เมื่อวันที่ 24 ต.ค. นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าได้รับรายงานพบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรรายใหม่ 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวเพศชาย อายุ 25 ปี สัญชาติโอมาน เดินทางมาถึงไทยวันที่ 3 ต.ค. บินตรงมาถึงภูเก็ตวันที่ 4 ต.ค. มากับเพื่อน 4 คน สอบถามข้อมูลเบื้องต้นที่อยู่ใน จ.ภูเก็ต ผู้ป่วยมีประวัติไปเที่ยวสถานบันเทิง ไปร้านอาหารอาหรับ ปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์ ปฏิเสธเพศทางเลือก ต่อมาวันที่ 11 ต.ค. เริ่มมีไข้ ไอ ปวดศีรษะ มีตุ่มหนองตามลำตัว อวัยวะเพศ ขา และหน้าอก ต่อมาวันที่ 18 ต.ค. เข้ารับการรักษาที่ร.พ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต เก็บตัวอย่างส่งตรวจพบเชื้อฝีดาษวานร ส่วนเพื่อนอีก 3 คนไม่มีอาการ สำหรับปัจจัยเสี่ยงอยู่ระหว่างสอบสวนโรค ถือเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 12 ของไทย
นพ.ธเรศกล่าวว่าเรื่องที่ประชาชนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีป้องกันโรคฝีดาษวานร คือการใช้ถุงยางอนามัย แม้ถุงยางอนามัยจะป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้หลายโรค แต่ถุงยางอนามัยยังไม่สามารถป้องกันโรคฝีดาษวานรได้ เพราะการสัมผัสเนื้อแนบเนื้อก็ทำให้ติดเชื้อได้ การป้องกันจึงควรหลีกเลี่ยงสัมผัสแนบชิดกับผู้ที่มีอาการไข้ มีผื่น ตุ่มน้ำ ตุ่มหนองบริเวณร่างกาย งดมีเพศสัมพันธ์ หรือสัมผัสใกล้ชิดคนแปลกหน้า หรือไม่รู้ประวัติมาก่อน สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ใกล้ชิดผู้อื่น หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น รับประทานอาหารปรุงสุกสะอาด เลี่ยงการไปสถานที่แออัด หรือเดินทางไปประเทศที่มีการระบาดโรคฝีดาษวานร