เตือนชาวบ้านริมแม่น้ำ เฝ้าระวัง-ย้ายของขึ้นสูง
กทม.สั่งพร้อมรับทะเลหนุนวันนี้-30 ต.ค. จัด จนท.ช่วยประชาชน 24 ชั่วโมง ตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ และคลองพระโขนง ปภ.เผย 21 จว.ยังจม น้ำท่วมชาวบ้านเดือดร้อน 4 แสนครัวเรือน พ่อเมืองกรุงเก่าจ่อชงนายกฯ ขอเยียวยาเป็นพิเศษหลังต้องเป็นทุ่งรับน้ำป้องกันท่วมจังหวัดอื่นมาหลายเดือน
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) ฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย รวมถึงความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนกลางในห้วงที่ผ่านมา ประกอบกับมีการระบายน้ำจากเขื่อนลงแม่น้ำสายหลัก และลำน้ำสาขา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง
โดยในช่วงวันที่ 28 ก.ย.-26 ต.ค. เกิดอุทกภัย รวม 59 จังหวัด 353 อำเภอ 1,879 ตำบล 11,770 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับ ผลกระทบ 528,063 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 12 ราย ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่ 21 จังหวัด รวม 90 อำเภอ 705 ตำบล 4,667 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 401,374 ครัวเรือน
สถานการณ์ภาพรวมทุกจังหวัดระดับน้ำลดลง ประกอบด้วย 1.พิษณุโลก 2.นครสวรรค์ 3.ขอนแก่น 4.มหาสารคาม 5.กาฬสินธุ์ 6.ร้อยเอ็ด 7.สุรินทร์ 8.ศรีสะเกษ 9.อุบล ราชธานี 10.อุทัยธานี 11.ชัยนาท 12.สิงห์บุรี 13.อ่างทอง 14.พระนครศรีอยุธยา 15.ปทุมธานี 16.นนทบุรี 17.ลพบุรี 18.สุพรรณบุรี 19.นครปฐม 20.นครนายก และ 21.ปราจีนบุรี
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ฆ้องชัย และอ.กมลาไสย หลังจากได้รับผลกระทบจากพนังกั้นน้ำชีขาดยาวกว่า 50 เมตร ใน ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย ซึ่งหลายหน่วยงานเร่งซ่อมแซมอุดรอยขาดสำเร็จหยุดกระแสน้ำที่ไหลทะลักเข้ามาได้แล้วเมื่อช่วงกลางดึกวัน 24 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำหินคลุก และดินเข้าอุดรอยรั่วตามซอกหิน รวมทั้งการเทปูน และนำดินเข้าบดอัดเสริมความแข็งแรงของตัวพนัง คาดว่าจะซ่อมเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้รถวิ่งได้ในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ส่วนถนนทางหลวงสายกาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด ถนนสายหลักที่ประชาชนเดินทางไป จ.ร้อยเอ็ด โดยเฉพาะช่วงบ้านหัวแฮดถึงบ้านท่ากลาง ต.เจ้าท่า ถูกน้ำท่วมมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเปิดใช้เส้นทางได้ เนื่องจากระดับน้ำสูง 85-90 ซ.ม. แขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ปิดการจราจรให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางดังกล่าว และให้ใช้เส้นทางเลี่ยงเดิมที่เคยจัดไว้ คาดว่าอีกหลายวันกว่าจะเปิดให้ประชาชนสัญจรได้ตามปกติ
ส่วนถนนพนังชีที่ถูกกระแสน้ำเซาะขาดจุดใหม่ บริเวณบ้านโนนเมือง ต.ดงลิง อ.กมลาไสย ประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ไม่มีผลกระทบกับบ้านเรือนประชาชน และไม่ทำให้น้ำท่วมเพิ่มขึ้น แต่จะทำให้น้ำไหลออกลงน้ำชีเร็วขึ้นเป็นธรรมชาติของพลัง มวลน้ำที่กัดเซาะเพื่อไหลลงน้ำชีที่อยู่ต่ำกว่า แต่ขอให้งดใช้เส้นทางและขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก
วันเดียวกันเหตุอุทกภัยในพื้นที่ จ.ตรัง เกือบทุกพื้นที่กลับเข้าสู่ปกติแล้ว หลังฝนหยุดตกติดต่อกันหลายวัน แต่ยังคงเหลือน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ หลังแนวคันกั้นน้ำคลองผันน้ำแม่น้ำตรัง ในพื้นที่ ต.หนองตรุด และ ต.บางรัก อ.เมือง เจ้าหน้าที่เร่งระบายดน้ำช่วยเหลือชาวบ้านที่ยังถูกท่วมขัง รวมถึงพื้นที่การเกษตร ที่เริ่มได้รับความเสียหาย แต่นายสุรนอง กิ้มเฉี้ยง กำนันตำบลบางรัก และนายสมพงษ์ คำตัน ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.บางรัก เผยว่า พบคนร้ายเข้าไปลักขโมยถอดมอเตอร์ สำหรับเปิดปิดประตูระบายน้ำ 2 ชุด และ ถอดฝาครอบกล่องแกนฟันเฟืองเอาไปทั้งหมด 11 ฝา จาก 12 ฝา
นอกจากนั้น คนร้ายยังเปิดแผงควบคุมวงจรไฟฟ้าขโมยตัดขดลวดทองแดงเอาไปด้วย ทำให้เกิดความเสียหายจนไม่สามารถจะเปิดปิดประตูระบายน้ำได้ เฉพาะมอเตอร์ที่สูญหายไปราคาลูกละ 1.1 แสนบาท รวมมูลค่าความเสียหายในครั้งนี้ประมาณ 1.4 ล้านบาท ต้องประสานขอเครื่องสูบน้ำจากกรมชลประทานระบายน้ำแทน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนลดลงต่อเนื่อง ที่ 2,300 ลบ.ม.ต่อวินาที และเขื่อนพระราม 6 ระบาย อยู่ที่ 411 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำเริ่มลดลงประมาณ 5-10 ซ.ม. ชุมชนหมู่บ้านที่ติด ริมแม่น้ำ ริมคลองสาขาที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้อย ระดับน้ำยังท่วมสูง การใช้ชีวิตประจำวันยังเป็นไปอย่างยากลำบาก ที่ชุมชน ม.8 ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคงถูกน้ำท่วมสูงมาแล้ว กว่า 2 เดือน
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม 12 อำเภอ 158 ตำบล 1,031 หมู่บ้าน 80,770 ครัว ระดับน้ำเริ่มลดลง ในหลายพื้นที่ มีบางพื้นที่ถูกน้ำท่วม และบางอำเภอกลับสู่สภาวะปกติแล้ว แต่ยังคงมีชาวบ้านได้รับผลกระทบ ต้องเร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลืออยู่ เช่น อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ ที่มีมวลน้ำก้อนใหม่จะไหลงมา ยังจะส่งผล กระทบกับพื้นที่เหล่านี้ กรมชลประทานจะเร่งสูบน้ำออก ในบางพื้นที่การระบายน้ำช้าและไม่สะดวก ส่วนที่น้ำลดลงแล้ว จะมีเน่าเสียระบายออกได้ช้าจึงได้รับการสนับสนุนอีเอ็มจากหน่วยงานต่างๆ ภาครัฐ ภาคเอกชน มาโยนอีเอ็ม 30,000 ลูก ส่งไปยังพื้นที่มีปัญหาเรื่องของน้ำเน่าเสีย ส่วนแนวคันกั้นน้ำตาม ริมถนนสายต่างๆ รวมไปถึงภายในชุมชน จะเร่งดำเนินการรื้อถอนออก

น้ำลด – ชาวบ้านหมู่ที่ 12 ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เข้าตรวจสอบสภาพบ้านเรือนหลังน้ำลด พบว่าพื้นดินถูกน้ำเซาะเป็นหลุมลึก บ้านเรือนพังเสียหาย บางหลังจมหายไปกับกระแสน้ำ เมื่อวันที่ 26 ต.ค.
สำหรับการฟื้นฟูเยียวยา พี่น้องประชาชนทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะแบ่งออกเป็น 2 มิติ คือยังต้องดูแลพี่น้องประชาชนที่ยังประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่ในเรื่องของข้าวปลาอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค ส่วนการช่วยเหลือ ตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ความเสียหายเท่าไร อีกส่วนจะทำหนังสือถึงเสนอนายกรัฐมนตรี เพราะจังหวัดของเราถูกกำหนดเป็นทุ่งรับน้ำถึง 7 ทุ่ง ประชาชนได้รับผลกระทบความเดือดร้อน 3-4 เดือน รวมถึงพื้นที่ถูกน้ำท่วมมานาน 2-3 เดือน ในการหน่วงชะลอน้ำไม่เข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจหรือพื้นที่ในจังหวัดอื่นๆ ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาเป็นพิเศษ
ที่สำนักการระบายน้ำ เขตดินแดง นางวาสนา ศิลป์เบ็ญจพร รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่ 27-30 ต.ค.นี้ว่า เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำทะเลหนุนแม่น้ำเจ้าพระยา โดยประชุมหารือร่วมกับกรมชลประทาน กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ กรมอุตุนิยมวิทยา กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุน
ขณะเดียวกันจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังบริเวณจุดอ่อน หรือจุดเสี่ยงน้ำท่วม จัดเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชน หากเกิดเหตุกรณีฉุกเฉินสามารถ จัดส่งเจ้าหน้าที่แก้ไขและช่วยเหลือได้ในทันทีตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่ เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ และคลองพระโขนงในช่วงที่มีน้ำขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้สำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนโดยเฉพาะชุมชนที่มีที่พักอาศัยอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ หรือชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำให้เฝ้าระวังและเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ รวมถึงปลั๊กไฟ พร้อมทั้งให้สำนักงานเขตตรวจสอบการเรียงกระสอบทรายให้มีความสูงเพียงพอต่อการป้องกันน้ำเอ่อล้น จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น ทำสะพานทางเดินชั่วคราว ช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ตลอดจนแจกจ่ายยารักษาโรค พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อยู่นอกแนวป้องกันน้ำท่วมรับทราบการขึ้นลงของน้ำเป็นระยะ ตามตารางน้ำขึ้น-น้ำลงของกรมอุทกศาสตร์
สำหรับชุมชนที่อยู่นอกแนวป้องกันน้ำท่วมที่อาจได้รับผลกระทบจากปัญหาแรงคลื่นกระทบกับพื้นบ้านที่เกิดจากเรือวิ่งผ่าน กทม.ประสานกรมเจ้าท่าใช้มาตรการเรื่องการเดินเรือ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับชุมชนเหล่านี้ ทั้งนี้ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถติดตามสถานการณ์น้ำและขอรับความช่วยเหลือได้ ที่ http://dds.bangkok.go.th/ www.prbangkok.com Facebook:@BKK.BEST สำนักงานประชา สัมพันธ์ Twitter:@BKK_BEST สำนักงานประชาสัมพันธ์ สายด่วน 199 หรือ 1555