเจ้า เพื่อให้นำพาสิ่งที่ดีกว่าประเสริฐกว่าในอนาคตมาสู่ชีวิตที่ดีของพวกเราทุกคน
ก้าวไกลเดินหน้าแก้ม.112
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณีหลายพรรคการเมืองไม่เห็นด้วยกับนโยบายพรรคก้าวไกลเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 112 ว่า เราเคารพความคิดเห็นของแต่ละพรรค แต่อยากให้เห็นประเด็นสำคัญว่าขณะนี้มีการบังคับใช้กฎหมาย ดังกล่าวที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ที่มีการดำเนินการมาตั้งแต่ต้น คือเจตนารมณ์ในการปกป้องสถาบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ใครก็ตามเอาเรื่องเหล่านี้เข้ามากล่าวโทษ แล้วกลายเป็นเรื่องการกลั่นแกล้งกันในทางกฎหมาย
อีกทั้งเมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจะพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว มีการออกหมายจับ และไม่ให้ประกันตัว ซึ่งเป็นการขัดหรือแย้งต่อการเคารพหรือข้อสันนิษฐานที่บอกว่าผู้ต้องหาต้องเป็น ผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา จึงเห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา ถึงแม้จะเคารพแต่ละพรรคที่แสดงจุดยืน แต่เห็นเหมือนกับเราหรือไม่ว่าหากเรื่องนี้เป็นปัญหาทำไมไม่ถือโอกาสนี้หยิบยกเรื่องดังกล่าวมาหารือกัน น่าจะตอบโจทย์ของการเคารพต่อทุกสถาบัน องค์กร และจะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าพรรคที่ตนเลือกนั้นมีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ อย่างไร
“ในภาพรวมไม่ว่าแต่ละพรรคจะมีจุดยืนอย่างไร พรรคก้าวไกลคงเดินต่อ ท้ายที่สุดหากประชาชนเลือกเราเข้าไปเป็นผู้แทนในสภาและมีเสียงอย่างเพียงพอ เราจะเดินหน้านโยบายต่างๆ ที่เราได้หาเสียงต่อประชาชนไว้” นายณัฐวุฒิกล่าว