จสต.สังกัดSWATรัว11นัด นักเที่ยวดับ1สาหัสอีก 2 ย่องฉกปืนกลหน่วยหนี ภาค9ปิดเมืองตรังหาตัว

ผบ.ตร.สั่งผบช.ภาค 9 ระดมล่าตัวด่วน จ.ส.ต. ตำรวจหน่วยสวาทเมาวิวาทในผับกลางเมืองตรัง ชัก 9 ม.ม.รัวไม่ยั้ง ดับหนุ่มคนสนิทนักการเมืองท้องถิ่นคนดัง เพื่อนอีกคนสาหัส และมีนักเที่ยวโดนลูกหลงบาดเจ็บอีก 1 เผยตร.มือฆ่าเป็นอดีตการ์ดผับที่เพิ่งลาออกไป มานั่งดื่มกินกับเพื่อนในสภาพที่เมาเพียบมาจากที่อื่น ก่อนกระทบกระทั่งกับคนตาย ช่วงเกิดเหตุการ์ดผับปล้ำชิงอาวุธปืนมาได้ หลังก่อเหตุยังไปขโมยปืนกลเอ็ม 4 และเสื้อเกราะจากหน่วยหนีไปด้วย

เมื่อเวลา 01.10 น. วันที่ 25 ต.ค. ร.ต.อ.เอกลักษณ์ ศักดิ์ชัยนันท์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุยิงกันมี ผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย ภายในสถานบันเทิง ‘คันทรี่โฮม’ เลขที่ 205 หมู่ 4 ถนนพัทลุง ต.บ้านโพธิ์ บริเวณถนนทางเข้า บขส.ตรัง จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมพ.ต.อ.เชื้อชาติ เยาว์ดำ ผกก. พ.ต.ท.เมธี ภิญโญประการ รองผกก.สส. พ.ต.ท.อนุชัย สวยงาม รอง ผกก.(สอบสวน) เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองตรัง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.ภ.จว.ตรัง เจ้าหน้าที่พฐ. แพทย์ ร.พ.ตรัง หน่วยกู้ชีพ ร.พ.ตรัง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง

ที่เกิดเหตุยังอยู่ในช่วงเวลาที่เปิดให้บริการ พบลูกค้าจำนวนมาก รวมทั้งพนักงานในร้านต่างแตกตื่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บริเวณพื้นภายในร้านใกล้กับโต๊ะพบศพนายจิตกร หรือ ขาว คงจันทร์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79/1 ม.8 ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เป็นคนสนิทนักการเมืองท้องถิ่นและบุคคลมีชื่อเสียงของจังหวัดนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด พบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าหลังศีรษะ 2 นัด กระสุนทะลุปาก สะบักหลังซ้าย 3 นัด ชายโครงขวา 1 นัด ต้นแขนขวา 3 นัด รวม 9 นัด

ส่วนผู้บาดเจ็บรายแรกชื่อนายเอกพจน์ เพ็ชรรัตน์ หรือต้อม อายุ 34 ปี เพื่อนผู้ตาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันเข้าสะโพกซ้าย 1 นัด ข้อเท้าซ้าย 1 นัด และผู้บาดเจ็บไม่ทราบชื่ออีก 1 ราย ถูกกระสุนลูกหลงเจาะเข้าข้อศอกซ้าย 1 นัด เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบส่งรักษาที่ร.พ.ตรัง ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่บนพื้นรวม 11 ปลอก หัวกระสุน 1 หัว และลูกกระสุนปืนที่ยังไม่ได้ใช้งานอีก 1 นัด ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อ จ.ส.ต. ชุติพนธ์ หรือจ่าเบิร์ด นาคแก้ว ผบ.หมู่ ป. สภ.บ้านหนองเอื้อง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการชุดปฏิบัติการพิเศษศรีตรัง (S.W.A.T) ภ.จว.ตรัง พร้อมเพื่อนตำรวจอีก 1 คน อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายจิตกรผู้ตาย นายเอกพจน์ผู้บาดเจ็บ พร้อมนายวุฒิชัย คงแป้น อายุ 42 ปี รวม 3 คน นั่งดื่มกินในสถานบันเทิงดังกล่าว ต่อมาช่วงประมาณ 21.00 น. จ.ส.ต.ชุติพนธ์พร้อมเพื่อนตำรวจรวม 2 คน โดยทั้งคู่เคยเป็นอดีตการ์ดในผับที่เกิดเหตุเพิ่งลาออกจากร้านไปได้ประมาณ 1 เดือน มานั่งดื่มกินโต๊ะใกล้กัน โดยพยานที่เห็นเหตุการณ์ให้การว่า ตำรวจทั้ง 2 นายมานั่งดื่มกินและเมาหนักมาก คาดว่าดื่มกินมาจากที่อื่นแล้ว ก่อนที่มือยิงจะถีบเก้าอี้กระเด็นไปโดนผู้ตาย ทำให้ผู้ตายโมโหลุกขึ้นไปผลักมือยิงออก ก่อนผู้ตายจะเดินขึ้นมาทางบันไดชั้น 2 ทำให้มือยิงชักอาวุธปืน เดินตามประกบหลังและยิงใส่จากด้านหลังในทันที หลังจากนั้นเพื่อนของผู้ตายเดินขึ้นจากโต๊ะไปช่วย ทำให้โดนยิงไปด้วย ช่วงเกิดเหตุมีลูกค้านั่งกันประมาณ 20 โต๊ะ

จ่าคลั่ง – ตร.เมืองตรังตรวจผับคันทรี่โฮม ที่เกิดเหตุจ.ส.ต.ชุติพนธ์ นาคแก้ว หรือจ่าเบิร์ด สังกัดหน่วย S.W.A.T (ภาพเล็กบน) เมาคลั่งยิงนายจิตกร คงจันทร์ เสียชีวิต และเพื่อน 2 คนบาดเจ็บ ก่อนหลบหนี เมื่อวันที่ 25 ต.ค.

หลังก่อเหตุถูกพนักงานรักษาความปลอดภัย หรือการ์ด ของร้านแย่งปืนจากคนร้ายไว้ได้ เป็นอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. ภายในแม็กกาซีนยังบรรจุลูกกระสุนหลงเหลืออยู่จำนวน 1 นัด ส่วนจ.ส.ต.ชุติพนธ์พร้อมเพื่อนที่มาด้วยกันอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป ด้านนายวุฒิชัยเพื่อนผู้เสียชีวิต ยืนยันว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใครกันมาก่อน มานั่งดื่มกินกันปกติ ตอนเกิดเหตุเต้นอยู่ห่างจากโต๊ะ มารู้อีกทีได้ยินเสียงปืน และเห็นผู้ก่อเหตุเดินมาไล่ยิงเพื่อนทั้งคู่จนบาดเจ็บและเสียชีวิตแล้ว

พ.ต.อ.เชื้อชาติ เยาว์ดำ ผกก.สภ.เมืองตรัง ระบุว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุประมาณ 4 ทุ่ม สั่งการให้ทางตำรวจ สภ.เมืองตรังเข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยตามปกติเป็นประจำทุกวัน และเตรียมจะออกตรวจอีกครั้งในช่วงร้านปิดให้บริการ แต่ปรากฏว่าเกิดเหตุดังกล่าวก่อน ที่ผ่านมาทางตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดมาตลอด และหลังจากนี้จะกำชับดูแลให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่เชิญตัวพยานซึ่งเป็นเพื่อนผู้เสียชีวิตและพนักงานเสิร์ฟของร้านทั้งหมดจำนวน 7 ปากไปสอบปากคำ เบื้องต้นให้การสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันและเป็นประโยชน์กับทางคดี ส่วนปมสาเหตุคาดว่ามาจากมีเรื่องเขม่นกันภายในร้าน แต่ยังคงไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้ง และอยู่ระหว่างตามจับผู้ก่อเหตุ

ต่อมาเวลา 08.00 น. พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 สั่งการให้ ผบก.ตรัง เร่งดำเนินการไล่ล่าผู้ก่อคดีแล้ว เจ้าหน้าที่กำลังชุดปฏิบัติการพิเศษศรีตรัง (S.W.A.T) ภ.จว.ตรัง กำลังชุดสืบสวน ทั้งในและนอกเครื่องแบบ นับ 50 นาย นำโดย พ.ต.อ.รัฐกร ภักดีวานิช ผกก.สส.บก.ภ.จว.ตรัง ได้ปิดล้อมห้องทำงานของหน่วยสวาท ภายในรั้วด้านหลัง บก.ภ.จว.ตรัง หลังมีเบาะแสว่า จ.ส.ต.ชุติพนธ์ หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีเข้ามาเอาอาวุธปืนยาว เอ็ม 4 และเสื้อเกราะของทางราชการ เจ้าหน้าที่ปิดล้อมห้องทำงานของหน่วยสวาท พร้อมทั้งเดินเท้าลาดตระเวนรอบบริเวณ ขณะเดียวกันได้มีการจัดแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด ลงพื้นที่ไปยังบ้านของคนสนิท และบ้านของผู้ก่อเหตุเอง ที่คาดว่าผู้ก่อเหตุจะหลบหนีไปกบดาน แต่ยังไร้วี่แวว

เวลา 10.30 น. พล.ต.ต.เชาวลิต เลี้ยงสุพงศ์ ผบก.ภ.จว.ตรัง นำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง พร้อมเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและรูปคดีเป็นการกระทำผิดส่วนตัว ต้องดำเนินคดีไปตามหลักกฎหมายอยู่แล้ว และให้ความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปอยู่ที่ไหน แต่เชิญแม่และภรรยามาพูดคุยแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหน เพราะขาดการติดต่อกับคุณแม่และภรรยาด้วย เบื้องต้นทางวินัยสั่งไล่ออกไว้ก่อนแล้ว เนื่องจากมีความผิดทางอาญา ยืนยันว่าที่ผ่านมาจ.ส.ต.ชุติพนธ์เป็นคนเรียบร้อยและใจเย็น สามารถคุมลูกน้องได้ดี ส่วนปมสาเหตุยังคงเป็นเรื่องของการเขม่นกันในร้าน แต่ยังคงไม่ตัดประเด็นชู้สาวทิ้ง ขณะนี้อยู่ในระหว่างขออำนาจศาลออกหมายจับแล้ว

ด้านพ.ต.อ.เชื้อชาติ เยาว์ดำ ผกก.สภ.เมืองตรัง กล่าวว่า ความคืบหน้าล่าสุดผู้ต้องหายังหลบหนี ติดต่อทางแม่และภรรยาของผู้ก่อเหตุมาเพื่อเจรจา แต่ผู้ต้องหายังไม่ประสานขอมอบตัวและต้องขออำนาจศาลออกหมายจับ เบื้องต้นตั้ง 3 ข้อหาคือฆ่าผู้อื่น, พยายามฆ่าและมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนเพื่อพกพา ส่วนเรื่องของการพกพาอาวุธปืนในสถานบันเทิงกำชับกันอยู่แล้ว ในที่เกิดเหตุเป็นอาวุธปืนที่ผู้ก่อเหตุซื้อจากสวัสดิการด้วยเงินส่วนตัว สามารถยึดอาวุธปืนประจำตัวของผู้ต้องหาเอาไว้ได้

ส่วนนิสัยของผู้ต้องหา เบื้องต้นทราบว่ามีความประพฤติดี เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ อยู่ สภ.บ้านหนองเอื้อง อ.ปะเหลียน ไม่ได้อยู่ สภ.เมืองตรัง เท่าที่ทราบผู้ต้องหาเคยเป็นการ์ดอยู่ในสถานบันเทิงดังกล่าวด้วย ข้อเท็จจริงชัดเจนคดีนี้ไม่มีความซับซ้อนอะไร มีพยานบุคคล มีอาวุธปืนเป็นวัตถุพยาน จะรวบรวมพยานหลักฐานและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ส่วนมูลเหตุจูงใจคือกระทบกระทั่งกันในที่เกิดเหตุ ซึ่งอาการของผู้บาดเจ็บ 2 รายปลอดภัยแล้ว

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เผยว่า เบื้องต้นสั่งการให้ผบช.ภ.9 ติดตามตัวจ.ส.ต.ชุติพนธ์มาดำเนินคดี ส่วนสาเหตุเบื้องต้นพบว่ามาจากเรื่องส่วนตัว ประกอบกับความมึนเมาที่ผู้ก่อเหตุเข้าไปเที่ยวในสถานบันเทิง และมีเรื่องกระทบกระทั่งกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจนก่อเหตุขึ้น พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบว่าเหตุใดตำรวจคนดังกล่าวนำปืนของราชการไปใช้ในการก่อเหตุ เนื่องจากส่วนงานของผู้ก่อเหตุไม่มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืน รวมถึงในช่วงเวลาเกิดเหตุเป็นช่วงเวลานอกราชการ หากพบว่ามีความบกพร่องของ ผู้บังคับบัญชาร่วมด้วยต้องลงโทษทางวินัยตามสายบังคับบัญชา

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวยอมรับว่า เหตุความวุ่นวายที่มีตำรวจเป็นผู้ก่อเหตุ ทั้งที่ จ.หนองบัวลำภู และจ.ตรัง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะกำชับทุกหน่วยในการป้องกันเหตุอีกครั้ง พร้อมจะนำมาเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้มีข้าราชการตำรวจก่อเหตุขึ้นอีก โดยขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะทำงานอย่างตรงไปตรงมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน